แมคดอนเนลล์ดักลาส เอ็มดี-80

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"MD-83" และ "MD-87" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับthe former state highways ดูที่List of former Maryland state highways (2–199).
แมคดอนเนลล์ดักลาส เอ็มดี-80
บทบาท อากาศยานลำตัวแคบแบบไอพ่น
สัญชาติ สหรัฐอเมริกา
บริษัทผู้ผลิต แมคดอนเนลล์ดักลาส
โบอิง (ตั้งแต่สิงหาคม 1997)
บินครั้งแรก 18 ตุลาคม ค.ศ. 1979
สถานะ ในประจำการ
ช่วงการผลิต 1979-1999
จำนวนที่ผลิต 1,191
มูลค่า 41.5-48.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
พัฒนามาจาก แมคดอนเนลล์ ดักลาส ดีซี-9

แมคดอนเนลล์ดักลาส เอ็มดี-80 ซีรี่ซ์ (McDonnell Douglas MD-80 series) เป็นเครื่องบินเจ็ต แบบลำตัวแคบ มี 2 เครื่องยนต์ เครื่องบินรุ่นเอ็มดี-80 มีการปรับปรุงทำให้ความยาวของเครื่องเพิ่มขึ้นจากรุ่น แมคดอนเนลล์ ดักลาส ดีซี-9 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 130-172 คน แต่โดยปกติในสายการบินราคาปกติจะรองรับผู้โดยสาร 140 คน และ 165 คนในสายการบินราคาประหยัด

เอ็มดี-80 เปิดตัวเมื่อ ตุลาคม พ.ศ. 2523 โดยสายการบิน Swissair ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่องเป็นรุ่น เอ็มดี-90 ในปี พ.ศ. 2532 และ เอ็มดี-95 หรือ โบอิ้ง 717 ในปี พ.ศ. 2541[1]

การออกแบบและการพัฒนา[แก้]

เครื่องบินดักลาส พัฒนามาจากรุ่น ดีซี-9 ในปี 1960s ซึ่งมีขนาดยาวกว่า ดีซี-8 ดีซี-9 ได้มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นส่วนเครื่องยนต์ที่อยู่ด้านหลังของลำตัวเครื่องบิน และหาง โดย ดีซี-9 มีลำตัวที่แคบ โดยมีที่นั่งผู้โดยสั่งฝั่งละ 5 ที่นั่ง และรองรับผู้โดยสารได้ 80-135 คน ขึ้นอยู่กับการจัดการที่นั่งของผู้โดยสารและเครื่องบินในแต่ละเวอร์ชัน

รุ่น เอ็มดี-80 เป็นเครื่องบินรุ่นที่สองของ ดีซี-90 ชื่อเดิมของ เอ็มดี-80 มีชื่อเรียกว่า ดีซี-9-80 หรือ ดีซี-9 ซูปเปอร์ 80 และให้บริการในปี 1980 เอ็มดี-80 ที่พัฒนามาจาก เอ็มดี-90 ให้บริการในปี 1955 การพัฒนาเปลี่ยนแปลงครั้งสุดทายของตระกูล ดีซี-9 คือ เอ็มดี-95 และได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น โบอิ้ง 717-200 หลังจาก แมคคอนเนลล์ดักลาส ได้ขายกิจการใน โบอิ้ง ในปี 1997

ตระกูล ดีซี-9 เป็นหนึ่งในเครื่องบินเจ็ตที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยสร้างได้มากกว่า 2,400 ลำ เป็นอันดับที่สาม รองมาจาก ตระกูล แอร์บัส เอ-320 ลำดับที่สอง ซึ่งสร้างได้มากกว่า 3,000 ลำ และ โบอิ้ง 737 เป็นอันดับที่หนึ่ง ซึ่งสร้างได้มากกว่า 5,000 ลำ

เอ็มดี-80 ซี่รีซ์[แก้]

เอ็มดี-80 ซี่รีซ์ เป็นเครื่องบินขนาดกลาง เปิดตัวในปี 1980 เป็นเครื่องบินรุ่นที่สองของ ตระกูล ดีซี-9 ซึ่งมีเครื่องยนต์ ทอร์โบแฟน ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางตอนหลังของลำตัวเครื่องบิน มีปีกที่มีประสิทธิภาพสูง และมีหางอยู่ด้านบนในส่วนตอนหลัง (T-tail) เครื่องบินรุ่นนี้มีจุดเด่นคือ มีที่นั่งผู้ดดยสารฝั่งละ 5 คน และทำให้ลำตัวเครื่องบินมีความยาวออกไปมากกว่า เอ็มดี-9-50 และสามารถ Take off ได้โดยขณะที่เครื่องบินมีน้ำหนักมาก และมีความสามารถในการขนส่งน้ำมัน เครื่องบินรุ่นนี้ออกมามาสำหรับ การใช้งานบ่อย ๆ การเดินที่หรือการขนส่งที่สั่น โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพียง 130-172 คนต่อเที่ยวบิน ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของเครื่องบินและการจัดการที่นั่งของแต่ละสายการบิน

การพัฒนาเครื่องบินรุ่น เอ็มดี-80 เริ่มพัฒนาขึ้นในปี 1970 ขณะที่ยังมีการขยายตัวและเพิ่มขึ้นของเครื่องบินรุ่น ดีซี-9 ซีรีซ์ 50 Pratt & Whitney JT8D เป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ใช้ขับเคลื่อนเครื่องบินรุ่น ดีซี-9 ซีรีซ์ 55 ซีรีซ์ 50 และ ซีรีซ์ 60 ในการออกแบบมีความพยายามที่จะติดตั้งให้กับเครื่องบินรุ่น ดีซี-9 ซีรีซ์ 55 ในเดือน สิงหาคม 1977 และใช้งานได้จริงในปี 1980 จากการออกแบบนั้นครั้งนี้ ทำให้สายการบินมีความต้องการเป็นจำนวนมาก ทำให้สายการบิน Swissair ได้ปล่อย เครื่องบิน ซีรีซ์ 80 ออกมาในเดือน ตุลาคม 1977 และมีคำสั่งซื้อมากกว่า 15 ลำ

ซีรีซ์ 80 มีความยาวของลำตัว 14 ฟุต 3 นิ้ว ซึ่งยาวกว่า ดีซี-9-50 ปีของ ดีซี-9 มีการออกแบบใหม่ โดยเพิ่มความยาวของปีกหลักและจุดปลายสุดของปีอีก 28% ซีรีซ์ 80 เริ่มบินครั้งแรก เมื่อ วันที่ 19 ตุลาคม 1979

หลังจากให้บริการปี 1980 โดยเริ่มแรกมีการรับรองเครื่องบิน เวอร์ชันของ ดีซี-9 แต่มีการเปลี่ยนเป็น เอ็มดี-80 ใน เดือน กรกฎาคม 1983 ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงของบริษัท เวอร์ชันใหม่ของซีรีซ์ 80 คือ เอ็มดี-81/82/83 และล่าสุดคือ เอ็มดี-87 อย่างไรก็ตาม ดีซี-90-81/82 และรุ่นอื่น ๆก็ได้รับใบรับรอง โดยเฉพาะ เอ็มดี-88 ได้มีการให้ใบรับรองชื่อว่า "เอ็มดี" และรวมถึง เอ็มดี-90 ด้วย

ข้อมูลจำเพาะ[แก้]

MD-81 MD-82 /
MD-88
MD-83 MD-87
จำนวนนักบิน 2 คน
ความจุผู้โดยสาร
(ปกติ)
172 (ชั้นโดยสารเดียว)
155 (สองชั้นโดยสาร)
139 (ชั้นโดยสารเดียว)
130 (สองชั้นโดยสาร)
ความยาว 147 ft 8 in (45.01 เมตร) 130 ft 4 in (39.73 เมตร)
ความยาวปีก 107 ft 8 in (32.82 เมตร)
พื้นที่ปีก 1,209 sq ft (112.3 m2)
Tail height 29 ft 7 in (9.02 เมตร) 30 ft 4 in (9.25 เมตร)
ความกว้างของลำตัว 11 ฟุต (3.35 เมตร)
ความจุสินค้า 1,253 คิวบิกฟุต (35.5 ลูกบาศก์เมตร) 1,103 คิวบิกฟุต (31.2 ลูกบาศก์เมตร) 937 คิวบิกฟุต (26.5 ลูกบาศก์เมตร)
น้ำหนักบรรทุกเปล่า 77,900 ปอนด์ (35,300 กก.) 78,000 ปอนด์ (35,400 กก.) 79,700 ปอนด์ (36,200 กก.) 73,300 ปอนด์ (33,200 กก.)
น้ำหนักสูงสุดเมื่อนำเครื่องขึ้น
(MTOW)
140,000 ปอนด์ (63,500 กก.) 149,500 ปอนด์ (67,800 กก.) 160,000 ปอนด์ (72,600 กก.) 140,000 ปอนด์ (63,500 กก.)
ความเร็ว Mach 0.76 (504 mph, 811 km/h)
พิสัยบิน
เมื่อบรรทุกเต็มลำ
1,570 ไมล์ทะเล (2,910 กม.; 1,810 ไมล์) 2,050 ไมล์ทะเล (3,800 กม.; 2,360 ไมล์) 2,500 ไมล์ทะเล (4,600 กม.; 2,900 ไมล์) 2,370 ไมล์ทะเล (4,390 กม.; 2,730 ไมล์)
ระยะทางสำหรับนำเครื่องขึ้นที่ MTOW
(ที่ระดับน้ำทะเล)
7,200 ฟุต (ข้อผิดพลาดนิพจน์: "," เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก เมตร) 7,300 ฟุต (ข้อผิดพลาดนิพจน์: "," เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก เมตร) 8,000 ฟุต (ข้อผิดพลาดนิพจน์: "," เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก เมตร) 7,500 ฟุต (ข้อผิดพลาดนิพจน์: "," เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก เมตร)
ความจุเชื้อเพลิงสูงสุด 5,850 แกลลอน
(22,100 ลิตร)
5,850 แกลลอน
(22,100 ลิตร)
7,000 แกลลอน
(26,000 ลิตร)
5,840 แกลลอน
(22,100 ลิตร)
เครื่องยนต์ (×2) Pratt & Whitney JT8D-200 series
แรงผลัก (×2) 18,500–21,000 แรงปอนด์ (82–93 kN)

ที่มา: ข้อมูลอย่างเป็นทางการของ MD-80 [2] รายงานท่าอากาศยานสำหรับ MD-80 (Airport Report) [3] ข้อมูลจำเพาะของ MD-80[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. The McDonnell Douglas MD-81/82/83/88Airliners
  2. [1] Archived ตุลาคม 14, 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน.
  3. [2] Archived ตุลาคม 11, 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน.
  4. "Airport Compatibility". Boeing. สืบค้นเมื่อ 2015-07-10.