ไฮน์ริช บรือนิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไฮน์ริช บรือนิง
นายกรัฐมนตรีเยอรมนี
(สาธารณรัฐไวมาร์)
ดำรงตำแหน่ง
30 March 1930 – 30 May 1932
ประธานาธิบดี เพาล์ ฟ็อน ฮินเดินบวร์ค
ก่อนหน้า แฮร์มัน มึลเลอร์ (นักการเมือง)
ถัดไป ฟรันทซ์ ฟ็อน พาเพิน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด Heinrich Aloysius Maria Elisabeth Brüning
26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1885(1885-11-26)
Münster, Province of Westphalia, German Empire
เสียชีวิต 30 มีนาคม ค.ศ. 1970 (84 ปี)
Norwich, Vermont, U.S.
ที่ฝังร่าง Münster, Germany
พรรคการเมือง Zentrum
อาชีพ Academician
Economist
Activist

ไฮน์ริช อาโลอีซียึส มารีอา อีลีซาเบท บรือนิง (เกี่ยวกับเสียงนี้ listen ) (26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1885 – 30 มีนาคม ค.ศ. 1970) เป็นนักการเมืองพรรคกลางเยอรมันและนักวิชาการ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีเยอรมนีในช่วงสาธารณรัฐไวมาร์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ถึง 1932

นักรัฐศาสตร์และนักเคลื่อนไหวทางสังคมคริสเตียนด้วยปริญญาเอกที่เกี่ยวข้องกับระบบรางรถไฟบริติชที่เป็นของรัฐ เขาได้เข้าสู่วงการเมืองในปี ค.ศ. 1920 และได้รับเลือกให้เข้าสู่รัฐสภาไรชส์ทาคในปี ค.ศ. 1924 ไม่นานหลังจากนั้น บรือนิงได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 1930 เขาต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ บรือนิงได้ตอบสนองด้วยการให้สินเชื่ออย่างรัดกุมและลดค่าจ้างและเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด นโยบายเหล่านี้นำไปสู่การว่างงานที่เพิ่มมากขึ้นและทำให้บรือนิงหมดความเป็นที่นิยมอย่างมาก, สูญเสียจากการสนับสนุนต่อเขาในรัฐสภาไรชส์ทาค ด้วยผลลัพธ์นี้ บรือนิงได้จัดตั้งสิ่งที่เรียกว่า รัฐบาลประธานาธิบดี ซึ่งเป็นรากฐานอำนาจรัฐบาลของเขาในกฤษฏีกาภาวะฉุกเฉินประธานาธิบดีซึ่งได้เรียกใช้ตามอำนาจรัฐธรรมนูญของประธานาธิบดี เพาล์ ฟ็อน ฮินเดินบวร์ค บรือนิงได้ประกาศลาออกจากคณะรัฐมนตรีของเขา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1932 ภายหลังจากนโยบายของเขาในการแจกจ่ายที่ดินแก่คนงานที่กำลังตกงาน ทำให้เขาเกิดความขัดแย้งกับประธานาธิบดีและเจ้าของที่ดินปรัสเซีย และประธานาธิบดีจึงได้ปฏิเสธที่จะลงนามอีกต่อไป

ด้วยความหวาดกลัวที่จะถูกจับกุม หลังระบอบนาซีรุ่งเรืองอำนาจ บรือนิงได้หนีออกจากเยอรมนีในปี ค.ศ. 1934 หลังจากนั้นก็ได้ไปอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร จนท้ายที่สุดเขาได้ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาได้อาศัยอยู่ที่นั้นซึ่งอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากในช่วงปีแรกในฐานะผู้ลี้ภัยจากนาซี แต่ก็ได้กลายเป็นศาสตราจารย์รับเชิญที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 1937 และเป็น Lucius N. Littauer ศาสตราจารย์ของรัฐบาลที่ฮาร์วาร์ด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939 - 1952 เขาได้กล่าวเตือนต่อสาธารณชนอเมริกันเกี่ยวกับแผนการสำหรับการทำสงครามของฮิตเลอร์ และต่อมาเกี่ยวกับการรุกรานสหภาพโซเวียตและแผนการสำหรับแผ่ขยายอำนาจ เขาได้เดินทางกลับมายังเยอรมนีในปี ค.ศ. 1951 เพื่อรับตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์วิชารัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโคโลญ แต่ก็ได้เดินทางกลับมายังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1955 และเขาได้ใช้ชีวิตในวัยเกษียณในรัฐเวอร์มอนต์ เขาได้กลายเป็นสมาชิกของสถานศึกษาศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งอเมริกัน ในปี ค.ศ. 1938

บรือนิงยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในประวัติศาสตร์เยอรมนี ในขณะที่นักประวัติศาสตร์ได้โต้เถียงกันว่า เขาเป็นป้อมปราการสุดท้ายของสาธารณรัฐไวมาร์ หรือสัปเหร่อของสาธารณรัฐ หรือทั้งสองอย่าง นักวิชาการได้แบ่งออกเป็นห้องจำนวนมากสำหรับการวางแผนที่เขามีในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำและช่วงเวลาที่ไร้เสถียรภาพางการเมืองครั้งใหญ่ ในขณะที่เขาได้มุ่งหมายที่จะปกป้องรัฐบาลสาธารณรัฐ นโยบายของเขา ที่โดดเด่นจากการใช้อำนาจฉุกเฉินของเขา ยังมีส่วนทำให้เกิดความเสื่อมถอยอย่างทีละน้อยของสาธารณรัฐไวมาร์ในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี