ขบวนการนักสู้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สัญลักษณ์ของขบวนการนักสู้ หรือ ซูเปอร์เซนไท

ขบวนการนักสู้ หรือ ซูเปอร์เซนไท (ญี่ปุ่น: スーパー戦隊 Sūpā Sentai ?) ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งตรงกับคำว่า ขบวนการ ในภาษาไทยนั่นเอง ได้ริเริ่มขึ้นโดยผลงานการเขียนของ อ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ (คนเดียวกันกับที่ให้กำเนิด คาเมนไรเดอร์) คำว่า "ซูเปอร์เซนไท" นี้จะกล่าวถึงเฉพาะภาพยนตร์ที่สร้างโดยบริษัท โตเอะ และสปอนเชอร์หลัก บันได ซึ่งเป็นสปอนเชอร์เดียวกันกับ คาเมนไรเดอร์(มาสค์ไรเดอร์ ซีรีส์)และ เมทัลฮีโร่(ซีรีส์ตำรวจอวกาศ)แพร่ภาพโดย บริษัททีวีอาซาฮี

ภาพยนตร์ซูเปอร์เซนไท ในแต่ละเรื่องนั้นเรื่องราวจะไม่ติดต่อกัน เพราะเหตุการณ์ในแต่ละเรื่องนั้นถูกกำหนดให้เกิดจากอสูรที่แตกต่างกัน และฉายปีต่อปี ยกเว้นขบวนการครั้งแรกคือ Himitsu Sentai Goranger ที่ฉายถึง 2 ปี แต่ในยุคต่อ ๆ มา จะมีการทำ Crossover ขึ้นปีต่อปี เพื่อทำเป็นตอนพิเศษขึ้น ซึ่งขบวนการแรกที่มีการ Crossover คือ Himitsu Sentai Goranger และ JAKQ Dengekitai หลังจากนั้นก็ไม่มีการ Crossover อีก จนกระทั่งมี Ninja Sentai Kakuranger และ Chouriki Sentai Ohranger ขึ้น ซึ่งต่อมาจึงมีการทำ Crossover ทุกปี ณ ปัจจุบันนี้ มีขบวนการนักสู้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว 37 ขบวนการด้วยกัน[ต้องการอ้างอิง]

ส่วนประกอบ[แก้]

เนื้อหาของภาพยนตร์มักจะกล่าวถึงกลุ่มวัยรุ่น 5 คน ที่ได้รับพลังวิเศษซึ่งมาจากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป(ขึ้นอยู่กับการกำหนดของเนื้องเรื่องในภาพยนตร์) ใช้วิชาการต่อสู้ในหลากหลายรูปแบบต่างกันมารวมพลังกันเพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายที่หวังจะครองโลก โดยเหล่าร้ายมักจะแสดงออกมาในรูปของปิศาจ หรืออสูรกายที่มาจากที่ต่าง ๆ ทั้งในโลกหรือต่างมิติหรือภายในโลกเอง

ลักษณะโดยทั่วไปของขบวนการนักสู้ ในแต่ละเรื่อง ตัวละครหลักประกอบไปด้วยเหล่านักสู้ที่ปกติเป็นคนธรรมดา แต่สามารถแปลงร่างได้เพื่อมาต่อสู้กับเหล่าอธรรม ในการแปลงร่างจะมีเครื่องแบบห้าสีจะน้อย หรือ มากกว่า 5 สี ย่อมได้ ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีเขียว และสีชมพู โดยที่หัวหน้าทีมมักจะเป็นสีแดง (แม้บางเรื่องจะมีสีอื่นเป็นหัวหน้าทีมก็ตาม) และสมาชิกผู้หญิง มักจะเป็นสีชมพูโดยส่วนใหญ่ (บางเรื่องจะเป็นสีอื่น เช่น สีน้ำเงิน สีฟ้า สีเหลือง เป็นต้น) ตัวปิศาจจะพ่ายแพ้ในตอนจบเสมอเช่นกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับขบวนการ Super Sentai คือหุ่นยนต์ยักษ์ ซึ่งขบวนการแรกที่มีการนำเอาหุ่นยนต์ยักษ์มาใช้คือ Battle Fever J (ส่วนสองขบวนการแรก คือ Himitsu Sentai Goranger และ JAKQ Dengekitai นั้นใช้เพียงยานรบในการต่อสู้เท่านั้น) นับเป็นสีสันที่ขาดไม่ได้สำหรับหนัง Super Sentai ในยุคแรกๆ นั้นจะเป็นยานรบขนาดยักษ์ที่สามารถกลายร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ ต่อมาจึงมีการนำเอายานรบประจำตัวของแต่ละคนมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นหุ่นยนต์ยักษ์เพื่อใช้ในการต่อสู้กับอสูรกายที่สามารถขยายร่างได้

กลุ่มเป้าหมาย[แก้]

มีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มครอบครัว เนื้อหาภายในเรื่องจะเน้นฉากต่อสู้ที่ใช้ Special Effect และการโชว์แอคชั่นของบรรดาฮีโร่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลัก ของหนัง Super Sentai อย่างไรก็ดีแม้ว่าเนื้อหาของหนังประเภทนี้จะถูกผู้ใหญ่ในเมืองไทยมองว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ หรือสร้างหนังมาเพื่อหลอกเด็กก็ตาม แต่ว่าในทุกเรื่องของหนัง Super Sentai นั้น จะเน้นให้เป็นถึงความกล้าหาญ และช่วยเหลือผู้อื่น และผู้ใหญ่ในญี่ปุ่นเองก็ไม่เคยที่จะห้ามไม่ให้ลูกหลานของเขาดูหนังประเภทนี้ และพ่อแม่บางคนถึงกับนั่งดูกับลูก และมีอารมณ์ร่วมได้ด้วยทีเดียว

ขบวนการนักสู้[แก้]

ปีที่ฉาย ชื่อเรื่อง รายละเอียด
ค.ศ. 1975-76[1]
秘密戦隊ゴレンジャー
Himitsu Sentai Goranger
ขบวนการนักสู้ขบวนการแรก ทีมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการต่อสู้กับกลุ่มปีศาจก่อการร้าย มีชื่อเรื่องภาษาไทยว่า ขบวนการ 5 พลัง
ค.ศ. 1977-78[2] ジャッカー電撃隊
JAKQ Dengekitai
ไม่ได้เข้าฉายในไทย
ขบวนการลำดับที่สอง เปิดตัวมามีเพียง 4 คน ประกอบด้วย Spade Ace, Diamond Jack, Heart Queen, Clover King เท่านั้น ต่อมามีสมาชิกใหม่เข้ามาในทีม และเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมแทน Joker นั่นคือ Big One
ค.ศ. 1979 バトルフィーバーJ
Battle Fever J
ขบวนการที่ตั้งขึ้นโดยใช้สีของธงชาติ แต่ละชาติ มาเป็นสีประจำตัว แดง - ญี่ปุ่น (Battle Japan), เขียว - เคนยา (Battle Kenya), น้ำเงิน - ฝรั่งเศส (Battle France), ส้ม - รัสเซีย (Battle Cossack), ชมพู - อเมริกา (Miss America) และเป็นขบวนการแรกที่มีการนำเอาหุ่นยนต์ยักษ์มาใช้ในการต่อสู้ แต่ยังไม่มีการแปลงร่างของหุ่นยนต์

และเป็นครั้งแรก ที่นำสีส้ม มาแทนสีเหลือง แต่เนื่องจากสีส้มไม่เป็นที่นิยมจึงนำสีเหลืองกลับมาอีกครั้งในเรื่องต่อๆมา และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกัน ที่มีการเปลี่ยนตัวนักรบ มากที่สุดในบรรดา ซูเปอร์เซนไท มีชื่อเรื่องภาษาไทยว่า ขบวนการเรนเจอร์ เจ

ค.ศ. 1980 電子戦隊デンジマン
Denshi Sentai Denjiman
เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบของชุดที่ใช้ในการแสดง โดยเปลี่ยนจาก Bug eye (แว่นตาที่เจาะรูเล็กๆ เพื่อให้มองเห็น) มาเป็น แว่นสกี (แบบที่ใช้กันมาจนปัจจุบัน) และเริ่มมีการเพิ่มสีสันให้ฉากต่อสู้ในเรื่องโดยมีการแปลงร่างของหุ่นยนต์ จากยานรบ เป็นหุ่นยักษ์
ค.ศ. 1981 太陽戦隊サンバルカン
Taiyou Sentai Sunvulcan
ครั้งแรกที่ขบวนการห้าสี มีเพียง 3 คนเท่านั้น คือ อีเกิ้ล, ชาร์ค, แพนเธอร์ และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับทหาร และกองทัพ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนตัวแสดงสีแดง ระหว่างออกอากาศด้วย โดยแต่งเรื่องเพิ่มให้สีแดงคนเดิมต้องไปช่วยงานที่อเมริกา ต้องมีคนใหม่มาแทน
ค.ศ. 1982 大戦隊ゴーグルV
Dai Sentai Goggle V
Theme ของขบวนการนี้เน้นไปที่อัญมณีที่ประดับบนหน้ากาก ทำให้ดูหรูหรา การต่อสู้ใช้ยิมนาสติกลีลาประกอบอุปกรณ์ ซึ่งจัดเป็นกีฬาชนิดใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ในช่วงที่เรื่องนี้เข้ามาฉายในไทยเป็นครั้งแรกนั้น ก็เป็นการแสดงถึงศักยภาพของนักพากย์ไทย คือ คุณนิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ หรือ น้าต๋อย เซมเบ้ ของเด็กๆ ที่สามารถพากย์เสียงของ โกกุลเรด และ โกกุลแบล็ก ได้พร้อมๆ กัน (ซึ่งปรากฏการณ์นี้ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ในช่วงที่น้าต๋อยพากย์เสียงซุน โกคู และฟรีซเซอร์ ในการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล)
ค.ศ. 1983 科学戦隊ダイナマン
Kagaku Sentai Dynaman
ศจ.ยูเมโนะ ได้ล่วงรู้ถึงการมาเยือนของเผ่ามนุษย์มีหาง ซึ่งเป็นชนเผ่าในอดีตที่คืนชีพมาทำลายโลกอีกครั้ง ศจ.ยูเมโนะจึงได้ค้นหาหนุ่มสาวทั้ง 5 คน เพื่อมาเป็นไดน่าแมน ปกป้องโลกให้พ้นภัยจากเผ่ามนุษย์มีหาง
ค.ศ. 1984 超電子バイオマン
Choudenshi Bioman
จากการสงครามอวกาศทำให้ดาวไบโอเกิดระเบิด และทำให้ยานไบโอดราก้อนและพีโบ หุ่นยนต์ตัวแทนจากดาวไบโอ ต้องหลบหนีมายังที่โลกมนุษย์ และหลับใหลเป็นเวลานาน เมื่อเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับโลกมนุษย์ พีโบ จึงตื่นขึ้นและค้นหาหนุ่มสาวที่มีพลังไบโอ และทำการต่อสู้กับจักรวรรดิเกียร์ ที่หมายจะเปลี่ยนโลกมนุษย์เป็นโลกจักรกล และนักฆ่าสีเงิน ซิลเวอร์ นักฆ่าที่สังหารดวงดาวไปหลายดวง เพื่อให้โลกได้รอดพ้นจากความชั่วร้าย
ค.ศ. 1985 電撃戦隊チェンジマン
Dengeki Sentai Changeman
จากการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว ทำให้กองทัพโลกจึงต้องเปิดโครงการเฟ้นหามนุษย์ที่สามารถใช้พลังของสัตว์นิยายในตำนาน โดยผ่านทาง การเกณฑ์ทหาร แต่ด้วยการฝึกที่โหดเกินรับได้ ทำให้มีหลายคนถอดใจและโครงการเฟ้นหานักรบต้องล่มกลางคัน และประจวบเหมาะกับที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลกพอดี ทำให้เกิดนักรบพลังสัตว์นิยายในตำนาน ถึง 5 คนด้วยกัน ตัวแทนแห่ง มังกร, กริฟฟิน, เปกาซัส, นางเงือก และ หงส์ ได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้แล้ว
ค.ศ. 1986 超新星フラッシュマン
Choushinsei Flashman
เรื่องราวของเด็ก 5 คนที่ถูกลักพาตัวไปจากโลกมนุษย์ตั้งแต่แบเบาะ เวลาผ่านไป 20 ปี พวกเขากลับมายังโลกอีกครั้งเพื่อตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเอง แต่ได้มาพบกับกลุ่มปิศาจที่คิดจะมายึดครองโลก แต่ด้วยผลจากการที่พวกเขาเติบโตในสภาวะที่ต่างจากโลกโดยสิ้นเชิง ทำให้ร่างการของพวกเขาเกิดการต่อต้าน และสามารถอยู่บนโลกได้เพียง 1 ปี เท่านั้น ซึ่งเป็นผลกระทบจาก Anti Flash Phenomenon และยังเป็นขบวนการแรกอีกด้วยที่มีหุ่นยนต์ยักษ์ ถึง 2 ตัวด้วยกัน
ค.ศ. 1987 光戦隊マスクマン
Hikari Sentai Maskman
ขบวนการที่เน้นการใช้พลังพิเศษในการต่อสู้ ที่เรียกว่า พลังออร่า ภายใต้การนำของหัวหน้าหน่วยซิงาตะ แต่ละคนใช้ศิลปะการต่อสู้ต่างกันไป และเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งของหุ่นยนต์ยักษ์ โดยเป็นการประกอบร่างกันของยานรบประจำตัวของนักสู้แต่ละคน 5 ลำ ซึ่งนับเป็นขบวนการแรก และเป็นขบวนการแรกที่มีปืนบาซูก้าถึง 2 ลำ ด้วยกัน รวมไปถึง การปรากฏตัวของนักรบคนที่ 6 (ถึงแม้จะปรากฏตัวแค่ครั้งเดียว ก็ตาม)
ค.ศ. 1988 超獣戦隊ライブマン
Choujuu Sentai Liveman
อีกครั้งกับการฟอร์มทีม 3 คน กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ที่เพิ่งจะจบการศึกษา แต่ทว่า ในกลุ่มเพื่อนที่จบการศึกษานั้นกลับไปร่วมมือกันเพื่อจะครองโลก โดยสังหารเพื่อนสนิทของเหล่าไลฟ์แมนไป 2 คน และพวกเขาทั้งสามได้ค้มพบความลับบางอย่างของมหาวิทยาลัยที่พวกเขาเรียนอยู่นั้น และได้พบกับ โครอน หุ่นแอนดรอยที่คอยช่วยเหลือพวกเขาให้เป็นไลฟ์แมน ตอนช่วงหลังของเนื้อเรื่องมีการปรากฏตัวของสมาชิกอีก 2 คน ซึ่งเป็นน้องของเพื่อนที่โดนสังหารไปในตอนแรกนั่นเอง และเป็นครั้งแรกที่มีการรวมร่างกันระหว่างหุ่นยนต์ยักษ์ 2 ตัว
ค.ศ. 1989 高速戦隊ターボレンジャー
Kousoku Sentai Turboranger
นักเรียนมัธยมปลายธรรมดา 5 คนที่สามารถได้ยินเสียงของภูติน้อย ชิรอน และได้พบด็อกเตอร์ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับพลังของภูติที่คอยปกปักษ์รักษาโลก และได้มอบเครื่องมือในการแปลงร่างให้กับทั้ง 5 เพื่อใช้ต่อสู้กับมารร้อยเผ่า ในเรื่องนี้นอกจากจะมีการรวมร่างกันระหว่างหุ่นยนต์ยักษ์ 2 เครื่องแล้ว ยังมีการรวมร่างกับฐานทัพ กลายเป็นหุ่นยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม และมีพลังในการทำลายเพิ่มขึ้นอีกมาก
ค.ศ. 1990 地球戦隊ファイブマン
Chikyuu Sentai Fiveman
เข้าฉายไทยในชื่อ ขบวนการไฟว์แมนแต่ในรูปแบบVDO กลับใช้ชื่อว่า ขบวนการสกายเรนเจอร์ แทน
พี่น้องตระกูล โฮชิคาว่า 5 คน ที่พ่อแม่เป็นนักวิทยาศาสตร์ และถูกพวกปิศาจนาม ราชินีเมโด้ สังหาร แต่ก่อนที่พ่อแม่ของทั้ง 5 จะสิ้นใจ ได้มอบหมายให้หุ่นยนต์ผู้ช่วย ชื่อ อาเธอร์ (ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า อาสะ) นำทั้ง 5 กลับมาที่โลกและดูแลจนทั้ง 5 เติบโตขึ้นมาเป็นอาจารย์ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใครๆ ต่างเรียกพวกเขาว่า "ครอบครัวคุณครู" จนกระทั่งวันหนึ่ง ราชินีเมโด้ ได้หมายตาโลก ทั้ง 5 จึงลุกขึ้นเพื่อปกป้องโลกและแก้แค้นให้พ่อแม่
ค.ศ. 1991 鳥人戦隊ジェットマン
Choujin Sentai Jetman
เข้าฉายในไทย ในชื่อว่า วิหคสายฟ้า เจ็ทแมน และ ขบวนการมนุษย์วิหค (ชื่อแรกเป็นการฉายทางทีวี ส่วนชื่อหลังเป็นชื่อที่ใช้ใน VDO)
เป็นภาพยนตร์ชุด Super Sentai ที่ค่อนข้างแต่ต่างจากยุคที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ได้รวมตัวกันเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายของมนุษย์ เพื่อต่อสู้กับเหล่าร้าย ไบร้ม อย่างลับๆ แต่ว่าเหล่าไบรัมรับรู้เรื่องนี้และได้บุกทำลายห้องทดลองในอวกาศของเหล่านักวิทยาศาสตร์ ทำให้หน่วยที่จะเข้าอาบ รังสีเบิร์ดนิกส์ เสียชีวิตหมด เหลือเพียง ริว หัวหน้าทีมที่อาบรังสีแล้ว ส่วนรังสีเบิร์ดนิกส์ที่เหลือก็พุ่งตรงสู่พื้นโลก ไปยังมนุษย์อีก 4 คน ซึ่งเป็นที่มาของความวุ่นวายในทีม นับเป็นเรื่องแรกที่จำเรื่องออกมาค่อนข้างเป็นดราม่า มีความแตกแยกในทีม ไม่เหมือนกับเรื่องก่อนๆ ที่เน้นความสามัคคี และยังเป็นขบวนการแรกที่มีหุ่นยนต์ยักษ์ถึง 3 ตัวด้วยกัน
ค.ศ. 1992 恐竜戦隊ジュウレンジャー
Kyoryuu Sentai Zyuranger
นางมาร "บันโดร่า" ถูกปลดปล่อยโดยบังเอิญ โดยคณะสำรวจอวกาศ นางจึงกลับมายังโลกเพื่อล้างแค้น "บาซ่า" และชาวโลกที่ทำให้นางถูกจองจำ บาซ่าจึงปลุกนักรบในตำนานทั้ง 5 ที่เคยต่อสู้กับนางในอดีตให้ตื่นขึ้น นักสู้ทั้ง 5 มีสัญลักษณ์ประจำตัว เป็นไดโนเสาร์ 5 ชนิด และเป็นครั้งที่2 ที่มีการปรากฏตัวของนักสู้คนที่ 6 จนเป็นมาตรฐานเซนไทในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการเริ่มต้น ของภาพยนตร์ชุด Power Ranger ในอเมริกาอีกด้วย
ค.ศ. 1993 五星戦隊ダイレンジャー
Gosei Sentai Dairanger
เหล่ามารโกม่าต้องการจะครอบครองโลกนี้ เพื่อให้เป็นโลกของโกม่า แต่ว่าเหล่าหนุ่มสาว 5 คน ได้ลุกขึ้นสู้โดยใช้วิชาการต่อสู้ของจีน แต่แล้วพวกเขาก็ได้พบความจริงว่า โกม่าคือความชั่วที่จะอยู่คู่กับความดีตลอดกาล พวกเขาทำได้เพียงควบคุมไม่ให้พวกมันออกมาอีกเท่านั้น ในตอบจบได้เห็นการต่อสู้ของไดเรนเจอร์ในรุ่นหลานของพวกเขาอีกด้วย
ค.ศ. 1994 忍者戦隊カクレンジャー
Ninja Sentai Kakuranger
ลูกหลานนินจาในตำนาน ได้ทำการต่อสู้กับศัตรูของบรรพบุรษด้วยวิชานินจาอันหลากหลาย โดยการนำทีมของซึรุฮิเมะ ผู้นำทีมหญิงคนแรกของซูเปอร์เซนไท
ค.ศ. 1995 超力戦隊オーレンジャー
Chouriki Sentai Ohranger
ในปีค.ศ. 1999 อาณาจักรจักรกลบารานอยด์รุกรานโลกโดยต้องการให้โลกเป็นโลกที่เครื่องจักรเป็นผู้ปกครองมนุษย์ แต่ว่ามีคนที่รู้เรื่องนี้ก่อนและก่อตั้งองค์กร U.A.O.H. ขึ้นอย่างลับๆ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์นี้ โดยอาศัยพลังจากสิ่งที่เรียกว่าพลังมหัศจรรย์ในการต่อสู้ และเป็นจุดเริ่มต้นของการ Crossover กับนักสู้ในเรื่องก่อน หลังจากไม่มีการทำ Crossover นับตั้งแต่จบเรื่อง JAKQ Dengekitai หลังจากเรื่องนี้ก็มีการ Crossover กันในทุกเรื่อง
ค.ศ. 1996 激走戦隊カーレンジャー
Gekisou Sentai Carranger
เข้าฉายในไทย ในชื่อว่า ขบวนการ เทอร์โบเรนเจอร์ ซึ่งไปซ้ำกับของเก่า และคาดว่าน่าจะเป็นการเอาใจ BANDAI อเมริกา มากกว่า
ดัมพ์ มนุษย์ดาวฮาซาร์ด ได้หนีมายังโลกมนุษย์เพื่อตามหานักรบในตำนานทั้ง 5 คน เพื่อมาปกป้องจักรวาลจากพวกโบซอค แก๊งค์ซิ่งอวกาศ ซึ่งดัมพ์ได้ค้นพบหนุ่มสาวทั้ง 5 คน จากร้านซ่อมรถแห่งหนึ่ง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนของจักรวาล.. !!
ค.ศ. 1997 電磁戦隊メガレンジャー
Denji Sentai Megaranger
ขบวนการที่มี Image มาจากอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ โดยกลุ่มนักสู้ที่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย เหมือนกันเรื่อง Turboranger เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ องค์กร I-Net ก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับอาณาจักรต่างมิติ เนจิเรเซีย ทว่าพวกเนจิเรเซียรู้เรื่องนี้และบุกทำลายห้องทดลองของ I-Net นักเรียนมัธยมปลาย 5 คน ที่มาทัศนศึกษาที่ I-Net จำเป็นต้องแปลงร่างเข้าต่อสู้ด้วยความจำเป็น แต่ว่าชุดได้จดจำข้อมูลของทั้ง 5 คนไว้แล้วทำให้คนอื่นไม่สามารถแปลงร่างได้ ทั้ง 5 จึงจำเป็นจะต้องต่อสู้ในฐานะของ Megaranger
ค.ศ. 1998 星獣戦隊ギンガマン
Seijuu Sentai Gingaman
เข้าฉายในไทย ในชื่อว่า ขบวนการคอสมิก กิงกะแมน
ชาวเผ่ากิงกะอาศัยอยู่ในป่า และปกป้องป่ากิงกะที่พวกเขาอาศัยอยู่มาเป็นเวลานาน อยู่มาวันหนึ่งเหล่าโจรสลัดอวกาศ บารูบัน จากนอกโลกได้บุกมายังป่าของพวกเขาโดยหมายจะทำลายเผ่ากิงกะให้หมดสิ้น ผู้เฒ่าของเผ่าได้ใช้วิธีการสุดท้ายในการรักษาเผ่าไว้ด้วยการสาปให้คนทั้งเผ่ากลายเป็นหิน และส่งนักสู้ 5 คน ออกจากเผ่า และพวกเขาทั้ง 5 คือความหวังสุดท้ายที่จะนำเผ่ากิงกะคืนมาก โดยต่อสู้กับเหล่าร้ายพร้อมกับสัตว์เทวะ ที่คอบปกปักษ์รักษาเผ่ากิงกะมาช้านาน
สำหรับชื่อขบวนการ "กิงกะแมน" นั้น เคยปรากฏมาแล้วในขบวนการ Fiveman แต่เป็นคนละกลุ่มกัน โดยในFiveman กิงกะแมนเป็นขบวนการที่พวกโซนจ้างมาทำลายไฟว์แมน และมีสมาชิกทั้งหมด5คน เป็นชาย3หญิง2 ไม่มีหุ่นยนต์ แต่ในปีค.ศ. 1998 เป็นขบวนการที่ปกป้องโลกจาการถูกรุกรานจากเหล่าบารูบัน และมีสมาชิกทั้ง6คน เป็นชาย5 หญิง1 มีหุ่นยนต์หลักถึง4ตัว ด้วยกัน
ค.ศ. 1999 救急戦隊ゴーゴーV
Kyukyu Sentai Go Go V
ไม่ได้เข้าฉายในไทย
เรื่องราวของพี่น้อง 5 คน ที่อาศัยอยู่กับพ่อที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ โดยที่ทั้ง 5 ทำงานเกี่ยวกับการบริการชุมชน แต่จะเน้นไปที่งานกู้ภัย ได้แก่ นักผจญเพลิง นักกู้ภัยจากที่สูง นักขับเฮลิคอปเตอร์ ตำรวจ และพยาบาล ทั้ง 5 ต้องต่อสู้กับเผ่าอสูรที่ต้องการทำลายโลก ทั้ง 5 จึงต่อสู้กับเผ่าอสูร ภายใต้ชื่อ Go Go Five โดยมีพ่อของพวกเขาคอยสร้างอุปกรณ์ใหม่ๆ ให้เสมอ รูปแบบของภาพยนตร์ชุดนี้ จะออกในแนวกู้ภัยเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ยังมีการต่อสู้แบบ Super Sentai ทั่วไปอยู่
ค.ศ. 2000 未来戦隊タイムレンジャー
Mirai Sentai Timeranger
ภาพยนตร์ Super Sentai ที่สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับปี Millenium หรือ ปี 2000 เป็นเรื่องราวของตำรวจที่ตามจับคนร้ายคือกลุ่ม Londer Family ภายใต้การนำของ Don Donunero แต่ว่าขณะที่เดินทางข้ามเวลานั้น หัวหน้าทีมซึ่งความจริงแล้วเป็นสมาชิกของ Londen Family ปลอมตัวมาได้ทำร้ายลูกทีมและอุปกรณ์ต่างๆ แล้วหนีไป ทั้ง 4 คน ได้รับการช่วยเหลือจาก ทัตสียะ ลูกชายของตระกูล อาซามิ ที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อ แต่ว่าหน้าตาของทัตสึยะ บังเอิญเหมือนกับหัวหน้าทีมที่หายตัวไป ทุกคนจึงลงความเห็นว่าให้ทัตสียะเข้าร่วมทีม Timeranger ด้วย โดยอุปกรณ์ที่เหลืออยู่จากการทำลายของพวก Londer Family คือ Crono Changer ที่ใช้ในการแปลงร่าง และ Tuck หุ่นยนต์นกฮูกที่เก็บข้อมูลของอาชญากรไว้ และคอยติดต่อขอความช่วยเหลือจากโลกอนาคต
เป็นครั้งแรกที่มีสีแดงปรากฏตัวพร้อมกันถึง 2 คน
ค.ศ. 2001 百獣戦隊ガオレンジャー
Hyakujuu Sentai Gaoranger
Super Sentai ลำดับที่ 25 เรื่องราวเกี่ยวกับ ศตวรรตที่20 เมื่อ ออร์ค มีพลังแข็งแกร่งขึ้นจากสภาพอากาศของโลกที่ย่ำแย่ลง จนทำให้ เทโทมุ ต้องตื่นจากนิรันดร์เพื่อรวบรวมบรรดานักรบเพื่อปราบออร์ค จนกระทั่งสัตวแพทย์หนุ่ม ชิชิ คาเครุ ที่มีความสามารถสื่อจิตใจกับสัตว์ได้ทำการช่วยเหลือช้างเอเชียที่ตกมันจนสงบลงได้ ทำให้ เทโทมุ สนใจและชักชวนให้เขามาเข้ารับการคัดเลือกจาก Gaolion และเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าทีมของ Gaoranger เพื่อต่อสู้กับพวก ออร์ค และปกป้องสิ่งมีชีวิตบนโลก เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่มีการรวมร่างของหุ่นยนต์ยักษ์มากที่สุด เพราะเมื่อดำเนินเรื่องไปพวกเขาก็ได้พบกับ Power Animal มากมาย และ Power Animal เหล่านั้นก็สามารถรวมร่างกับหุ่นยักษ์ GaoKing ได้ในมากถึง 34,020 รูปแบบ
ค.ศ. 2002 忍風戦隊ハリケンジャー
Ninpu Sentai Herricanger
การใช้นินจามาเป็น Theme ในการดำเนินเรื่องอีกครั้ง โดยกลุ่มนักเรียนทั้ง3 (ที่มีคะแนนแย่ที่สุดในชั้นเรียน) จากสำนักโรงเรียนนินจาฮายาเตะ หนีออกมาจากเผ่าพร้อมกับหัวหน้าสำนัก เนื่องจากถูกเหล่านินจาอวกาศ Jagungar (จากันจา) เข้าจู่โจม ทั้ง 3 ต้องต่อสู้ในฐานะ Hurricanger และต่อมาก็มีสมาชิกใหม่เป็นนินจาสำนักสายฟ้า อีก 2 คน แม้จะร่วมมือกันแต่ก็ไม่ได้รวมกันเป็น Hurricanger เพราะทั้ง 2 เรียกตัวเองว่า Goraiger และยังมีผู้ที่ออกมาคอยให้ความช่วยเหลืออีกคนคือ Shurikenger ที่ลักษณะออกไปทาง อเมริกันนินจามากกว่าจะเป็นนินจาญี่ปุ่น เป็นอีกครั้งที่ ให้สีฟ้าเป็นผู้หญิง หลังจาก ที่ปรากฏใน Jetman มาแล้ว
ค.ศ. 2003 爆竜戦隊アバレンジャー
Bakuryuu Sentai Abaranger
ขบวนการไดโนเสาร์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไดโนเสาร์ที่ปรากฏในเรื่องจะสามารถพูดคุยกับมนุษย์ได้ มีความคิดอ่านเหมือนมนุษย์ แม้แต่คลั่งไคล้ดาราวัยรุ่นเหมือนมนุษย์ก็ยังมี เรื่องราวเริ่มที่ อาบะเระแบล็ก มายังโลกมนุษย์เพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานโลกไดโนเสาร์ แต่ว่าไม่สามารถแปลงร่างได้ จำเป็นต้องหามนุษย์โลก 3 คน มาทำหน้าที่แทน จนกระทั่งเขาสามารถแปลงร่างได้ จึงรวมกันเป็น 4 คน แต่ว่าฝ่ายศัตรูเองก็มีผู้ช่วยที่ร้ายกาจ นามว่า อาบะเระคิลเลอร์ ซึ่งเป็นนักสู้ที่ใช้ไดโนเสาร์เหมือนกัน แต่กว่าจะมาร่วมต่อสู้ด้วยกันกับ Abaranger ก็เกือบจบซีรีส์แล้ว
ค.ศ. 2004 特捜戦隊デカレンジャー
Tokusou Sentai Dekaranger
ตำรวจอวกาศที่มีประจำสำนักงานที่สาขาโลก คอยจัดการคดีต่างๆ ที่เกี่ยวกับเอเลี่ยนไนเซอร์ ซึ่งเอเลี่ยนไนเซอร์นี้คือ มนุษย์ต่างดาวที่เข้ามาอาศัยอยู่ในโลก ซึ่งมีทั้งเอเลี่ยนไนเซอร์ธรรมดาและผู้ก่อการร้าย มาเฟีย และอีกมากมายซึ่งเอเลี่ยนไนเซอร์เล่านี้ได้รับความช่วยเหลือจาก Agent Aburela ที่คอยให้ความช่วยเหลือทั้งทางอาวุธ วิทยาการใหม่ๆ รวมถึงการลักลอบเข้ามาในดวงดาว ทั้ง 5 มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันไปแต่สามารถทำงานกันเป็นทีมได้เป็นอย่างดี เป็นครั้งแรกที่มีการปรากฏตัวของนักรบมากที่สุด ถึง 10 คน
ค.ศ. 2005 魔法戦隊マジレンジャー
Mahou Sentai Magiranger
เรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่าง โลกมนุษย์, สวรรค์ (มาจิโทเปีย) และ นรก (อินเฟรเซีย) โดยเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับ ครอบครัวโอซุ ที่เบื้องหลังของครอบครัวนี้ คือ เหล่าจอมเวทย์จากสวรรค์ ที่ปกป้อง 3 โลก มิให้ความชั่วร้ายมายึดครอง
ค.ศ. 2006 轟轟戦隊ボウケンジャー
GoGo Sentai Boukenger
SGS (อ่านว่า ซาเจส) องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อค้นหาโบราณวัตถุ หรือสมบัติล้ำค่าในอดีต เพื่อทำการพิทักษ์รักษาไว้ แต่ในกรณีที่สมบัติเหล่านั้นมีพลังพิเศษมากกว่าจะเป็นสมบัติทั่วไป จะถูกระบุว่าเป็น Precious จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้พ้นจากมือของ Negative Syndicate หรือบุคคลที่ค้นหา Precious เพื่อประโยชน์ส่วนตน โบเคนเจอร์อาศัยพลังจาก Precious ที่เรียกว่า Parallel Engine เพื่อใช้ในการต่อสู้กับ Negative Syndicate ซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ กอร์ดอม, จาริว และ Dark Shadow และต่อมาก็มี Quester อาชูว เพิ่มมาอีก 1 กลุ่ม ซึ่งบางครั้ง เหล่าร้ายก็ร่วมมือกันบ้าง ทะเลาะกันเองบ้าง นับเป็นสีสันใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักในหนัง Super Sentai
ค.ศ. 2007 獣拳戦隊ゲキレンジャー
Juuken Sentai Gekiranger
เรื่องราวที่ว่าด้วย หนุ่มสาว3คน จาก Beast Arts สำนักศิลปะป้องกันตัว ได้ปกป้องโลกจากสำนักศิลปะป้องกันตัวอีกแห่งที่ใช้ผลประโยชน์จากการวิชาป้องกันตัวไปใช้ในทางที่ผิด เหล่าเกคิเรนเจอร์จึงต้องออกมาปกป้องโลกและปกป้องสำนักBeast Arts ให้รอดพ้นจากภัยครั้งนี้ ซึ่งเนื้อเรื่องของเกคิเรนเจอร์ เป็นแนวเดียวกับเฮอร์ริเคนเจอร์ แต่ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน เช่น จากสำนักนินจา เป็น สำนักวิชาป้องกันตัวสายกังฟูและจีทคุนโด เป็นต้น
ค.ศ. 2008 炎神戦隊ゴーオンジャー
Engine sentai Go-onger
ไกอาร์ค ได้ถูกขับไล่จากแมชชีน เวิลด์ เมื่อกลางปีค.ศ. 2007 ทำให้ไกอาร์คตกมายังฮิวแมน เวิลด์(โลกมนุษย์)และเริ่มแผนยึดครองโลกด้วยการสร้างมลพิษในรูปแบบต่างๆรวมถึงการสร้างภาวะโลกร้อน แต่แผนการสร้างมลพิษกลับถูกทำลายลงเพราะโกออนเจอร์ ที่ได้ติดตามไกอาร์ค(โดยที่ไกอาร์คไม่รู้ตัว)
โกออนเจอร์ เกิดจากการรวมตัวของโชสุเกะ อดีตนักแข่งรถ/เรน อดีตพนักงานขับรถ และ ซากิ อดีตพนักงานขายของ ร่วมมือกับบอมเปอร์ หุ่นยนต์จากแมชชีน เวิลด์ เพื่อปกป้องการสร้างมลพิษของไกอาร์คมายังโลก และในขณะที่กำลังต่อสู้กับไกอาร์ค โกออนเจอร์ได้สมาชิกเพิ่มอีก2คือ ฮันโตะ ชายหนุ่มพนักงานส่งพิซซ่าผู้ร่าเริงและ กุนเปย์ ชายหนุ่มลึกลับผู้(อ้างตัวว่า)ชำนาญการรบ ทำให้โกออนเจอร์ มีกำลังรบที่แข็งแกร่งพร้อมรับมือกับการสร้างมลพิษของไกอาร์คทุกรูปแบบ
โกออนเจอร์ ได้ใช้คอนเซ็ปท์จากเหล่าขบวนการนักสู้เรื่องต่างๆ ทั้ง ไลฟ์แมน(สมาชิก3+2),คาคุเรนเจอร์(ฐานทัพเคลื่อนที่รูปแบบรถยนต์),คาร์เรนเจอร์(เนื้อหาสนุกสนาน),อาบะเรนเจอร์(เหล่าหุ่นยนต์พูดได้)ฯลฯ มาผสมผสานกัน ทำให้เรื่องราวมีความสนุกสนานยิ่งขึ้น
ค.ศ. 2009 侍戦隊シンケンジャー
Samurai sentai Shinkenger
เรื่องราวเกี่ยวกับทายาทรุ่นที่18 ของกลุ่มขบวนการซามูไร ชินเคนเจอร์ โดยทายาทซามูไรนั้นมาจากซามูไรทั้ง5ตระกูล(ชิบะ,อิเคนามิ,ทานิ,ฮานาโอริ,ชิราอิชิ)ได้ร่วมมือและเข้าต่อกรกับ เงโดวชูว กลุ่มปิศาจที่อาศัยในแม่น้ำยมโลกแห่งดินแดนความตาย เพื่อความสงบสุขของมวลมนุษย์
ชินเคนเจอร์ เป็นขบวนการที่ใช้ธีมซามูไรเป็นขบวนการแรก หลังจากที่ใช้ธีมนินจามาแล้ว 2ครั้ง และแม้จะใช้วัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเป็นตัวเดินเรื่อง แต่ยังมีการสอดแทรกวัฒนธรรมสมัยใหม่ผสมเข้ามาได้อย่างลงตัว ทำให้ไม่รู้สึกถึงการถูกยัดเยียดจากทีมงานผู้สร้างแต่อย่างใด
ค.ศ. 2010 天装戦隊ゴセイジャー
Tensou sentai Goseiger
เหล่าเทวดาโกเซย์เทนจิ ที่ประกอบไปด้วยชนเผ่าทั้ง3เผ่า ผู้ใช้พลังแห่งธรรมชาติที่แตกต่างกันอันประกอบไปด้วย เผ่าสกายอิคผู้ใช้พลังแห่งท้องฟ้า, เผ่าแลนดิคผู้ใช้พลังแห่งพื้นดิน และเผ่าซีอิคผู้ใช้พลังแห่งสายน้ำ ได้ทำหน้าที่ปกป้องโลกมนุษย์และเดินทางมายังโลกมนุษย์ด้วยหอคอยสวรรค์ มาช้านาน เมื่อวันหนึ่งกลุ่มองค์กรร้ายจากอวกาศนามวอร์สตาร์ ที่โกรธแค้นเหล่าเทวดามาตั้งแต่อดีตได้ทำการทำลายหอคอยสวรรค์เพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามสำหรับการครองโลก แม้จะทำลายหอคอยสวรรค์ลงได้สำเร็จแต่กลับเป็นความล้มเหลวอันครั้งยิ่งใหญ่ของวอร์สตาร์เนื่องจากเหล่าเทวดาที่หลงเหลือบนโลกมนุษย์จากการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือมนุษย์ ได้รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับความชั่วร้ายที่มาจากอวกาศในนาม โกเซย์เจอร์ นอกจากที่จะต้องปกป้องมนุษย์ให้พ้นภัย เหล่าเทวดาที่ตกค้างบนโลกมนุษย์ยังต้องร่วมมือกันหาหนทางพื่อที่จะทำให้พวกเขาได้กลับสู่สรวงสววรค์อันเป็นบ้านเกิดอีกครั้งซึ่งถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กับการปกป้องมวลมนุษย์ที่กระทำสืบทอดต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น
โกเซย์เจอร์ เป็นขบวนการเรื่องแรกที่ใช้ธีมของเทวดาอย่างเต็มตัวหลังจากที่ชิมลางมาแล้วในมาจิเรนเจอร์ ทางด้านโครงเรื่องได้ใช้เรื่องราวของกิงกะแมน ที่กล่าวถึงขบวนการที่ต้องละทิ้งบ้านเกิดเพื่อปกป้องมวลมนุษย์และหาทางฟื้นฟูบ้านเกิดของตน นำมาปรับปรุงให้ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น
ค.ศ. 2011[3] 海賊戦隊 ゴーカイジャー
Kaizoku sentai Gokaiger
จักรวรรดิอวกาศ ซันแก็ค ได้เดินทางมายังโลกเพื่อเข้ายึดครองโลกเพื่อเป็นอาณานิคมของตน แต่กลับถูกเหล่าขบวนการนักสู้ทั้ง34กลุ่ม ขับไล่จนล่าถอยไปในที่สุด และเกิดตำนานมหาสงครามที่ชื่อว่า ศึกสงครามในตำนาน (ศึกสงครามเลเจนด์) ทำให้โลกพ้นภัยจากเหล่าร้ายอีกครั้ง แต่ในอวกาศยังไม่จบสิ้น ด้วยความแค้นที่ถูกขับไล่และการที่ยังไม่ได้ยึดครองโลกทำให้ซันแก็ค ตัดสินใจวางแผนเข้ายึดครองโลกใหม่อีกครั้งโดยการยึดครองโลกในครั้งใหม่นี้พวกเขาได้ทำการซ่อมสุ่มกำลังและเตรียมการรบเป็นอย่างดี ในขณะที่ซันแก็คกำลังจะเตรียมบุกโลกเป็นครั้งที่2 ได้โดนกลุ่มโจรสลัดอวกาศอีกครั้งชิงตัดหน้ายึดครองโลก ซึ่งกลุ่มโจรสลัดอวกาศที่ตัดหน้าซันแก็คนั้นคือ โกไคเจอร์, แม้ว่าโกไคเจอร์ จะมีจุดประสงค์ที่ยึดครองโลกแต่พวกเขากลับกลายเป็นผู้ปกป้องโลกจากการรุกรานของซันแก็ค ทำให้พวกเขาได้รู้ถึงคุณธรรมที่ซ่อนอยู่ในตัวของตนเองและใช้มันในทางที่เป็นประโยชน์สืบต่อไป
โกไคเจอร์ เป็นขบวนการเรื่องแรกที่ใช้ธีมเกี่ยวกับโจรสลัดเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก
ค.ศ. 2012 特命戦隊ゴーバスターズ
Tokumei sentai Go-busters
ในยุค90 มนุษย์ได้คิดค้นพลังงานทดแทนพลังงานจากธรรมชาติที่กำลังหมดลงทุกขณะ โดยพลังงานทดแทนนั่นมีชื่อว่า เอเนอร์ทรอน ที่มีความสามารถในการทดแทนพลังงานไฟฟ้าและพลังงานแก๊สจนกระทั่งเป็นพลังงานยอดนิยมสูงที่สุด จนกระทั่งในปี 1999 เกิดการรุกรานของไวรัสคอมพิวเตอร์ที่รวมตัวกันในนาม วาร์กราส โดยใช้เมต้าไวรัส ในการรุกรานและทำลายพลังงานเอเนอร์ทรอนให้สิ้นซาก รวมไปถึงการดัดแปลงมนุษย์ให้กลายเป็นหุ่นยนต์ด้วยไวรัส เมื่อเอเนอร์ทรอนเกิดความเสียหายจึงได้จัดตั้งองค์กร ศูนย์จัดการพลังงาน เพื่อปกป้องเอเนอร์ทรอนและจัดตั้งกลุ่มจารชนลับขึ้นมาเพื่อรับมือกับการรุกรานของเมต้าไวรัส ในนาม โกบัสเตอร์ส
ศุนย์จัดการพลังงาน ได้ทำการรวบรวมบุคคลหรือทายาทที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปี1999 และมี วัคซีนแอนตี้เมต้าไวรัส อยู่ในร่างกาย เพื่อเป็นสมาชิกกลุ่มโกบัสเตอร์ส โดยฝึกฝนเพื่อรับมือกับการรุกรานในอนาคต จนกระทั่งในปี2012 วาร์กราสได้กลับมารุกรานอีกครั้ง โกบัสเตอร์สจึงได้ออกปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบเพื่อยับยั้งการเผยแพร่เมต้าไวรัสและทำลายวาร์กราสให้หมดสิ้นไปจากโลก
โกบัสเตอร์ส ได้ใช้ธีมเรื่องสายลับเช่นเดียวกับโกเรนเจอร์ , แบทเทิลฟีเวอร์ เจ เป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่ได้มีการประยุกต์เข้ากับเนื้อหาในปัจจุบันรวมไปถึงความสมจริงของเนื้อหา นอกจากนี้ยังได้มีการนำข้อมูลจากวิกิพีเดีย มาใช้เป็นข้อมูลประกอบฉากในเรื่องนี้
ค.ศ. 2013 獣電戦隊キョウリュウジャー
Juuden sentai Kyoryuger
ค.ศ. 2014 烈車戦隊トッキュウジャー
Ressha Sentai TOQGER
ค.ศ. 2015 手裏剣戦隊ニンニンジャー
Shuriken Sentai Ninninger

สีชุดที่ปรากฏในเรื่อง[แก้]

ในแต่ละเรื่องจะมีสีชุดที่ปรากฏนั้น มีมาก-น้อยไม่เท่ากัน โดยที่สีชุดหลักๆที่ปรากฏในเรื่อง ได้แก่

  • ██ (สีแดง) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Goranger)
  • ██ (สีน้ำเงิน) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Goranger)
  • ██ (สีเหลือง) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Goranger)
  • ██ (สีชมพู) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Goranger ภายหลังได้เปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีบานเย็น ██ ตั้งแต่ โกกุลไฟว์ แต่ยังถือว่าเป็นชมพู เช่นเดิม)
  • ██ (สีเขียว) (ปรากฏตัวครั้งแรกในGoranger)
  • ██ (สีดำ) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Battle Fever J แต่ใช้สีดำจริงๆใน Goggle V)

และยังมีสีอื่นที่ปรากฏตัว ส่วนมากมักจะมาเป็นนักรบเสริม แต่ก็มีบางครั้งที่มาในฐานะ สีชุดหลักของเรื่อง อาทิ เช่น

  • ██ (สีขาว) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน JAKQ)
  • ██ (สีส้ม) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Battle Fever J)
  • ██ / ██ (สีฟ้า)(ปรากฏตัวครั้งแรกใน Jetman)
  • ██ (สีทอง) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Ohranger)
  • ██ (สีเงิน) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Megaranger)
  • ██ (สีแดงม่วง) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Hurricaneger)
  • ██ / ██ (สีกรมท่า) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Hurricaneger)
  • ██ (สีม่วง) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Gekiranger)
  • ██ (สีเทา) (ปรากฏตัวครั้งแรกใน Kyoryuger)

จำแนกประเภทขบวนการนักสู้[แก้]

ดู จำแนกประเภทขบวนการนักสู้

ปรากฏการณ์ต่างๆ ในซูเปอร์เซนไท[แก้]

ในทุกๆเรื่อง มักจะมีปรากฏการณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ ทั้งสิ่งนำเสนอที่ใหม่ หรือแม้แต่การทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้

ชื่อเรื่อง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
Goranger การปรากฏตัวครั้งแรกของนักรบ สีแดง, สีน้ำเงิน, สีเหลือง, สีชมพู และสีเขียว
มีจำนวนตอนมากที่สุด
มีการเปลี่ยนตัวนักรบและเปลี่ยนพาหนะที่ใช้ในเรื่อง
เป็นเรื่องแรกที่มีท่าไม้ตายเป็นระเบิดในคราบลูกบอล
เป็นเรื่องแรกที่มีภาคหนังโรง (The Movie) และมีจำนวนตอนของภาคหนังโรงมากที่สุด
JAKQ การปรากฏตัวครั้งแรกของนักรบสีขาว
มีจำนวนตอนที่สั้นที่สุด
เริ่มเรื่องด้วยนักรบเพียง 4 คน และภายหลังมีคนที่ 5 มาช่วย
มีการนำปืนใหญ่มาใช้เป็นครั้งแรก
มีพาหนะที่เป็นแบบเฉพาะสำหรับนักรบทุกคน
ชุดของนักรบหญิงเป็นแบบที่สวมกระโปรงทับกางเกง
มีการ Crossover กับขบวนการก่อนหน้า (และไม่มีปรากฏอีกจนกระทั่งถึงเรื่อง โอเรนเจอร์)
Battle Fever J การปรากฏตัวครั้งแรกของนักรบ สีส้ม และ สีดำ (แต่สีดำ ตอนนั้นยังไม่ได้รับการยอมรับ จึงใช้สีเขียว แทน)
มีการใช้หุ่นยนต์ยักษ์ในการต่อสู้กับศัตรูขนาดใหญ่
เกิดมาตรฐานจำนวนตอนที่ฉายและความสูงของหุ่น ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบัน
เป็นครั้งแรกที่ใช้ท่าไม้ตายกำจัดศัตรูตัวเล็กด้วยบูมเมอแรง
เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดี่ยวที่มีการเปลี่ยนตัวนักรบมากที่สุด
ชุดของนักรบหญิงเป็นชุดว่ายน้ำเน้นให้เห็นสัดส่วน
Denjiman เป็นเรื่องแรกที่ชื่อขบวนการ เป็นคำว่า "Man"
มีหุ่นยนต์ยักษ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนร่าง
มีอาวุธประจำตัวของทุกคนเป็นหมัดเหล็ก นอกเหนือจากมีดสั้น/ปืนพก
Sunvalcan เป็นเรื่องแรกที่มีหุ่นที่เกิดจากการรวมร่าง เป็นครั้งแรก
เป็นเรื่องแรกที่มีเพียงแค่ 3 คน จนจบเรื่อง
มีการเชื่อมโยงเหตุการณ์จากเซนไทรุ่นก่อน มาใช้ในการดำเนินเนื้อเรื่องภาคทีวี
Goggle V เป็นเรื่องแรกที่ชื่อขบวนการ เป็นคำว่า "Five"
เป็นเรื่องแรกที่นำอาวุธหลัก (จำพวกปืนหรือดาบพก) มารวมเป็นอาวุธพิฆาตได้
Dynaman เป็นเรื่องแรกที่ท่าไม้ตายเป็น "การใช้พลังในร่างกายเป็นท่าไม้ตาย" แทนที่จะเป็นการใช้ปืนใหญ่จัดการ
เป็นเรื่องแรกที่ใช้เกราะพาวเวอร์อัพ (ใช้แค่ตอนเดียว)
Bioman เป็นเรื่องแรกที่มีนักรบหญิงถึง 2 คนด้วยกัน
เป็นเรื่องแรกที่มีการเปลี่ยนนักรบได้เร็วกว่าเรื่องอื่นๆ
เป็นเรื่องแรกที่ผู้หญิงเป็นสีเหลือง (ที่ผ่านมามักจะเป็นสีชมพู เพียงสีเดียว)
เป็นเรื่องแรกที่มีมอเตอร์ไซต์ให้ผู้หญิงขับขี่
Changeman เป็นเรื่องแรกที่ปืนใหญ่เกิดจากการรวมอาวุธของทั้ง 5 คน
เป็นเรื่องแรกที่ผู้หญิงเป็นสีขาว
Flashman มีหุ่นยนต์ตัวที่ 2 โผล่ออกมา
เป็นเรื่องแรกที่ตอนจบ เหล่านักสู้ไม่ได้อยู่บนโลกได้อีกต่อไป
Maskman เป็นเรื่องแรกที่มีปืนใหญ่ถึง 2 กระบอก
เป็นเรื่องแรกที่มีนักรบคนที่ 6 โผล่ออกมาช่วยรบ (เพียงตอนเดียว)
Liveman เป็นเรื่องแรกที่นำเอาหุ่นยนต์ตัวที่ 1 และ 2 มารวมร่างกัน จนเกิดหุ่นยนต์รวมร่างครั้งใหญ่
เป็นเรื่องแรกที่ผู้หญิงเป็นสีน้ำเงิน
เรื่องนี้เป็นการครบรอบ 10 ปีขบวนการนักสู้ (นับจากแบทเทิลฟีเวอร์ เจ ถึง ไลฟ์แมน) และยังไม่มีการบรรจุโกเรนเจอร์ และแจ็คเกอร์เข้ามาเป็นขบวนการนักสู้
Turboranger เป็นเรื่องแรกที่นำเอาหุ่นยนต์รวมร่าง (1 กับ 2) มารวมร่างกับฐานทัพลับ
เป็นเรื่องแรกที่มีตอนพิเศษของเซนไตโดยใช้ชื่อตอนว่า 10 Super Sentai Hero
เป็นเรื่องแรกที่เนื้อหาของเรื่อง เริ่มต้นในตอนที่2 (โดยตอนที่1 ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักแต่อย่างใด)
Fiveman เป็นเรื่องแรกที่ใช้คอนเซ็ปท์ "นักรบพี่น้อง"
เป็นเรื่องแรกที่มีการสวมเกราะเพิ่มพลังให้แก่นักรบทั้ง5
เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์ตัวที่ 1 สูงไม่ถึง 40 เมตร
เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์ขนาดเล็ก (หุ่นผู้ช่วย) สามารถเปลี่ยนเป็นปืนใหญ่ได้
Jetman เป็นเรื่องแรกที่มีหุ่นยนต์ตัวแรก สามารถเปลี่ยนร่างและรวมร่างได้ 2 รูปแบบ และสามารถโจมตีศัตรูได้ทั้ง 2 รูปแบบ
เป็นเรื่องแรกที่มีหุ่นยนต์ตัวที่ 3 ออกมาช่วยเหลือนักรบอีกด้วย
เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์ยักษ์สามารถเปลี่ยนเป็นปืนใหญ่สำหรับหุ่นยนต์รวมร่างขนาดยักษ์ ได้
Zyuranger เป็นเรื่องแรกที่ใช้คอนเซ็ปท์ไดโนเสาร์ มาใช้
เป็นครั้งแรกที่รวมแมชชีนขนาดยักษ์ทั้งหมด เป็นหุ่นยนต์ตัวเดียวกัน แมชชีน 7 เครื่อง
เป็นครั้งแรกที่มีการซื้อลิขสิทธิ์เพื่อไปฉายในอเมริกาโดยใช้ชื่อว่าพาวเวอร์เรนเจอร์ และในขณะเดียวกันทางสหรัฐอเมริกาก็ได้ปรับเนื้อหาของเซนไท จนไม่มีเค้าเดิม (หรือง่ายๆคือ เละกว่าเดิม นั่นเอง)
และเรื่องแรกที่กลับมาใช้นักรบคนที่ 6 อีกครั้งอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับขบวนการนักสู้ในยุคต่อไป
Dairanger เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์ตัวที่ 1 เกิดจากการวมร่างของหุ่นยนต์ตัวเล็ก (เปลี่ยนร่างได้) กับแมชชีนทั้ง 4
เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์ยักษ์สามารถเปลี่ยนเป็นมนุษย์ธรรมดาได้
Kakuranger เป็นเรื่องแรกที่ผู้นำทีมเป็นผู้หญิง
เป็นเรื่องแรกที่ชิ้นส่วนของสีแดงไม่ได้อยู่ที่ส่วนหัวหรือลำตัว (แต่กลับไปอยู่ที่แขนขวา แทน)
เป็นเรื่องแรกที่นักรบทั้ง 5 ขยายร่างเป็นชิ้นส่วนหุ่นยนต์
เป็นเรื่องแรกที่กลับมาใช้ตอนพิเศษโดยใช้ชื่อว่า Super Sentai World
Ohranger สีทอง ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก (แต่มาในชุดสีดำ)
เป็นครั้งแรกที่หุ่นยนต์ตัวที่ 2 มีคนบังคับหลักเป็นสีแดง (ตามปกติ หุ่นตัวที่ 2 มักจะเป็นประเภทบังคับด้วยกันทั้ง 5 คน)
เป็นเรื่องแรกที่กลับมา Crossover อีกครั้งและหลังจากชุดนี้ก็มีการ Crossover กันต่อไปจนถึงปัจจุบัน
ครบรอบ 20 ปี การแพร่ภาพออกอากาศของขบวนการนักสู้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลครั้งใหญ่ โดยนับโกเรนเจอร์และแจ็คเกอร์เข้าเป็นสมาชิกของขบวนการนักสู้
Carranger เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์ทั้ง 2 ตัวสามารถเปลี่ยนอะไหล่ที่แขนและขาได้
เป็นเรื่องแรกที่ตัวละครเสริมมีหุ่นยนต์
Megaranger เป็นเรื่องแรกที่ฐานทัพลับไปอยู่บนอวกาศและซ่อนตัวในดวงจันทร์
สีเงิน ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก
Gingaman เป็นเรื่องแรกที่มีการนำเกราะเสริมมารวมเป็นพาหนะเอาไว้พิฆาตศัตรูได้
GoGoV เป็นเรื่องแรกที่มีหุ่นยนต์รุ่นพิเศษ"Black version" ปรากฏตัว (ตามปกติ มักจะมาในรูปแบบของเล่นเสียมากกว่า)
เป็นเรื่องแรกที่ห้องบังคับหุ่นสามารถบรรจุนักรบได้มากถึง 10 คน
Timeranger ชื่อseries "Super sentai series" ได้ปรากฏตัวครั้งแรก
เป็นเรื่องแรกที่มีสีแดงปรากฏตัวพร้อมกันถึง 2 คน
เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์ตัวที่ 1 สามารถแปลงร่างได้ 3 รูปแบบ
Gaoranger เป็นเรื่องแรกที่มีพาหนะขนาดยักษ์ (ในคราบสัตว์ยักษ์) มากถึง 100 ตัว ด้วยกัน
หุ่นยนต์ของเล่นจากเรื่องนี้ สามารถประกอบร่างกันได้ถึง 32,040 แบบ
Hurricaneger เป็นเรื่องแรกที่นำหุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัว รวมร่างเป็น 1 ได้
สีแดงเข้มและสีกรมท่า ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก
และเรื่องแรกที่มีนักรบไม่ปรากฏโฉมหน้าที่แท้จริง (ชูริเคนเจอร์)
เป็นเรื่องแรกที่ใช้ที่ชื่อขบวนการ เป็นคำว่า "Ger"
Abaranger เป็นเรื่องแรกที่สีแดงได้รับการเพิ่มพลังและได้ชุดเกราะเพียงคนเดียว
มีการเปลี่ยนมาตรฐานหุ่นยนต์ยักษ์ จาก 56-60 เมตร เป็น 48-49 เมตร แทน (และใช้มาจนถึงปัจจุบัน)
Dekaranger เป็นเรื่องแรกที่มีนักรบปรากฏตัวถึง 10 คน
เป็นเรื่องแรกที่ผู้หญิงเป็นสีทอง สีส้ม และ สีเงิน
เป็นเรื่องแรกที่นำปืนใหญ่มาแปลงเป็นชุดเกราะเสริมได้
เป็นเรื่องแรกที่พาหนะขนาดยักษ์เป็นมอเตอร์ไซต์ (และสามารถรวมร่างกับหุ่นตัวที่ 1 หรือเปลี่ยนร่างเป็นหุ่น ได้)
Magiranger เป็นเรื่องแรกที่นักรบคนที่ 6 ปรากฏตัวตั้งแต่ตอนแรก
Boukenger เป็นเรื่องแรกที่นำพาหนะขนาดยักษ์ทั้ง 10 ลำ มารวมร่างเป็น 1 ได้

เป็นเรื่องแรกที่เหล่าร้าย มีมากกว่า 1 กลุ่มตั้งแต่เริ่มเรื่อง และเหล่าร้ายไม่ได้ร่วมมือกัน
เป็นเรื่องแรกที่หุ่นยนต์สามารถเปลี่ยนร่างเป็นเรือรบ (ลอยน้ำ) ขนาดยักษ์ได้ (ซึ่งในอดีตจะมีแต่เรือดำน้ำ ไม่ได้มีเรือรบที่ลอยเหนือผิวน้ำได้)

Gekiranger เป็นขบวนการแรกที่นักรบไม่มีเข็มขัดติดตั้งที่เอว
นักรบสีม่วง ได้รับการบรรจุเป็นนักรบอย่างเป็นทางการ (หลังจากที่เคยปรากฏในเฮอร์ริเคนเจอร์และมาจิเรนเจอร์ มาแล้วแต่ไม่ได้จัดอันดับเนื่องจากมีการเปลี่ยนสีนักรบกะทันหัน)
เป็นเรื่องแรกที่มีเพลงปิด (Ending song) มากถึง 8 เพลงด้วยกัน
Go-onger เป็นเรื่องแรกที่นำหุ่นยนต์ทั้ง 4 ตัว รวมร่างเป็น1ได้
เป็นเรื่องแรกที่นำพาหนะขนาดยักษ์ทั้ง 12 ลำ มารวมร่างเป็น 1 ได้ (โดยก่อนนั้นเคยปรากฏในโบเคนเจอร์ แต่เนื่องจากเป็นมุขตลกท้ายรายการจึงไม่ได้จัดอันดับเอาไว้)
เป็นเรื่องแรกที่มีเพลงปิด (Ending song) มากถึง 10 เพลงด้วยกัน และ เมื่อแบ่งเป็นเวอร์ชันที่ฉายทางทีวีจะได้ทั้งหมด 18 เวอร์ชัน ใน 10 เพลง
Shinkenger เป็นเรื่องแรกที่รายชื่อนักแสดงหลักและภาพนักแสดงหลักในฉาก Openning ไม่มีความสัมพันธ์กัน(ภาพไม่ตรงกับชื่อนักแสดง)
เป็นเรื่องแรกที่มีการนำตัวอย่างที่จะฉายในตอนต่อมา มารวมเข้าไว้กับเพลงปิด
เป็นเรื่องแรกที่มีการ Crossover และผนวกเรื่องราวระหว่างขบวนการนักสู้และมาสค์ไรเดอร์อย่างจริงจัง รวมไปถึงปรากฏในเนื้อหาหลักของทีวีซีรีส์ (โดยก่อนนั้นเคยปรากฏในช่วงของซูเปอร์ฮีโร่ ไทม์ ปี 2006 แต่เนื่องจากเป็นมุขตลกท้ายช่วงรายการจึงไม่ได้จัดอันดับเอาไว้)
เป็นเรื่องแรกที่มีนักรบสีแดงเป็นผู้หญิง
เป็นเรื่องแรกที่ห้องบังคับหุ่นยนต์สามารถบรรจุนักรบได้มากถึง 13 คน
เป็นเรื่องแรกที่มีผูกเนื้อเรื่องให้มีการปรากฏตัวของสมาชิกทั้ง 3 ขบวนการ (โกออนเจอร์ , ชินเคนเจอร์ , โกเซย์เจอร์) พร้อมกันและมีจำนวนสมาชิกครบทุกคน(ที่ปรากฏตัวในขณะนั้น) ในฉบับโรงภาพยนตร์
เป็นเรื่องแรกที่มีการปรากฏตัวของนักรบมากที่สุดถึง 18 คน
Goseiger เป็นเรื่องแรกที่ใช้การ์ดเกมในการต่อสู้และเรียกแมชชีน
เป็นเรื่องแรกที่มีการปรากฏตัวในฉบับโรงภาพยนตร์ ก่อนการออกอากาศทางโทรทัศน์
Gokaiger เป็นเรื่องแรกที่ใช้คอนเซ็ปท์ โจรสลัด
Gobusters เป็นเรื่องแรกที่มีตัวอักษร S (ズ) ต่อท้ายชื่อเรื่อง
เป็นเรื่องแรกที่มีเพลงเปิดเรื่อง มากถึง 2 เพลงด้วยกัน (และไม่ใช่เพลงที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแต่อย่างใด)
เป็นเรื่องแรกที่มีการขานชื่อขบวนการในฉากจบของเพลงเปิดเรื่อง
Kyoryuger เป็นเรื่องแรกที่มีนักรบปรากฏตัวถึง 19 คน
สีเทา ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก
เป็นเรื่องแรกที่มีการกำหนดเรียกชื่อ สีฟ้า (Cyan) และ แยก สีฟ้ากับสีน้ำเงิน ออกมาอย่างชัดเจน
เป็นเรื่องแรกที่มีนักรบโทนสีน้ำเงินมากถึง 3 คน
เป็นเรื่องแรกที่ผู้หญิงเป็นสีม่วง
TOQGER เป็นเรื่องแรกที่ใช้เวลาในการเปิดเพลงปิด ไม่ถึง 1 นาที

ขบวนการนักสู้ของคนไทย[แก้]

โจ๋เรนเจอร์[แก้]

โจ๋เรนเจอร์ เป็นขบวนการนักสู้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโฆษณาสำหรับบริการโทรศัพท์มือถือที่มีชื่อว่า ZAD ของบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC
โดยเป็นโฆษณาเกี่ยวกับเด็กหนุ่มสาว 5 คนแปลงร่างเป็นโจ๋เรนเจอร์ โดยโฆษณาถูกแบ่งเป็นสองชุด โดยชุดแรกโจ๋เรนเจอร์คนที่ 5 จะแต่งตัวแตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ (แต่ตัวคล้ายคลึงกับอาบะเรคิลเลอร์จากเรื่องอาบะเรนเจอร์) ในโฆษณาชุดที่สองจะเป็นการปรากฏตัวของโจ๋โรบอท โดยที่หมายเลข 5 ซึ่งเป็นส่วนขาขวาจะไม่ยอมมา

ขบวนการสปอร์ตเรนเจอร์[แก้]

ดูบทความหลักที่ ขบวนการสปอร์ตเรนเจอร์
ขบวนการสปอร์ตเรนเจอร์ เป็นขบวนการมนุษย์ห้าสีของไทย ออกอากาศทางช่อง 3 โดยออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ออกอากศทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.00 น.-17.30 น. โดยประมาณ และ แบ่งช่วงออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน
อำนวยการผลิต บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผลิตโดย บริษัท ดีพี โปรมีเดีย จำกัด
จำนวนตอนที่ฉาย ทั้งหมด 55 ตอน (ภาคแรกมี16ตอน)

คริสตัล ไนท์[แก้]

คริสตัล ไนท์ เป็นขบวนการ ลำดับที่2ของไทย ออกอากาศทาง สถานีกองทัพบกช่อง5 ออกอากาศครั้งแรก วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 7.35 น.-7.50 น. โดยประมาณ และแบ่งช่วงเป็น 3 ช่วง
อำนวยการผลิตโดย บริษัท ทูนทาวน์ เอนเตอร์เทนเมนต์ และ นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ (น้าต๋อย เซมเบ้)
จำนวนตอนทั้งหมด 27 ตอน (ภาคแรกมีทั้งหมด 9 ตอน)

ขบวนการนักสู้อื่นๆ[แก้]

นอกเหนือจากขบวนการนักสู้ของญี่ปุ่นในปัจจุบันแล้ว ยังมีกลุ่มขบวนการนักสู้ อื่นๆที่ไม่ได้จัดเป็น ขบวนการนักสู้ อีกมากมาย โดยแบ่งประเภทดังนี้

ขบวนการนักสู้ ที่มีความเกี่ยวข้องกับอิชิโนโมริ โปร[แก้]

วอยซ์ลักเกอร์(Voiceslagger)
ขบวนการนักสู้ นอกระบบ เป็นผลงานการสร้างของอิชิโนโมริ โปร. โดยได้ดีไซน์ตัวนักรบมาจากแจ็คเกอร์และเนื้อเรื่องได้ดัดแปลงมาจาก แฟลชแมน
ฉายในประเทศญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1999 มีจำนวนตอนทั้งหมด 12 ตอน
เรื่องราวว่าด้วย เด็กน้อยจากต่างดาวทั้ง4คน ที่หลบหนีจากการทำลายล้างของศัตรู มายังโลกมนุษย์ โดยผู้ช่วยเหลือในตอนนั้นคือ วอยซ์รักเกอร์ โกลด์ (หัวหน้าทีม แบบเดียวกับบิ๊กวัน)
เด็กน้อยทั้ง4คน เติบโตเป็นหนุ่มสาววัยทำงาน ทั้ง4คนมีอาชีพเป็นนักพากย์หนังที่มีชื่อเสียง แต่กลับไม่รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริง เมื่อศัตรูที่เคยทำลายดาวบ้านเกิด เดินทางมายังโลกมนุษย์เพื่อหวังทำลายล้างอีกครั้ง ทั้ง4คนจึงร่วมใจกันต่อสู้ด้วยพลังอัญมณีและพลังเสียง เข้าต่อกรและปกป้องไม่ให้โลกสูญสลายไป
ความแตกต่างจากขบวนการนักสู้ คือ หัวหน้าทีม -วอยซ์ลักเกอร์ รูบี้(สีแดง) เป็นนักรบหญิง ซึ่งต่างจากเรื่องอื่นๆที่เป็นผู้ชาย ทำให้ไม่จัดอยู่ในหมวดหมู่ขบวนการนักสู้
โชว นินจา ไท อินาสม่า

ขบวนการนักสู้ จากเรื่องต่างๆโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับอิชิโนโมริ โปร[แก้]

ขบวนการนักสู้ในหนังวเรื่องต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดจากรังสรรค์ของ อิชิโนโมริ โปร. โดยมากมักเป็นการล้อเลียนเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งได้แก่

สื่อของขบวนการนักสู้ในญี่ปุ่น[แก้]

สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นขบวนการนักสู้ได้นิยมและดังต่อมาสื่อญี่ปุ่นมักจะล้อเลียนขบวนการนักสู้ในแบบต่างๆทั้งสื่อโฆษณา, ร้านอาหาร, หนังอินดี้รวมไปถึงหนังโป๊ที่มีแนวขบวนการนักสู้

ขบวนการนักสู้ จาก ต่างประเทศ (นอกเหนือ ญี่ปุ่น)[แก้]

Jushi Sentai France Five (จูชิ เซนไท ฟรองซ์ไฟว์) ขบวนการนักสู้ของประเทศฝรั่งเศส มีทั้งหมด 5 ตอน โดยจัดจำหน่ายในรูปแบบวิดีโอ เพียงปีละ1ตอน ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Shinken jushi France Five (ชินเคน จูชิ ฟรองซ์ไฟว์)
Power Ranger เป็นขบวนการนักสู้ที่ถูกสร้างใหม่โดยบริษัท SABAN ENTERTENMENT อเมริกา โดยชุดตัวละครและหุ่นยนต์จะใช้แบบเดียวกับญี่ปุ่น แต่เนื้อเรื่อง, ตัวละครหลัก, สถานที่และผู้ร้ายจะถูกเปลี่ยนไปใช้แบบอเมริกาแทน

ส่วนเกี่ยวข้อง[แก้]

  • สำหรับโกเรนเจอร์และแจ็คเกอร์นั้นคนที่สร้างคือ อ.โชทาโร่ อิชิโนโมริ คนเดียวกันกับบิดาแห่ง คาเมนไรเดอร์
  • แบ็ทเทิ่ลฟีเวอร์ เจนั้นโตเอะได้ร่วมสร้างกับมาเวลเจ้าของชูเปอร์ ฮีโร่คอมมิคต่างๆโดยก่อนหน้านั้นโตเอะได้สร้างสไปเดอร์แมน (ญี่ปุ่น)
  • สำหรับผู้ผลิตของเล่นเซนไทต่างๆไม่ว่าจะเป็นพวกหุ่นDX, อุปกรณ์แปลงร่าง, อาวุธนั้นเป็นของบริษัทป๊อบปี้ปัจจุบันเป็นบันไดในค.ศ.1983
  • ใน ค.ศ. 2006 นั้นได้มีสินค้าใหม่เป็นการ์ดเกมที่มีชื่อว่าการ์ดเดลส เรนเจอร์ สไตรค์
  • สำหรับเซนไทนั้นเคยหยุดฉายในปี ค.ศ. 1978

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]