แม่น้ำอามูดาร์ยา
| อามูดาร์ยา Oxus, Wehrōd, də Āmu Sind, Amu River | |
|---|---|
แม่น้ำอามูดาร์ยาจากประเทศเติร์กเมนิสถาน | |
แผนที่บริเวณรอบทะเลอารัลใน ป. ค.ศ. 2008 ที่ราบลุ่มแม่น้ำอามูดาร์ยออยู่ในสีส้ม ส่วนที่ราบลุ่มแม่น้ำซีร์ดาร์ยาอยู่ในสีเหลือง | |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามนคร Āmul (ปัจจุบันคือตืร์กเมนาบัต) |
| ชื่อท้องถิ่น | |
| ที่ตั้ง | |
| ประเทศ | |
| ภูมิภาค | เอเชียกลาง |
| ลักษณะทางกายภาพ | |
| ต้นน้ำ | แม่น้ำปามีร์/แม่น้ำปันจ์ |
| • ตำแหน่ง | ทะเลสาบโซร์คูล เทือกเขาปามีร์ ประเทศอัฟกานิสถาน |
| • พิกัด | 37°27′04″N 73°34′21″E / 37.45111°N 73.57250°E |
| • ระดับความสูง | 4,130 m (13,550 ft) |
| แหล่งที่ 2 | แม่น้ำ Kyzylsu/แม่น้ำวาคช์ |
| • ตำแหน่ง | หุบเขาออลอย เทือกเขาปามีร์ ประเทศคีร์กีซสถาน |
| • พิกัด | 39°13′27″N 72°55′26″E / 39.22417°N 72.92389°E |
| • ระดับความสูง | 4,525 m (14,846 ft) |
| จุดบรรจบ | Kerki |
| • ตำแหน่ง | ประเทศทาจิกิสถาน |
| • พิกัด | 37°06′35″N 68°18′44″E / 37.10972°N 68.31222°E |
| • ระดับความสูง | 326 m (1,070 ft) |
| ปากน้ำ | ทะเลอารัล |
• ตำแหน่ง | สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอามูดาร์ยา ประเทศอุซเบกิสถาน |
• พิกัด | 44°06′30″N 59°40′52″E / 44.10833°N 59.68111°E |
• ระดับความสูง | 28 m (92 ft) |
| ความยาว | 2,400 km (1,500 mi) |
| พื้นที่ลุ่มน้ำ | 534,739 km2 (206,464 sq mi) |
| อัตราการไหล | |
| • เฉลี่ย | 2,525 m3/s (89,200 cu ft/s)[1] |
| • ต่ำสุด | 420 m3/s (15,000 cu ft/s) |
| • สูงสุด | 5,900 m3/s (210,000 cu ft/s) |
| ลุ่มน้ำ | |
| ลำน้ำสาขา | |
| • ซ้าย | แม่น้ำปันจ์ |
| • ขวา | แม่น้ำวาคช์, Surkhan Darya, Sherabad River, Zeravshan River |
อามูดาร์ยา[a] ในอดีตมีชื่อเรียกในภาษาละตินว่า ออกซุส (Oxus; Ὦξος)[2] เป็นแม่น้ำสายหลักในเอเชียกลางและอัฟกานิสถาน เกิดจากธารน้ำแข็งบนเทือกเขาปามีร์ทางตอนเหนือของฮินดูกูช ในบริเวณที่แม่น้ำ Vakhsh กับปันจ์บรรจบกันในเขตสงวนธรรมชาติ Tigrovaya Balka บนชายแดนระหว่างอัฟกานิสถานกับทาจิกิสถาน และไหลไปทางตะวันตกเฉียงเหนือไปยังส่วนหลงเหลือของทะเลอารัลตอนใต้ ส่วนแม่น้ำสายเหนือเป็นชายแดนทางตอนเหนือของอัฟกานิสถานกับทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน ในประวัติศาสตร์สมัยโบราณ แม่น้ำนี้ถือเป็นของเขตของเกรตเตอร์อิหร่านกับ "Turan" ซึ่งเทียบได้กับเอเชียกลางในปัจจุบัน[3] อามูดาร์ยามีน้ำไหลเฉลี่ยประมาณ 70 ลูกบาศก์กิโลเมตรต่อปี[4]
ชื่อ
[แก้]
ในสมัยคลาสสิก แม่น้ำนี้มีชื่อเรียกในภาษาละตินว่า Ōxus และในภาษากรีกโบราณว่า Ὦξος (Ôxos) ซึ่งมีที่มาจากชื่อ Vakhsh ลำน้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำนี้[5] ข้อมูลภาษาเปอร์เซียสมัยกลางจากสมัยซาเซเนียนเรียกแม่น้ำนี้ว่า Wehrōd[3] (แปลตรงตัว ''แม่น้ำดี'')
ชื่อ Amu กล่าวกันว่ามาจากนครสมัยกลาง Āmul (ภายหลังกลายเป็น Chahar Joy/Charjunow และปัจจุบันคือตืร์กเมนาบัต) ในบริเวณที่ปัจจุบันคือเติร์กเมนิสถาน ส่วน Darya แปลว่า "ทะเลสาบ" ในภาษาเปอร์เซีย ข้อมูลภาษาอาหรับและอิสลามสมัยกลางเรียกแม่น้ำนี้ว่า ญัยฮูน (อาหรับ: جَـيْـحُـوْن, อักษรโรมัน: Jayḥūn) ซึ่งมาจากคำว่า กิโฮน หนึ่งใน 4 แม่น้ำของสวนเอเดนจากคัมภีร์ไบเบิล[6][7] แม่น้ำอามูดาร์ยาไหลผ่านหนึ่งในทะเลทรายที่สูงที่สุดในโลก[8]
หมายเหตุ
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ Daene C. McKinney (18 November 2003). "Cooperative management of transboundary water resources in Central Asia" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-09. สืบค้นเมื่อ 2014-10-03.
- ↑ "Strabo, Geography, Book 11, chapter 7, section 4". www.perseus.tufts.edu.
- 1 2 B. Spuler, Āmū Daryā, in Encyclopædia Iranica, online ed., 2009
- ↑ Glantz, Michael H. (2005-01-01). "Water, Climate, and Development Issues in the Amu Darya Basin". Mitigation and Adaptation Strategies for Global Change (ภาษาอังกฤษ). 10 (1): 23–50. doi:10.1007/s11027-005-7829-8. ISSN 1573-1596. S2CID 154617195.
- ↑ Page, Geology (2015-02-19). "Amu Darya River". Geology Page (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2021-05-28.
- ↑ William C. Brice. 1981. Historical Atlas of Islam (Hardcover). Leiden with support and patronage from Encyclopaedia of Islam. ISBN 90-04-06116-9.
- ↑ "Amu Darya". Encyclopædia Britannica Online.
- ↑ "Amu Darya". geography.name. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-17. สืบค้นเมื่อ 2020-07-16.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Curzon, George Nathaniel. 1896. The Pamirs and the Source of the Oxus. Royal Geographical Society, London. Reprint: Elibron Classics Series, Adamant Media Corporation. 2005. ISBN 1-4021-5983-8 (pbk; ISBN 1-4021-3090-2 (hbk).
- Gordon, T. E. 1876. The Roof of the World: Being the Narrative of a Journey over the high plateau of Tibet to the Russian Frontier and the Oxus sources on Pamir. Edinburgh. Edmonston and Douglas. Reprint by Ch'eng Wen Publishing Company. Taipei. 1971.
- Toynbee, Arnold J. 1961. Between Oxus and Jumna. London. Oxford University Press.
- Wood, John, 1872. A Journey to the Source of the River Oxus. With an essay on the Geography of the Valley of the Oxus by Colonel Henry Yule. London: John Murray.