โบโนโบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Pan paniscus)
โบโนโบ[1]
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: 1.5 ล้านปีก่อน-9 แสนปีก่อน-ปัจจุบัน
1.5–0 Ma
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Primates
วงศ์: Hominidae
สกุล: Pan
ชนิด: P. paniscus
ชื่อทวินาม
Pan paniscus
Schwarz, 1929
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์

โบโนโบ หรือ ชิมแปนซีแคระ (อังกฤษ: Bonobo, Dwarf chimpanzee, Pygmy chimpanzee; ชื่อวิทยาศาสตร์: Pan paniscus)[2]

การค้นพบ[แก้]

โบโนโบได้รับการอนุกรมวิธานโดย เฮิร์นส์ ชวาตส์ นักสัตววิทยาชาวเยอรมัน ในปี ค.ศ. 1929 หลังจากก่อนหน้านั้น คือ ในปี ค.ศ. 1927 อองรี โซเดน นักสัตววิทยาชาวเบลเยี่ยมได้ตรวจสอบหัวกะโหลกและหนังสัตว์แปลกประหลาดชนิดหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นชิมแปนซีตัวเมีย ซึ่งน่าจะเป็นตัวโตเต็มวัยที่ได้มาจากเบลเยี่ยมคองโก ซึ่งชวาตส์ได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์ของโซเดน และได้ทำการวัดขนาดกะโหลกและตัวอย่างอีก 2 หัว ก่อนสรุปว่าเป็นชิมแปนซี หรือเอปชนิดใหม่ของโลก ซึ่งจะพบได้เฉพาะฝั่งซ้านหรือตอนใต้ของแม่น้ำคองโกเท่านั้น[3]

ลักษณะและพฤติกรรม[แก้]

เป็นลิงไม่มีหางที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามีวิวัฒนาการใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด โดยมีบรรพบุรุษร่วมกันก่อนจะมาแยกสายวิวัฒนาการ โดยมีดีเอ็นเอเหมือนกับมนุษย์ถึงร้อยละ 90 โบโนโบมีลักษณะทั่วไปเหมือนกับชิมแปนซี ที่อยู่ในสกุลเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก และมีถิ่นที่อยู่อาศัยจำกัดกว่า และมีพฤติกรรมรักสงบ ไม่ก้าวร้าวหรือล่าลิงชนิดอื่นกินเป็นอาหารเหมือนชิมแปนซี[4]

โบโนโบ มีส่วนหัวที่เล็กกว่าชิมแปนซีเมื่อเทียบกับขนาดตัว มีรูปร่างที่เพรียวและแขนยาวกว่า อย่างไรก็ตามทั้งตัวผู้และตัวเมียเมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดพอ ๆ กับชิมแปนซีตัวเมีย ซึ่งโบโนโบได้แยกสายวิวัฒนาการมาจากชิมแปนซีเมื่อกว่า 900,000 ปี ถึง 1.5 ล้านปีก่อน [3] ได้มีการศึกษาพบว่า โบโนโบเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่ไม่ใช่มนุษย์ ที่สามารถแสดงออกทางความรักและมีพฤติกรรมทางเพศได้เหมือนมนุษย์ เช่น การจูบ, การออรัลเซ็กส์ หรือแม้แต่การผสมพันธุ์แบบหันหน้าเข้าหากัน[5] และยังพบว่ามีพฤติกรรมผสมพันธุ์เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนอาหารกัน แทนที่จะต่อสู้แย่งชิงกันแบบสัตว์ชนิดอื่น[6] หรือแม้แต่การใช้อวัยวะเพศที่ขยายใหญ่กว่าปกติเสียดสีกันไปมาของตัวเมียในช่วงวัยเจริญพันธุ์เพื่อแสดงออกถึงความผูกพันฉันพี่น้องกันด้วย[3]

ที่อยู่อาศัย[แก้]

อยู่อาศัยในตอนกลางของทวีปแอฟริกา พบในเขตประเทศคองโก เพียงประเทศเดียวในโลก พบในธรรมชาติเพียง 5,000 ตัว[7] จัดอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์

ปัจจุบันประเทศคองโกมีพื้นที่อนุรักษ์ซึ่งเป็นป่าดงดิบที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา คิดเป็นร้อยละ 8 และต้องการเพิ่มเป็นร้อยละ 10 และร้อยละ 15 ในที่สุด โดยรัฐบาลคองโกต้องการปกป้องการทำลายป่าในพื้นที่ลุ่มคองโกด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. Groves, C. (2005-11-16). Wilson, D. E., and Reeder, D. M. (eds), ed. Mammal Species of the World (3rd edition ed.). Johns Hopkins University Press. p. 183. ISBN 0-801-88221-4. 
  2. 2.0 2.1 Fruth, B., Benishay, J.M., Bila-Isia, I., Coxe, S., Dupain, J., Furuichi, T., Hart, J., Hart, T., Hashimoto, C., Hohmann, G., Hurley, M., Ilambu, O., Mulavwa, M., Ndunda, M., Omasombo, V., Reinartz, G., Scherlis, J., Steel, L. & Thompson, J. (2008). Pan paniscus. In: IUCN 2008. IUCN Red List of Threatened Species. Downloaded on 4 January 2009. Listed as Endangered (EN A4cd v3.1)
  3. 3.0 3.1 3.2 แกะรอยเอปในตำนาน, คอลัมน์ เรื่องเล่าจากต่างแดน โดย นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟิก ฉบับภาษาไทยเดือนมีนาคม หน้า 22: เดลินิวส์ ฉบับที่ 23,173 ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556 ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 4 ปีมะโรง
  4. โบโนโบ สายพันธุ์ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุด เสี่ยงสูญพันธุ์ จากประชาชาติธุรกิจ
  5. โบโนโบ้
  6. พฤติกรรมรักร่วมเพศในสัตว์
  7. คองโกจัดเขตอนุรักษ์โบโนโบ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]