เทพปกรณัมกรีก
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ตำนานเทพ (แก้ความกำกวม)
|
|
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
|
|
บทความนี้ได้รับแจ้งให้ปรับปรุงตามด้านล่าง กรุณาช่วยปรับปรุงบทความ หรือเสนอแนะที่หน้าอภิปราย
|
เทพปกรณัมกรีก เป็นเรื่องปรัมปราและตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า, วีรบุรุษ, ธรรมชาติของโลก และจุดกำเนิดและความสำคัญของวิถีปฏิบัติและพิธีในทางศาสนาของชาวกรีกโบราณ เทพปกรณัมกรีกเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาในกรีซโบราณ นักวิชาการสมัยใหม่กล่าวถึงเรื่องปรัมปราและศึกษาในความพยายามที่จะอธิบายสถาบันทางศาสนาและการเมืองในกรีซโบราณ อารยธรรม และเพิ่มความเข้าใจของธรรมชาติในการสร้างตำนานขึ้น[1]
เทพปกรณัมกรีกได้ถูกรวบรวมขึ้นจากเรื่องเล่าและศิลปะที่แสดงออกในวัฒนธรรมกรีก เช่น การระบายสีแจกันและของแก้บน ตำนานกรีกอธิบายถึงการถือกำเนิดของโลกและรายละเอียดของชีวิต รวมทั้งการผจญภัยของบรรดาเทพ เทพี วีรบุรุษ วีรสตรี และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ได้สืบทอดโดยบทกวีจากปากต่อปากเท่านั้น ในปัจจุบัน ตำนานกรีกได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในวรรณกรรมกรีกเป็นส่วนใหญ่
วรรณกรรมกรีกที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักกันคือ มหากาพย์ อีเลียด และ โอดิสซีย์ ของโฮเมอร์ ซึ่งจับเรื่องราวเหตุการณ์ในระหว่างสงครามเมืองทรอย นอกจากนี้มีบทกวีมหากาพย์ร่วมสมัยอีกสองชุดของเฮสิโอด คือ Theogony และ Works and Days เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดโลก การสืบทอดของจอมเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ ยุคของมนุษย์ กำเนิดศัตรูของมนุษย์ และพิธีบูชายัญต่างๆ เรื่องเล่าปรัมปรายังพบได้ในบทเพลงสวดสรรเสริญของโฮเมอร์ จากเสี้ยวส่วนหนึ่งของบทกวีมหากาพย์ Epic Cycle จากบทเพลง จากงานเขียนโศกนาฏกรรมในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล จากงานเขียนของปราชญ์และกวีในยุคเฮเลนนิสติก และในตำราจากยุคของจักรวรรดิโรมันที่เขียนโดยพลูตาร์คกับเพาซานิอัส
งานค้นพบของนักโบราณคดีเป็นแหล่งข้อมูลอย่างละเอียดของเทพปกรณัมกรีก เพราะมีภาพของเทพและวีรบุรุษกรีกมากมายเป็นเนื้อหาหลักอยู่ในการตกแต่งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ภาพเรขาคณิตบนเครื่องโถในยุคศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาลแสดงให้เห็นฉากต่างๆ ในมหากาพย์เมืองทรอย รวมไปถึงการผจญภัยของเฮราคลีส ในยุคต่อๆ มาเช่น ยุคอาร์เคอิก ยุคคลาสสิก และยุคเฮเลนนิสติก ก็พบภาพฉากเกี่ยวกับมหากาพย์ของโฮเมอร์และตำนานปรัมปราอื่นๆ ซึ่งช่วยเพิ่มเติมแก่หลักฐานทางวรรณกรรมที่มีอยู่[2]
เทพปกรณัมกรีกมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรม ศิลปะ และวรรณกรรมของอารยธรรมตะวันตก รวมถึงมรดกและภาษาทางตะวันตกด้วย กวีและศิลปินมากมายนับแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบันได้รับแรงบันดาลใจจากเทพปกรณัมกรีก และได้คิดค้นนัยยะร่วมสมัยกับการตีความใหม่ที่สัมพันธ์กับตำนานปรัมปราเหล่านี้[3]
เนื้อหา |
แหล่งข้อมูลของเทพปกรณัมกรีก[แก้]
เทพปกรณัมกรีกซึ่งรู้จักกันอยู่ทุกวันนี้ มีรากฐานมาจากวรรณกรรมกรีกและภาพในสื่อที่มองเห็นด้วยตาซึ่งมีอายุนับย้อนไปถึงยุคจีโอเมทริก (Geometric Style) ประมาณปีที่ 900-800 ก่อนคริสตกาล[4]
แหล่งข้อมูลจากวรรณกรรม[แก้]
เรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานปรัมปรามีบทบาทอย่างมากกับวรรณกรรมกรีกในทุกสาขา ถึงกระนั้น หนังสือตำนานปรัมปราเพียงเล่มเดียวที่เหลือรอดมาจากยุคกรีกโบราณ ก็คือ Libraryของอพอลโลดอรัสเทียม งานชิ้นนี้พยายามไกล่เกลี่ยเรื่องราวที่ขัดแย้งกันระหว่างเรื่องเล่าต่างๆ ของบทกวีมากมาย และพยายามเรียบเรียงออกมาเป็นตำนานเทพเจ้าและวีรบุรุษกรีกในยุคดั้งเดิม[5] อพอลโลดอรัสมีชีวิตในช่วงปีที่ 180-120 ก่อนคริสตกาล และเขียนเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นหลายชิ้น งานเขียนของเขาอาจจัดเป็นชุดที่ต่อเนื่องกัน แต่ "Library" นั้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของเขาเป็นเวลานาน ดังนั้นมันจึงได้ชื่อว่าเป็นของอพอลโลดอรัสเทียม
ในบรรดาแหล่งข้อมูลที่เก่าแก่ที่สุด มีบทกวีมหากาพย์ของโฮเมอร์ 2 เรื่อง คือ อีเลียด และ โอดิสซีย์ มีบทกวีอื่นอีกที่ช่วยเติมเต็ม "วงล้อมหากาพย์" ทว่าในภายหลังต่างสูญหายไปเกือบหมด บทกวีเหล่านี้เรียกชื่อกันว่า "บทสวดของโฮเมอร์" (Homeric Hymns) แต่อันที่จริงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับโฮเมอร์เลย มันเป็นบทสวดสรรเสริญที่สืบทอดมาแต่ยุคบทเพลง[6] เฮสิโอดซึ่งน่าจะเป็นกวีร่วมสมัยกับโฮเมอร์ ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับตำนานกรีกที่เก่าแก่ที่สุดไว้ในผลงานชื่อ Theogony (กำเนิดปวงเทพ) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างโลก กำเนิดของเทพต่างๆ ตลอดถึงบรรดาทายาทผู้สืบตระกูลท้งหลาย มีนิทานพื้นบ้าน และตำนานเกี่ยวกับจุดกำเนิดของสิ่งต่างๆ ในงานเขียนของเฮสิโอดอีกเรื่องคือ Works and Days ซึ่งเป็นบทกวีสั่งสอนเกี่ยวกับชีวิตในไร่ ได้รวมเอาตำนานเกี่ยวกับโปรมีธูส แพนดอรา และยุคทั้งสี่ของมนุษยชาติเอาไว้ด้วย ผู้ประพันธ์ได้แนะนำวิธีที่ดีที่สุดในการประสบความสำเร็จในโลกอันแสนอันตราย ซึ่งยิ่งถูกทำให้เป็นอันตรายมากขึ้นโดยพวกเทพนั่นเอง[2]
บทกวีแบบเพลงมักจะนำเนื้อเรื่องมาจากตำนาน แต่วิธีการเล่าจะมีเนื้อหาน้อยกว่าและค่อนข้างคลุมเครือกว่า กวีเพลงของกรีกซึ่งรวมไปถึง Pindar, Bacchylides, Simonides และกวีชาวบ้านเช่น Theocritus และ Bion มักรวมเอาเหตุการณ์เหนือธรรมชาติของแต่ละคนเข้าไปด้วย[7] นอกจากนี้ ตำนานยังเป็นศูนย์กลางของกิจการละครยุคคลาสสิก นักเขียนบทละครโศกนาฏกรรม เช่น Aeschylus, Sophocles, และ Euripides ใช้พล็อตเรื่องส่วนใหญ่จากตำนานในยุคแห่งวีรบุรุษและสงครามเมืองทรอย เรื่องราวโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ (เช่น อักกะเมมนอนกับลูกๆ, อีดีปุส, เจสัน, เมเดีย, ฯลฯ) ก็มีความคลาสสิกอยู่ภายใต้ความโศกเศร้า Aristophanes นักเขียนบทละครตลกขบขันยังใช้ตำนานเหล่านี้ในงานบทละครเรื่อง The Birds และ The Frogs[8]
นักประวัติศาสตร์ ฮีโรโดตุส และ ดิโอโดรุส ซิคุลุส กับนักภูมิศาสตร์ เปาซาเนีย และ สตราโบ ซึ่งเดินทางไปทั่วแผ่นดินกรีกและบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ยิน ได้ให้ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับตำนานและเรื่องเล่าของท้องถิ่น โดยมักจะเป็นเวอร์ชันที่ต่างออกไปและไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก[7] โดยเฉพาะฮีโรโดตุสนั้นเที่ยวค้นหาประเพณีต่างๆ ที่ตนพบเจอและพบรากฐานทางประวัติศาสตร์หรือตำนานปรัมปราอยู่ในการเผชิญหน้าระหว่างกรีกกับประเทศตะวันออก[9] ฮีโรโดตุสพยายามจะนำต้นกำเนิดต่างๆ เหล่านี้ที่มาจากต้นกำเนิดวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาผสมผสานเข้าด้วยกัน
บทกวีในยุคเฮเลนนิสติกและยุคโรมันโบราณล้วนมีต้นกำเนิดในฐานะวรรณกรรมมากกว่าที่จะเป็นพิธีกรรมทางศาสนา ถึงกระนั้นมันก็ยังบรรจุรายละเอียดสำคัญมากมาย ซึ่งอาจจะสูญหายไปหมดแล้ว บทกวีจำพวกนี้รวมถึงงานต่างๆ ต่อไปนี้คือ
- กวีชาวโรมัน โอวิด, สเตเชียส, วาเลเรียส ฟลัคคัส, เซเนกาผู้เยาว์, และเวอร์จิล กับบทบรรยายของเซอร์วิอุส
- กวีชาวกรีกในยุค Late Antique ได้แก่ นอนนัส, อันโตนินัส ลิเบราลิส และ ควินตัส สมีเนียส
- กวีชาวกรีกในยุคเฮเลนนิสติก ได้แก่ อพอลโลเนียสแห่งโรดส์, คัลลิมาคัส, เอราทอสเทนีสเทียม, และ พาร์ทีเนียส
- นิยายยุคโบราณของกรีกและโรมัน เช่น Apuleius, Petronius, Lollianus, และ Heliodorus.
สันนิษฐานของที่มาของการเกิดเทวเทพปกรณัมกรีก-โรมัน[แก้]
อาจเป็นเพราะชาวกรีกโบราณพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองว่าทำไมฟ้าร้อง ฟ้าผ่า หรือเหตุใดจึงมีเสียงสะท้อนจากถ้ำเมื่อเราส่งเสียง หรือ ฯลฯ นั่นเพราะความกลัวปรากฏการณ์ธรรมชาติจึงพยายามหาเหตุผลและชาวกรีกชอบฟังนิทานเรื่องเล่าปรัมปรา, ชอบแต่งโคลงกลอน จึงรักการขับลำนำและดีดพิณคลอไปด้วยจึงทำให้การขับลำนำเป็นที่นิยม เล่ากันว่าโฮเมอร์ (Homer) ก็เป็นนักขับลำนำชั้นยอดคนหนึ่งของกรีก ใคร ๆ ก็รักน้ำเสียงการเล่านิทานของเขา แรกเริ่มเทวตำนานเป็นบทกลอนที่ท่องจำกันมาเป็นรุ่น ๆ ต่อมามีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เราจึงไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แต่งเทพปกรณัม บ้างก็ว่า โฮเมอร์ เป็นผู้แต่ง อีเลียด (Iliad) บ้างก็ว่าแค่รวบรวม บ้างก็ว่ากวีกรีกนาม เฮซิออด (Hesiod) แต่ง ส่วน โอวิด (Ovid) กวีโรมก็เล่าถึงเทวตำนานแต่ใช้ชื่อตัวละครต่างกัน เล่มของโอวิดจะเล่าได้พิสดารกว่าของนักเขียนคนอื่น
เทพเจ้ากรีก-โรมัน แห่งยอดเขาโอลิมปัส[แก้]
เทพโอลิมปัส[แก้]
เทพโอลิมปัส (The Olympians, Major gods) เป็นเทพที่อาศัยบนยอดเขาโอลิมปัส (Olympus) มีทั้งหมด 12 องค์
- ซุส (Zeus) เป็นราชาของบรรดาเทพเจ้าทั้งหลายและเหล่ามนุษย์บนโลก ซุสมีอาวุธเป็นอัศนีบาต
- โพไซดอน (Poseidon) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล สัญลักษณ์ของพระองค์คือ “สามง่าม” หรือ “ตรีศูล” เทพผู้เขย่าพื้นพิภพ ผู้บัลดาลให้เกิดพายุ บิดาแห่งม้า
- ดิมิเทอร์ (Demeter) เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรรม การเก็บเกี่ยว
- เฮรา (Hera) ราชินีแห่งสวรรค์ เป็นทั้งพี่สาวของซุสและเป็นภรรยาด้วย เฮร่าเป็นเทพีแห่งการให้กำเนิดทารก การสมรส สตรี สัตว์ประจำพระองค์คือนกยูง
- แอรีส (Ares) เทพแห่งสงคราม บุตรของ ซูส กับ เฮร่า สัตว์ประจำพระองค์คือเหยี่ยวและสุนัขมังกรไฟ (บางตำราว่าเป็นนกแร้ง) เทพองค์นี้มีเทพที่เป็นน้องสาวชื่อว่า อีริส เธอคือเทพีแห่งการวิวาท
- อะพอลโล (Apollo) เทพเจ้าแห่งการทำนาย กีฬา การรักษาโรคภัย การดนตรี และ เป็นเทพแห่งพระอาทิตย์ เป็นบุตรแห่ง ซูส และ เทพีเลโต (Leto) มีน้องสาวฝาแฝดชื่อ อาร์เทมิส (Artemis) อะพอลโล่มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คือ ต้นลอเรล Laurel สัตว์ศักดิ์สิทธิ์คือนกกาเหว่าและห่าน เครื่องดนตรีประจำพระองค์คือพิณ วิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์อยู่ที่เดลฟี่ (Delphi) ซึ่งที่นั่นจะมีนักบวชคอยบอกคำทำนายของพระองค์ให้แก่ประชาชนที่มาสักการบูชา
- อาร์เทมีส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ เป็นบุตรีของซูสและ เทพีเลโต เป็นน้องสาวแฝดของอะพอลโล่ พระองค์เป็นเทพีพรหมจรรย์องค์หนึ่งใน 3 องค์ ภาพที่ผู้คนเห็นอยู่เสมอๆ คือพระองค์จะถือธนูและศร มีสุนัขติดตาม สวมกระโปรงสั้น บางครั้งอาจเห็นเธออยู่บนรถศึกเทียมด้วยกวางขาว
- เฮอร์มีส (Hermes) เทพแห่งการค้า การโจรกรรม และผู้ส่งสารของเหล่าทวยเทพ เป็นบุตรของ ซูส กับ เทพธิดาไมอา เทพไททัน พระองค์มักจะปรากฏกายในลักษณะสวมหมวกขอบกว้าง สวมรองเท้ามีปีก ถือคทาที่มีงูพัน ชื่อ คะดูเซียสซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการแพทย์
- อาธีน่า (Athena) หรืออีกนามหนึ่ง มิเนอร์วา (Minerva) เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และศิลปศาสตร์ทุกแขนงของกรีกรวมถึงศิลปะการต่อสู้ด้วย ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์คือต้นมะกอก โดยเทพีอธีน่า เป็นผู้ที่มอบมะกอกให้กับมนุษย์เป็นองค์แรก ทำให้เมืองเอเธนส์ ได้ใช้ชื่อของพระองค์เป็นชื่อเมืองเพื่อเป็นเกียรติ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเธอได้แก่ นกฮูก
- อะโฟรไดต์ (Aphrodite) เทพีแห่งความรักและความงาม เป็นบุตรีของ ซูส กับ เทพีไดโอนี่ (บางตำราว่าเกิดจากฟองคลื่น) สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเธอได้แก่นกกระจอก นกนางแอ่น ห่าน และเต่า ส่วนดอกไม้และผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระนางได้แก่กุหลาบ และแอปเปิล กล่าวกันว่าพระนางเป็นเทพีผู้คุ้มครองเหล่าโสเภณีด้วย นางได้สมรสกับเฮเฟสทัส เทพแห่งการช่างที่ทีรูปร่างอัปลักษณ์ จึงได้มีสัมพันธ์ชู้สาวกับแอเรส หรือมาร์ส เทพแห่งสงคราม ต่อมาได้มีบุตรชื่อคิวปิด(อิรอส)เทพแห่งความรัก และบุตรคนเล็ก แอนติรอส เทพผู้บันดานให้เกิดความรักตอบ
- เฮเฟสตัส (Hephaestus) เทพแห่งไฟ โลหะ และการช่าง เป็นบุตรของ ซูส กับ เฮร่า (บางตำราว่าเป็นบุตรของเฮราผู้เดียว) พระองค์เป็นเทพที่พิการและอัปลักษณ์
- ไดโอนีซุส (Dionysus) เทพแห่งไวน์ การทำไวน์ และการเก็บเกี่ยวผลไม้ และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพแห่งละครอีกด้วย
เทพชั้นรอง[แก้]
เทพชั้นรอง (Minor gods) เป็นเทพที่ไม่ได้อยู่บนเขาโอลิมปัส มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งเทพเหล่านี้ต่างก็มีหน้าที่และความสำคัญต่างๆ กันไป อาทิ:
- โพรมีเธียส (โพรเมธิอัส) (Prometheus)
- อีออส (Eos) (ออโรร่า) (aurora)
- เพอซิโฟนี (perzifonee)
- ไซคี (zike)
- ธิโพรเมเธียส (Atiprometheus) เอธิโพรเมธิอัส (Atiprometis)
- เฮลิออส (Helios)
- เซเลน่า (สิลินี) (Selena)
- แพน (Pan)
- ไอริส (Iris)
- กลุ่มเทพีอิรินีอีส (The Erinyes)
- ออโรรา (Aurora)
- เนเมซิส (nemesis)
พวกอมนุษย์[แก้]
อมนุษย์ (The Immortals) ได้แก่ นางไม้ (Nymphs) ที่อยู่ตามป่า แม่น้ำ ลำธาร ถ้ำ หรือ ในทะเล หรือพวกสัตว์ประหลาดอย่างเช่น ยักษ์ตาเดียว ฯลฯ เป็นต้น เหล่าอมุนษย์ของกรีกนั้นมีมากพอ ๆ กับพวกเทพเจ้า ดังนั้นจะขอกล่าวถึงเฉพาะวีรบุรุษที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันมากเท่านั้น เช่น:
- นางไม้เอ็คโค่ (Echo)
- แซนทอร์ (Cantaurs)
- ยักษ์ไซคลอปส์ (ยักษ์ตาเดียว) (The Cyclops)
- ปีศาจฮาร์พีส์ (Harpies)
- เนดส์,ไนแอด (Naiads)
- นางพรายทะเลโอเซียนิดส์ (The Oceanids)
- นางไม้อมัลเธีย (Amalthea)
- ซาไทร์ (Satyrs)
- ปีศาจเมดูซ่า (Medusa)
- ยักษ์แอทลาส (Atlas)
พวกมนุษย์[แก้]
มนุษย์ (Mortals - Descendents of Gods) มีเชื้อสายเป็นบุตร-ธิดาของเหล่าเทพเจ้าองค์ต่าง ๆ กลุ่มนี้จะรวมทั้งเหล่าวีรบุรุษและวีรสตรีของกรีกด้วย (The Heroes and Heroines) เหล่าวีรบุรุษและวีรสตรีของกรีกนั้น มีมากพอ ๆ กับพวกเทพเจ้า ดังนั้นจะขอกล่าวถึงเฉพาะวีรบุรุษที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันมากเท่านั้น
- เฮอร์คิวลีส (Hercules) บุตรแห่งซุสเป็นผู้ที่ทำภารกิจทั้ง 12 ประการได้สำเร็จ เป็นผู้ที่มีพละกำลังมากที่สุดในกรีก นอกจากนั้นยังสร้างวีรกรรมอีกมากมาย
- โอดีสซุซ (Odysseus) เป็นวีรบุรุษในสงครามกรุงทรอย เนื่องจากเป็นผู้คิดประดิษฐ์ม้าไม้ขึ้น และยังได้ผจญภัยในที่ต่างๆ อีกถึง 20 ปี ก่อนที่จะได้กลับบ้าน
- เจสัน (Jason) เป็นหัวหน้าคณะ Argonaut ไปตามหาขนแกะทองคำ
- เพอร์ซิอุส (Perseus) บุตรแห่งซุสซึ่งมีแม่เป็นมนุษย์ เป็นผู้สังหาร เมดูซ่า, คราเคน, โครนอส ได้สำเร็จ
- เบลเลอโรฟอน (Bellerophon) เป็นผู้จับที่เพกาซัสได้แล้วขี่มันไปสังหารไคเมร่า
- ธีซีอุส (Theseus) เป็นผู้สังหาร Minotaur ได้สำเร็จ
- อตาลันต้า (Atalanta) เป็นคนแรกที่ทำให้หมูป่าคาลิโดเนียน (Caledonian) บาดเจ็บได้ และเป็นผู้สังหารเซนทอร์ ได้
- มีแลมพัส (Melampus)
- เอดิเพิส (Oedipus) ผู้ก่อโศกนาฏกรรมด้วยการฆ่าพ่อของตนเองแล้วแต่งงานกับแม่ของตนเองด้วยความไม่รู้ ในสมัยหลังชื่อของเขาถูกซิกมุนด์ ฟรอยด์ จิตแพทย์ชาวออสเตรียผู้ก่อตั้งสำนักทฤษฎีจิตวิเคราะห์ นำมาใช้เรียกปมทางจิตในเด็กชายว่า ปมปิตุฆาตหรือ ปมเอดิเพิส
- อคิลลีส (Achilles) วีรบุรุษในตำนานกรีกมหากาพย์อีเลียด สงครามกรุงทรอย เมื่อแรกเกิดมารดาของเขาได้จุ่มเขาลงไปในแม่นำสติกซ์ ทำให้เขาคงกระพันฟันแทงไม่เข้า ยกเว้นจุดเดียวคือเหนือข้อเท้าซึ่งเป็นตำแหน่งที่มารดาจับเขาจุ่มนำนั่นเอง
- เฮกเตอร์ (Hector) เป็นน้องชายของปาริสในสงครามกรุงทรอย
- โอเรสเตส (Orestes)
- แอ็ดมิทัส และ อัลเซสติส (Admetus + Alcestis)
- อีนีอัส (Aeneas)
- แคสเตอร์ และ พอลลักซ์ (Caster + Pollux)
- ซิซิฟัส (Sisyphus)
- ไมดัส (King Midas)
- แทนทาลัส (Tantalus)
- แคดมัส (Cadmus)
- แอสคลีปิอัส (Asclepius)
- ออร์ฟิอัส (Orpheus)
สมุดภาพ[แก้]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ "Volume: Hellas, Article: Greek Mythology". Encyclopaedia The Helios. 1952.
- ↑ 2.0 2.1 "Greek Mythology". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- ↑ J.M. Foley, Homer's Traditional Art, 43
- ↑ F. Graf, Greek Mythology, 200
- ↑ R. Hard, The Routledge Handbook of Greek Mythology, 1
- ↑ Miles, Classical Mythology in English Literature, 7
- ↑ 7.0 7.1 Klatt-Brazouski, Ancient Greek nad Roman Mythology, xii
- ↑ Miles, Classical Mythology in English Literature, 8
- ↑ P. Cartledge, The Spartans, 60, and The Greeks, 22
แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (กรีกและโรมัน)[แก้]
- Aeschylus, The Persians. See original text in Perseus program.
- Aeschylus, Prometheus Bound. See original text in Perseus program.
- Apollodorus, Library and Epitome. See original text in Perseus program.
- Apollonius of Rhodes, Argonautica, Book I. See original text in Sacred Texts.
- Cicero, De Divinatione. See original text in the Latin Library.
- Cicero, Tusculanae resons. See original text in the Latin Library.
- Herodotus, The Histories, I. See original text in the Sacred Texts.
- Hesiod, Works and Days. Translated into English by Hugh G. Evelyn-White.
- Homer, Iliad. See original text in Perseus program.
- Homeric Hymn to Aphrodite. Translated into English by Gregory Nagy.
- Homeric Hymn to Demeter. See original text in Perseus project.
- Homeric Hymn to Hermes. See the English translation in the Online Medieval and Classical Library.
- Ovid, Metamorphoses. See original text in the Latin Library.
- Pausanias.
- Pindar, Pythian Odes, Pythian 4: For Arcesilas of Cyrene Chariot Race 462 BC. See original text in the Perseus program.
- Plato, Apology. See original text in Perseus program.
- Plato, Theaetetus. See original text in Perseus program.
แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ[แก้]
- Ackerman, Robert (1991—Reprint edition). "Introduction". Prolegomena to the Study of Greek Religion by Jane Ellen Harrison. Princeton University Press. ISBN 0-691-01514-7.
- Albala Ken G, Johnson Claudia Durst, Johnson Vernon E. (2000). "Origin of Mythology". Understanding the Odyssey. Courier Dover Publications. ISBN 0-486-41107-9.
- Algra, Keimpe (1999). "The Beginnings of Cosmology". The Cambridge Companion to Early Greek Philosophy. Cambridge University Press. ISBN 0-521-44667-8.
- Allen, Douglas (1978). "Early Methological Approaches". Structure & Creativity in Religion: Hermeneutics in Mircea Eliade's Phenomenology and New Directions. Walter de Gruyter. ISBN 90-279-7594-9.
- "Argonaut". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- Betegh, Gábor (2004). "The Interpretation of the poet". The Derveni Papyrus. Cambridge University Press. ISBN 0-521-80108-7.
- Bonnefoy, Yves (1992). "Kinship Structures in Greek Heroic Dynasty". Greek and Egyptian Mythologies. University of Chicago Press. ISBN 0-226-06454-9.
- Bulfinch, Thomas (2003). "Greek Mythology and Homer". Bulfinch's Greek and Roman Mythology. Greenwood Press. ISBN 0-313-30881-0.
- Burkert, Walter (2002). "Prehistory and the Minoan Mycenaen Era". Greek Religion: Archaic and Classical (translated by John Raffan). Blackwell Publishing. ISBN 0-631-15624-0.
- Burn, Lucilla (1990). Greek Myths. University of Texas Press. ISBN 0-292-72748-8.
- Bushnell, Rebecca W. (2005). "Helicocentric Stoicism in the Saturnalia: The Egyptian Apollo". Medieval A Companion to Tragedy. Blackwell Publishing. ISBN 1-4051-0735-9.
- Chance, Jane (1994). "Helicocentric Stoicism in the Saturnalia: The Egyptian Apollo". Medieval Mythography. University Press of Florida. ISBN 0-8130-1256-2.
- Caldwell, Richard (1990). "The Psychoanalytic Interpretation of Greek Myth". Approaches to Greek Myth. Johns Hopkins University Press. ISBN 0-8018-3864-9.
- Calimach, Andrew (2002). "The Cultural Background". Lovers' Legends: The Gay Greek Myths. Haiduk Press. ISBN 0-9714686-0-5.
- Cartledge, Paul A. (2002). "Inventing the Past: History v. Myth". The Greeks. Oxford University Press. ISBN 0-19-280388-3.
- Cartledge, Paul A. (2004). The Spartans (translated in Greek). Livanis. ISBN 960-14-0843-6.
- Cashford, Jules (2003). "Introduction". The Homeric Hymns. Penguin Classics. ISBN 0-14-043782-7.
- Dowden, Ken (1992). "Myth and Mythology". The Uses of Greek Mythology. Routledge (UK). ISBN 0-415-06135-0.
- Dunlop, John (1842). "Romances of Chivalry". The History of Fiction. Carey and Hart. ISBN 1149403381.
- Edmunds, Lowell (1980). "Comparative Approaches". Approaches to Greek Myth. Johns Hopkins University Press. ISBN 0-8018-3864-9.
- "Euhemerus". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- Foley, John Miles (1999). "Homeric and South Slavic Epic". Homer's Traditional Art. Penn State Press. ISBN 0-271-01870-4.
- Gale, Monica R. (1994). "The Cultural Background". Myth and Poetry in Lucretius. Cambridge University Press. ISBN 0-521-45135-3.
- "Greek Mythology". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- "Greek Religion". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- Griffin, Jasper (1986). "Greek Myth and Hesiod". The Oxford Illustrated History of Greece and the Hellenistic World edited by John Boardman, Jasper Griffin and Oswyn Murray. Oxford University Press. ISBN 0-19-285438-0.
- Grimal, Pierre (1986). "Argonauts". The Dictionary of Classical Mythology. Blackwell Publishing. ISBN 0-631-20102-5.
- Hacklin, Joseph (1994). "The Mythology of Persia". Asiatic Mythology. Asian Educational Services. ISBN 81-206-0920-4.
- Hanson, Victor Davis; Heath, John (1999). Who Killed Homer (translated in Greek by Rena Karakatsani). Kaktos. ISBN 960-352-545-6.
- Hard, Robin (2003). "Sources of Greek Myth". The Routledge Handbook of Greek Mythology: based on H. J. Rose's "A Handbook of Greek mythology". Routledge (UK). ISBN 0-415-18636-6.
- "Heracles". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- Jung Carl Gustav, Kerényi Karl (2001—Reprint edition). "Prolegomena". Essays on a Science of Mythology. Princeton University Press. ISBN 0-691-01756-5.
- Jung, C.J. (2002). "Troy in Latin and French Joseph of Exeter's "Ylias" and Benoît de Sainte-Maure's "Roman de Troie"". Science of Mythology. Routledge (UK). ISBN 0-415-26742-0.
- Kelly, Douglas (2003). "Sources of Greek Myth". An Outline of Greek and Roman Mythology. Douglas Kelly. ISBN 0-415-18636-6.
- Kelsey, Francis W. (1889). A Handbook of Greek Mythology. Allyn and Bacon.
- Kirk, Geoffrey Stephen (1973). "The Thematic Simplicity of the Myths". Myth: Its Meaning and Functions in Ancient and Other Cultures. University of California Press. ISBN 0-520-02389-7.
- Kirk, Geoffrey Stephen (1974). The Nature of Greek Myths. Harmondsworth: Penguin. ISBN 0-14-021783-5.
- Klatt J. Mary, Brazouski Antoinette (1994). "Preface". Children's Books on Ancient Greek and Roman Mythology: An Annotated Bibliography. Greenwood Press. ISBN 0-313-28973-5.
- Lexicon Iconographicum Mythologiae Classicae. Artemis-Verlag. 1981–1999.
- Miles, Geoffrey (1999). "The Myth-kitty". Classical Mythology in English Literature: A Critical Anthology. University of Illinois Press. ISBN 0-415-14754-9.
- Morris, Ian (2000). Archaeology As Cultural History. Blackwell Publishing. ISBN 0-631-19602-1.
- "myth". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- Nagy, Gregory (1992). "The Hellenization of the Indo-European Poetics". Greek Mythology and Poetics. Cornell University Press. ISBN 0-8014-8048-5.
- Nilsson, Martin P. (1940). "The Religion of Eleusis". Greek Popular Religion. Columbia University Press.
- North John A., Beard Mary, Price Simon R.F. (1998). "The Religions of Imperial Rome". Classical Mythology in English Literature: A Critical Anthology. Cambridge University Press. ISBN 0-521-31682-0.
- Papadopoulou, Thalia (2005). "Introduction". Heracles and Euripidean Tragedy. Cambridge University Press. ISBN 0-521-85126-2.
- Percy, William Armostrong III (1999). "The Institutionalization of Pederasty". Pederasty and Pedagogy in Archaic Greece. Routledge (UK). ISBN 0-252-06740-1.
- Poleman, Horace I. (March 1943). "Review of "Ouranos-Varuna. Etude de mythologie comparee indo-europeenne by Georges Dumezil"". "Journal of the American Oriental Society" (American Oriental Society) 63 (1): 78–79. JSTOR 594160.
- Reinhold, Meyer (October 20, 1970). "The Generation Gap in Antiquity". "Proceedings of the American Philosophical Society" (American Philosophical Society) 114 (5): 347–365. JSTOR 985800.
- Rose, Herbert Jennings (1991). A Handbook of Greek Mythology. Routledge (UK). ISBN 0-415-04601-7.
- Segal, Robert A. (1991). "A Greek Eternal Child". Myth and the Polis edited by Dora Carlisky Pozzi, John Moore Wickersham. Cornell University Press. ISBN 0-8014-2473-9.
- Segal, Robert A. (April 4, 1990). "The Romantic Appeal of Joseph Campbell". "Christian Century" (Christian Century Foundation).
- Segal, Robert A. (1999). "Jung on Mythology". Theorizing about Myth. Univ of Massachusetts Press. ISBN 1-55849-191-0.
- Stoll, Heinrich Wilhelm (translated by R. B. Paul) (1852). Handbook of the religion and mythology of the Greeks. Francis and John Rivington.
- Trobe, Kala (2001). "Dionysus". Invoke the Gods. Llewellyn Worldwide. ISBN 0-7387-0096-7.
- "Trojan War". Encyclopaedia The Helios. 1952.
- "Troy". Encyclopaedia Britannica. 2002.
- "Volume: Hellas, Article: Greek Mythology". Encyclopaedia The Helios. 1952.
- Walsh, Patrick Gerald (1998). "Liberating Appearance in Mythic Content". The Nature of the Gods. Oxford University Press. ISBN 0-19-282511-9.
- Weaver, John B. (1998). "Introduction". The Plots of Epiphany. Walter de Gruyter. ISBN 3-11-018266-1.
- Winterbourne, Anthony (2004). "Spinning and Weaving Fate". When the Norns Have Spoken. Fairleigh Dickinson University Press. ISBN 0-8386-4048-6.
- Wood, Michael (1998). "The Coming of the Greeks". In Search of the Trojan War. University of California Press. ISBN 0-520-21599-0.
หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]
- Gantz, Timothy (1993). Early Greek Myth: A Guide to Literary and Artistic Sources. Johns Hopkins University Press. ISBN 0-8018-4410-X.
- Graves, Robert (1955—Cmb/Rep edition 1993). The Greek Myths. Penguin (Non-Classics). ISBN 0-14-017199-1.
- Hamilton, Edith (1942—New edition 1998). Mythology. Back Bay Books. ISBN 0-316-34151-7.
- Kerenyi, Karl (1951—Reissue edition 1980). The Gods of the Greeks. Thames & Hudson. ISBN 0-500-27048-1.
- Kerenyi, Karl (1959—Reissue edition 1978). The Heroes of the Greeks. Thames & Hudson. ISBN 0-500-27049-X.
- Morford M.P.O., Lenardon L.J. (2006). Classical Mythology. Oxford University Press. ISBN 0-19-530805-0.
- Powell, Barry (2008 —6th edition). Classical Myth. Prentice-Hall. ISBN 978-0-13-606171-7.
- Powell, Barry (2001). A Short Introduction to Classical Myth. Prentice-Hall. ISBN 978-0-13-025839-7.
- Ruck Carl, Staples Blaise Daniel (1994). The World of Classical Myth. Carolina Academic Press. ISBN 0-89089-575-9.
- Smith, William (1870), Dictionary of Greek and Roman Biography and Mythology.
- Veyne, Paul (1988). Did the Greeks Believe in Their Myths? An Essay on Constitutive Imagination. (translated by Paula Wissing). University of Chicago. ISBN 0-226-85434-5.
- Woodward, Roger D. (editor) (2007). The Cambridge Companion to Greek Mythology. Cambridge ; New York: Cambridge University Press. ISBN 0-521-84520-3.
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
- Library of Classical Mythology Texts translations of works of classical literature
- LIMC-France provides databases dedicated to Graeco-Roman mythology and its iconography.
- Theoi Project, Guide to Greek Mythology biographies of characters from myth with quotes from original sources and images from classical art
- Martin P. Nilsson, The Mycenaean Origin of Greek Mythology, on Google books
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||