อ็องตวน-โอกุสแต็ง กูร์โน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อ็องตวน-โอกุสแต็ง กูร์โน
Antoine Augustin Cournot.jpg
เกิด28 สิงหาคม ค.ศ. 1801(1801-08-28)
เกร ประเทศฝรั่งเศส
เสียชีวิต31 มีนาคม ค.ศ. 1877 (75 ปี)
ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
สัญชาติฝรั่งเศส
จบจากมหาวิทยาลัยซอร์บอน
มีชื่อเสียงจากคณิตเศรษฐศาสตร์
การแข่งขันแบบกูร์โน

อ็องตวน-โอกุสแต็ง กูร์โน (ฝรั่งเศส: Antoine-Augustin Cournot; 1801–1877) เป็นนักคณิตศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ และนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส กูร์โนเป็นนักวิชาการคนแรกๆ ที่นำหลักคณิตวิเคราะห์มาใช้ในงานทฤษฎีเศรษฐศาสตร์อย่างเป็นระบบ แบบจำลองทางทฤษฎีของกูร์โนในเรื่องการผูกขาดและการผูกขาดโดยผู้ขายน้อยราย ยังคงเป็นแนวคิดสำคัญในเศรษฐศาสตร์จุลภาคสมัยใหม่ โดยเฉพาะแบบจำลองการผูกขาดโดยผู้ขายน้อยรายมีชื่อเรียกในปัจจุบันว่าการแข่งขันแบบกูร์โน

งานของกูร์โนได้รับคำชื่นชมจากและมีอิทธิพลต่อนักคณิตเศรษฐศาสตร์คนสำคัญในยุคหลังหลายคน เช่น วิลเลียม สแตนลีย์ เจวอนส์, เลอง วาลรัส และอัลเฟรด มาร์แชล

ประวัติ[แก้]

อ็องตวน-โอกุสแต็ง กูร์โน เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1801 ที่เมืองเกร จังหวัดโอต-โซน ประเทศฝรั่งเศส กูร์โนศึกษาที่โรงเรียนในเมืองเกิดจนถึงอายุ 15 ปี หลังจากนั้นเขาได้ศึกษาด้านคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนในเมืองเบอซ็องซงในปี 1820 ในหนังสือบันทึกความทรงจำที่กูร์โนเขียนในภายหลัง กูร์โนเล่าว่าเขาได้อ่านงานด้านคณิตศาสตร์ของปีแยร์-ซีมง ลาปลัส และมาร์กี เดอ กงดอร์เซ ซึ่งเป็นหนังสือที่มีอิทธิพลต่อความคิดของเขา[1]

ในปี 1821 กูร์โนย้ายมายังกรุงปารีสเพื่อเข้าเรียนที่เอกอลนอร์มาลซูว์เปรีเยอร์ แต่สถาบันแห่งนี้ถูกปิดลงเพียงหนึ่งปีให้หลังด้วยเหตุผลทางการเมือง กูร์โนจึงย้ายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนในปารีส จนได้รับปริญญาบัตรในสาขาคณิตศาสตร์ในปี 1823[1] ในช่วงที่เขาเข้าเรียนที่ซอร์บอน กูร์โนได้พบและเข้าเรียนกับนักคณิตศาสตร์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น ลาปลัส, ลากร็องฌ์, ปัวซง, ฟูรีเย, เลอฌ็องดร์ และ โกชี[2] กูร์โนเขียนถึงช่วงเวลาที่เขาศึกษาที่ซอร์บอนว่า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของเขา[1]

หลังจากจบการศึกษาจากซอร์บอน กูร์โนได้ทำงานให้กับจอมพลโลร็อง เดอ กูวียง แซ็ง-ซีร์ อดีตผู้บัญชาการทหารฝรั่งเศสสมัยสงครามนโปเลียน โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเขียนหนังสือและเป็นครูสอนหนังสือให้กับบุตรของแซ็ง-ซีร์ ในระยะสิบปีที่กูร์โนทำงานนี้ เขาได้ช่วยแซ็ง-ซีร์เรียบเรียงและตีพิมพ์หนังสือบันทึกความทรงจำของแซ็ง-ซีร์ และในระหว่างนั้นเขาก็ได้ทำงานวิชาการในด้านกลศาสตร์และดาราศาสตร์ จนสำเร็จปริญญาเอกในปี 1829[2][3] แซ็ง-ซีร์เสียชีวิตในปี 1930 แต่กูร์โนยังคงทำงานเรียบเรียงและเผยแพร่งานเขียนส่วนที่เหลือของแซ็ง-ซีร์จนถึงปี 1933[2]

งานเขียนด้านคณิตศาสตร์ที่กูร์โนเคยเขียนสมัยเป็นนักศึกษา ทำให้เขาได้รับความสนใจจากซีเมอง เดอนี ปัวซง ในปี 1834 กูร์โนจึงได้เข้าทำงานเป็นอาจารย์ด้านคณิตวิเคราะห์และกลศาสตร์ที่ลียงด้วยคำแนะนำของปัวซง[1] หลังจากกูร์โนทำงานที่ลียงได้เพียงหนึ่งปี ปัวซงก็แนะนำให้กูร์โนรับตำแหน่งอธิการบดีของสำนักวิชาเมืองเกรอนอบล์ในปี 1835[1] ระหว่างที่ทำงานนี้ที่เกรอนอบล์ กูร์โนยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินขั่วคราวด้านการศึกษาแทนที่อ็องเดร-มารี อ็องแปร์ซึ่งเสียชีวิตอย่างกระทันหันในปี 1836 ก่อนที่เขาจะย้ายมารับตำแหน่งนี้อย่างถาวรในปี 1838[1] ในปีเดียวกันนี้ กูร์โนได้เข้าพิธีสมรสที่บ้านเกิดกับภรรยา โกล็องบ์- อ็องตัวแน็ต เปอตีกีโย[2] และตีพิมพ์หนังสือเศรษฐศาสตร์ Recherches sur les principes mathématiques de la théorie des richesses (งานวิจัยว่าด้วยหลักคณิตศาสตร์ของทฤษฎีทรัพย์)

กูร์โนได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ชั้นอัศวินในปี 1838 และชั้นเจ้าพนักงานในปี 1845[1]

หลังจากตีพิมพ์หนังสือทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ในปี 1838 เขาตีพิมพ์หนังสือด้านแคลคูลัสและทฤษฎีความน่าจะเป็นในปี 1841 และ 1843 และหนังสือด้านปรัชญาญาณวิทยาในปี 1851 และ 1861 หลังจากนั้น กูร์โนได้ลาออกจากตำแหน่งผู้ตรวจการ และย้ายไปเป็นอธิการบดีของสำนักวิชาเมืองดีฌงในปี 1854 ก่อนจะเกษียณตัวเองจากงานสอนและงานบริหารรัฐกิจต่างๆ ในปี 1862[1]

หลังจากเกษียน เขาย้ายกลับมาอาศัยที่กรุงปารีส และตีพิมพ์หนังสือเพิ่มเติมในสาขาเศรษฐศาสตร์และปรัชญา เขาประสบปัญหาตาบอดเกือบสนิทในช่วงบั้นปลาย ก่อนจะเสียชีวิตในปี 1877 ด้วยอายุ 75 ปี[3]

งานด้านเศรษฐศาสตร์ของกูร์โน[แก้]

หนังสือ Recherches sur les principes mathématiques de la théorie des richesses (งานวิจัยว่าด้วยหลักคณิตศาสตร์ของทฤษฎีทรัพย์) ที่ได้ตีพิมพ์ในปี 1838 เป็นงานด้านเศรษฐศาสตร์ชิ้นแรกที่นำคณิตวิเคราะห์มาใช้อย่างเป็นระบบ[1][4] แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้รับความสนใจหรือการยอมรับจากนักเศรษฐศาสตร์ในยุคนั้นเท่าใดนัก กูร์โนจึงได้เขียนหนังสือด้านเศรษฐศาสตร์อีกสองเล่มเพื่อพยายามนำเสนอแนวคิดของเขา ได้แก่ Principes de la théorie des richesses (หลักทฤษฎีทรัพย์) ตีพิมพ์ในปี 1863 และ Revue sommaire des doctrines économiques (บทปริทัศน์สรุปแนวคิดทางเศรษฐกิจ) ตีพิมพ์ในปี 1877

เนื้อหาทฤษฎี[แก้]

ทฤษฎีในหนังสือ Recherches ครอบคลุมเนื้อหาหลายหัวข้อ ได้แก่ ทฤษฎีมูลค่า กฎอุปสงค์ การผูกขาด การผูกขาดโดยผู้ขายน้อยราย รายได้ประชาชาติ และการค้าระหว่างประเทศ โดยเนื้อหาที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อนักเศรษฐศาสตร์ยุคหลังคือ กฎอุปสงค์ การผูกขาด และการผูกขาดโดยผู้ขายน้อยราย

กูร์โนเป็นนักเศรษฐศาสตร์คนแรกที่เขียนถึงปริมาณอุปสงค์ในรูปของฟังก์ชันของราคา โดยนิยาม เป็นปริมาณความต้องการซื้อสินค้าในแต่ละปี และ เป็นราคาเฉลี่ยของสินค้าในปีนั้นๆ กูร์โนตั้งข้อสมมติว่า ฟังก์ชันอุปสงค์นี้มีลักษณะต่อเนื่อง และราคากับปริมาณมีความสัมพันธ์ในลักษณะผกผันกัน การเขียนอุปสงค์ในรูปแบบของฟังก์ชันลักษณะนี้ ทำให้กูร์โนสามารถใช้หลักคณิตวิเคราะห์ในการระบุลักษณะของราคาที่ทำให้ได้รายได้สูงสุด และบรรยายเปรียบเทียบลักษณะของฟังก์ชันอุปสงค์ ในรูปแบบที่รู้จักกันในภายหลังว่าเป็นความยืดหยุ่นอุปสงค์

ด้วยฟังก์ชันอุปสงค์นี้ กูร์โนเสนอทฤษฎีการผูกขาด หากว่า คือต้นทุนการผลิตสินค้าปริมาณ ผู้ขายในตลาดผูกขาดจะได้กำไรเท่ากับ การกำไรสูงสุดจึงต้องมีลักษณะตามเงื่อนไข ซึ่งมีความหมายว่า รายรับหน่วยท้ายสุด (marginal revenue) จะต้องเท่ากับต้นทุนหน่วยท้ายสุด (marginal cost)

ภาพประกอบจากหนังสือ Recherches ที่แสดงให้เห็นว่า หากนำสมการเงื่อนไขขั้นที่หนึ่งของผู้ผลิตแต่ละรายมาวาดเป็นกราฟแล้ว จุดตัดของกราฟทั้งสองคือจุดสมดุลในทฤษฎีการผูกขาดโดยผู้ขายน้อยรายของกูร์โน

หลังจากทฤษฎีตลาดผูกขาด กูร์โนอธิบายทฤษฎีตลาดที่มีผู้ขายสองราย กูร์โนยกตัวอย่างสถานการณ์สมมติว่า มีเจ้าของบ่อน้ำแร่สองบ่อที่แข่งขันกันในตลาดเดียวกัน กูร์โนเขียนอุปสงค์ในลักษณะที่ราคาเป็นฟังก์ชันของปริมาณ โดยที่ คือปริมาณน้ำแร่ทั้งหมดจากทั้งสองบ่อ

รายได้ของเจ้าของน้ำแร่บ่อหนึ่ง จะเท่ากับปริมาณน้ำแร่จากบ่อของตัวเอง คูณกับราคาตลาดที่ขึ้นกับปริมาณน้ำแร่รวม หรือ และรายได้ของเจ้าของน้ำแร่บ่อที่สองก็มีลักษณะเดียวกัน เจ้าของน้ำแร่แต่ละบ่อสามารถตัดสินใจได้ปริมาณสินค้าของตัวเอง แต่ไม่สามารถเลือกปริมาณของคู่แข่งได้ เจ้าของบ่อน้ำแร่แต่ละบ่อจึงต้องตัดสินใจโดยถือเอาว่าปริมาณสินค้าของคู่แข่งเป็นค่าคงตัว ดังนั้นเงื่อนไขการทำรายได้สูงสุดของเจ้าของบ่อน้ำแร่ที่หนึ่งคือ

ในขณะที่เงื่อนไขของเจ้าของบ่อน้ำแร่ที่ 2 ก็มีลักษณะเดียวกัน คือ
จุด และ ที่เป็นคำตอบของระบบสมการข้างต้น จึงเป็นจุดที่ถือว่า "เสถียร" หากนำแต่ละสมการมาเขียนเป็นกราฟความสัมพันธ์ระหว่าง และ จุดตัดของกราฟทั้งสองก็คือจุดที่เป็นคำตอบดังกล่าว วิธีคิดลักษณะนี้ จัดว่าเป็นสมดุลแบบแนชรูปแบบหนึ่ง ทฤษฎีของกูร์โนแสดงให้เห็นว่า ในตลาดที่มีการแข่งขันระหว่างผู้ขายมากกว่าหนึ่งราย ราคาสินค้าจะต่ำกว่าตลาดที่ผูกขาดโดยผู้ขายรายเดียว

กูร์โนใช้วิธีการพิสูจน์ลักษณะเดียวกันนี้วิเคราะห์กรณีที่มีลักษณะทั่วไปกว่าด้วย โดยได้เขียนแบบจำลองสำหรับจำนวนผู้ผลิตใดๆ และสามารถมีฟังก์ชันต้นทุนที่แตกต่างกันระหว่างผู้ผลิตแต่ละรายด้วย

อิทธิพลต่อแนวคิดเศรษฐศาสตร์[แก้]

แนวทางของทฤษฎีการผูกขาดและการผูกขาดโดยผู้ขายน้อยรายในรูปแบบที่กูร์โนเขียน ยังคงเป็นพื้นฐานของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ในปัจจุบัน[4][5] แต่ในช่วงแรกหลังจากตีพิมพ์ หนังสือ Recherches ของกูร์โนไม่ได้รับความสนใจจากนักเศรษฐศาสตร์ในยุคนั้นมากนัก ในช่วงยี่สิบห้าปีแรกหลังตีพิมพ์ บทวิจารณ์ชื่นชมฉบับเดียวที่พบคือบทวิจารณ์ของเจ. บี. เชอร์รีแมน นักคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต ซึ่งเขียนวิจารณ์ชื่นชมหนังสือของกูร์โนในปี 1857 ในวารสารวิชาการในแคนาดา[6]

การตีพิมพ์หนังสือ Principes ในปี 1863 ทำให้งานด้านเศรษฐศาสตร์ของกูร์โนได้รับการอภิปรายกันในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงงานชิ้นก่อนหน้าของเขาด้วย แต่ว่างานของกูร์โนก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในทันที ในปี 1864 รอเฌ เดอ ฟงต์แน เขียนบทวิจารณ์หนังสือเล่มใหม่ของกูร์โนลงในวารสารด้านเศรษฐศาสตร์ของฝรั่งเศส โดยเขียนถึงเนื้อหาของ Recherches ด้วยในคราวเดียวกัน ถึงแม้ว่าฟงต์แนเห็นด้วยกับการใช้คณิตศาสตร์ในการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เขาวิจารณ์แนวทางการใช้คณิตศาสตร์ของกูร์โน โดยมองว่าการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้คณิตศาสตร์ในลักษณะทั่วไปแบบกูร์โนเพราะยังมีข้อสังเกตจากข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ ฟงต์แนยังวิจารณ์ทฤษฎีด้านการค้าระหว่างประเทศของกูร์โนเป็นการเฉพาะ และวิจารณ์ว่าแนวทางทฤษฎีของกูร์โนที่มีมองระบบเศรษฐกิจในลักษณะของกลศาสตร์ เป็นแนวคิดที่มีแนวโน้มไปทางสังคมนิยม[7] ในปีเดียวกันนี้ ปอล-กุสตาฟว์ โฟโว เผยแพร่หนังสือที่มีเนื้อหาส่วนหนึ่งวิจารณ์ทฤษฎีการผูกขาดโดยผู้ขายน้อยรายของกูร์โน ว่าเป็นแบบจำลองที่ผิดจากความเป็นจริง[6][7] อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ก็มีบทวิจารณ์งานของกูร์โนในทางบวกด้วย เลอง วาลรัส ผู้ซึ่งเคยได้อ่านหนังสือ Recherches มาในช่วงที่เขาเป็นนักศึกษาในปี 1853-1854 ได้เขียนบทวิจารณ์ชื่นชมงานทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของกูร์โนหลังจากที่ Principes ตีพิมพ์[6][7] วาลรัสเป็นนักคณิตเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา แต่ขณะนั้นที่เขียนบทวิจารณ์นี้ วาลรัสยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และบทวิจารณ์นี้ไม่ได้ตีพิมพ์ในวารสารเฉพาะทาง บทวิจารณ์ของวาลรัสในขณะนั้นจึงไม่ได้รับความสนใจจากแวดวงเศรษฐศาสตร์เช่นกัน[6]

งานของกูร์โนมาได้รับการยอมรับอย่างมากจากนักคณิตเศรษฐศาสตร์หลังปี 1870 เป็นต้นมา เช่น เลอง วาลรัส, วิลเลียม สแตนลีย์ เจวอนส์, อัลเฟรด มาร์แชล และฟรานซิส เอดจ์เวิร์ท ผู้ซึ่งเป็นนักคิดคนสำคัญของเศรษฐศาสตร์แบบนีโอคลาสสิก โดยนักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ได้เขียนยกย่องผลงานหนังสือ Recherches ว่าเป็นงานคณิตเศรษฐศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง[5][6] แนวทางการวิเคราะห์การผูกขาดโดยผู้ขายน้อยรายของกูร์โน มีลักษณะเป็นตัวอย่างหนึ่งของสมดุลแบบแนชที่นิยามและศึกษาในภายหลัง

ผลงานตีพิมพ์[แก้]

  • Recherches sur les principes mathématiques de la théorie de la richesses (งานวิจัยว่าด้วยหลักคณิตศาสตร์ของทฤษฎีทรัพย์; 1838)
  • Traité élémentaire de la théorie des fonctions et du calcul infinitésimal (ศาสตรนิพนธ์ขั้นต้นเรื่องทฤษฎีฟังก์ชันและแคลคูลัสกณิกนันต์; 1841)
  • Exposition de la théorie des chances et des probabilités (คำอธิบายทฤษฎีโอกาสและความน่าจะเป็น; 1843)
  • De l'origine et les limites de la correspondance entre l'algèbre et la géométrie (ที่มาและข้อจำกัดของความสมนัยระหว่างพีชคณิตและเรขาคณิต; 1847)
  • Essai sur les caractères de la critique philosophique (ความเรียงว่าด้วยลักษณะของปรัชญาวิจารณ์; 1851)
  • Traité de l'enchaînement des idées fondamentales dans les sciences et dans l'histoire (ศาสตรนิพนธ์เรื่องความเชื่อมโยงของความคิดมูลฐานในวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์; 1861)
  • Principes de la théorie des richesses (หลักทฤษฎีทรัพย์; 1863)
  • Considérations sur la marche des idées et des évènements dans les temps modernes (การพิจารณาว่าด้วยความก้าวหน้าของแนวคิดและเหตุการณ์ในยุคสมัยใหม่; 1872)
  • Matérialisme, vitalisme, rationalisme: Études des données de la science en philosophie (สสารนิยม ชีวิตนิยม เหตุผลนิยม: การศึกษาการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ในวิชาปรัชญา; 1875)
  • Revue sommaire des doctrines économiques (บทปริทัศน์สรุปแนวคิดทางเศรษฐกิจ; 1877)
  • Souvenirs 1760-1860 (ความทรงจำ 1760-1860; 1913)

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 1.8 Baloglou, Christos P. (2011). "Antoine Augustin Cournot". In Backhaus, Jürgen Georg. Handbook of the History of Economic Thought. The European Heritage in Economics and the Social Sciences. 11. New York, NY: Springer. pp. 437–463. doi:10.1007/978-1-4419-8336-7_17. ISBN 978-1-4419-8336-7.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Haagsma, Rein. "Cournot, a non-strategic economist". In von Mouche, Pierre; Quartieri, Federico. Equilibrium theory for Cournot oligopolies and related games: Essays in honour of Koji Okuguchi. Springer Series in Game Theory. Cham: Springer. pp. 15–29. doi:10.1007/978-3-319-29254-0_3. ISBN 978-3-319-29254-0.
  3. 3.0 3.1 Shubik, Martin (2008). "Microeconomics". New Palgrave dictionary of economics. London: Palgrave Macmillan. doi:10.1057/978-1-349-95121-5_147-2. ISBN 978-1-349-95121-5.
  4. 4.0 4.1 Theocharis, Reghinos D. (1993). The development of mathematical economics: The years of transition: From Cournot to Jevons. Basingstoke: Macmillan. doi:10.1007/978-1-349-12992-8. ISBN 978-1-349-12992-8.
  5. 5.0 5.1 Friedman, James W. (2000). "The legacy of Augustin Cournot". Cahiers d'Économie Politique. 37 (1): 31–46. doi:10.3406/cep.2000.1287.
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 Theocharis, Reghinos D. (1990). "A note on the lag in the recognition of Cournot's contribution to economic analysis". Canadian Journal of Economics. 23 (4): 923–933. doi:10.2307/135570.
  7. 7.0 7.1 7.2 Ekelund, Robert B.; Hébert, Robert F. (1990). "Cournot and his contemporaries: Is an obituary the only bad review?". Southern Economic Journal. 57 (1): 139–149. doi:10.2307/1060484.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]