พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ
| พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ |
|
|---|---|
| พระปรมาภิไธย | พระเจ้าบรมราชานรบดีศรีสุริยวงศ์ องค์อินทรสุรศักดิ์ สมญามหาขัตติยะราช ชาติราไชยมไหสวรรค์ เจ้าขอบขันธเสมาพระนครพิงค์เชียงใหม่ |
| พระอิสริยยศ | พระเจ้านครเชียงใหม่ พระเจ้านครลำปาง |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ |
| ครองราชย์ | พ.ศ. 2317 - 2325 (นครลำปาง) พ.ศ. 2325 - 2358 (นครเชียงใหม่)[1] |
| ระยะครองราชย์ | 41 ปี |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| ราชสมภพ | พ.ศ. 2285 |
| พิราลัย | 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2358 (74 พรรษา) |
| พระบิดา | เจ้าฟ้าหลวงชายแก้ว |
| พระมารดา | แม่เจ้าจันทาราชเทวี |
| พระมเหสี | แม่เจ้าโนจาราชเทวี |
| พระโอรส/ธิดา | 5 พระองค์ |
พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ (พ.ศ. 2285 - พ.ศ. 2358) เป็นพระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่พระองค์แรกแห่ง "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน)" ตลอดรัชสมัยของพระองค์เป็นช่วงเวลาแห่งการศึกสงครามและสร้างบ้านแปงเมือง ทรงเป็นกษัตริย์ชาตินักรบได้ทรงร่วมกับพระอนุชาทั้ง 6 และกองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กอบกู้อิสรภาพแผ่นดินล้านนาออกจากพม่า และนำล้านนาเข้ามาเป็นประเทศราชแห่งสยาม
ด้วยพระปรีชาสามารถและพระเดชานุภาพในการรบ ทรงสามารถขยายขอบขัณฑสีมาแผ่นดินล้านนาออกไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล กอปรกับความจงรักภักดีที่ทรงถวายต่อพระบรมราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระนามขึ้นเป็น "พระเจ้าบรมราชานรบดีศรีสุริยวงศ์ องค์อินทรสุรศักดิ์ สมญามหาขัตติยะราช ชาติราไชยมไหสวรรค์ เจ้าขอบขันธเสมาพระนครพิงค์เชียงใหม่" เป็น พระเจ้าประเทศราช ปกครองนครเชียงใหม่และหัวเมืองฝ่ายเหนือ
เนื้อหา |
พระราชประวัติ [แก้]
พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ หรือ พระเจ้ากาวิละ หรือพระเจ้าขันธเสมา นครพิงค์เชียงใหม่ที่ 1 มีพระนามเดิมว่า เจ้ากาวิละ เสด็จพระราชสมภพเมื่อจุลศักราช 1104 ปีจอ จัตวาศก (พ.ศ. 2285) ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยา พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ใน เจ้าฟ้าชายแก้ว สิงหราชธานี เจ้าผู้ครองนครลำปาง กับ แม่เจ้าจันทาราชเทวี และเป็นพระราชนัดดา (หลานปู่) พระองค์แรกใน พระเจ้าทิพย์จักรสุละวะฤๅไชยสงคราม กับแม่เจ้าพิมพาราชเทวี องค์ปฐมบรมกษัตริย์แห่ง "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน)"
พระเจ้ากาวิละ มีพระอนุชาและพระขนิษฐารวม 10 พระองค์ (หญิง 3 ชาย 7) (เจ้าชายทั้ง 7 พระองค์ได้ทรงช่วยกันต่อสู้อริราชศัตรูขยายขอบขัณฑสีมาล้านนาออกไปอย่างเกรียงไกร เป็นเหตุให้มีพระสมัญญาว่า "เจ้าเจ็ดตน") มีพระนามตามลำดับ ดังนี้
- พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 1 (นับเป็น "พระเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 3" ใน "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน)")
- พระเจ้าคำโสม พระเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 4
- พระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 2
- พระเจ้าดวงทิพย์ พระเจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 5
- พระอัครชายาเธอ เจ้าครอกฟ้าศรีอโนชาในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
- เจ้าหญิงสรีวัณณา (ถึงแก่พิราลัยแต่เยาว์)
- เจ้าอุปราชหมูหล้า พระราชมหาอุปราชานราธิบดีศรีสุวรรณฝ่ายหน้าหอคำนครลำปาง
- เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 3 และ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 1
- เจ้าหญิงสรีบุญทัน (พิราลัยแต่เยาว์)
- พระเจ้าบุญมาเมือง พระเจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 2
พระเจ้ากาวิละ ถึงแก่พิราลัยในปี จ.ศ.1177 เดือนยี่เหนือ แรม 5 ค่ำ วันพุธ (ตรงกับวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458) ยามแตรบอกเวลาเข้าสู่เที่ยงคืน ทรงปกครองนครเชียงใหม่เป็นระยะเวลานาน 32 ปี สิริพระชนมายุได้ 74 พรรษา
ราชโอรส ราชธิดา [แก้]
พระเจ้ากาวิละ มีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม 5 พระองค์ อยู่ในราชสกุล ณ เชียงใหม่ มีพระนามตามลำดับ ดังนี้
- เจ้าราชบุตร (สุริยฆาต), เจ้าราชบุตรนครเชียงใหม่ - พระไปยกา (เจ้าตาทวด) ใน เจ้าหญิงทิพวัน กฤดากร และ เจ้าหญิงศรีนวล กฤดากร ชายา ใน พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
- พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์, พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 - พระอัยกา (เจ้าตา) ใน พระราชชายา เจ้าดารารัศมี และ พระไปยกา (เจ้าตาทวด) ใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลนาคนพีสี ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- เจ้าหนานมหาวงศ์ - พระอัยกา (เจ้าปู่) ใน เจ้าจอมมารดาเจ้าทิพเกษร ณ เชียงใหม่ และ พระไปยกา (เจ้าตาทวด) ใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- เจ้าคำใส
- เจ้าหนานไชยเสนา - เสกสมรสกับ "เจ้าหญิงสนธยา ณ เชียงใหม่" ราชธิดาใน "เจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น, เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 3 และ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 1"
พระราชกรณียกิจ [แก้]
การปกครองนครเชียงใหม่ [แก้]
ในยุคการปกครองของพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ เรียกได้ว่าเป็นยุค "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง"[2] หมายถึงการก่อร่างสร้างเมื่องขึ้นใหม่ ภายหลังที่ถูกทิ้งร้าง ต่อมาพม่าได้ตั้งชาวยูนานนามว่า "ราชาจอมหงส์" มาเกลี้ยกล่อมให้นครเชียงใหม่เข้าร่วมด้วยกับพม่า และตั้งตนเป็นใหญ่ในหัวเมืองล้านนา ทำให้พระเจ้ากาวิละ ขัดเคืองใจจึงตั้งให้เจ้าอุปราชธรรมลังกา และเจ้ารัตนหัวเมือง ยกทัพไปตีที่เมืองสาด จับตัวราชาจอมหงส์ ส่งให้กรุงเทพฯ เมื่อ จ.ศ. 1164 หรือตรงกับ พ.ศ. 2345 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเจ้ากาวิละ เป็น "พระบรมราชานราธิบดีศรีสุริยวงศ์ องค์อินทสุรศักดิ์ สมญามหาขัติยราชชาติราชาไชยสวรรย์เจ้าขัณฑเสมาพระนครเชียงใหม่ ราชธานีศรีสวัสดีฑีฆายุสมอุดม" เป็นเจ้านครเชียงใหม่ผู้เป็นใหญ่ในล้านนา 57 หัวเมือง ในฐานะเจ้าประเทศราช ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร
อ้างอิง [แก้]
- ^ รุ่งพงษ์ ชัยนาม. ประวัติศาสตร์ล้านนา : ประวัติศาสตร์ไทยที่คนไทยไม่ค่อยมีโกาสได้ศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- ^ ยุค " เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง "
ดูเพิ่ม [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง. เพ็ชร์ล้านนา. (ครั้งที่ 2) เชียงใหม่ :ผู้จัดการ ศูนย์ภาคเหนือ, 2538.
- สมหมาย เปรมจิตต์, สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ตำนานสิบห้าราชวงศ์ (ฉบับสอบชำระ) . เชียงใหม่: มิ่งเมือง, 2540.
- ศักดิ์ รัตนชัย. พงศาวดารสุวรรณหอคำนครลำปาง (ตำนานเจ้าเจ็ดพระองค์กับหอคำมงคล ฉบับสอบทานกับเอกสารสืบค้น สรสว.ลำปาง) .
- เจ้าวงศ์สัก ณ เชียงใหม่, คณะทายาทสายสกุล ณ เชียงใหม่. เจ้าหลวงเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539.
- คณะทายาทสายสกุล เจ้าหลวงเมืองพะเยา, สถาบันศิลปวัฒนธรรมโยนก. ครบรอบ 100 ปี แม่เจ้าทรายมูล (มหาวงศ์) ไชยเมือง และประวัติสายสกุลเจ้าหลวงเมืองพะเยา พุทธศักราช 2387 - 2456. พะเยา :บ.ฮาซัน พริ้นติ้ง จก., 2546
- นงเยาว์ กาญจนจารี. ดารารัศมี : พระประวัติพระราชชายา เจ้าดารารัศมี. เชียงใหม่ :สุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์, 2539.
- คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ , นาวาอากาศเอก. เจ้านายฝ่ายเหนือ. [1]
| รัชสมัยก่อนหน้า | พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ | รัชสมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| เจ้าฟ้าชายแก้ว สิงหราชธานี | เจ้าผู้ครองนครลำปาง (พ.ศ. 2317 - พ.ศ. 2325) |
พระเจ้าคำโสม | ||
| พระยาหลวงวชิรปราการ (พระยาจ่าบ้าน (บุญมา)) |
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ (พ.ศ. 2325 - พ.ศ. 2358) |
พระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา |
|
|||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||