บีเอ็มไอ (สายการบิน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บีเอ็มไอ
Bmi wordmark.svg
IATA
BD
ICAO
BMA
รหัสเรียก
มิดแลนด์
ก่อตั้ง 2481 (ชื่อ แอร์ สคูล ลิมิดเตท)
ท่าอากาศยานหลัก ท่าอากาศยานแมนเชสเตอร์
ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์
รายการสะสมแต้ม บีเอ็มไอ ไดมอนด์ คลับ
ห้องพักรับรอง ไดมอนด์ คลับ เลาจน์
พันธมิตรสายการบิน สตาร์อัลไลแอนซ์
ขนาดฝูงบิน 53
จุดหมายปลายทาง 51
บริษัทแม่ บ.บริติช มิดแลนด์ แอร์เวย์ จำกัด
สำนักงานใหญ่ แคสเซิล โดนิงตัน, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
บุคคลสำคัญ นิเกล เทอร์เนอร์ (ซีอีโอ), เซอร์ ไมเคิล บิชอฟ (ประธาน)
เว็บไซต์ http://www.flybmi.com

บีเอ็มไอ (BMI British Midland Airways) คือสายการบินที่มีฐานอยู่ในสหราชอาณาจักร มีสำนักงานใหญ่อยู่ในโดนิงตัน ฮอลล์ ใกล้กับท่าอากาศยานอีสต์มิดแลนด์ มีจุดหมายปลายทางอยู่ในยุโรป สหรัฐอเมริกา แถบหมู่เกาะแคริบเบียน และประเทศซาอุดีอารเบีย ฐานปฏิบัติการของสายการบินอยู่ที่ท่าอากาศยานแมนเชสเตอร์และท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ ซึ่งเป็นที่ที่มีการจราจรทางอากาศของสายการบินนี้เข้า-ออกคิดเป็น 11%ของเที่ยวบินทั้งหมดของท่าอากาศยานแห่งนี้โดยมากกว่า 2000 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยทั่วไปรู้จักกันในชื่อบริติช มิดแลนด์ ในเดือนมกราคม 2550 บีเอ็มไอได้ซื้อสายการบินบริติช เมดิเตอร์เรเนียน แอร์ไลน์ ทำให้บีเอ็มไอสามารถที่ให้บริการในแถบแอฟริกาและแถบอาหรับได้

บีเอ็มไอ เป็นสมาชิกในองค์การการบินแห่งสหราชอาณาจักรในใบอนุญาตประเภท A อนุญาตให้รับ-ส่งผู้โดยสาร สินค้าและจดหมายบนเครื่องบินมากกว่า 20 ที่นั่ง[1]

ประวัติ[แก้]

บีเอ็มไอมีเดิมมีที่มาจากโรงเรียนเดินอากาศจำกัด ในปี 2481 ซึ่งบริษัทแห่งนี้มีผู้เชี่ยวชาญในด้านการบินคอยให้คำแนะนำแก่นักบินของกองทัพอากาศ ในปี 2492 บริษัทได้สร้างเดอร์บี้อาวิเอชั่น มีฐานที่เบอร์นาสตันใกล้ๆเดอร์บี้ และวูลฟ์เวอร์แฮมตันอาวิเอชั่นที่มีฐานที่เพนด์ฟอร์ด มีตกลงทางการบินร่วมกันกับ เดอ ฮาวิลแลนด์ เรพิดส์ โดยแลกกับการบำรุงเครื่องบินและค่าคอมมิชชัน

ได้มีการเปิดเที่ยวบินจากเดอร์บี้และวูลฟ์เอร์แฮมตันไปสู่เมืองเจอร์ซี่ย์ โดยใช้เครื่องบินดูกลาส ดีซี 3 เข้ามาใช้ ในปี 2498 วูลฟ์เวอร์ตันอาวิเอชั่น ได้รวมกิจการเป็นกิจการเดียวและได้ใช้ฐานเปลี่ยนมาเป็นท่าอากาศยานเบอร์นาตัน การบริการระหว่างประเทศนั้นจึงได้เกิดขึ้นในปีถัดไปโดยบินสู่เมืองออสเตนด์และเที่ยวบินสู่ภาคพื้นทวีปยุโรปได้เริ่มขึ้น บริษัททำข้อตกลงกับบริษัทโรส์รอยส์ซึ่งเป็นผู้ส่งชิ้นส่วนของเครื่องบินให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ในปี 2502 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น เดอร์บี้ แอร์เวย์ โดยทำการบินตามกำหนดการของเที่ยวบินภายในประเทศของสหราชอาณาจักรจึงเกิดขึ้นในช่วง 10 ปีนั้น

BMI Airbus A319-100
BMI Airbus A320
BMI Airbus A321 in an old, but still frequently seen, colour scheme
BMI Airbus A330-200 at London Heathrow Airport
BMI Regional ERJ 145

ในปี 2507 บริษัทได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งว่าบริติชมิดแลนด์แอร์เวย์ (BMA) และได้ย้ายฐานปฏิบัติการจากเบอร์นาสตันไปที่ท่าอากาศยานอีสท์ มิดแลนด์ และนำสีฟ้ากับสีขาวเป็นสีประจำสายการบิน เป็นตัวแนะนำเครื่องบินใบพัดตัวแรกของบริษัทแฮนด์เลย์ เพจ เฮรัลด์ด้วย ต่อมาสายการบินทั้งเส้นทางในประเทศและในยุโรปได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และในปี 2513 ได้นำเครื่องยนต์เจ็ตเข้ามาใช้โดยเริ่มจากรุ่น BAC 1-11 ตามด้วยโบอิ้ง 707 ในปี 2514 จากนั้นได้มีคำสั่งให้ถอน BAC 1-11 จากฝูงบินในปี 2515 และ707s ให้อยู่ในสัญญาเช่าของสายการบินอื่น ในฐานะที่BMAเป็นศูนย์กลางในการผลิตเครื่องบินใบพัดรุ่นวิคเกอร์ไวเคานท์ ถึงแม้ว่า 707จะผลิตเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้ในการบริการหรือให้เช่าจนกระทั่งปี 2524 พวกเขาได้แทนทีให้เป็นเครื่องบินดักลาส ดีซี-9 ซึ่งเปลี่ยนแปลงระบบการบินภายในประเทศและในยุโรปให้เป็นเครื่องยนต์เจ็ทในปี 2519

ในปี 2521 ผู้จัดการบริษัทได้จัดซื้อสายการบินจากมินสเตอร์แอสเซท กลุ่มการเงินนั้นยังประกอบด้วยเซอร์ไมเคิล บิชอฟ ผู้ที่เป็นประธานสายการบินในปัจจุบัน และในปีนั้นเองบริติชมิดแลนด์ได้ร่วมตกลงกันกับสายการบินบริติช แอร์เวย์ในการรวมแชร์เส้นทาง โดยผลออกมาว่ามิดแลนด์แอร์เวย์ต้องยกเลิกเส้นทางภายในทวีประหว่างเบอร์มิงแฮมไปบรัสเซลล์และแฟรงก์เฟิร์ต ส่วนบริติช แอร์เวย์สามารถเปิดเส้นทางจากลิเวอร์พูลไปฮีทโธร์ว,เบลฟาสต์,ดับลิน,เจอร์ซีย์,เกาะแมน และกลาสโกว์ ซึ่งผลทำให้มีผู้โดยสารมากกว่า 1 ล้านคน เป็นครั้งแรกในปี 2522

อ้างอิง[แก้]