ประตูท่าแพ
ประตูท่าแพ หรือ ประตูเชียงเรือก ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประตูเมืองประตูเดียวที่ตั้งอยู่ในบริเวณเวียงเชียงใหม่
[แก้] ประวัติ
ประตูท่าแพ ซึ่งตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่และกรมศิลปากร ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ประกอบกับภาพถ่ายประตูเมืองเชียงใหม่ประตูหนึ่ง ซึ่งถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2422
แต่เดิม ประตูท่าแพ ที่ถูกเรียกกันในปัจจุบันนั้นมีนามว่า ประตูเชียงเรือก เพราะอยู่ใกล้หมู่บ้านเชียงเรือก สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพญามังราย มหาราช เมื่อแรกตั้งเมืองเชียงใหม่ เมื่อปีพ.ศ. 1839
ประตูท่าแพ ที่จริงแล้วในสมัยโบราณ คำว่า "เชียง" หมายถึง เวียง หรือ เมือง ส่วนคำว่า "เรือก" นั้นมีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า เรือ หรือ เฮือ ซึ่งหมายถึง พาหนะที่ใช้เดินทางไป มา ทางแม่น้ำ คู ครอง ฝายเหมือง เป็นต้น ดังนี้ คำว่า เชียงเรือก หากพูดเป็นภาษาชาวบ้าน ก็อาจแปลออกมาได้เป็น เชียงเรือ หรือ เวียงเรือ ซึ่งก็หมายถืง เมืองของเรือ ที่ขายของทางเรือ หรือ สถานที่มีเรือมาก ก็ว่าได้ เหตุนี้ในสมัยต่อมาจึงถูกเรียกว่า ท่าแพ ซึ่งก็มีความหมายเดิม คือ ที่จอดแพ หรือ เรือ มีความหมายเดียวกันคือ เมืองของเรือ ที่ขายของทางเรือ หรือ สถานที่มีเรือมาก
ที่จริงประตูท่าแพนั้นมีอยู่ 2 ประตู โดยในสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ประตูท่าแพของจริงถูกเรียกวว่า ประตูท่าแพชั้นนอก และเรียกประตูเชียงเรือก หรือประตูที่ตั้งอยู่ในสถานที่ปัจจุบันว่า ประตูท่าแพชั้นใน ภายหลังรื้อประตูท่าแพชั้นนอก เหลือประตูท่าแพชั้นในจึงเรียกกันสั้น ๆ ทุกวันนี้ว่า "ประตูท่าแพ"
องค์เทพที่รักษาประตูท่าแพ มีทั้งหมด 5 องค์ พร้อมทั้งบริวารอีก 5000 โดยมีเจ้าต๋นเก๊าชื่อว่า เจ้าพ่อแสนสะหลี เป็นเจ้าอารักษ์ประตูท่าแพ ปัจจุบันท่านมีร่างประทับทรงอยู่ที่ ต.ทุ่งต้อม อ.สันป่าตอง เชียงใหม่ โดยมีเจ้าสะหลีจ๋ำป๋า (เจ้าโอรส หรือ บุตรชายของเจ้าพ่อแสนสะหลี) ประทับทรงแทน เป็นร่างทรงผู้ชาย (ยังหนุ่มอยู่ แต่ไม่ทราบชื่อ)
แต่เดิมเมื่อจะทำพิธีบูชาเสาหลักเมืองอินทขิลจะมีการทำพิธีอันเชิญเจ้าพ่อเสาหลักเมืองอินทขิลประทับร่างทรงแล้วบอกกล่าวให้ประชาชนที่มากราบไหว้บูชา ได้รับรู้ว่าเหตุบ้านการเมืองในปีนั้นๆ จะดี - ร้าย อย่างไร และควรจะแก้ไขอย่างไร เมื่อเสร็จพิธีแล้วจะทำพิธีอัญเชิญ 12 เจ้าอารักษ์เมืองเชียงใหม่ประทับร่างทรง เมื่อองค์ทั้ง 12 ประทับร่างแล้วจะนั้งประทับที่อันควรแห่งตน (ตามยศตำแหน่ง) โดยมีเจ้า 12 อารักษ์ประทับเรียงกันดังนี้. 1. เจ้าหลักเมืองอินทขิล 2. เจ้าหลักเมืองศรีภูมิ 3. เจ้าประตูท่าแพ 4. เจ้าประตูช้างเผือก 5. เจ้าประตูเชียงใหม่ 6. เจ้าแจ่งกะต๋ำ 7. เจ้าแจ่งกู่เฮือง 8. เจ้าประตูสวนดอก 9. เจ้าแจ่งหัวริน 10. เจ้าประตูหายยา 11. เจ้าประตูระแกง 12. เจ้าประตูแสนปุง
แต่ที่หน้าแปลกคือ เมือเจ้าประตูท่าแพ ประทับร่างทรงแล้ว เจ้าแต่ละองค์ตั้งแต่ลำดับที่ 4 - 12 จำนำอาภรณ์ และเครื่องบรรณาการมาถวายให้ใส่(คือชุดของเจ้าประตูท่าแพจะถูกแบ่งไว้) สาเหตุคือ เจ้าประตูท่าแพเป็นเจ้าครูดาบของ เจ้าอารักษ์เมืองเชียงใหม่นั้นเอง ดังนั้นเจ้าอารักษ์เมืองลำดับที่ 4 - 12 จะต้องเก็บอาภรณ์ของท่านๆไว้บูชา เมื่อถึงเวลาอันควรจะนำผ้าเหล่านั้นมาถวายให้ท่านสวมใส่ แต่เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็จะนำไปเก็บไว้บูชาเหมือนเดิม และถ้าหากเจ้า 12 อารักษ์เมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ลำดับที่ 4 - 12 ประทับร่างทรงใหม่แล้วจริง ๆ จะต้องมาขอเอาครูจากเจ้าพ่อประตูท่าแพดังเดิม ตามจารีตประเพณีแต่ก่อน
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- สถานที่สำคัญรอบเวียงเชียงใหม่ จากสำนักงานประชาสัมพันธ์เชียงใหม่
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ ประตูท่าแพ
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย หรือ กูเกิลแมปส์
- แผนที่ จาก มัลติแมป หรือ โกลบอลไกด์
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
พิกัดภูมิศาสตร์: 18°47′16″N 98°59′35″E / 18.787794°N 98.9931303°E