นิกซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นิกซ์ (อังกฤษ: Nyx ภาษากรีกโบราณ: Νύξ แปลว่า กลางคืน) หรือ น็อกซ์ (Nox) ในภาษาลาตินที่ชาวโรมันเรียก เป็นหนึ่งในเทพดั้งเดิม (protogenoi)ในเทพปกรณัมกรีก นิกซ์เป็นเทพีแห่งราตรีซึ่งเกิดจากเคออสและเป็นคู่ของเอเรบัส (ความมืด) นิกซ์เป็นมารดาของเทพต่างๆมากมาย ซึ่งรวมถึงทานาทอส (ความตาย)และฮิปนอส (นิทรา) มีรูปลักษณ์เป็นหญิงสาวผู้งดงามและทรงอำนาจ

เนื้อหา

[แก้] บทบาทในตำนาน

ภาพวาดของนิกซ์ โดย วิลเลียม อาดลอฟ บุกุโร

กวีฮีเสียด กล่าวว่านิกซ์และเอเรบัสเป็นผู้ให้กำเนิดเฮเมรา (กลางวัน)กับอีเธอร์ (อากาศ) จากนั้นนางจึงให้กำเนิดเทพอื่นโดยตัวนางเอง ซึ่งลูกๆของนิกซ์นี้หลายตัวถูกซูสใส่ไว้ในหีบของแพนโดรา ในแต่ละวันนั้นนิกซ์จะอยู่ในถ้ำอันมืดมิดใต้โลกขณะที่เฮเมราออกไปภายนอก และนางจะออกจากถ้ำในยามค่ำคืนเมื่อเฮเมรากลับมาแล้ว เกิดเป็นวัฏจักรของกลางวันและกลางคืน

ในมหากาพย์อีเลียดเล่ม 14 ของโฮเมอร์ ฮิปนอสได้กล่าวถึงครั้งที่ตนเคยช่วยฮีราซึ่งขอให้ฮิปนอสทำให้ซูสหลับไหล เพื่อให้นางมีโอกาสกลั่นแกล้งเฮราคลีสได้ เมื่อซูสรู้สึกตัวก็โกรธมากและจะจับฮิปนอสโยนลงไปในทะเล แต่ตอนนั้นฮิปนอสได้หนีไปหานิกซ์ผู้เป็นมารดาเสียแล้ว ฮิปนอสกล่าวไปอีกว่าซูสนั้นเกรงว่าจะทำให้นิกซ์โกรธจึงได้สะกดอารมณ์ของตนและปล่อยฮิปนอสไว้ ซึ่งต่อมาฮิปนอสก็ได้หนีกลับไปหานิกซ์ทุกครั้งที่ตนทำให้ซูสพิโรธ

[แก้] บทบาทในสังคม

[แก้] ลัทธิแห่งนิกซ์

ในกรีซนั้น นิกซ์ไม่ค่อยได้รับการบูชาเป็นเทพีหลักของลัทธิต่างๆนัก พาวซานิอัสได้ระบุว่านางมีวิหารอยู่ในเมืองเมการา.[1]

แต่นิกซ์ก็มักจะปรากฏในเรื่องราวเบื้องหลังของลัทธิต่างๆบ่อยครั้ง ในเทวสถานอาร์ทีมิสที่เอเฟซัสก็เคยมีรูปปั้นของนิกซ์อยู่ด้วย ลัทธิของชาวสปาร์ตาซึ่งบูชาฮิปนอสกับทานาทอส[2]ก็ได้ใช้ชื่อของนิกซ์ผสมกับเทพอื่นๆ เช่น ไดโอไนซัส นิกเทลิออส "ค่ำคืน"[3] และอโฟรไดที ฟิโลฟานนิกซ์ "ผู้รักราตรี"[4]

[แก้] ด้านดาราศาสตร์

วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2550 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้เปลี่ยนชื่อดวงจันทร์ S/2005 P 2 ของดาวพลูโตเป็นนิกซ์ (Nix สะกดด้วยตัวอักษร i แทน y เพื่อไม่ให้สับสนกับดาวเคราะห์น้อย 3908 Nyx)

ก่อนหน้านั้น พ.ศ. 2540 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้เคยตั้งชื่อภูเขาบนดาวอังคารว่านิกซ์มาแล้วเช่นกัน

[แก้] ลูกๆของนิกซ์

เอช. เจ. โรส ระบุว่านิกซ์ยังเป็นมารดาของเทพธิดาแห่งชะตากรรม มอยรี[5] ในเรื่อง เฮราเคลส ของยูริฟิเดสยังกล่าวว่านางได้ให้กำเนิดลีสซา (ความวิปลาส) จากเลือดของอูรานอสอีกด้วย[6]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Pausanias 1.40.1).
  2. ^ Pausanias 3.18.1.
  3. ^ Pausanias 1.40.6)
  4. ^ Orphic Hymn 55.
  5. ^ H.J. Rose, Handbook of Greek Mythology, p.24
  6. ^ Vellacott, Phillip (trans.) (1963). Herakles by Euripides. pp. 815. 

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น