โชติ คุ้มพันธ์
โชติ คุ้มพันธ์ | |
|---|---|
| สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนคร เขต 1 | |
| ดำรงตำแหน่ง 6 มกราคม พ.ศ. 2489 – 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 | |
| ดำรงตำแหน่ง 16 มิถุนายน พ.ศ. 2488 – 15 ตุลาคม พ.ศ. 2488 | |
| ก่อนหน้า | ขุนสมาหารหิตะคดี (โป-ระ สมาหาร) |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2442[1] อำเภอสามโคก เมืองประทุมธานี มณฑลกรุงเก่า ประเทศสยาม |
| เสียชีวิต | 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 (71 ปี) โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อำเภอพญาไท จังหวัดพระนคร ประเทศไทย |
| พรรคการเมือง | ประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2489 – 2491) |
| การเข้าร่วม พรรคการเมืองอื่น | ประชาธิปไตย (ก่อน พ.ศ. 2489) |
| คู่สมรส | ลำยอง แดงอ่อน (สมรส 2489)[1] |
| บุตร | 4 คน[a][1] |
| บุพการี | |
| ศิษย์เก่า | โรงเรียนปทุมคงคา[1] มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน[1] มหาวิทยาลัยไลพ์ซิช[1] |
| อาชีพ | ข้าราชการ ทหาร นักการเมือง และอาจารย์[1] |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| รับใช้ | |
| สังกัด | กองทหารอาสาสยาม |
| ประจำการ | พ.ศ. 2460–2462 |
| ยศ | พลทหาร |
| หน่วย | กองรถยนต์หน่วยที่ 3[1] |
| ผ่านศึก | สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง |
โชติ คุ้มพันธ์ (29 พฤษภาคม พ.ศ. 2442 – 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2514) เป็นชาวจังหวัดปทุมธานี เรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษา เข้าสมัครเป็นเสมียนกรมศุลกากร ต่อมาเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้อาสาสมัครเข้าเป็นพลทหาร ตำแหน่งพลขับ เมื่อกลับมาแล้วรับจ้างเป็นกะลาสีในเรือ แล้วจึงไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี สถานที่เคยอาสาไปรบ จนกระทั่งเรียนจนได้ปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อกลับมาแล้วเข้าทำงานธนาคาร โดยเป็นผู้หนึ่งที่ริเริ่มตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้น
ในทางการเมือง ดร.โชติ คุ้มพันธ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรประเภทที่ 1 ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2475 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของไทย และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย โดยมีสมาชิกคนสำคัญเช่น นายสอ เสถบุตร, ร้อยโทจงกล ไกรฤกษ์ เป็นต้น เคยถูกจับกุมในข้อหากบฏคิดล้มล้างรัฐบาลในกรณีกบฏพระยาทรงสุรเดช ได้ถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต หลังจากนั้นไม่กี่ปีก็ถูกเนรเทศไปจำที่ทัณฑนิคมเกาะเต่า สุราษฎร์ธานี พร้อมกับหม่อมราชวงศ์นิมิตรมงคล นวรัตน นักโทษการเมืองคดีเดียวกันอีกคนที่หนึ่งด้วย
เมื่อพ้นโทษออกมา ได้กลับมาสู่เส้นทางทางการเมืองใหม่ ได้รับฉายาว่า "ผู้แทนคนยาก" เนื่องจากเป็นผู้ที่ริเริ่มการหาเสียงด้วยโทรโข่ง ไปพบปะกับชาวบ้านด้วยการเดินหาเสียงตามบ้านเรือน ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2489 เนื่องจากไม่มีทุนรอนในการหาเสียง จึงใช้วิธีตะโกนพูดผ่านโทรโข่งบนอานรถสามล้อถีบ พูดท่ามกลางชุมชนตามตลาดบ้าง ตามลานวัดเก่า ๆ บ้าง มีคนถีบสามล้อเป็นขบวนนำ หยุดพูดที่ไหนก็ให้ ดร.โชติ ยืนสองเท้าเหยียบบนอานรถสองคันตะโกนใส่ลำโพง โดยหาเสียงไปพร้อมกับ นายควง อภัยวงศ์ และ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ซึ่งต่างก็ใช้วิธีด้วยเช่นกัน
ต่อมา เมื่อมีการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ขึ้น ดร.โชติ คุ้มพันธ์ ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคด้วย โดยยุบพรรคประชาธิปไตยของตนเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์
ก่อนจะเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดให้มีงานการกุศลที่สวนอัมพร ดร.โชติ ได้เป็นผู้ถีบรถสามล้อ โดยมี พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นั่ง เพื่อเก็บเงินเพื่อการกุศลด้วย
หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2491 ที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน นายควง อภัยวงศ์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ลาออกจากพรรคไป ดร.โชติ เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคที่ลาออกไปด้วย และถึงแก่กรรมลงอย่างเงียบ ๆ ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2514[2][3]
เชิงอรรถ
[แก้]- ↑ เป็นบุตรชายหญิงที่เกิดกับสตรีไม่ทราบชื่อสามคน และมีธิดาคนเล็กที่เกิดกับนางลำยองอีกคนหนึ่ง
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "ประวัติ ดร. โชติ คุ้มพันธ์". รัฐธรรมนูญ ฉบับปฐมฤกษ์จนถึงปัจจุบัน (PDF). 1971. สืบค้นเมื่อ 15 October 2025.
- ↑ การรื้อสร้าง ๒๔๗๕ : ฝันจริงของนักอุดมคติ "น้ำเงินแท้" โดย ณัฐพล ใจจริง, ศิลปวัฒนธรรม: วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 27 ฉบับที่ 02
- ↑ ผู้แทนราษฏร จากสกุลไทย