นัตโต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นัตโตบนข้าว

นัตโต (ญี่ปุ่น: 納豆 (なっとう) nattō ?) เป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น ทำจากถั่วเหลือง หมักด้วยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis สายพันธุ์ natto นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า นัตโตอุดมไปด้วยโปรตีน เช่นเดียวกับมิโซะ ทำให้เป็นแหล่งโภชนาการที่สำคัญของญี่ปุ่นมาช้านานและคุณค่าทางโปรตีนที่สูงทำให้สามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ แต่เนื่องจากนัตโตมีกลิ่นแรงและมีลักษณะเป็นเมือกซึ่งเกิดจากการย่อยโปรตีนระหว่างการหมัก ดังนั้นจึงทำให้มีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ ในญี่ปุ่นนิยมรับประทานกันในแถบภาคตะวันออก เช่น คันโต โทโฮะกุและฮกไกโด[1]

นัตโต ปรุงแต่งด้วยต้นหอม มัสตาร์ด

ขั้นตอนการทำ[แก้]

นำถั่วเหลืองไปแช่น้ำค้างคืนแล้วเอาเปลือกออก จากนั้นนำไปนึ่งแล้วใส่เชื้อ Bacillus sp. หมักที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 20 ชั่วโมง จากนั้นทำให้เย็นจนถึงอุณหภูมิปกติ การใส่เชื้อที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส จะช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำไปใส่ภาชนะหรือฟางข้าวห่อ จากนั้นนำไปบ่ม

การรับประทาน[แก้]

การรับประทานนัตโตนั้นจะแตกต่างกันในแต่ละคน โดยส่วนใหญ่แล้วจะรับประทานร่วมกับการผสมกับโชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) ต้นหอมซอย หัวไชเท้าฝอย ไข่ดิบ หรืออาจจะนำไปประกอบอาหาร เช่น ข้าวผัดนัตโต ราเม็งนัตโต ซูชินัตโต แซนวิชนัตโต เป็นต้น

ประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหาร[แก้]

นัตโตเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน โปรไบโอติกส์ วิตามินบี 12 และสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ และลดโอกาสเส้นเลือดในสมองแตกได้

ถั่วเหลืองหมักรวมทั้งนัตโตมี vitamin PQQ ซึ่งจำเป็นสำหรับผิวหนัง[2] โดย PQQ ในเนื้อเยื่อของมนุษย์ส่วนใหญ่ได้มาจากอาหาร นอกจากนั้นยังมี polyamine ซึ่งกดปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันที่มากเกินไป โดยนัตโตมีมากกว่าอาหารอื่น ๆ[3]

นัตโตมีสารเคมีที่มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น daidzein, genistein, isoflavone, phytoestrogen และธาตุอาหาร เช่น ซีลีเนียม ซึ่ง ส่วนใหญ่สารเหล่านี้ พบในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองหมักอื่นๆด้วย และการออกฤทธิ์ยังไม่ชัดเจน มีรายงานว่านัตโตมีผลทำให้คอเลสเทอรอลลดระดับลงเช่นกัน[4]

ในกองทัพเรือญี่ปุ่น ใช้นัตโตเป็นยาป้องกันโรคบิคในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2[5] บางครั้งใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Shurtleff, W.; Aoyagi, A. 2012. "History of Natto and Its Relatives (1405-2012)." Lafayette, California: Soyinfo Center. 657 pp. (1,934 references; 136 photos and illustrations).
  2. T Kumazawa, K Sato, H Seno, A Ishii, O Suzuki (April 1, 1995). "Levels of pyrroloquinoline quinone in various foods". Biochem. J. 307 (Pt 2): 331–333. PMC 1136652. PMID 7733865. 
  3. Kuniyasu Soda, Yoshihiko Kano, Takeshi Nakamura, Keizo Kasono, Masanobu Kawakami and Fumio Konishi (July 2005). "Spermine, a natural polyamine, suppresses LFA-1 expression on human lymphocyte". The Journal of Immunology. 175 (1): 237–45. PMID 15972654. 
  4. National Cardiovascular Center (Suita, Osaka, Japan) HuBit genomix, Inc. (Chiyoda-ku, Tokyo, Japan; President and CEO: Go Ichien) NTT DATA Corporation (Koto-ku, Tokyo, Japan; President and CEO: Tomokazu Hamaguchi) Municipality of Arita, Saga Prefecture, Japan (Mayor: Masata Iwanaga) (April 2006). "Examining the Effects of Natto (fermented soybean) Consumption on Lifestyle-Related Diseases". สืบค้นเมื่อ 2007-03-19.  [ลิงก์เสีย]
  5. 有馬玄 (1937). "納豆菌ト赤痢菌トノ拮抗作用ニ関スル実験的研究(第2報)動物体内ニ於ケル納豆菌と志賀菌トノ拮抗作用". 海軍軍医誌 26: 398–419. 
  6. "ドットわんフリーズドライ納豆". สืบค้นเมื่อ 2007-03-20.