อะเลคเซย์ นีโคลาเยวิช ซาเรวิชแห่งรัสเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อะเลคเซย์ นีโคลาเยวิช
Alexei Nikolaevich, Tsarevich of Russia.jpg
ซาเรวิชแห่งรัสเซีย
ระหว่าง12 สิงหาคม ค.ศ. 1904 - 15 มีนาคม ค.ศ. 1917
พระนามเต็ม
อะเลกเซย์ นีโคลาเยวิช โรมานอฟ
ราชวงศ์โรมานอฟ
พระบิดาจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย
พระมารดาจักรพรรดินีอะเลคซันดรา เฟโอโดรอฟนา แห่งรัสเซีย
ประสูติ12 สิงหาคม ค.ศ. 1904(1904-08-12)
เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, จักรวรรดิรัสเซีย
สิ้นพระชนม์17 กรกฎาคม ค.ศ. 1918 (13 ปี)
เยคาเตรินบุร์ก, โซเวียตรัสเซีย
ฝังพระศพมหาวิหารปีเตอร์และปอล, เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
ศาสนาออร์ทอดอกซ์รัสเซีย
ลายพระอภิไธย

แกรนด์ดยุกอะเลคเซย์ นีโคลาเยวิช ซาเรวิชแห่งรัสเซีย[1] (รัสเซีย: Алексе́й Никола́евич, อังกฤษ: Alexei Nikolaevich) (12 สิงหาคม - 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1918) มกุฎราชกุมารองค์สุดท้ายของรัสเซีย เป็นพระราชโอรสองค์สุดท้องและโอรสองค์เดียวของจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และจักรพรรดินีอะเลคซันดรา เฟโอโดรอฟนา แห่งรัสเซีย พระราชสมภพ ณ พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ มีพระเชษฐภคินี 4 พระองค์คือ

ชีวิตในวัยเยาว์[แก้]

เมื่อเจริญพระชันษาแล้ว ซาเรวิชอะเลกเซย์ไม่ทรงได้รับอนุญาตให้เล่นสิ่งที่อาจจะทำให้เกิดพระโลหิต เช่นขี่จักรยาน หรือเล่นเทนนิส เนื่องจากซาเรวิชนั้นได้ประชวรด้วยโรคฮีโมฟิเลีย พระองค์ได้ทูลขอพระมารดาหลายครั้ง แต่ก็ได้รับคำตอบกลับมาเหมือนเดิมทุกทีว่า "ลูกก็รู้ว่าลูกทำไม่ได้" และทุกครั้งที่ได้ยินซาเรวิชน้อยก็ทรงพระกันแสงและพูดว่า "ทำไมฉันไม่เหมือนทุกคน ทำไมเด็กผู้ชายคนอื่นมีทุกอย่าง แต่ฉันไม่"[2] แต่ในทางกลับกัน ซาเรวิชอะเลกเซย์ก็ถูกตามใจมากอยู่เหมือนกัน มีครั้งหนึ่งที่ได้มีขุนนางเสด็จมาเข้าเฝ้าองค์ซาเรวิช พระองค์จะทรงต่อยพวกเขา หรือไม่ก็แกล้งเล่นแรงๆ เกือบทุกครั้ง

และเมื่อครอบครัวของพระองค์ได้จัดเลี้ยงพระกระยาหารนั้น ซาเรวิชอะเลกเซย์ได้ซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ ถอดรองเท้าของนางสนองพระโอษฐ์และนำไปให้จักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ผู้เป็นพระราชบิดา พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ซาเรวิชนำรองเท้าข้างนั้นกลับไปไว้ที่เดิม แต่ซาเรวิชอะเลกเซย์นั้นกลับใส่สตรอว์เบอรี่ลงไปในรองเท้าของนางกำนัลผู้นั้นแทน[3] เจ้าชายคอนสแตนตินผู้เป็นพระญาติของซาร์นิโคลัสได้เขียนไว้ในไดอารี่ว่า "เมื่อไม่นานมานี้ พระชายาของฉันได้ไปทานมื้อกลางวันกลับครอบครัวของพระเจ้าซาร์ และลำบากใจกับพฤติกรรมของซาเรวิชองค์น้อยเป็นอย่างมาก พระองค์ลุกนั่งตลอดเวลา ทานอาหารมูมมาม และหยอกล้อทุกคนไปทั่ว" ปิแอร์ กิลลาร์ด พระอาจารย์ของซาเรวิชอะเลกเซย์พูดกับพระราชบิดาของซาเรวิชและโน้มน้าวให้พระเจ้าซาร์นั้นกำหนดระเบียบให้ซาเรวิช เพื่อที่จะเป็นการดีสำหรับการเป็นพระเจ้าซาร์ของซาเรวิชในอนาคต

พระอาการประชวร[แก้]

ซาเรวิชอะเลกเซย์ นิโคไลเยวิช ทรงมีโรคประจำพระองค์คือ โรคราชวงศ์ (royal Disease) หรือฮีโมฟิเลีย โดยผู้เป็นพระมารดาคือจักรพรรดินีอะเลคซันดรา เฟโอโดรอฟนา แห่งรัสเซียนั้นได้ทรงเป็นพาหะโรคฮีโมฟิเลีย เนื่องด้วยสืบเชื้อสายมาจากสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรนั่นเอง[4][5]

พระอาการประชวรของซาเรวิชอะเลกเซย์ นิโคไลเยวิชนั้น ทำให้จักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซียและจักรพรรดินีอะเลคซันดรา เฟโอโดรอฟนา แห่งรัสเซียนั้นเป็นกังวลพระทัยมาก เพราะซาเรวิชอะเลกเซย์เป็นพระโอรสองค์สุดท้องเพียงองค์เดียวและยังเป็นซาเรวิชแห่งรัสเซียด้วย ทั้งสองพระองค์จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะรักษาพระอาการประชวรของพระโอรส เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้เกรกอรี รัสปูตินได้เข้ามารักษาพระอาการประชวรของซาเรวิชอะเลกเซย์จนหายดีแต่ทว่าไม่ได้มีการเปิดเผยใดๆว่ารัสปูตินได้รักษาแก่ซาเรวิชอะเลกเซย์ได้อย่างไร[6] แต่นั้นก็ทำให้รัสปูตินได้กลายเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าซาร์และพระราชินีและได้มอบไว้วางพระทัยให้ในฐานะที่ปรึกษาของจักรพรรดิได้ดูแลการเมืองและราชวงศ์รัสเซีย ด้วยความักใหญ่ใฝ่สูงของรัสปูตินทำให้รัสเซียต้องเผชิญกับความเสื่อมโทรมจนนำไปสู่การล่มสลายของจักรวรรดิรัสเซียในที่สุด

สวรรคต[แก้]

ดูบทความหลักที่ การประหารชีวิตราชวงศ์โรมานอฟ

คืนวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1918 ซาเรวิชอะเลกเซย์และครอบครัว ถูกปลงพระชนม์ในห้องใต้ดินของบ้านอิปาเตียฟ ซึ่งเป็นสถานที่คุมขัง ในเยคาเตรินบุร์ก (Ekaterinburg) สิริพระชนมายุได้ 14 พรรษา

การฝังพระบรมศพและการยกย่อง[แก้]

พระบรมศพถูกฝังแบบคริสต์ในปี ค.ศ. 1998 ในวิหารเซนต์แคเธอรีนในมหาวิหารปีเตอร์และพอล ซึ่งเป็นที่ฝังพระบรมศพของอดีตซาร์ทุกพระองค์ของรัสเซีย และในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2000 ศาสนจักรออร์โธด็อกซ์แห่งรัสเซียประกาศให้สมาชิกราชวงศ์โรมานอฟเป็นนักบุญผู้แบกรับกิเลส (passion bearer)

อ้างอิง[แก้]

  1. สัญชัย สุวังบุตร. ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม และคณะ (บ.ก.). สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (pdf). 1 (อักษร A-B) (3 ed.). กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. p. 39. ISBN 974-9588-25-8. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2555.
  2. Bentkowska, Anna (2003). Radziwiłł family. Oxford Art Online. Oxford University Press.
  3. "Notes", Local Story, University of Hawaii Press, pp. 117–136, 2017-12-31, ISBN 978-0-8248-4021-1, สืบค้นเมื่อ 2021-07-06
  4. Rogaev, Evgeny I.; Grigorenko, Anastasia P.; Faskhutdinova, Gulnaz; Kittler, Ellen L. W.; Moliaka, Yuri K. (2009-11-06). "Genotype Analysis Identifies the Cause of the "Royal Disease"". Science (ภาษาอังกฤษ). 326 (5954): 817–817. doi:10.1126/science.1180660. ISSN 0036-8075. PMID 19815722.
  5. "Case Closed: Famous Royals Suffered From Hemophilia -- Price 2009 (1008): 2 -- ScienceNOW". web.archive.org. 2009-10-12.
  6. "Alexis | Biography, Death, & Facts". Encyclopedia Britannica (ภาษาอังกฤษ).