แคลเซียมออกซาเลต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
align="center" cellspacing="3" style="border: 1px solid #C0C090; background-color: #F8EABA; margin-bottom: 3px;" colspan="2"
แคลเซียมออกซาเลต
Calcium oxalate
The ball-and-stick model of calcium oxalate
ชื่อตาม IUPAC Calcium oxalate
เลขทะเบียน
เลขทะเบียน CAS [5794-28-5][CAS]
PubChem 16212978
ChEBI 60579
SMILES
InChI
ChemSpider ID 30549
คุณสมบัติ
สูตรเคมี CaC2H2O5 (มอโนไฮเดรต)
CaC2O4 (แอนไฮดรัส)
ลักษณะทางกายภาพ ของแข็งสีขาว
ความหนาแน่น 2.20 g/cm3, มอโนไฮเดรต[1]
จุดหลอมเหลว

200 °C, 473 K, 392 °F

ความสามารถละลายได้ ใน น้ำ 0.67 mg/L (20 °C)
ความอันตราย
อันตรายหลัก เป็นอันตราย, ระคายเคือง
NFPA 704
NFPA 704.svg
1
2
0
 
แอนไอออนที่เกี่ยวข้อง {{{value}}}
แคทไอออนที่เกี่ยวข้อง {{{value}}}
สารประกอบที่เกี่ยวข้อง {{{value}}}
 X mark.svg 14 (verify) (what is: Yes check.svg 10/X mark.svg 10?)
หากมิได้ระบุเป็นอื่น ข้อมูลข้างต้นนี้คือข้อมูลสาร ณ ภาวะมาตรฐานที่ 25 °C, 100 kPa
สถานีย่อย:เคมี

แคลเซียมออกซาเลต (อังกฤษ: calcium oxalate) เป็นเกลือแคลเซียมของออกซาเลต ลักษณะเป็นของแข็งสีขาว ไม่มีกลิ่น มีมวลโมเลกุล 146.16 g/mol[2] แคลเซียมออกซาเลตมีสูตรเคมีคือ CaC2O4·(H2O)x โดย x เป็นได้ตั้งแต่ 1-3 หรือพบได้ 3 แบบ แบบมอโนไฮเดรตพบในแร่วีเวลไลต์ แบบไดไฮเดรตพบในแร่เวดเดลไลต์ และแบบไตรไฮเดรตพบในแร่เคาไซต์

แคลเซียมออกซาเลตที่พบในพืชเรียกว่าราไฟด์ (raphide) เป็นผลึกรูปเข็ม รูปดาวหรือปริซึม ผลึกเหล่านี้พบในเซลล์แปลกปลอม (idioblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สะลมแร่ธาตุและรงควัตถุต่าง ๆ[3] หากสัมผัสแคลเซียมออกซาเลตก่อให้เกิดการระคายเคือง และหากทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการบวมและกลืนลำบาก[4] ตัวอย่างของไม้ประดับที่มีแคลเซียมออกซาเลต ได้แก่ สาวน้อยประแป้ง บอน กระดาด เงินไหลมา เต่าร้าง และโคมญี่ปุ่น

เนื่องจากแคลเซียมออกซาเลตไม่ละลายน้ำ จึงทำให้การทานอาหารที่มีแคลเซียมออกซาเลตเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดโรคนิ่วไตได้ ผักที่มีแคลเซียมออกซาเลตสูง ได้แก่ ปวยเล้ง กระเจี๊ยบ ผักปลัง กระเฉด และชะมวง[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. S. Deganello (1981). "The Structure of Whewellite, CaC2O4.H2O, at 328 K". Acta Crystallogr. B. 37: 826–829. doi:10.1107/S056774088100441X.
  2. "Calcium Oxalate - MSDS" (PDF). Hummel Croton. สืบค้นเมื่อ October 13, 2019.
  3. Weber, R. A. (1891). "Raphides, the Cause of the Acridity of Certain Plants". Journal of the American Chemical Society. 13 (7): 215–217. doi:10.1021/ja02124a034. Also, doi:10.1038/scientificamerican11211891-13242csupp
  4. Watson, John T.; Jones, Roderick C.; Siston, Alicia M.; Diaz, Pamela S.; Gerber, Susan I.; Crowe, John B.; Satzger, R. Duane (2005). "Outbreak of Food-borne Illness Associated with Plant Material Containing Raphides". Clinical Toxicology. 43 (1): 17–21. doi:10.1081/CLT-44721. PMID 15732442.
  5. "ผลึกแคลเซียมออกซาเลตและปริมาณออกซาเลตในพืชผักบางชนิดในจังหวัดหนองคาย" (PDF). KKU Science Journal. สืบค้นเมื่อ October 13, 2019.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]