โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า
A-chinese-ghost-story-1980s-poster.jpg
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับเฉิง เสี่ยวตง
เขียนบทหยวน จี้จื้อ [1]
เนื้อเรื่องผู ซงหลิง
สร้างจากโปเยโปโลเย ค.ศ. 1740
(โดย ผู ซงหลิง)
อำนวยการสร้างสฺวี เค่อ
นักแสดงนำ
กำกับภาพ
ดนตรีประกอบ
บริษัทผู้สร้าง
นิวอาร์ตส์ซิตี ฟีล์ม
ฟีล์ม เวิร์กช็อป
ผู้จัดจำหน่ายโกลเดน พรินเซส ฟีล์ม โปรดักชันส์
นนทนันท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
(ประเทศไทย)
วันฉาย18 กรกฎาคม ค.ศ. 1987 (1987-07-18)(ฮ่องกง)
ความยาว98 นาที
ประเทศฮ่องกง
ภาษากวางตุ้ง
รายได้18,831,638 ดอลลาร์ฮ่องกง (ในฮ่องกง)
12,684,540 ดอลลาร์ไต้หวัน (ในไต้หวัน)

โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า (อังกฤษ: A Chinese Ghost Story เวด-ไจลส์: Ch'ien-nü Yu-hun; แปลตรงตัว: "The Ethereal Spirit of a Beauty") เป็นภาพยนตร์ฮ่องกงแนวโรแมนติก คอมเมดี-สยองขวัญ ปี ค.ศ. 1987 นำแสดงโดย เลสลี จาง, หวัง จู่เสียน และ อู๋ หม่า กำกับการแสดงโดย เฉิง เสี่ยวตง และอำนวยการสร้างโดย สฺวี เค่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างและดัดแปลงมาจากผลงานเรื่องสั้นที่ชื่อว่า "เนี่ย เสี่ยวเชี่ยน" ซึ่งบรรจุอยู่ในวรรณกรรมประเภทรวมเรื่องสั้นที่เผยแพร่ในสมัยราชวงศ์ชิงเรื่อง โปเยโปโลเย โดย ผู ซงหลิง และใช้เค้าโครงเนื้อหาเดิมจากภาพยนตร์เรื่อง วิญญาณรักปีศาจสาว (ค.ศ. 1960) ของค่าย ชอว์บราเดอร์สสตูดิโอ ที่เคยนำเนื้อหาของเรื่องสั้นดังกล่าวมาดัดแปลงและผลิตเป็นภาพยนตร์จนประสบความสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้

ภาพยนตร์ออกฉาย ในปี ค.ศ. 1987 และประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในฮ่องกงและประเทศอื่นๆในทวีปเอเชีย โดยได้รับรางวัลม้าทองคำถึง 4 รางวัล รวมทั้งเกิดกระแสความนิยมขึ้นทั้งในประเทศเกาหลีใต้และประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฉายที่ประเทศจีนในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ก็ได้รับการพูดถึงเป็นวงกว้างที่ประเทศจีนในฐานะของภาพยนตร์เกินวิสัย ซึ่งผลจากความสำเร็จอย่างงดงามของภาพยนตร์ทำให้ หวัง จู่เสียน และ เลสลี จาง กลายเป็นนักแสดงที่เป็นที่นิยมอย่างมากในทวีปเอเชียโดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังปลุกกระแสการสร้างภาพยนตร์ที่มีผีพื้นบ้านสมัยโบราณให้เป็นที่นิยมขึ้นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในร้อยภาพยนตร์จีนที่ดีที่สุดตลอดกาลมาจนถึงปัจจุบัน และมีการทำภาคต่อคือ โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า ภาค 2 และ ภาค 3 รวมถึงมีการทำเป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน

เนื้อเรื่อง[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวถึงบัณทิตหนุ่ม หนิงไฉ่เฉิน ที่ต้องดั้นด้นเดินทางไกลรอนแรมไปตามเมืองต่างๆ เพื่องานการเก็บภาษี ในหมู่บ้านป่าเมืองเถื่อนห่างไกลแห่งหนึ่ง กลับต้องประสบกับปัญหาไม่สามารถเก็บเงินได้ สมุดบันทึกค่าเช่าถูกน้ำจนเปียกหมด เขาต้องอาศัยค้างแรมที่นี่ แต่ห้องพักโรงแรมล้วมมีคนเช่าเต็มจนหมด ทางเลือกเหลือเพียงแค่วัดร้างปลายดอยเท่านั้นที่จะพอใช้พักอาศัยได้ วัดร้างแห่งนี้เป็นสถานที่ใหญ่โต ประกอบไปด้วยห้องหับมากมาย แต่ทั้งเปลี่ยว และเงียบสงัดชวนให้ขนหัวลุกเป็นยิ่งนัก แค่เสียงลม หรือประตูลั่นขึ้นมา ก็สร้างความตื่นตระหนกได้แล้วที่นั่น หนิงไฉ่เฉิน ต้องพบกับเรื่องประหลาดมากมาย ทั้งการต่อสู้ของยอดฝีมือ กับมือกระบี่นักพรต (อู๋ หม่า) ที่สำคัญไปกว่านั้นเขาได้พบกับ หญิงสาวลึกลับ เสี่ยวเชี่ยน ผู้นำพาให้หนิงไฉ่เฉินได้พบกับโลกที่เขาไม่เคยคิดว่ามีมาก่อน หญิงสาวปรากฏตัวในด้วยท่าทีที่เย้ายวน แบบที่ไม่ว่าชายใดก็ยากที่จะปฏิเสธได้ หนิงไฉ่เฉิน ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ต่อมาเขาถึงทราบว่า เสี่ยวเชี่ยน ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นวิญญาณแร่ร่อน ถูกกักตัวไว้โดยเจ้าปีศาจต้นไม้ ไม่ให้ไปผุดไปเกิด และกลายเป็นเหยื่อล่อมนุษย์เพศชายที่ผ่านเข้ามาในอาญาบริเวณ เพื่อเป็นเหยื่ออันโอชะแก่เจ้าปีศาจ หนิงไฉ่เฉิน เมื่อได้ทราบเรื่องราวดังกล่าว จึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วย โดยได้รับความร่วมมือจากนักพรตปราบปีศาจ ผู้หวังจะกำหราบปีศาจที่สร้างความเดือดร้อน ให้กับผู้คนตนนี้เช่นเดียวกัน

นักแสดงนำ[แก้]

การนำกลับมาสร้างใหม่[แก้]

ต่อมาในปี 2011 วิลสัน ยิป ได้นำเอาภาพยนตร์เรื่องนี้ไปสร้างใหม่ ในชื่อ โปเยโปโลเย (a chinese fairy tale) ออกฉายในปี 2011 นำแสดงโดย กู่ เทียนเล่อ, หลิว อี้เฟย์

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Morton 2001, p. 70.
  2. Charles 2000, p. 155.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]