ข้ามไปเนื้อหา

โชติ คุ้มพันธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โชติ คุ้มพันธ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร เขต 1
ดำรงตำแหน่ง
6 มกราคม พ.ศ. 2489  9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490
ดำรงตำแหน่ง
16 มิถุนายน พ.ศ. 2488  15 ตุลาคม พ.ศ. 2488
ก่อนหน้าขุนสมาหารหิตะคดี (โป-ระ สมาหาร)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด29 พฤษภาคม พ.ศ. 2442[1]
อำเภอสามโคก เมืองประทุมธานี มณฑลกรุงเก่า ประเทศสยาม
เสียชีวิต24 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 (71 ปี)
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อำเภอพญาไท จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
พรรคการเมืองประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2489 – 2491)
การเข้าร่วม
พรรคการเมืองอื่น
ประชาธิปไตย (ก่อน พ.ศ. 2489)
คู่สมรสลำยอง แดงอ่อน (สมรส 2489)[1]
บุตร4 คน[a][1]
บุพการี
  • ลอย คุ้มพันธ์[1] (บิดา)
  • นะ คุ้มพันธ์[1] (มารดา)
ศิษย์เก่าโรงเรียนปทุมคงคา[1]
มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน[1]
มหาวิทยาลัยไลพ์ซิช[1]
อาชีพข้าราชการ ทหาร นักการเมือง และอาจารย์[1]
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้ สยาม
สังกัดกองทหารอาสาสยาม
ประจำการพ.ศ. 2460–2462
ยศพลทหาร
หน่วยกองรถยนต์หน่วยที่ 3[1]
ผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

โชติ คุ้มพันธ์ (29 พฤษภาคม พ.ศ. 2442 – 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2514) เป็นชาวจังหวัดปทุมธานี เรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษา เข้าสมัครเป็นเสมียนกรมศุลกากร ต่อมาเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้อาสาสมัครเข้าเป็นพลทหาร ตำแหน่งพลขับ เมื่อกลับมาแล้วรับจ้างเป็นกะลาสีในเรือ แล้วจึงไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี สถานที่เคยอาสาไปรบ จนกระทั่งเรียนจนได้ปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อกลับมาแล้วเข้าทำงานธนาคาร โดยเป็นผู้หนึ่งที่ริเริ่มตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้น

ในทางการเมือง ดร.โชติ คุ้มพันธ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรประเภทที่ 1 ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2475 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของไทย และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย โดยมีสมาชิกคนสำคัญเช่น นายสอ เสถบุตร, ร้อยโทจงกล ไกรฤกษ์ เป็นต้น เคยถูกจับกุมในข้อหากบฏคิดล้มล้างรัฐบาลในกรณีกบฏพระยาทรงสุรเดช ได้ถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต หลังจากนั้นไม่กี่ปีก็ถูกเนรเทศไปจำที่ทัณฑนิคมเกาะเต่า สุราษฎร์ธานี พร้อมกับหม่อมราชวงศ์นิมิตรมงคล นวรัตน นักโทษการเมืองคดีเดียวกันอีกคนที่หนึ่งด้วย

เมื่อพ้นโทษออกมา ได้กลับมาสู่เส้นทางทางการเมืองใหม่ ได้รับฉายาว่า "ผู้แทนคนยาก" เนื่องจากเป็นผู้ที่ริเริ่มการหาเสียงด้วยโทรโข่ง ไปพบปะกับชาวบ้านด้วยการเดินหาเสียงตามบ้านเรือน ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2489 เนื่องจากไม่มีทุนรอนในการหาเสียง จึงใช้วิธีตะโกนพูดผ่านโทรโข่งบนอานรถสามล้อถีบ พูดท่ามกลางชุมชนตามตลาดบ้าง ตามลานวัดเก่า ๆ บ้าง มีคนถีบสามล้อเป็นขบวนนำ หยุดพูดที่ไหนก็ให้ ดร.โชติ ยืนสองเท้าเหยียบบนอานรถสองคันตะโกนใส่ลำโพง โดยหาเสียงไปพร้อมกับ นายควง อภัยวงศ์ และ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ซึ่งต่างก็ใช้วิธีด้วยเช่นกัน

ต่อมา เมื่อมีการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ขึ้น ดร.โชติ คุ้มพันธ์ ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคด้วย โดยยุบพรรคประชาธิปไตยของตนเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์

ก่อนจะเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดให้มีงานการกุศลที่สวนอัมพร ดร.โชติ ได้เป็นผู้ถีบรถสามล้อ โดยมี พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นั่ง เพื่อเก็บเงินเพื่อการกุศลด้วย

หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2491 ที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน นายควง อภัยวงศ์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ลาออกจากพรรคไป ดร.โชติ เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคที่ลาออกไปด้วย และถึงแก่กรรมลงอย่างเงียบ ๆ ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2514[2][3]

เชิงอรรถ

[แก้]
  1. เป็นบุตรชายหญิงที่เกิดกับสตรีไม่ทราบชื่อสามคน และมีธิดาคนเล็กที่เกิดกับนางลำยองอีกคนหนึ่ง

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "ประวัติ ดร. โชติ คุ้มพันธ์". รัฐธรรมนูญ ฉบับปฐมฤกษ์จนถึงปัจจุบัน (PDF). 1971. สืบค้นเมื่อ 15 October 2025.
  2. การรื้อสร้าง ๒๔๗๕ : ฝันจริงของนักอุดมคติ "น้ำเงินแท้" โดย ณัฐพล ใจจริง, ศิลปวัฒนธรรม: วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 27 ฉบับที่ 02
  3. ผู้แทนราษฏร จากสกุลไทย