โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะแห่งที่ 1 เมื่อปี 2545
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ is located in ญี่ปุ่น
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ
พิกัดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ
ประเทศ ญี่ปุ่น
ที่ตั้ง โอกุมะ จังหวัดฟุกุชิมะ
พิกัด 37°25′22.7″N 141°01′58.5″E / 37.422972°N 141.032917°E / 37.422972; 141.032917พิกัดภูมิศาสตร์: 37°25′22.7″N 141°01′58.5″E / 37.422972°N 141.032917°E / 37.422972; 141.032917
สถานะ เสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว หยุดการทำงาน
เริ่มสร้าง 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 (2510-07-25)
ประจำการ 26 มีนาคม พ.ศ. 2514 (2514-03-26)
ดำเนินการ บริษัทพลังงานไฟฟ้าโตเกียว (เทปโก้)
ผู้สร้าง คะจิมะ
ข้อมูลเครื่องปฏิกรณ์
เครื่องปฏิกรณ์ที่ดำเนินงานอยู่ 1 × 460 MW (เสียหายหน่วย 1)
4 × 784 MW (เสียหายหน่วย 2, 3 และ 4; หน่วย 5 ประสบปัญหาการระบายความร้อน)
1 × 1,100 MW (หน่วย 6 ประสบปัญหาการระบายความร้อน)
เครื่องปฏิกรณ์ที่อยู่ในแปลน 2 × 1,380 MW
ประเภทเครื่องปฏิกรณ์ เครื่องปฏิกรณ์น้ำเดือด
Reactor supplier(s) เจเนอรัลอิเล็กทริก
โทชิบา
ฮิตาชิ
ความสามารถในการผลิตไฟฟ้า
กำลังการผลิต 4,696 MW
กำลังสูงสุด 7,456 MW
Annual generation 29,891 GW·h
Net generation 877,692 GW·h
เว็บไซต์
http://www.tepco.co.jp/nu/f1-np/press_f1/2010/2010-j.html
ณ 14 มี.ค. 2554
กล้องเว็บแคม

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะแห่งที่หนึ่ง (ญี่ปุ่น: Fukushima I Nuclear Power Plant 福島第一原子力発電所 Fukushima Dai-Ichi Genshiryoku Hatsudensho) เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโอกุมะ เขตฟุตะบะ จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเครื่องปฏิกรณ์สำหรับผลิตไฟฟ้าหกหน่วย รวมกำลัง 4.7 จิกะวัตต์ โรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นหนึ่งใน 15 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกซึ่งได้รับการก่อสร้างและบริหารจัดการทั้งหมดโดยบริษัทพลังงานไฟฟ้าโตเกียว (TEPCO)

เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 จากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิถล่มเซ็นได รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศ "ภาวะฉุกเฉินพลังงานนิวเคลียร์" และอพยพผู้อยู่อาศัยในรัศมี 20 กิโลเมตรออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่คณะกรรมการความปลอดภัยนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นออกมาระบุว่าทางการกังวลว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่แท่งเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อาจหลอมละลาย[1]

เครื่องปฏิกรณ์[แก้]

ภาพตัดขวางของเครื่องปฏิกรณ์ BWR Mark I containment ที่ใช้ในหน่วยที่ 1 ถึง 5 โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ drywell (11), wetwell (18), spent fuel area (5)

เครื่องปฏิกรณ์หน่วยที่ 1 2 และ 6 ผลิตโดย General Electric หน่วยที่ 3 และ 5 ผลิตโดย Toshiba และหน่วยที่ 4 ผลิตโดย Hitachi เครื่องปฏิกรณ์ทั้งหกหน่วยออกแบบโดย General Electric[2] เครื่องปฏิกรณ์ของ General Electric ออกแบบสถาปัตยกรรมโดย Ebasco และการก่อสร้างทั้งหมดดำเนินการโดย Kajima.[3] ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2553 เครื่องปฏิกรณ์หน่วยที่สามได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิง mixed-oxide (MOX) แทนที่ low enriched uranium (LEU) ที่เคยใช้อยู่เดิมในเครื่องปฏิกรณ์ทั้งหมดในโรงไฟฟ้าแห่งนี้[4][5] เครื่องปฏิกรณ์หน่วยที่ 1–5 เป็นแบบ Mark I type (light bulb torus) containment structures ส่วนหน่วยที่ 6 เป็นแบบ Mark II type (over/under) containment structure[6][7][8]

เครื่องปฏิกรณ์หน่วยที่ 1 เป็นเครื่อง boiling water reactor (BWR-3) ขนาด 460 เมกะวัตต์ สร้างในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2510 และเริ่มใช้งานผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2514 และเดิมมีกำหนดปิดในต้นปี พ.ศ. 2554[9] ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 หน่วยงานกำกับดูแลโรงไฟฟ้าของรัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ขยายเวลาการใช้งานเครื่องปฏิกรณ์หน่วยนี้ออกไปอีก 10 ปี[10]

ภาพถ่ายทางอากาศของโรงไฟฟ้าใน พ.ศ. 2518 showing sea walls and completed reactors showing, reading left (South) to right (North), Units 4,3,2,1 and 5, with Unit 6, on the right, then under construction.
ภาพขยายเครื่องปฏิกรณ์หน่วยที่ 4 3 2 และ 1
หน่วยปฏิกรณ์ ชนิด[11] เริ่มก่อสร้าง[12] ถึงจุดวิกฤตครั้งแรก[12] ใช้งานเชิงพาณิชย์[12] กำลังไฟฟ้า[12] ผู้ผลิตเครื่องปฏิกรณ์[11] สถาปัตยกรรม[3] ก่อสร้าง[3] เชื้องเพลิง
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 1 BWR-3 July 25, 1967 October 10, 1970 March 26, 1971 460 MW General Electric Ebasco Kajima LEU
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 2 BWR-4 June 9, 1969 May 10, 1973 July 18, 1974 784 MW General Electric Ebasco Kajima LEU
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 3 BWR-4 December 28, 1970 September 6, 1974 March 27, 1976 784 MW Toshiba Toshiba Kajima MOX[4]
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 4 BWR-4 February 12, 1973 January 28, 1978 October 12, 1978 784 MW Hitachi Hitachi Kajima
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 5 BWR-4 May 22, 1972 August 26, 1977 April 18, 1978 784 MW Toshiba Toshiba Kajima
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 6 BWR-5 October 26, 1973 March 9, 1979 October 24, 1979 1,100 MW General Electric Ebasco Kajima
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 7 (โครงการ)[13] ABWR April 2012 October 2016 1,380 MW
ฟุกุชิมะไดอิชิ – 8 (โครงการ)[13] ABWR April 2012 October 2017 1,380 MW

อุบัติเหตุนิวเคลียร์ พ.ศ. 2554[แก้]

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 เกิดแผ่นดินไหวซึ่งวัดความรุนแรงได้ 9.0 แมกนิจูด เมื่อเวลาราว 14.46 น. ตามเวลามาตรฐานญี่ปุ่น นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เครื่องปฏิกรณ์ที่ 4, 5 และ 6 ถูกปิดตัวลงก่อนหน้าที่จะเกิดแผ่นดินไหวเพื่อการบำรุงรักษาตามกำหนด[14][15] ส่วนเครื่องปฏิกรณ์ที่เหลือถูกปิดลงอัตโนมัติหลังจากเกิดแผ่นดินไหว แต่คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นตามมาได้เข้าท่วมโรงไฟฟ้า ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินซึ่งใช้สำหรับทำงานปั๊มทำความเย็นและควบคุมเตาปฏิกรณ์ ความเสียหายจากอุทกภัยและแผ่นดินไหวทำให้ความช่วยเหลือจากที่อื่นไม่สามารถเข้ามาถึงได้ อีกหลายวันต่อมามีหลักฐานว่าแกนปฏิกรณ์บางส่วนหลอมละลายในเครื่องปฏิกรณ์ที่ 1, 2 และ 3 การระเบิดของไฮโดรเจนทำลายวัสดุใช้หุ้มส่วนบนของอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของเครื่องปฏิกรณ์ที่ 1 และ 3 แรงระเบิดได้ทำลายอาคารคลุมเตาปฏิกรณ์ที่ 2 และเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรงที่เครื่องปฏิกรณ์ที่ 4

อ้างอิง[แก้]

  1. "Explosion at Japanese nuclear plant raises fears". Usatoday.Com. http://www.usatoday.com/news/world/2011-03-12-japan-reactor_N.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-03-12. 
  2. "General Electric-designed reactors in Fukushima have 23 sisters in U.S". msnbc.com. March 13, 2011. สืบค้นเมื่อ March 14, 2011.  Unknown parameter |lat= ignored (help)
  3. 3.0 3.1 3.2 "Nuclear Reactor Maps: Fukushima-Daiichi". Council for Security Cooperation in the Asia Pacific. http://nuctrans.org/Nuc_Trans/locations/daiichi/daiichi.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 14 March 2011. 
  4. 4.0 4.1 "Fukushima to Restart Using MOX Fuel for First Time". Nuclear Street. 2010-09-17. สืบค้นเมื่อ March 12, 2011.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "ns" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  5. "Third Japanese reactor to load MOX". World Nuclear News. 2010-08-10. สืบค้นเมื่อ March 12, 2011. 
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ brady
  7. "Fact Sheet on Fukushima Nuclear Power Plant". Nuclear Information and Resource Service. 13 March 2011. http://www.nirs.org/reactorwatch/accidents/Fukushimafactsheet.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 March 2011. 
  8. Sandia National Laboratories (July 2006). Containment Integrity Research at Sandia National Laboratories - An Overview. U.S. Nuclear Regulatory Commission. NUREG/CR-6906, SAND2006-2274P. สืบค้นเมื่อ 13 March 2011. 
  9. "Fukushima Daiichi Information Screen". Icjt.org. http://www.icjt.org/npp/podrobnosti.php?drzava=14&lokacija=818. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-03-15. 
  10. Yamaguchi, Mari; Donn, Jeff (March 12, 2011). "Japan quake causes emergencies at 5 nuke reactors". Forbes. Archived from the original on March 17, 2011. สืบค้นเมื่อ March 12, 2011. 
  11. 11.0 11.1 "Reactors in operation". IAEA. 31 December 2009. http://www-pub.iaea.org/MTCD/publications/PDF/CNPP2010_CD/pages/AnnexII/tables/table2.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ March 12, 2011. 
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 "Japan: Nuclear Power Reactors". Power Reactor Information System - PRIS. IAEA. http://www.iaea.org/cgi-bin/db.page.pl/pris.powrea.htm?country=JP. เรียกข้อมูลเมื่อ 14 March 2011. 
  13. 13.0 13.1 "Nuclear Power in Japan". World Nuclear Association. 2011-02-24. สืบค้นเมื่อ March 12, 2011. 
  14. Black, Richard. "Reactor breach worsens prospects". BBC News. http://www.bbc.co.uk/news/science-environment-12745186. เรียกข้อมูลเมื่อ March 17, 2011. 
  15. Biela Liwag. "Government Scientists on Japan Nuke Meltdown "No need to worry"". Noypi.ph. http://www.noypi.ph/index.php/nation/3295-government-scientists-on-japan-nuke-meltdown-no-need-to-worry.html. เรียกข้อมูลเมื่อ March 14, 2011.