อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทพอสูรจิ้งจอกเงิน
ชื่อ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน
ชื่อญี่ปุ่น 犬夜叉
ชื่ออังกฤษ Inuyasha
ประเภท โชเน็ง
แนว ผจญภัย, ต่อสู้, เหนือธรรมชาติ,โรแมนติก,ดราม่า ,ตลก
มังงะ
เขียนเรื่อง ทากาฮาชิ รูมิโกะ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โชงะกุกัง
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
นิตยสาร ญี่ปุ่น โชเน็งซันเดย์
เมื่อ 25392551
จำนวนเล่ม 56 เล่ม 558 ตอน อวสาน
อะนิเมะ
กำกับ มาซาชิ อิเคดะ
ยาสุนาโอะ อาโอกิ
สตูดิโอ ซันไรส์
ฉายครั้งแรก 16 ตุลาคม 254313 กันยายน 2547
อะนิเมะ
อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน : ปัจฉิมบท
กำกับ ยาสุนาโอะ อาโอกิ
สตูดิโอ ญี่ปุ่น ซันไรส์
ฉายครั้งแรก 3 ตุลาคม 255229 มีนาคม 2553
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน[1] (ญี่ปุ่น: 犬夜叉 Inuyasha จาก อินุ "สุนัข" + ยะชะ "ปีศาจ,อสูร (คำสันสกฤต ภาษาญี่ปุ่น)" ?) เป็นชื่อหนังสือการ์ตูนและอะนิเมะซึ่งแต่งโดย ทากาฮาชิ รูมิโกะ พิมพ์ในนิตยสารโชเน็งซันเดย์รายสัปดาห์ เริ่มตอนแรกเมื่อ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 และต่อเนื่องปิดฉากตอนสุดท้ายลงเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551

สำหรับในประเทศไทย อินุยาฉะ ได้รับลิขสิทธิ์โดย TIGA แต่สำหรับภาค ปัจฉิมบท ได้รับลิขสิทธิ์โดย Rose และออกอากาศทางฟรีทีวี ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในช่วงโมเดิร์นไนน์การ์ตูน เวลา 09.30-10.00 น. โดยเริ่มออกอากาศปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2547 แต่พอถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ก็ถูกยุติการออกอากาศ โดยนำเรื่อง มุซาชิ เซียนเบ็ดยอดอัจฉริยะมาออกอากาศแทน หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2548 อินุยาฉะก็กลับมาออกอากาศอีกครั้ง จนถึงเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และออกอากาศต่อเนื่องอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 หลังจากที่ห่างหายไป 4 ปี และเริ่มมาการสร้างภาคที่ 5 ภาคอวสานที่ชื่อว่า InuYasha The Final Act / อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน : ปัจฉิมบท

ทางญี่ปุ่นมีมังงะแยกเพิ่มเป็นตอนพิเศษ(เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย) InuYasha ตอนที่ 559 ปิดท้าย อีกทั้งเรื่องราวต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกช่วงหนึ่ง ใน Inuyasha CD Drama - Asatte (สามารถรับฟังได้ทาง YouTube ทั้งหมด 5 TRACK)


เนื้อหา

เนื้อเรื่อง [แก้]

อินุยาฉะ เป็นลูกครึ่งอสูรซึ่งเกิดจากพ่อผู้เป็นจอมขุนพลสุนัขอสูรผู้ยิ่งใหญ่ แต่มีแม่เป็นมนุษย์ จึงทำให้อินุยาฉะมีปมด้อยและไม่เป็นที่ยอมรับทั้งจากบรรดาปีศาจหรือมนุษย์ธรรมดา จากการไม่เป็นที่ยอมรับนั้นเองที่เป็นเหตุผลให้เขาต้องการลูกแก้วสี่วิญญาณ(ลูกแก้วอสูร)เพื่อที่จะกลายเป็นอสูรอย่างเต็มตัว แต่การที่จะได้ลูกแก้วมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลูกแก้วดังกล่าวได้รับการพิทักษ์จาก คิเคียว ผู้เป็นมิโกะศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ดังนั้นเขาและคิเคียวจึงมีเหตุให้ต้องประฝีมือกันอยู่เนืองๆ แต่ว่าอินุยาฉะก็ทำร้ายคิเคียวไม่ลงดังเช่นที่คิเคียวก็ไม่ยอมทำร้ายอินุยาฉะเช่นเดียวกันเนื่องจากคนทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กัน

ต่อมาคิเคียวและอินุยาฉะได้คุยกันถึงการตัดสินใจมอบลูกแก้วให้อินุยาฉะได้อธิษฐานให้ตนเองกลายเป็นมนุษย์เต็มตัวเพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างคนธรรมดา แต่เหตุการณ์ได้กลับตาลปัตรในรุ่งอรุณของวันที่คิเคียวต้องส่งมอบลูกแก้วสี่วิญญาณให้กับชายคนรัก เพราะโจรป่าโอนิคุโมะ ผู้รวมร่างกับปีศาจจนกลายเป็น นาราคุ (นาราคุ แปลว่า นรก) มีความต้องการในตัวคิเคียวจึงทำให้ทั้งคู่ผิดใจกันด้วยการปลอมตัวเป็นคนทั้งสองให้ต่างฝ่ายต่างลอบทำร้ายซึ่งกันและกัน ในที่สุดอินุยาฉะก็พลาดท่าถูกคิเคียวยิงด้วยธนูปิดผนึกให้หลับไหลอยู่ข้างต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนตัวเธอเองพร้อมกับรอยบาดแผลที่สาหัส ได้สั่งเสียก่อนตายกับ คาเอเดะ ผู้เป็นน้องสาวของเธอว่าให้เผาลูกแก้วสี่วิญญาณไปพร้อมกับร่างกายของเธอเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแก้วตกไปอยู่ในมือของปิศาจอีกต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลาได้ล่วงเลยมา500ปีจนถึงยุคปัจจุบัน คาโกเมะ สาวน้อยวัยมัธยมต้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองเป็นวิญญาณที่กลับมาเกิดใหม่ของคิเคียว จนกระทั่งในวันที่เธอมีอายุครบ 15 ปี คาโงเมะได้ถูกปิศาจตะขาบลากไปในยุคแห่งสงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจ (ยุคของอินุยาฉะ) ทางบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่าบ่อกลืนกระดูก ในระหว่างการหลบหนีปีศาจตนดังกล่าวนี้เองทำให้คาโงเมะได้พบกับอินุยาฉะและได้ปลุกเขาให้ตื่นจากการหลับไหลนานถึง 50 ปี อีกทั้งได้ค้นพบว่าในร่างกายของตัวเธอเองนั้นมีลูกแก้วสี่วิญญาณที่สมควรจะหายไปตั้งแต่ถูกเผาไปพร้อมกับร่างกายของคิเคียวในเวลาหลายสิบปีก่อนหน้านี้

เรื่องราวแห่งโชคชะตาดูจะไม่จบอยู่แค่นั้นเพราะหลังจากที่ข้ามผ่านเวลามาในโลกแห่งอดีตได้ไม่นานนัก ลูกแก้วสี่วิญญาณก็ได้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นส่วนของลูกแก้วนั้นกระจัดกระจายไปไกลเป็นสิบหรือร้อยชิ้นก็สุดจะคาดเดา คาโกเมะและอินุยาฉะจึงจำต้องจับคู่กันเพื่อตามหาเศษลูกแก้วให้กลับมารวมกันให้ได้ก่อนที่คนชั่วและปีศาจร้ายจะได้มันไว้ในครอบครอง และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นให้ศึกชิงลูกแก้วสี่วิญญาณได้เปิดฉากขึ้น

และการเดินทางที่ยาวนานเสี่ยงอันตรายที่มาพร้อมกับการต่อสู้อันดุเดือดเพื่อรวบรวมเศษลูกแก้วที่กลายเป็นการเดินทางไปปราบนาราคุโดยปริยายนั้นเองที่ได้ก่อร่างสร้างเรื่องราวแห่งมิตรภาพ ความรัก และการค้นพบตัวเองของลูกครึ่งปีศาจผู้นี้ อินุยาฉะได้ต่อสู้กับ เส็ตโซมารู พี่ชายต่างมารดาที่เป็นอสูรเต็มตัว เพื่อแย่งชิง ดาบเขี้ยวอสูร ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากเขี้ยวของท่านพ่อ ต่อมาอินุยาฉะได้ครอบครองดาบเล่มนี้และใช้ดาบเขี้ยวอสูรเป็นอาวุธคู่กายเพื่อช่วยในการรวบรวมเศษลูกแก้วสี่วิญญาณตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อีกทั้งในการผจญภัยครั้งนี้อินุยาฉะได้ร่วมทางไปกับมิตรแท้อย่าง ชิปโป ลูกของปิศาจจิ้งจอกซึ่งพ่อถูกฆ่าตายโดยปีศาจอสูรสายฟ้า, มิโรคุ นักบวชทุศีลจอมลามกที่มีช่องว่างแห่งลมที่มือขวา, และ ซังโกะ ลูกหัวหน้าหมู่บ้านนักปราบปิศาจ ที่มากับคิราร่า ปีศาจแมวสองหางที่เป็นพาหนะคู่ใจ (ปีศาจแมวตัวนี้เคยเป็นแมวคู่ใจของมิโดริโกะมาก่อน) จนกระทั่งได้จัดการกับนาราคุ และร่างแบ่งภาคของนาราคุที่ฝากความแค้นให้กับทุกคนได้ในที่สุด นอกจากนี้แล้วอินุยาฉะยังต้องพบเจอกับเรื่องราวของความรักความผูกพันระหว่างเขากับคาโงเมะที่แทรกเข้ามาในการเดินทางครั้งนี้อีกด้วย


ตัวละคร [แก้]

"อินุยาฉะ" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับตัวละครเอกในเรื่องนี้ ดูที่ อินุยาฉะ (ตัวละคร)

เกี่ยวเนื่อง : อินุยาฉะ[แก้]

อินุยาฉะ 犬夜叉 (Inuyasha)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ยามางุจิ คัปเปย์, ไทย ภัทรวุฒิ สมุทรนาวี (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
เด็กหนุ่มลูกครึ่งอสูร(半妖 (Hanyō)"ฮันโย", Half-demon)ผู้มีเลือดผสมจากจอมอสูรสุนัขปีศาจและมารดาผู้เป็นเจ้าหญิงชาวมนุษย์ชื่ออิซาโยอิ เกิดในคืนจันทรุปราคา เป็นคนปากไว มุทะลุ เกลียดการพ่ายแพ้ ขี้เก๊ก โลเล แถมยังไม่เป็นสุภาพบุรุษ แต่ว่ามีจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น แรกเริ่มอินุยาฉะต้องการลูกแก้วสี่วิญญาณเพื่อจะเป็นปิศาจที่สมบูรณ์ดังเช่นครึ่งอสูรคนอื่นๆ และชอบพออยู่กับ คิเคียว มิโกะผู้รักษาลูกแก้ว ต่อมาถูกนาราคุทำให้ผิดใจกันจนถูกคิเคียวยิงด้วยธนูปิดผนึกตรึงให้หลับไหลอยู่ที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ 50 ปีต่อมาเขาได้พบกับ คาโกเมะ สาวน้อยผู้เป็นร่างใหม่กลับชาติมาเกิดใหม่ของคิเคียว เธอได้เผอิญมาปลุกเขาจากการหลับไหลและทำการปลดปล่อยอินุยาฉะออกจากผนึก จากนั้นไม่นานเมื่อลูกแก้วสี่วิญญาณก็ได้มีเหตุให้แตกกระจายไปทุกทิศทางทั้งคู่จำต้องร่วมกันเก็บรวบรวมเศษลูกแก้วเหล่านั้นซึ่งพวกเขามีส่วนในการทำมันแตก และนี่ได้นำไปสู่เรื่องราวมากมายทั้งการต่อสู้กับศัตรูตัวฉกาจอย่างนาราคุ อินุยาฉะมี "ดาบเขี้ยวอสูร" (เท็ตไซกะ) ซึ่งตีมาจากเขี้ยวของบิดาเป็นอาวุธประจำกาย ใช้เพื่อปกป้องตนเองและผนึกสัญชาตญาณปีศาจซึ่งจะตื่นขึ้นมาในเวลาที่เกิดอันตรายถึงชีวิต โดยมีท่าไม้ตายคือ แผลแห่งลม และ พลังไหลระเบิด (บทพากย์ฉบับโมเดิร์นไนน์การ์ตูนใช้ชื่อว่า "พลังคลื่นระเบิด") ที่จะจบชีวิตศัตรูได้ในการจู่โจมแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ทว่าอินุยาฉะจะไม่มีพลังปิศาจและกลายเป็นมนุษย์ในคืนเดือนดับที่พระจันทร์หายลับไปจากท้องฟ้า จุดอ่อนคือ เดือนดับ อาหารรสจัด กลิ่นเหม็น น้ำตาผู้หญิงและคำว่า "นั่งลงเดี๋ยวนี้" ของคาโงเมะ อินุยาฉะสูง181เซนติเมตร หนัก74.1กิโลกรัม เมื่อครั้งโดนคิเคียวผนึกอินุยาฉะ อายุ 15 ปี


ฮิงุราชิ คาโงเมะ 日暮 かごめ (Higurashi Kagome)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ยูกิโนะ ซัตสึกิ, ไทย วิภาดา จตุยศพร (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
สาวมัธยมต้นธรรมดาๆอาศัยอยู่ในศาลเจ้าฮิงุราชิกับ ปู่ แม่ น้องชายและสัตว์เลี้ยงแมวอ้วนชื่อปุโย แต่ในวันเกิดครบรอบ 15 ปี เธอถูกปีศาจตะขาบพามาที่ยุคสงครามเมื่อ 500 ปีก่อนเพื่อที่จะพบกับ อินุยาฉะ ที่ถูกคิเคียวผนึกไว้ คาโกเมะผู้ซึ่งเป็นวิญญาณของ คิเคียว กลับชาติมาเกิดได้ไปปลดผนึกอินุยาฉะออก เธอและอินุยาฉะจึงได้มาเป็นคู่หูในการรวบรวมเศษลูกแก้วสี่วิญญาณหลังจากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ลูกแก้วสี่วิญญาณแตกและกระจายไปทั่ว คาโกเมะเป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี และมีจิตใจที่บริสุทธิ์ (แม้บางทีอาจจะติดระแวงหรือขี้หึงเล็กๆ แต่มักเก็บเอาไว้คนเดียว) เป็นผู้ที่มีพลังในการชำระล้างความชั่วร้าย ธนูของเธอสามารถทำลายไอปีศาจรวมทั้งต่อสู้กับปีศาจได้เก่งกล้าไม่แพ้อาวุธของคนอื่นๆ นอกจากนี้เธอยังมีไม้เด็ดก็คือ คำสั่ง "นั่งลงเดี๋ยวนี้" ซึ่งเป็นอาคมที่จะฉุดประคำที่คอของอินุยาฉะให้เขาสงบลง หยุดการเคลื่อนไหว หรือใช้เพื่อทำโทษอินุยาฉะได้ชะงักนัก ส่วนในโลกปัจจุบันนั้นคาโกเมะมีเพื่อนสนิทชื่อว่า ยูกะ เอริ และอายูมิ และมีเพื่อนร่วมทางเพื่อไปรวบรวมลูกแก้วสี่วิญญาณคือ มิโรคุ ซังโกะ ชิบโป และคิราร่า คาโกเมะมีหนุ่มๆหลายคนที่หมายปองคือ โคงะ หัวหน้าหมาป่าอสูร และ โฮโจคุง เพื่อนร่วมโรงเรียน คาโงเมะสูง165.5เซนติเมตร หนัก58กิโลกรัม


ชิปโป 七宝 (Shippo)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น วาตานาเบะ คุมิโกะ, ไทย อรุณี นันทิวาส (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
เป็นปิศาจจิ้งจอกที่ยังอยู่ในวัยเด็ก ซึ่งพ่อของเขาถูกพี่น้องไรจู (มันเต็น และ ฮิเต็น) ฆ่าตาย ทีแรกต้องการมาขโมยลูกแก้วสี่วิญญาณของคาโกเมะเพื่อไปแก้แค้นให้พ่อแต่ได้อินุยาฉะมาช่วยแก้แค้นให้ ชิปโปจึงถืออินุยาฉะเป็นผู้มีพระคุณและร่วมเดินทางมากับพวกอินุยาฉะมาตลอด แต่ดูเหมือนจะสนิทกับคาโกเมะมากกว่าเพราะถูกอินุยาฉะแกล้งอยู่เป็นประจำ ชิปโปมีวิชาแปลงร่างได้ ชอบวาดภาพระบายสี เจ้าชู้เล็กๆ ถึงจะยังเป็นเด็กแต่บางครั้งก็กล้าหาญไม่เบาเลย




เกี่ยวเนื่อง : เส็ตโชมารู[แก้]

เส็ตโชมารู 殺生丸 (Sesshomaru)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น นาริตะ เคน, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
พี่ชายต่างมารดาของอินุยาฉะที่ไม่ลงรอยกันเท่าไหร่นัก เป็นอสูรผู้เลือดเย็นและเย็นชา ใครที่เกะกะระรานขวางทางเขาไม่ลังเลที่จะสังหารมันหรือพวกมันทิ้งโดยไม่เลือกเพศหรือเผ่าพันธุ์ เนื่องจากเป็นชนชั้นสูงในมวลหมู่อสูรเส็ตโชมารูมีลักษณะที่หยิ่งทรนงในพลังที่มี เวลาเขาสู้กับศัตรูเขาจะเลือกใช้พลังเพียงขั้นต่ำแค่ให้พอเหมาะสมกับคู่ต่อสู้ที่เขาประเมินก่อน ระหว่างการแย่งชิง "ดาบเขี้ยวอสูร" (เท็ตไซกะ) ที่สุสานของบิดาเส็ตโชมารูพลาดท่าแก่ดาบโดนน้องชายซึ่งเขากล่าวปรามาสใช้ดาบเขี้ยวอสูรตัดแขนซ้ายขาด เส็ตโชมารูเองนั้นมี "ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น" (เท็นเซย์กะ) ที่บิดาตั้งใจยกให้อยู่แล้ว ดาบเล่มนี้มีอิทธิฤทธิ์ช่วยชุบชีวิตผู้ที่ตายไปแล้วให้กลับมาชีวิตได้ถึง100คนในด้วยการกวัดแกว่งเพียงครั้งเดียว แต่ดาบเล่มนี้ไม่ได้เป็นที่ปรารถนาของเขาด้วยมันไม่สามารถใช้ในการสังหารผู้ใดในโลกได้ เขาเพียงพกมันไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น แต่ก็ด้วยพลังของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นนี้เองที่ทำให้จิตใจของเส็ตโชมารูได้ค่อยๆเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้พบกับ ริน เด็กน้อยกำพร้าผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการปะทะกับดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ เธอโชคร้ายถูกสมุนเผ่าหมาป่าปีศาจฆ่าตาย เส็ตโชมารูใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นของเขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ นับแต่นั้นเส็ตโชมารูเริ่มมีความคิดที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่น มีความเมตตาต่อผู้ทุกข์ยากลำบาก รู้สึกโกรธแค้นเพื่อผู้อื่น รู้จักความรัก และเป็นคน(อสูร)ที่ดีขึ้น นอกเหนือจากนั้นความสามารถพื้นฐานนับแต่แรกที่เส็ตโชมารูมีคือกรงเล็บและพิษ เขาจัดเป็นอสูรผู้ใช้พิษผู้เชี่ยวชาญที่มีทั้งเล็บพิษแส้พิษรวมทั้งน้ำลายเองก็มีพิษ(อย่างที่ใช้ในร่างอสูรตอนปะทะกับอินุยาฉะที่สุสานบิดา)ความสามารถนี้อยู่ในรูปแบบใช้งานแบบเปิดปิดเลือกใช้หรือไม่ใช้ได้ตามต้องการ ภายหลังดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่ไร้พลังโจมตีสิ่งมีชีวิตมาตลอดได้ท่าไม้ตาย "จันทร์เสี้ยวปรภพ" (เมโด ซันเกตสุฮะ) มาเมื่อฟันออกไปจะเกิดหลุมดำขนาดมหึมาดูดคู่ต่อสู้ไปยังปรโลก ทว่าสุดท้ายเส็ตโชมารูก็ปล่อยวางละทิ้งความต้องการในดาบเขี้ยวอสูรและทำการหักดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นในการทำการทดสอบคุณสมบัติผู้สืบทอดดาบแก่อินุยาฉะ พลังจันทร์เสี้ยวปรภพได้ย้ายไปรวมที่ดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ จากนั้นเมื่อเขาเข้าถึงตนเองเส็ตโชมารูได้รับดาบที่เป็นของเขาเองอย่างแท้จริง "ดาบเขี้ยวดินระเบิด" (บาคุไซกะ) ซึ่งสร้างมาจากพลังอสูรของตัวเขาเองพร้อมกับแขนข้างซ้าย เส็ตโซมารู สูง187.42เซนติเมตรหนัก78กิโลกรัมไม่นับรวมเกราะ มีหน้าตารูปลักษณ์ในร่างมนุษย์เหมือนอายุเพียง 19 ปี อายุจริงอยู่ที่ 500(+?)

* ชื่อ Sesshomaru อ่านออกเสียงและเขียนเป็นคำไทยได้อยู่หลายวิธีตามการออกเสียงสูงเสียงต่ำ せっ sess (เส็ต , เซ็ช ,เซซ ,เซส) しょう shou (โช) まる maru (มารุ , มารู) แล้วแต่ผู้แปลสันทัดถนัดรูปแบบใด ตราบใดที่ไม่ผิดหลักการออกเสียงของการทับศัพท์ :


ริน りん (Rin)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น มามิโกะ โนโตะ, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
เดิมเธอเป็นเด็กหญิงชาวบ้านธรรมดาแต่เธอต้องมาเห็นพ่อแม่ถูกโจรป่าฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตาเธอจึงช็อคจนพูดไม่ได้ จนวันหนึ่งโชคชะตานำพาให้เธอไปพบ เส็ตโชมารู ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาจากการปะทะกับพลังของดาบเขี้ยวอสูร รินยื่นมือเข้าไปช่วยรักษาเยียวยาบาดแผลของเขา อย่างไรก็ตามแรกเจอเธอได้รับการขู่ขวัญอย่างน่ากลัวจากเส็ตโชมารู แต่ท่าทางน่ากลัวนี้ก็หาได้มีผลกับเธอไม่ รินกลับยิ้มออกมาผูกมิตร แต่ไม่นานเธอก็ถูกหมาป่าสมุนของโคงะแห่งเผ่าหมาป่าปีศาจฆ่าตายแล้วเธอก็ได้เส็ตโชมารูชุบชีวิตขึ้นมาโดยดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นและได้กลับมาพูดได้ดังเดิม(แถมยังพูดมากซะด้วยจาเก็นบ่น)จากนั้นรินจึงได้คอยติดตามเส็ตโชมารูไปตลอดเวลา ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์สดใสและกล้าหาญรินจังที่น่ารักมีกิจวัตรอย่างหนึ่งที่เธอทำไปเองเป็นประจำสม่ำเสมอจนกลายเป็นเรื่องปกติ ริกมักจะเก็บดอกไม้ไปฝากให้ท่านเส็ตโชมารู ในภายหลังจากที่นาราคุตายเส็ตโชมารูได้ฝากรินไว้ในความดูแลของ คาเอดะ ที่หมู่บ้านโดยแวะเวียนมาเยี่ยมเธอและเอาของกำนัลมาให้บ้างเป็นครั้งคราว รินพบและเริ่มติดตามเส็ตโชมารูในตอนที่ มีอายุ 7 ปี



จาเก็น 邪見 (Jaken)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ยูอิจิ นากาชิมา, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
จาเก็นเป็นปิศาจรับใช้ที่คอยติดตามเส็ตโชมารู จงรักภักดีต่อเส็ตโชมารูมากแต่มักจะโดนเส็ตโชมารูแสดงท่าทีเย็นชาโหดร้าย(เช่นปัดทิ้งน้ำแล้วเอาไม้เท้าหัวมนุษย์กดให้จม ตวัดตาดุ มองอย่างโหดเหี้ยม ปาหินใส่ และเดินเหยียบผ่านไป)ใส่อยู่เสมอ เขาจึงต้องคอยสังเกตดูสีหน้าของเส็ตโชมารูตลอดเวลา จาเก็นมีอาวุธเป็นไม้เท้าหัวคน ไม้เท้านี้ของจาเก็นสามารถพ่นไฟที่ร้ายแรงมากจนสามารถทำลายอะไรที่อยู่เบื้องหน้าไม้เท้านั้นให้ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่านได้


อะ-อุน 阿吽 (A-Un)[แก้]

สัตว์อสูรลักษณะคล้ายม้ามังกร มีสองหัว ขวา"อะ" ซ้าย"อุน" สามารถยิงพลังงานรูปแบบสายฟ้าออกมาจากปากและพลังในการควบคุมสภาพอากาศขนาดย่อม เป็นสัตว์พาหนะที่เหาะเหินเดินอากาศได้ซึ่งเส็ตโชมารูนำมาใช้(นั่งเล่น!) เริ่มปรากฏตัวในอะนิเมะปีที่2 หลังจากนั้นไม่นานก็มีรินมาอยู่ด้วยเส็ตโชมารูก็ดูเหมือนจะยกสัตว์ปีศาจตนนี้ให้รินไปโดยสารไป ชื่อ "อะ-อุน" นี้รินก็เป็นผู้ตั้งให้และใช้เรียกกันต่อมา อะ-อุนไม่ค่อยเชื่อฟังจาเก็น ซึ่งผิดกับที่เชื่อฟังเส็ตโชมารูกับริน หรือแม้แต่โกฮาคุที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มภายหลังพักหนึ่ง อะ-อุนเป็นสัตว์อสูรที่เป็นมังสวิรัติและค่อนข้างใจดี




เกี่ยวเนื่อง : คิเคียว[แก้]

คิเคียว 桔梗 (Kikyo)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ฮิดากะ โนริโกะ, ไทย ศรีอาภา เรือนนาค (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
มิโกะผู้คุ้มครองลูกแก้วสี่วิญญาณให้สะอาดบริสุทธิ์ เป็นคนสุขุมจริงจัง ไม่แสดงออก และมีใบหน้าอมทุกข์ ในอดีตคิเคียวเคยรักอินุยาฉะแต่เพราะกลอุบายของนาราคุ จึงทำให้ผิดใจกับอินุยาฉะ เธอจึงได้ผนึกอินุยาฉะไว้แล้วตายด้วยบาดแผลไปพร้อมลูกแก้วสี่วิญญาณ 50 ปีต่อมาคิเคียวได้กลับชาติมาเกิดเป็น คาโกเมะ และจากนั้นไม่นานก็ได้ถูกทำให้ฟื้นคืนชีพให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยน้ำมือของปีศาจอุราซึเอะเพื่อตามหาเศษลูกแก้ว แต่เธอก็ไม่ได้ทำตาม กลับฆ่าคนที่ปลุกชีพทิ้งและปลีกวิเวกเดินทางออกไปแก้แค้นนาราคุตามลำพัง หลังจากที่รู้ความจริงว่าโศฏนาฎกรรมระหว่างเธอกับอินุยาฉะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันคิเคียวซึ่งยังมีใจให้อินุยาฉะอยู่ก็มักจะออกโรงมาช่วยเหลืออินุยาฉะอยู่เสมอ ต่อมาเธอถูกความชั่วร้ายในใยแมงมุมของนาราคุเข้าครอบงำจิตใจจึงไม่สามารถชำระล้างลูกแก้วและช่วยโกฮาคุได้ คิเคียวจึงฝากโกฮาคุไว้ใต้การดูแลของคาโกเมะและใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่พร้อมจะสะกดนาราคุให้ตายตกไปตามกันแต่ไม่สำเร็จเพราะความชั่วร้ายของนาราคุมีมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามคาโกเมะได้ใช้ธนูแห่งเขาอาสึซะชำระล้างความชั่วร้ายในตัวของคิเคียวและช่วยวิญญาณของเธอเอาไว้ได้ คิเคียวจึงไม่ต้องใช้เวลาในวาระสุดท้ายแต่เพียงลำพังและได้เสียชีวิตลงอีกครั้งภายในอ้อมกอดของอินุยาฉะ ชายคนที่เธอรัก คิเคียวสูง158เซนติเมตรหนัก50.3กิโลกรัม ก่อนสิ้นชีวิตอายุของคิเคียวคือ 18 ปี



คาเอเดะ 楓 (Kaede)[แก้]

น้องสาวของคิเคียวรับหน้าที่เป็นมิโกะผู้ดูแลหมู่บ้านต่อจากพี่สาว หลังจากคิเคียวตายและอินุยาฉะก็ถูกผนึกอยู่ที่ต้นไม้พันปีเวลาล่วงผ่านไปถึง50ปีคาเอเดะก็ชรา หลังจากคาโกเมะมาที่ยุคสงครามคาเอเดะก็เป็นผู้คอยให้คำแนะนำต่างๆแก่พวกอินุยาฉะเสมอ


แมลงส่งวิญญาณ 死魂虫 (Shini dama chuu)[แก้]

ชินิดามะจู ถูกคิเคียวนำมาใช้ดูดวิญญาณของหญิงสาวที่ตายแล้วมาให้ตนเพื่อใช้ในการคงรักษาสภาพการยึดโยงระหว่างกายหยาบกับวิญญาณ แมลงส่งวิญญาณมีลักษณะลำตัวยาว คล้ายงูและมีสีขาวเรืองแสงเปล่งประกาย


อะสุกะ 飛鳥 Asuka[แก้]

หนึ่งในสองชิกิกามิของคิเคียว อะสุกะ เกิดมาจากกระดาษพับรูปนก เป็นรูปแบบเด็กหญิงสวมชุดสีฟ้าอ่อน ทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ช่วยเหลือความสะดวกแก่คิเคียวในตอนที่เธอเริ่มจะอ่อนแอมากแล้ว สามารถใช้ส่งสาร สืบข่าว แม้ชิกิกามิเป็นศาสตร์แขนงวิชาของอนเมียวโด หากว่าคิเคียวผู้เป็นมิโกะก็ได้เคยเรียนรู้และใช้มันได้ดี


คุโจ 胡蝶 (Kochō)[แก้]

หนึ่งในสองชิกิกามิของคิเคียว คุโจ เกิดมาจากกระดาษพับรูปผีเสื้อ เป็นรูปแบบเด็กหญิงสวมชุดสีเหลืองอ่อน ทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ช่วยเหลือความสะดวกแก่คิเคียวในตอนที่เธอเริ่มจะอ่อนแอมากแล้ว สามารถใช้ส่งสาร สืบข่าว แม้ชิกิกามิเป็นศาสตร์แขนงวิชาของอนเมียวโด หากว่าคิเคียวผู้เป็นมิโกะก็ได้เคยเรียนรู้และใช้มันได้ดี




เกี่ยวเนื่อง : มิโรคุ[แก้]

มิโรคุ 弥勒 (Miroku)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ทาคางิ โมโตกิ, ไทย มนูญ เรืองเชื้อเหมือน (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
นักบวชทุศีลจอมลามกจีบผู้หญิงไปวันๆ เจอผู้หญิงสวยๆที่ไหนก็มักจะพูดว่า "ช่วยคลอดลูกให้ข้าสักคนได้มั้ยครับ" จนติดเป็นนิสัย แต่ว่ามีเพียงซังโกะเป็นคนที่เขารักอย่างจริงจัง มิโรคุตัดสินใจร่วมเดินทางไปปราบนาราคุเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข หลักจากที่ปู่ของเขาถูกนาราคุสาปให้มีช่องว่างแห่งลมที่มือซึ่งเป็นคำสาปที่จะสืบทอดไปยังลูกหลานจนกว่านาราคุจะถูกกำจัด โดยช่องว่างแห่งลมสามารถดูดทุกสิ่งให้หายไปในความว่างเปล่า แต่จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายจะดูดกลืนตัวเจ้าของเองโดยไม่เหลือแม้แต่กระดูก ภายหลังในตอนจบของเรื่อง คำสาปช่องว่างแห่งลมได้ถูกทำลายและมิโรคุก็ได้ร่วมชีวิตครอบครัวกับซังโกะโดยมีลูกสาวฝาแฝดและลูกชายอีกหนึ่งคน มิโรคุสูง178เซนติเมตรหนัก78กิโลกรัม


ฮาจิ 八衛 (Hachi) , ฮาจิมอน 八衛門 (Hachiemon)[แก้]

ปีศาจทานุกิที่ไม่มีพลังต่อสู้ เป็นลูกน้องของมิโรคุ ถึงต่อสู้ไม่ได้ฮาจิก็พอสามารถแปลงร่างตัวใหญ่ขึ้นในรูปแบบคล้ายมะระสีเหลืองลอยได้ให้มิโรคุโดยสาร ฮาจิเป็นปีศาจที่มีนิสัยสุภาพ


มุชิน 夢心 (Mushin)[แก้]

เป็นนักบวชชินโตผู้สูงอายุที่เลี้ยงดูมิโรคุมา หลังจากที่พ่อของมิโรคุถูกช่องว่างแห่งลมดูดกลืนชีวิตและร่างกายไป เขาอยู่ยังคงอยู่ดูแลที่วัดและเก็บรักษาบริเวณซึ่งพ่อและปู่ของมิโรคุได้เสียชีวิตไว้ นานๆมิโรคุก็จะแวะไปหาเขาซักทีแต่ไปทีไรก็เห็นดื่มเหล้าหัวราน้ำตลอดทุกที


มิยาสุ 弥萢 (Miyatsu)[แก้]

ปู่ของมิโรคุ นักบวชฝีมือเก่งฉกาจเป็นผู้ที่ถูกนาราคุสาปแช่ง และนับเป็นคนแรกของสายตระกูลที่มีช่องว่างแห่งลม ถัดจากเขาเป็นพ่อของมิโรคุและส่งทอดมาถึงมิโรคุ มิยาสุได้ทำการต่อสู้กับหลายครั้งกับนาราคุ ในแต่ละครั้งนาราคุจะมาในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันโดยในตอนที่เขาถูกสาปแช่งนาราคุอยู่ในคราบร่างผู้หญิง และมิยาสุก็เป็นผู้ผนึกคากุยะไว้ในกระจกแห่งชีวิตเมื่อห้าสิบปีก่อนอีกด้วย(คากุยะ มีบทบาทใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่3) มิยาสุตายจากการถูกช่องว่างแห่งลมที่มือตนเองดูดเข้าไป




เกี่ยวเนื่อง : ซังโกะ[แก้]

ซังโกะ 珊瑚 (Sango)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น คุวาชิมะ โฮโกะ, ไทย ศรีอาภา เรือนนาค (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
นักล่าปีศาจฝีมือดีที่ถูกนาราคุหลอกไปทำร้ายจนปางตายด้วยน้ำมือของ โกฮาคุ ผู้เป็นน้องชายตัวเองซ้ำยังถูกนาราคุเป่าหูว่าทุกคนในหมู่บ้านซังโกะถูกล้างเผ่าพันธุ์ด้วยเป็นฝีมือของอินุยาฉะ ทำให้ซังโกะโกรธแค้นตามไปล้างแค้นกับอินุยาฉะ แต่เมื่อหลังจากรู้ความจริง ซังโกะจึงเข้าร่วมกับอินุยาฉะเพื่อกำจัดนาราคุ ต่อมาได้ตกลงเป็นคู่รักกับมิโรคุ พร้อมกับสัญญากันว่าจะแต่งงานกันเมื่อแก้แค้นนาราคุได้แล้ว มีอาวุธประจำกายคือ กระดูกบิน (บูมเมอแรงยักษ์) ในตอนท้ายสุดของเรื่องเธอตกลงแต่งงานสร้างครอบครัวกับมิโรคุ ทั้งสองมีลูกๆด้วยกัน 3 คน เป็นลูกสาวฝาแฝดและลูกชายอีกหนึ่งคน ซังโกะสูง173เซนติเมตร หนัก 65 กิโลกรัม


คิราร่า 雲母 (Kirara)[แก้]

เป็นสัตว์คู่ใจของซังโกะ คิราร่าได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านของซังโกะตั้งแต่ซังโกะยังไม่เกิด และยังมีคนเชื่อว่าคิราร่ายังเคยเป็นสัตว์คู่ใจของมิโกะนามว่า มิโดริโกะ ผู้ที่เคยปกป้องหมู่บ้านจากพวกปีศาจและเป็นผู้ที่สร้างลูกแก้วสี่วิญญาณขึ้นมา คิราร่านั้นมี 2 ร่าง ร่างหนึ่งคือคล้ายแมวตัวเล็กๆน่ารัก แต่อีกร่างหนึ่งคือแมวปีศาจที่มีร่างกายใหญ่โต สามารถเหาะลอยในอากาศได้ และนอกจากเป็นเพื่อนร่วมรบคู่ใจของซังโกะแล้ว คิราร่ายังเป็นพาหนะให้ซังโกะ มิโรคุ และ คาโงเมะ (ในตอนที่อินุยาฉะไปพบคิเคียว) ขี่ได้อีกด้วย


โกฮาคุ 琥珀 (Kohaku)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น อากิโกะ ยาจิมา, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
น้องชายของซังโกะ เขาถูกนาราคุควบคุมจิตใจให้ฆ่าพ่อและพวกพ้องของตัวเอง และยังลบความทรงจำของโกฮาคุ เพื่อใช้ให้โกฮาคุจัดการกับซังโกะและพวกอินุยาฉะ แต่ภายหลังก็ได้ความทรงจำกลับคืนมาแต่ไม่เอ่ยปากบอกใครเพื่อหาจังหวะเพื่อจะจัดการกับหัวใจของนาราคุ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ซังโกะโกรธแค้นนาราคุมาก โกฮาคุได้ร่วมมือกับคากุระในการทรยศนาราคุ แต่นาราคุรู้ทันจึงสังหารคากุระซะ ก่อนที่คากุระจะถูกฆ่าได้ใช้ขนนกพาโกฮาคุหนีไป ต่อมาโกฮาคุก็ไปหลบอยู่กับคิเคียวแต่ตอนที่นาราคุคิดจะใช้ใยแมงมุมเพื่อที่จะให้จิตใจของคิเคียวมัวหมองจึงให้โกฮาคุหนีไปโดยมีชิกิกามิคอยติดตาม แต่นาราคุรู้ทันจึงส่งเบียคุยะมาดักกลางทางแต่ก็ได้เส็ตโชมารูมาช่วยไว้จึงได้มาอยู่กับเส็ตโชมารูในที่สุด ในตอนจบของเรื่อง โกฮาคุออกผจญโลกกว้างเพียงลำพังเพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็นนักล่าปีศาจที่เก่งกาจที่สุด



ชาคุ シャコ (Shako)[แก้]

ปู่ของซังโกะและโกฮาคุ 50ปีก่อนเป็นผู้ที่ฆ่าปีศาจตะขาบตัวเดียวกับที่ดึงคาโกเมะมาที่โลกนี้และเป็นผู้ส่งลูกแก้วสี่วิญญาณไปให้คิเคียวพิทักษ์รักษา และเช่นเดียวกับซังโกะหลานสาวของเขาชาคุมีกระดูกบินที่เขาสร้างขึ้นมาจากกระดูกของปีศาจเป็นอาวุธ คิราร่าเคยเป็นคู่หูของเขา




เกี่ยวเนื่อง : นาราคุ[แก้]

นาราคุ 奈落 (Naraku)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น โยชิยูกิ โมริกาวา, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
นาราคุเป็นครึ่งปีศาจที่เกิดจากแรงอาฆาตของโจรป่าโอนิงูโมะ( 鬼蜘蛛 Onigumo) ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสแต่ได้คิเคียวมาช่วยเอาไว้หลังจากโดนเผาไฟทั้งตัวหลังจากที่ถูกจับห่อเสื่อโยนลงไปในเหวลึกที่เรียกกันว่า "นาราคุ" (นรก) เพราะหักหลังพวกพ้อง โอนิคุโมะจึงหลงรักคิเคียวอย่างสุดหัวใจและต้องการแย่งคิเคียวจากอินุยาฉะ จึงเสนอพลังวิญญาณให้ปีศาจหลายร้อยหลายพันตัวเข้ากัดกินสิงสู่ในร่างกายกลายเป็นครึ่งปีศาจนาราคุ แต่จิตใจปีศาจของนาราคุก็บดบังความรู้สึกนึกคิดของโอนิงุโมะจนหมดจนกลายเป็นว่านาราคุวางแผนให้อินุยาฉะและคิเคียวฆ่ากันเองเพื่อช่วงชิงลูกแก้วสี่วิญญาณ นาราคุเป็นจอมวางแผน นิยมทำความชั่วช้าโดยไม่ให้มือตัวเองแปดเปื้อน เจ้าเล่ห์เพทุบาย เขาเป็นตัวละครบอสฝ่ายร้ายที่มีการพัฒนาความสมบูรณ์ของร่างเพิ่มมากขึ้นเกือบตลอดตามลำดับการผลัดเปลี่ยนคัดแยกคราบร่างปีศาจในตนออกไปใช้ประโยชน์ สามารถแบ่งร่างออกมาใช้งานได้หลายรูปแบบโดยมีสัญลักษณ์ประจำตัวเป็นรูปแมงมุมที่กลางหลัง หรือคัดแยกตัวตนปีศาจส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์ออกเพื่อหาความสมบูรณ์ของร่างที่เป็นที่สุดตามต้องการ มีพลังความสามารถหลักคือการสร้างไอพิษและอาคมคลุมกายรูปทรงกลมที่ใช้ในการเหาะไปด้วยได้จนไปถึงเป็นเขตอาคมป้องกันการโจมตี


ไซเมียวโช 最猛勝 (Saimyōshō)[แก้]

เป็นแมลงที่มาจากขุมนรก มีพิษร้ายแรง ถูกนาราคุนำมาใช้ประโยชน์ในการทำลายช่องว่างแห่งลมของมิโรคุ โดยเมื่อไหร่ที่มิโรคุใช้ช่องว่างแห่งลม ไซเมียวโชก็จะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับบินเข้าไปในช่องว่างแห่งลมทันทีและนอกจากจะทำลายช่องว่างแห่งลมของมิโรคุได้แล้วไซเมียวโชยังสามารถสะกดรอยตามคนให้นาราคุได้อีกด้วย


คันนะ 神無 (Kanna)[แก้]

เป็นร่างแบ่งภาคที่นาราคุสร้างขึ้นจากความว่างเปล่าเป็นร่างแรกนับเป็นพี่สาวของคากุระ คันนะเป็นผู้ใช้กระจกที่สามารถดูดกลืนวิญญาณและสามารถสะท้อนพลังต่างๆกลับไปได้ เป็นสมุนที่นาราคุไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุด แต่ภายหลังนาราคุทรยศเธอ โดยให้เธอสังเวยชีวิตเพื่อทำลายดาบเขี้ยวอสูร เมื่อเห็นว่าไม่สำเร็จจึงบังคับให้เธอตายและพาพวกอินุยาฉะไปด้วย

คันนะจึงใช้ความรู้สึกสุดท้ายเพื่อบอกคาโงเมะถึงวิธีกำจัดนาราคุ ทำให้ทุกคนรู้ว่าคันนะเองก็มีความรู้สึกและหัวใจเช่นกัน


คากุระ 神楽 (Kagura)[แก้]

ให้เสียงโดย: ญี่ปุ่น อิสุมิ โอกามิ, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))

เป็นร่างแบ่งภาคที่นาราคุสร้างขึ้นเป็นร่างที่ 2 ต่อจากคันนะ คากุระเป็นผู้ใช้ลมและสามารถเชิดศากซพของคนตายให้เคลื่อนไหวและต่อสู้ได้เหมือนมีชีวิต ต่อมา คากุระกลับใจเป็นคนดี และพยายามหาอิสรภาพให้กับตนเอง เธอหักหลังนาราคุด้วยการแอบไปส่งข่าวให้เส็ตโชมารูอยู่เสมอ เพราะเธอเชื่อว่าเส็ตโชมารูมีพลังแข็งแกร่งมากพอที่จะฆ่านาราคุได้ ทว่าต่อมา คางุระถูกนาราคุทำร้ายปางตายเพราะช่วยโคฮักคุไว้ เธอยอมรับความตายอย่างสงบต่อหน้าเส็ตโชมารูโดยไม่ยอมรับการช่วยเหลือจากชายคนที่เธอศรัทธาและหลงรัก ( ถึงจะช่วยเหลือแต่ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นก็ไม่สามารถช่วยได้ จากการสัมผัสดาบเส็ตโชมารูรู้สึกได้อย่างนั้นแล้วกล่าวกับตัวเองในใจ ) ในที่สุดวิญญาณของเธอก็เป็นอิสระเช่นสายลมโดยแท้จริง


โกชินคิ 悟心鬼 (Goshinki)[แก้]

เป็นร่างแบ่งภาคที่นาราคุสร้างขึ้นมาเป็นร่างที่ 3 เป็นปีศาจตัวใหญ่ตละกะ ชอบกินมนุษย์เป็นอาหาร แต่มีความแข็งแกร่งรวดเร็ว สามารถอ่านใจคนได้ โกชินคิเป็นปีศาจที่สามารถทำให้ดาบเขี้ยวอสูรหักด้วยการกัด แต่ก็ถูกฆ่าโดยพลังปีศาจในตัวของอินุยาฉะที่ถูกสะกดโดยดาบเขี้ยวอสูรนั้นตื่นขึ้นมา เขี้ยวของโกชินคินั้นถูกเส็ตโชมารูนำไปตีเป็นดาบที่ชื่อว่าดามมารสมิง (ปรากฏตัวในตอนที่ 43 แค่ตอนเดียว)


จูโรมารู 獣郎丸 (Juroumaru)[แก้]

เป็นร่างแบ่งภาคร่างที่ 4 ของนาราคุ มีลักษณะเป็นผู้ชายผมสีม่วงชมพูใส่โซ่ตรวนและที่ครอบปากแต่เมื่อปลดทั้งสองอย่างนั้นออกจะอาละวาดไม่หยุดจนกว่าจะฆ่าคนที่อยู่บริเวณหมด เป็นศัตรูที่ร้ายกาจและเพราะทางอินุยาฉะนั้นดาบเขี้ยวอสูรที่ตีซ่อมขึ้นใหม่นั้นยังหนักอยู่ จูโรมารูไม่เชื่อฟังใครนอกจากคาเงโรมารูตนเดียว เพราะไม่เชื่อฟังใครจึงถูกนาราคุจับใส่กรงแล้วพามาหาโคงะ แข็งแกร่งและรวดเร็วมากถึงขนานตามโคงะทัน แต่ก็ตายเพราะถูกอินุยาฉะที่บังเอิญใช้ดาบเขี้ยวอสูรฆ่า


คาเงโรมารู 影郎丸 (Kageromaru)[แก้]

เป็นปีศาจที่มีหัวและหน้าเหมือนกับจูโรมารูแต่ไม่มีขา มีมือเป็นใบมีดเหมือนตั๊กแตน ตัวเล็ก อาศัยอยู่ในท้องของจูโรมารู รวดเร็วมากสามารถดำดินได้ จบชีวิตพร้อมกับจูโรมารู



มุโซ 無双 (Musō)[แก้]

นักบวชมุโซที่เดินทางไปกับศิษย์ของเขาในขณะแยกกับศิษย์ไปสำรวจทางแม่น้ำมุโซพบชายคนหนึ่งหันหลังให้เขาเมื่อชายคนนั้นหันกลับมาก็พบว่าไม่มีใบหน้า ร่างของชายคนนั้นลุกขึ้นเดินเข้าหาเขาและพูดว่า"ใบหน้านั้นให้ข้า" แล้วมุโซที่เป็นนักบวชจึงได้หายไปจากโลกกลายเป็นมุโชอีกตนหนึ่งที่ใช้ชื่อและใบหน้าของมุโซ ปีศาจตนนี้เป็นร่างแยกของนาราคุในส่วนที่มีจิตใจของโอนิงุโมะ ไม่นานจากนั้นนาราคุก็เก็บเขากลับไปเพราะนาราคุรู้ตัวแล้วว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะตัดขาดจากตัวตนของโอนิงุโมะได้



ฮักคุโดชิ 白童子 (Hakudoshi)[แก้]

ร่างแยกอีกหนึ่งร่างของนาราคุ แยกออกมาตอนที่นาราคุหลบไปยังเขาฮักคุเร ซึ่งในตอนแรกคือหัวใจของนาราคุ หลังจากถูกนักบวชผ่าออกเป็นสองซีก ซีกที่มีหัวใจถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี ส่วนซีกที่ไม่มีหัวใจคือฮักคุโดชินั่นเอง มีความสามารถพิเศษคืออ่านใจคนและครอบงำจิตใจคนได้ ต่อมาถูกมิโรคุใช้ช่องว่างแห่งลมดูดกลืนเข้าไปตามแผนการของนาราคุ เหตุเพราะอยากเป็นใหญ่กว่านาราคุ


อากาชิหรืออากาโกะ 赤子 (Akago)[แก้]

หัวใจที่แท้จริงของนาราคุ มีความสามารถอย่างเดียวกับฮักคุโดชิแต่แกร่งกว่าหลายเท่านัก เป็นหัวใจที่ทรยศร่างเนื้อของตัวเอง ได้หินฟุโยเฮคิมาครอบครองเพื่อให้พลังปีศาจหายไป ทำให้ไม่มีศัตรูรายไหนตามเจอสุดท้ายอาศัยอยู่ในร่างของโมเรียวมารุเพื่อต่อสู้กับนาราคุและพวกอินุยาฉะ



โมเรียวมารู 魍魎丸 (Moryomaru)[แก้]

เป็นปีศาจที่ไม่มีจิตวิญญาณ นาราคุสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บซ่อนหัวใจ(หัวใจคือ "อากาโกะ")เอาไว้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของอากาโกะที่จะใช้ต่อกรกับนาราคุและพวกอินุยาฉะ ต่อมาโมเรียวมารุได้ดูดกินปีศาจอื่นๆเพื่อให้ได้พลังปีศาจของปีศาจเหล่านั้นมาเสริมให้ตนแข็งแกร่งขึ้น แต่สุดท้ายก็โดนนาราคุกลืนหัวใจของมันกลับเข้าร่างไป


เบียคุยะ 白夜 (Byakuya)[แก้]

ร่างแบ่งใหม่ของนาราคุ เป็นผู้สร้างภาพลวงตาและมายาแห่งฝัน สามารถถอดดวงตาของตนออกบินสังเกตการณ์ในที่ต่างๆได้ อาวุธที่ใช้เป็นประจำคือดอกราตรีขาว ซึ่งจะสร้างภาพลวงตาให้ศัตรูสับสน เนื่องจากคากุระ,ฮักคุโดชิ,โกฮาคุ และอากาโกะทรยศนาราคุ เบียคุยะจึงเป็นสมุนของนาราคุที่มีฤทธิ์มากที่สุด เพราะต้องทำหน้าที่แทนสมุนคนอื่นๆ


มากาสึฮิ 曲霊 (Magatsuhi)[แก้]

เกิดจากความชั่วร้ายในลูกแก้วสี่วิญญาณ นาราคุดึงเขาออกมาเป็นลักษณะทางกายภาพหน้าที่ของเขาคือการล่อหลอกพวกอินุยาฉะและเส็ตโชมารูให้สนใจไปทางอื่น แต่ตัวจริงเป็นเป็นลักษณะของวิญญาณซึ่งเป็นนามธรรมเขาจึงกลัวเส็ตโชมารูจะใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นทำลาย เขาแอบครอบงำโกฮาคุและลักพาตัวรินไปเป็นตัวประกันตามแผนของนาราคุไม่ให้เส็ตโชมารูใช้ "บาคุไซกะ" อีกทั้งทางพวกอินุยาฉะก็จะไม่กล้าปล่อยไม้ตายที่รุนแรงใส่ปราการของนาราคุเช่นกัน




เกี่ยวเนื่อง : อินุไทโช[แก้]

อินุไทโช 犬の大将 (Inu no Taisho)[แก้]

จอมขุนพลอสูรสุนัขปีศาจผู้ปกครองแห่งดินแดนตะวันตกท่านพ่อของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ โดยเผ่าพันุธุ์ของอินุไทโช คืออินุโยไค( 犬妖怪 "Inu yōkai" )จัดเป็นไดโยไค( 大妖怪 "daiyōkai" )อสูรขนาดใหญ่ที่มีพลังอำนาจในตนเองมหาศาลมีช่วงชีวิตอันยาวนาน ซึ่งไดโยไคมักเป็นชนชั้นปกครองเหล่าอสูรปีศาจและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรูปกายมนุษย์มากกว่าจะอยู่ในร่างอสูรที่แท้จริง อินุโยไคเป็นตระกูลอสูรที่มีความสามารถเหาะเหิน รักษาตนเองขั้นสูงและสามารถสร้างอาวุธจากภายพลังภายในร่างกายของตนเอง อินุไทโชเสียชีวิตในวันเดียวกับที่อินุยาฉะเกิดเพราะเขาต้องรีบร้อนมาเพื่อปกป้องเจ้าหญิงอิซาโยอิและทารกน้อยไว้ทั้งที่ยังอยู่ในสภาพอาการบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้อื่นก่อนหน้า อินุไทโชเป็นเจ้าของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น("เท็นเซย์กะ" ที่อยู่กับเส็ตโซมารู) ดาบเขี้ยวอสูร("เท็ตไซกะ" ที่อยู่กับอินุยาฉะ) และดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง("โซอุนกะ" มีบทบาทอยู่ในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่3) แล้วยังเป็นผู้ที่มอบเสื้อขนหนูไฟให้กับเจ้าหญิงอิซาโยอิแล้วมอบชื่อ อินุยาฉะ ให้กับอินุยาฉะ


อิซาโยอิ 十六夜 (Izayoi)[แก้]

ท่านแม่ของอินุยาฉะ เป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ที่หลงรักกับอินุไทโชผู้เป็นอสูร มีจิตใจอ่อนโยน งดงามสมเป็นขัตติยนารี ดูแลอินุยาฉะอย่างดีมาเพียงลำพัง แต่ต้องประสบเคราะห์กรรมที่โชคร้ายเพราะไม่มีใครยอมรับ และได้เสียชีวิตลงเมื่ออินุยาฉะอายุ 5 ขวบ


ท่านแม่ของเส็ตโชมารู 殺生丸の母 (Sesshōmaru no haha)[แก้]

ท่านแม่ของเส็ตโชมารู เป็นจอมอสูรสุนัขเต็มตัวในร่างมนุษย์มีโฉมที่งดงามทว่าเป็นอสูรที่เย็นชาที่มีเอกลักษณ์ ในการยั่วเย้าประสาทผู้คน เพียงแต่การกระทำการพูดของเธอก็ดูคลับคล้ายกับเส็ตโชมารูอย่างมากแม้มันจะเป็นไปอย่างสนุกสนานรื่นเริงบรรเทิงใจ และนั่นอาจเป็นผลให้นิสัยทัศนะคติของเส็ตโชมารูบุตรชายของเธอออกมาเป็นเช่นนี้ ท่านแม่ของเส็ตโชมารูอาศัยอยู่ที่ปราสาทที่ล้อมรอบรองรับด้วยหมู่เมฆบนท้องฟ้า เธอคือผู้ดูแลและถือครองศิลาปรภพที่อินุไทโซให้ไว้สำหรับเมื่อไหร่ที่เส็ตโชมารูมาถามหาวิธีใช้พลังจันทร์เสี้ยวปรภพ(เมโด ซันเกตสุฮะ)ที่อยู่ในดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นให้กลายเป็นจันทร์ที่เต็มดวงกับเธอให้ทดสอบเขา ในการฝึกให้จันทร์เสี้ยวปรภพสำเร็จเธอบอกให้เส็ตโชมารูอย่าได้หวาดกลัวหรือโศกเศร้าก่อนที่โกฮาคุกับรินจะถูกหมาป่าแห่งปรภพจับตัวไปสู่ปรภพ

จาเก็นเรียกเธอด้วยความเคารพว่า โกโบโด-ซามะ ( 御母堂様, "Gobodōsama" ) ความหมายในภาษาอังกฤษคือ "Lady Mother" และซับไทยกับในพากษ์ภาษาไทยเป็น "นายหญิง" หรือ "ท่านแม่ของท่านเส็ตโชมารู"

//แม้อาจารย์รูมิโกะ ทาคาฮาชิ ไม่ได้ให้ชื่อท่านแม่ของเส็ตโชมารู อย่างเป็นทางการ แต่แฟนๆ ให้ชื่อเล่นเรียกเธอว่า อินุคิมิ 犬王 Inukimi :: "犬" & "王", "สุนัข" และ "กษัตริย์" ความหมายเมื่อโยงกับเนื้อเรื่องคือ ผู้ปกครองสุนัขอสูร หรือประมาณ จอมอสูรสุนัขปีศาจกษัตริย์ผู้ปกครองเหล่าอสูร



โทโตไซ 刀々斎 (Totosai)[แก้]

เป็นช่างตีดาบฝีมือเยี่ยม ลูกน้องที่ภักดีของท่านขุนพลสุนัขอสูรพ่อของอินุยาฉะ เป็นผู้ตีดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ และดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นของเส็ตโชมารู ปู่เมียวกะมักจะมาหลบภัยอยู่ด้วยบ่อยๆ


โมโม 猛々 (Mō-Mō)[แก้]

วัวสามตา เป็นพาหนะคู่บุญและเพื่อนร่วมทางของโทโตไซ สามารถเหาะลอยในอากาศไปไหนมาไหนได้ และความสามารถอีกอย่างที่เปิดเผยการใช้งานภายหลังคือการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่อยู่ในอีกสถานที่หนึ่งมาแสดงให้เห็นขึ้นตรงหน้า(อะนิเมะปี5 ภาคปัจฉิมบท)


ปีศาจผึ้ง 鋼バチ (Hagane bachi)[แก้]

ปีศาจผึ้งที่สามารถซ่อมแซมฝักของดาบเขี้ยวอสูรและดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นได้ (ฝักของดาบทั้งสองเล่มทำมาจากต้นไม้ต้นเดียวกัน) เมียวกะบอกว่าพวกมันมีพลังมากพอที่จะสามารถต่อยอินุยาฉะตายได้



ซายะ 鞘 (Saya)[แก้]

วิณญาณปีศาจชราตัวเล็กสีขาวเทาที่มีหน้าที่คอยรักษาดาบโซอุนกะ เป็นลูกน้องผู้มีความภักดีกับอินุไทโช ขณะที่อินุไทโชตายอินุยาฉะยังเล็กอยู่และเส็ตโชมารูก็ไม่น่าไปตอแย เขาจึงผนึกดาบโซอุนกะและหลับไหลไปพร้อมกับดาบจนถึงยุคปัจจุบันของคาโงเมะ (ปรากฏตัวใน อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่3 ชื่อภาคในไทยคือ อภินิหารดาบครองฟ้าดิน)



โบคุเซ็นโอ 朴仙翁 (Bokusen-oh)[แก้]

ปีศาจต้นไม้อายุ2000+ โบคุเซ็นโอเป็นสหายกับอินุไทโชฝักของดาบเขี้ยวอสูรและดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นก็สร้างมาจาก(กิ่ง)ส่วนหนึ่งของเขา และเนื่องจากโบคุเซ็นโอเป็นต้นไม้ไม่สามารถขยับไปไหนได้จึงถูกโทโตไซฝากให้ช่วยส่งมอบดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่เป็นมรดกของดูต่างหน้าของอินุไทโชให้แก่เส็ตโชมารู ด้วยอายุวัยที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานเขาถือเป็นผู้รู้ความหนหลังของปีศาจอสูรอย่างมากตนหนึ่ง ที่รอคอยโอกาสเฉลยเรื่องราวเช่น เมื่อเส็ตโชมารูได้ไปถามเขาเรื่องสายเลือดอสูรของอินุยาฉะ



เมียวกะ 冥加 (Myoga)[แก้]

เป็นปีศาจหมัด(หมัดตัวที่ดูดเลือด) ผู้ให้คำแนะนำเรื่องต่างๆแก่อินุยาฉะ เดิมทีเป็นผู้ติดตามท่านพ่อของอินุยาฉะ ปู่หมัดเมียวกะติดนิสัยอยู่อย่างหนึ่งคือ พอมีเรื่องอันตรายเมื่อไหร่จะหายไปเป็นคนแรกทันที


โชกะ 生姜 (Shōga)[แก้]

ปีศาจตัวหมัดคู่หมั้นหญิงของเมียวกะ ที่หมั้นหมายโดยพ่อแม่ของพวกเขาทั้งสอง เธอไล่ตามคู่หมั้นของเธอไปทั่วประเทศ มีความมุ่งมั่นที่จะกำจัดความเจ้าชู้ของเขาและบังคับให้เมียวกะแต่งงานกับตัวเอง โชกะมีความสามารถพิเศษเมื่อกัดดูดเลือดสิ่งมีชีวิตใดแล้วจะสามารถบังคับให้ทำตามเหมือนมีจิตใจเดียวกับตนได้ แต่ความสามารถของเธอมีขอบเขตเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆเช่นนก และ ตัวอินุยาฉะ




เกี่ยวเนื่อง : ครอบครัวฮิงุราชิ[แก้]

คุณปู่ じいちゃん (Jīchan)[แก้]

คุณปู่เป็นผู้ดูแลศาลเจ้าคนปัจจุบัน โดยปกติจะคอยดูแลบริเวณศาลเจ้าฮิงุราชิทั้งตัวศาลเจ้า บ่อกลืนกระดูก ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคนแก่ที่ค่อนข้างคิดอะไรได้ประหลาดมักคิดหาสินค้าใหม่ๆอย่างเช่น ของฝากเรซิ่นลูกแก้วสี่วิญญาณ เพื่อหาค่าใช้จ่ายเข้าบ้าน หรือการชอบเล่าตำนานประหลาดๆเช่น ตำนานประวัติศาสตร์ของผักดอง ให้กับหลานอย่างคาโกเมะและโซตะฟัง คุณปู่เป็นคนที่คอยหาข้อแก้ตัวบอกกับเพื่อนๆที่โรงเรียนของคาโกเมะในเวลาที่คาโกเมะอยู่ที่ยุคสงครามแต่ดูเหมือนข้ออ้างที่ใช้ยิ่งอ้างไปเพื่อนๆยิ่งเป็นกังวลห่วงคาโกเมะเข้าไปใหญ่ เขามีเหตุการณ์เบื้องหลังเป็นเรื่องที่น่าเศร้าหลังจากที่ลูกชายเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไม่นานภรรยาของเขาก็เสียชีวิต การแต่งตัวคุณปู่เป็นของแบบนักบวชชินโตดั้งเดิมของญี่ปุ่นในชุดลำลองอย่างฮากามะเวลาปกติและในชุดเต็มยศเมื่อต้องใช้ทำงานพิธี(อย่างที่เห็นในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่1)


คุณแม่ ママ (Mama)[แก้]

คุณแม่ของคาโกเมะ ในเรื่องมีการเปิดเผยว่าสามีของเธอเสียชีวิตตอนที่ลูกทั้งสองยังเล็กเธอเป็นสะใภ้ที่ดูแลบ้านและครอบครัวได้ดี ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีใจเปิดกว้างเมื่อพบกับอินุยาฉะที่มาหาที่บ้านก็ไม่ได้ตกใจอะไรยอมรับได้อย่างรวดเร็ว แม้คุณแม่มีความเป็นห่วงลูกสาวแต่ก็คอยให้กำลังใจและคอยผลักดันให้คาโกเมะมุ่งมั่นอย่างไม่ลังเลต่อไปอย่างที่ใจคาโกเมะคิด


ฮิงุราชิ โซตะ 日暮草太 (Higurashi Sōta)[แก้]

น้องชายของคาโกเมะ พ่อของโซตะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในตอนที่พี่สาวยังเล็กและตัวโซตะเองยังอยู่ในท้องคุณแม่โซตะจึงไม่เคยมีโอกาสรู้จักตัวจริงของคุณพ่อ เด็กชายกลัวความมืดและขี้อายเมื่อจะต้องไปสารภาพกับเด็กที่ชอบโซตะขอให้อินุยาฉะให้คำแนะนำเขาเพราะคิดว่าอินุยาฉะกับพี่สาวเป็นแฟนกันและมักไปเดทกัน ในเรื่องนี้อินุยาฉะและคาโกเมะช่วยแก้ปัญหาในด้านนี้ให้เขาแล้ว นอกจากนั้นโซตะก็เป็นเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปในยุคนี้ที่ชอบเล่นฟุุตบอลมีเพื่อนและไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ้างเป็นครั้งคราว คาโกเมะเคยสั่งให้เขาโดดลงบ่อกลืนกระดูกแต่ไม่เกิดอะไรขึ้นเพราะคนที่เข้าออกได้มีเพียงแค่คาโกเมะและอินุยาฉะที่มีส่วนเชื่อมโยงกับลูกแก้วสี่วิญญาณ หลังจากที่คาโกเมะย้ายไปอยู่ในยุคสงครามอย่างถาวรได้ 3 ปี โซตะที่เรียนขึ้นมัธยมต้นตอบเพื่อนที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องของพี่สาวของเขาว่า พี่สาวแต่งงานไปหลังเรียนจบมัธยมต้น


ปุโย ブヨ (Buyo)[แก้]

แมวประจำบ้านฮิงุราชิ คาโกเมะถูกดึงไปที่ยุคสงสรามครั้งแรกเพราะตามหาเจ้าแมวอ้วนตัวนี้ และครั้งใดที่อินุยาฉะมาบ้านคาโกเมะเมื่อเขาไม่มีทำอะไรว่างๆก็จะหยอกเล่นอยู่กับปุโย




เกี่ยวเนื่อง : ศัตรูเก่าของอินุไทโช[แก้]

มังกรกระดูก 竜骨精 (Ryūkotsusei)[แก้]

ศัตรูเก่าของบิดาของอินุยาฉะ เรียวคตสึเซย์เป็นมังกรที่เคยคุกคามที่ราบมุซาชิในอดีตจนถูกอินุไทโชปราบลงและผนึกไว้ที่หน้าผา เขาตื่นขึ้นมาจากสะกดเพราะโดนหุ่นอาคมแทนตัวของนาราคุปลุก หลังจากทำลายหุ่นอาคมของนาราคุแล้วเรียวคตสึเซย์ตัดสินใจที่จะฆ่าลูกชายคนเล็กของศัตรูเก่าเพื่อความบันเทิงใจ แต่ด้วยบาดแผลลึกที่ได้มาจากการโดนเล็บอินุไทโชผนึกก็ทำให้เขามีจุดอ่อนร้ายแรง เรียวคตสึเซย์โดนอินุยาฉะที่มาหาทางทำให้ดาบเบาลงฆ่าตายด้วยพลังไหลระเบิด


ชิชินคิ 死神鬼 (Shishinki)[แก้]

ศัตรูเก่าของอินุไทโช เขามาหาเรื่องเส็ตโชมารูโดยบอกว่าเดิมจันทร์เสี้ยวปรภพเป็นพลังวิชาของบิดาเขาเองแต่ถูกอินุไทโชใช้วิธีชั่วร้ายแย่งชิงไป แล้วเยาะเย้ยเส็ตโชมารูว่าพลังจันทร์เสี้ยวปรภพของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นของเขานั้นไม่สมบูรณ์ ชิชินคิแสดงจันทร์เสี้ยวปรภพในแบบของตนให้เห็นและเขาก็เปิดปรภพได้ทีหลายดวงและยังเป็นจันทร์ที่เต็มดวงอีกด้วย แม้เมื่อเทียบกันมันมีขนาดเส้นศูนย์กลางเล็กกว่าจันทร์เสี้ยวปรภพของเส็ตโชมารูมาก สถานการณ์นี้อินุยาฉะและพวกพ้องอยู่ร่วมรับชมและเสนอความช่วยเหลือเช่นกัน อย่างไรก็ตามด้วยความอ่อนด้อยของชิชินคิเองเขาจึงถูกส่งเข้าไปในปรภพด้วยพลังของเขาเอง




เกี่ยวเนื่อง : โคงะ[แก้]

โคงะ 鋼牙 (Koga)[แก้]

หัวหน้าของเผ่าหมาป่าปีศาจ มีลูกน้องตนสนิทสองตนชื่อ กินตะ และ ฮักคาคุ เขาเป็นคู่กัดกับอินุยาฉะเพราะะหลงรักคาโกเมะ (แต่โคงะเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วคือ อายาเมะ) โคงะมีเศษลูกแก้วอสูรฝังอยู่ที่แขนขวาและขาทั้ง2ข้าง (ภายหลังเหลือแค่ที่ขา2ข้าง เพราะถูกปีศาจนก โกคุรักคุ ที่เป็นคู่อริชิงไป) โคงะออกตามล่านาราคุ โดยการถอนตัวออกจากการเป็นหัวหน้าฝูงหมาป่าของตนเพื่อมาแก้แค้นนาราคุ เพราะนาราคุได้ฆ่าพรรคพวกของเขาไปมากมายเพียงเพื่อจะเป็นเครื่องมือในการกำจัดอินุยาฉะไปให้พ้นทาง แต่ในภายหลังได้ถูกนาราคุชิงเอาเศษลูกแก้วไป จึงออกจากกลุ่มของพวกอินุยาฉะเพื่อกลับไปเป็นหัวหน้าฝูงหมาป่าตามเดิม โคงะสูง176เซนติเมตร


อายาเมะ 菖蒲 (Ayame)[แก้]

หลานสาวของหัวหน้าเผ่าหมาป่าปีศาจทางเหนือ เธอเคยได้รับการช่วยเหลือจากโคงะให้รอดพ้นจากปีศาจวิหคในวัยเด็กและได้สัญญาว่าจะแต่งงานกันเมื่อเธอโตขึ้น และอายาเมะก็ได้แต่งงานกับโคงะที่เผ่าในที่สุด




บท ลูกแก้วสี่วิญญาณที่แตกออก[แก้]

ปีศาจอีกากินซากศพ 屍舞烏 (Shibugarasu)[แก้]

ปีศาจอีกากินซากศพมันรู้ข่าวของลูกแก้วสี่วิญญาณที่ปรากฎขึ้นในยุคสงครามอีกครั้งจึงแฝงตัวมาในคราบหัวหน้าโจรป่าลักพาคาโกเมะ อินุยาฉะที่คิดว่าสังหารหัวหน้าโจรได้สำเร็จได้โดนชิบุการาสุฉวยโอกาสออกจากซากศพหัวหน้าโจรคาบลูกแก้วบินจากไป เมื่อทั้งสองไล่ตามมันจนไปถึงแม่น้ำก็พบเด็กคนหนึ่งโดนมันจับตัวจึงได้ช่วยเหลือเด็กก่อนปีศาจอีกาจึงได้บินขึ้นไปไกลขึ้นจนเกินระยะของตามล่าแต่โชคดีขาของอีกาปีศาจข้างหนึ่งยังคงติดอยู่ที่ตัวเด็กคนที่ช่วยเอาไว้ ปีศาจอีกากินซากศพตายลงด้วบลูกธนูของคาโกเมะ


โกคิชิ 小吉 (Kokichi)[แก้]

เด็กชายเล็กๆในหมู่บ้านที่ถูกชิบุการาสุจับตัวที่สะพานเหนือแม่น้ำแต่ได้รับการช่วยเหลือจากคาโกเมะกับอินุยาฉะได้ทันเวลา ขาของปีศาจอีกากินซากศพที่ถูกอินุยาฉะตัดยังคงติดอยู่ที่หลังของเด็กคนนี้จนคาโกเมะได้ยินเด็กร้องและสังเกตเห็นจึงคว้ามันมาผูกติดกับลูกธนูและยิงออกไปสังหารปีศาจอีกา พร้อมกับลูกแก้วสี่วิญญาณที่แตกเป็นเสี่ยงๆ




บท ช่วยเจ้าหญิงสึยุจากปีศาจกบ[แก้]

เจ้าหญิงสึยุ 露姫 (Tsuyu-Hime)[แก้]

เจ้าหญิงผู้งดงามของเมืองไค ได้แต่งงานกับเจ้าเมือง แต่ไม่นานเจ้าเมืองสามีของเธอก็เปลี่ยนไปเขาใช้ผ้าพันแผลพันหน้าตา ภายหลังที่พวกอินุยาฉะและอามาริ โนบุนากะ เข้ามาช่วยเธอในปราสาท เจ้าหญิงสึยุได้ทราบว่าเจ้าเมืองถูกสิงโดยปีศาจกบ


สึคุโมะ โนะ กามะ 九十九の蝦蟇 (Tsukumo no Gama)[แก้]

ปีศาจกบที่เข้าสิงร่างสามีของเจ้าหญิงสึยุ และใช้อำนาจของเจ้าเมืองลักพาผู้หญิงในเมืองและขังเจ้าหญิงสึยุในไข่กบเพื่อเลี้ยงเก็บไว้กลืนกินวิญญาณเป็นอาหาร สึคุโมะ โนะ กามะ ถูกเปิดเผยตัวตนโดยคาโกเมะกับอินุยาฉะเป็นขับไล่เขาออกจากร่างเจ้าเมืองและสังหาร


อามาริ โนบุนากะ 甘利信長 (Amari Nobunaga)[แก้]

คนซุ่มซ่ามที่ต้องการช่วยหญิงที่หลงรักจากปีศาจคางคก ฮิโยมารุลิงสัตว์เลี้ยงคู่หูของเขาไปหาอาหารและได้ไปขโมยเสื้อผ้าชุดหนึ่งซึ่งเป็นของหญิงที่กำลังอาบน้ำกลับมาให้เขา เหตุนี้ทำให้เขาได้รู้จักกับคาโกเมะและอินุยาฉะที่โดนให้ตามมาทวงชุดคืน ที่ปราสาทอามาริยืนยันที่จะไม่ให้อินุยาฉะฆ่าปีศาจคางคกเพราะในนั้นยังมีสามีของเจ้าหญิงสึยุหญิงที่เขาหลงรักที่ยังมีชีวิตอยู่ อินุยาฉะแปลกประหลาดใจมากว่าเขามีโอกาสดีขนาดนี้กลับไม่ฉวยโอกาสฆ่าศัตรูหัวใจและยอมรับว่าอามาริเป็นคนดีที่ซื่อบื้อจริงๆ




บท พี่น้องปีศาจสายฟ้า[แก้]

มันเต็น 満天 (Manten)[แก้]

ผู้คนและปีศาจในแถบนั้นรู้จักกันในชื่อสองพี่น้องสายฟ้า ฮิเต็นเป็นปีศาจสายฟ้าตนน้อง มีเศษเสี้ยวลูกแก้วสี่วิญญาณหนึ่งชิ้นอยู่ที่หน้าผาก เขาเป็นผู้ที่ฆ่าพ่อของชิปโปและถลกหนังมาผูกรอบเอว ตัวมันเต็นค่อนข้างกลมไม่ค่อยมีผม เขาจับตัวคาโกเมะไว้เพื่อจะไปสร้างยาปลูกผมหากพี่เขาให้เก็บตัวเธอไว้ก่อนเป็นตัวประกัน แต่เนื่องจากบนหัวเหลืออยู่เพียงไม่กี่เส้นแล้วคาโกเมะและอินุยาฉะเป็นเหตุให้ผมเขาหลุดร่วงจนหมดจึงโมโหมากปล่อยพลังอาละวาด สุดท้ายเขาถูกอินุยาฉะฆ่าตาย


ฮิเต็น 飛天 (Hiten)[แก้]

ผู้คนและปีศาจในแถบนั้นรู้จักกันในชื่อสองพี่น้องสายฟ้า ฮิเต็นเป็นปีศาจสายฟ้าตนพี่ มีเศษลูกแก้วสี่วิญญาณอยู่ที่หน้าผากสามชิ้น ในขณะที่มันเต็นจับคาโกเมะมาจะใช้หนังไปทำเป็นยาปลุกผม เขาเป็นผู้ห้ามเอาไว้เพื่อจะใช้คาโกเมะแลกกับเศษลูกแก้วสี่วิญญาณจากอินุยาฉะตามที่คาโกเมะคุยไว้ เมื่อมันเต็นน้องชายตายเขาแค้นอินุยาฉะมาก และเปลี่ยนไปใช้พลังรบเต็มที่ แต่ก็แพ้แก่อินุยาฉะซึ่งมีดาบเขี้ยวอสูร


โซเต็น 蒼天 (Sōten)[แก้]

น้องของฮิเต็น และ มันเต็น ปีศาจสายฟ้าในรูปแบบมนุษย์ โซเต็นเป็นเด็กหญิงที่ต้องการแก้แค้นให้พี่ชายทั้งสองเธอต่อสู้กับชิปโปด้วยดินสอสี แต่แล้วก็จบลงด้วยความเสมอและรู้สึกว่ามันเปล่าประโยชน์


โคริว 紅竜 (Kōryū)[แก้]

ข้ารับใช้ที่คอยดูแลโซเต็น เป็นมังกรแดงตัวเล็กๆสั้นๆป้อมๆหน้าตาดูง่วงนอน (มีเฉพาะในอะนิเมะ ตอนที่68)




บท วิญญาณอาฆาต[แก้]

อิเคดะ ซาโตรุ 池田悟 (Ikeda Satoru )[แก้]

ซาโตรุเป็นเพื่อนร่วมชั้นของโซตะน้องชายของคาโกเมะ เขาป่วยและนอนอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดหกเดือนหลังจากพี่สาวของเขาตายในกองเพลิง แต่แล้วก็มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับโซตะบ่อยๆ


อิเคดะ มายุ 池田真由 (Ikeda Mayu)[แก้]

พี่สาววัย10ปีของซาโตรุ เธอน้อยใจแม่ที่สนใจน้องชายมากกว่าเธอในวันเปิดภาคเรียนแม้แม่จะบอกว่าวันนั้นโซตะน้องชายของป่วยและต้องดูแลก็ตาม เธอไม่ได้สนใจที่แม่ของเธอเตือนเรื่องอย่าวางผ้าพันคอไว้ใกล้เครื่องทำความร้อน มายุเข้าไปหลบอยู่ในตู้ขณะที่แม่ออกไปซื้อของข้างนอก ไฟไหม้บ้านของเธอแต่ทั้งที่แม่กลับมาแม่ก็ไม่รักเธอถึงปล่อยให้เธอตาย วิญญาณของมายุอาฆาตแค้นน้องชายและพยายามจะฆ่าเขา แต่ก่อนหน้าที่มายุจะลงมือหนักเกินกว่าจะแก้ไขคาโกเมะก็ได้มาพยายามเจรจากับเธอ


ทาทาริโมะเกะ タタリモッケ (Tatarimokke)[แก้]

จิตวิญญาณปีศาจซึ่งทำหน้าที่รับวิญญาณของเด็กที่ตายไปตัดสิน ทาทาริโมะเกะจะเล่นขลุ่ยไปกับพวกเด็กๆจนกว่าเหล่าเด็กๆจะพร้อมรับคำตัดสินว่าจะไปได้ยังสวรรค์หรือยมโลก แต่เมื่อไหร่ที่ดวงตาของทาทาริโมะเกะลืมเปิดขึ้นอย่างสมบูรณ์วิญญาณของเด็กชั่วร้ายดวงนั้นจะถูกลากลงไปในส่วนลึกของนรกภูมิ อินุยาฉะไม่สามารถทำอะไรมันได้และคาโกเมะก็เกือบถูกลูกหลงโดนดูดเข้าประตูนรก สุดท้ายทาทาริโมะเกะก็เปลี่ยนใจที่จะพา อิเคดะ มายุ ไปยังนรก เพราะมายุยังคงมีความดีและความสำนึกในหัวใจ




บท คืนเดือนดับ ปีศาจแมงมุมหัวคน[แก้]

นาซุนะ なずな (Nazuna)[แก้]

เด็กสาวรุ่นเยาว์ที่ตกจากหน้าผาหลังจากถูกปีศาจไล่ล่าและได้อินุยาฉะช่วยเหลือเอาไว้ แล้วเธอก็ตกใจเมื่อเห็นอินุยาฉะ เธอคิดว่าเขาคงเป็นปีศาจน่ากลัวอีกตัวหนึ่งและรีบกลับไปที่วัดซึ่งมีเจ้าอาวาสที่ให้ที่พักพิงแก่เธอหลังจากพ่อแม่ของเธอตาย


คุโมะกาชิระ 蜘蛛頭 (Kumogashira)[แก้]

ปีศาจแมงมุมหัวคน ปลอมตัวเป็นพระชราในวัดที่นาสุนะมาพักอาศัยเขาเป็นปีศาจที่กินพ่อแม่ของนาซุนะ คุโมะกาชิระเห็นโอกาสที่จะแย่งชิงเศษลูกแก้วสี่วิญญาณเขาเชิญพวกอินุยาฉะเข้าพักที่วัด และในคืนนั้นอินุยาฉะได้กลายเป็นร่างมนุษย์ให้คาโกเมะเห็นเป็นครั้งแรก




บท แม่หมอปีศาจ ผู้สร้างหุ่นดินเผา[แก้]

อุราซึเอะ 裏陶 (Urasue)[แก้]

ยักษ์ปีศาจในร่างแม่หมอชราที่ชั่วร้าย เป็นผู้ที่ไปปล้นหลุมฝังศพของคิเคียว นำกระดูกและเศษดินสุสานมากสร้างเป็นร่างดินเผาเพื่อปลุกชีพคิเคียวมิโกะซึ่งเคยปกป้องลูกแก้วสี่วิญญาณในอดีต ด้วยปรารถนาในเศษลูกแก้วสี่วิญญาณจึงต้องการใช้ให้คิเคียวไปหามันมาให้ แต่เมื่อทำร่างคิเคียวเสร็จก็ได้ตระหนักว่าคิเคียวได้ไปเกิดใหม่เป็นคาโกเมะแล้ว อุราซึเอะแค้นใจมากมุ่งไปลักพาตัวคาโกเมะมาและทำพิธีดึงวิญญาณผ่านอ่างสมุนไพรที่เตรียมไว้เพื่อการนี้ แต่แล้วก็พบข้อผิดพลาดวิญญาณของคาโกเมะมีขนาดใหญ่เกินไปวิญญาณย้ายออกมาได้เพียงส่วนน้อย ทว่านั้นเพียงพอแล้วสำหรับการตื่นขึ้นของคิเคียวในร่างใหม่อุราซึเอะดีใจอย่างมากและเริ่มสั่งหุ่นดินเผาที่ตนสร้าง แต่ทางคิเคียวที่ฟื้นขึ้นมานั้นมีความโกรธแค้นอย่างมากมายมหาศาลโกรธทั้งอินุยาฉะที่เป็นเหตุทำให้เธอต้องตายและโกรธที่ถูกปลุกขึ้นมาให้พบกับความทุกข์ทรมานอีกครั้ง อุราซึเอกะถูกฆ่าโดยคิเคียว


คาวารามารุ 瓦丸 (Kawaramaru)[แก้]

ในอดีตเขาเป็นผู้บังคับบัญชากองทหารที่ยิ่งใหญ่แต่ได้ถูกลูกน้องหักหลังและทำให้เขาตาย คาวารามารุ คือคนที่ถูกคืนชีพขึ้นมาก่อนหน้าในแบบเดียวกับคิเคียวโดยอุราซึเอะแม่หมอนักปั้นหุ่น เขาเป็นพี่ชายของเอ็นจุ สำหรับพวกเขาพี่น้องอุราซึเอะคือ "แม่"ที่ให้กำเนิดพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นการคืนชีพให้เพราะจะให้เขามาเป็นผู้นำกองทัพหุ่นดินก็ตาม เมื่ออุราซึเอะตายเขาตัดสินใจสานต่อความฝันในการยึดครองประเทศ ด้วยวิชาอาคมที่เรียนรู้มาจากอุราซึเอะคาวารามารุเข้าพิชิตปราสาทอย่างไร้ความปราณี และเมื่อได้พบกับอินุยาฉะที่มีส่วนในการทำให้แม่หมอปีศาจตายเขาสาบานว่าจะฆ่าอินุยาฉะ


เอ็นจุ 炎珠 (Enju)[แก้]

คนที่ถูกคืนชีพขึ้นมาแบบเดียวกับคิเคียวโดยอุราซึเอะแม่หมอนักปั้นหุ่น เอ็นจุคือน้องสาวของคาวารามารุ สำหรับพวกเขาพี่น้องอุราซึเอะคือ แม่ ที่ให้กำเนิดพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง จากที่ไม่ไกลนักเอ็นจุอยู่ในเหตุการณ์ที่อุราซึเอะ "แม่" ของเธอถูกคิเคียวฆ่าแต่แม้จะรู้สึกเศร้าเธอก็ยอมรับมันได้ ภายหลังคาโกเมะและเอ็นจุไปเผชิญหน้ากับคาวารามารุ เธอให้เหตุผลกับพี่ชายว่าพวกเขาพี่น้องเป็นคนที่ตายไปแล้วไม่มีสิทธิจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับโลกนี้อีก




บท มิโกะคนตาย[แก้]

เซไก 晴海 (Seikai)[แก้]

นักบวชที่อยู่ในระหว่างเดินทาง เขาพบมิโกะในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีความผิดปกติบางอย่าง เห็นว่ามิโกะคิเคียวเป็นคนที่ตายไปแล้วแต่ใช้ก็ยังอยู่ในโลกนี้โดยการขโมยวิญญาณคนตายของผู้อื่นมาหล่อเลี้ยงกายของตนเอง เขาไม่ยอมรับความผิดธรรมชาตินี้รู้สึกว่าเธอเป็นปีศาจ จึงได้ลงมือโจมตีคิเคียวด้วยพลังปราณสะกดมารกลับโดนการสะท้อนของพลังจากพลังวิญญาณของมิโกะคิเคียวที่แข็งแกร่งกว่าจนบาดเจ็บสาหัสและจบชีวิตลง ทว่าก่อนที่นักบวชเซไคจะสิ้นใจได้บอกกับคิเคียวว่าการที่เป็นอยู่แบบนี้มีแต่เป็นทางไปสู่ความทุกข์เท่านั้น



ซาโยะ さよ (Sayo)[แก้]

เด็กหญิงในหมู่บ้านชนบท ซาโยะเป็นเด็กที่ทำตัวเข้าไปสนิทสนมกับมิโกะคิเคียวที่เข้ามาพักช่วยเหลือคนอยู่ในหมู่บ้านแล้วเธอยังรู้สึกผูกพันธ์จนอยากจะมีเป็นพี่สาว แต่แล้วหลังจากที่เห็นเหตุการ์ซึ่งนักบวชเซไกพยายามปราบมิโกะผู้นั้นแล้วตายลง ซาโยะรู้สึกกลัวคิเคียว



บท ปราสาทฮิโตมิ[แก้]

ฮิโตมิ นางาซากิ 人見長崎 (Hitomi Nagasaki)[แก้]

เจ้าของปราสาทฮิโตมิพ่อของคาเงวากิที่ถูกครอบงำโดยนาราคุ เป็นผู้มีอำนาจสั่งการว่าจ้างนักล่าปีศาจในหมู่บ้านของซังโกะ


ฮิโตมิ คาเงวากิ 人見蔭刀 (Hitomi Kagewaki)[แก้]

บุตรชายเจ้าของปราสาทฮิโตมิ ในตอนที่นาราคุต้องการร่างพร้อมสถานะชั่วคราวนาราคุได้สังหารพ่อของเขา และกลืนตัวตนของเขาไป แล้วจากนั้นนาราคุก็ใช้รูปลักษณ์ของ คาเงวากิ ฮิโตมิ ต่อมา




บท เทพแห่งวารีตัวปลอม[แก้]

ทาโร่มารุ 太郎丸 (Tarōmaru)[แก้]

เด็กชายที่หนีมาหาพวกอินุยาฉะ เมื่อกลุ่มของอินุยาฉะผ่านมาที่หมู่บ้านริมทะเลสาบซึ่งกำลังจะมีงานส่งเครื่องสังเวย ทาโร่มารุบอกว่าเขาเป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านที่ต้องถูกส่งไปสังเวยครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อนของเขาที่จะโดนส่งไปแทน และขอร้องให้พวกอินุยาฉะช่วยเหลือโดยหาเทพแห่งสายน้ำตัวจริงแล้วให้ท่านเทพจัดการปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนตนนั้น


เซย์คิชิ末吉 (Suekichi)[แก้]

เพื่อนที่ดีที่สุดของทาโร่มารุ เขาเสียสละตนเพื่อเป็นเครื่องสังเวยเทพวารีแทนเพื่อนของเขา ภายหลังถูกพวกอินุยาฉะช่วยได้ได้ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อเทพเจ้าตัวปลอม


ไดจา 大蛇 (Daija)[แก้]

ปีศาจงูที่แอบอ้างตนเป็นเทพเจ้า เขาแย่งชิงอำนาจของเทพแห่งสายน้ำตัวจริงและเข้าควบคุมวังบาดาลแห่งทะเลสาบ จากนั้นบังคับให้คนในหมู่บ้านมนุษย์คอยส่งเด็กมาสังเวยให้เขา ไดจาต่อสู้กับพวกอินุยาฉะแต่แล้วก็แพ้ทางธนูของคาโกเมะและกลับสู่ร่างจริงซึ่งเป็นเพียงงูใหญ่ตัวหนึ่ง


เทพวารี 水神,すいじん (Suijin)[แก้]

เทพธิดาวารีแห่งทะเลสาบ (อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน) หกเดือนก่อนที่พวกอินุยาฉะจะมาถึงและหาทางข้ามทะเลสาบ ซุยจิน ได้ถูกปีศาจงูขโมยเอาตรีศูลอาวุธประจำกายที่เป็นแหล่งพลังอำนาจเทพส่วนมากของเธอไป ซุยจินที่ตัวหดเล็กลงจึงถูกปีศาจตนนั้นขังไว้ในถ้ำเล็กๆ เมื่อพวกอินุยาฉะนำตรีศูลกลับคืนมาให้แก่เธอก็สามารถกลับไปใช้ร่างตัวโตขนาดมนุษย์ปกติได้ดังเดิม และได้กลับไปทำหน้าที่เป็นเทพวารีผู้พิทักษ์ของชาวบ้านต่อไป




บท ครึ่งอสูรเจ้าของสวนสมุนไพร[แก้]

แม่ของจิเน็นจิ 地念児の母 (Jinenji haha)[แก้]

หญิงชาวบ้านที่ทำอาชีพขายสมุนไพรและเลี้ยงลูกชายมาเพียงลำพัง เมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาวในระหว่างหาสมุนไพรในป่าเธอได้หกล้มขาแพลงและได้ตกหลุมรักชายรูปงามซึ่งมีรัศมีนุ่มนวลที่ปรากฎตัวออกมาช่วยเอาไว้ แม่ของจิเน็นจิถูกชาวบ้านเกลียดชังไม่พอใจหาว่าเป็นแม่มดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปีศาจและยังมีลูกเป็นครึ่งปีศาจ เธอและลูกจึงย้ายตนเองออกมาอาศัยอยู่ไกลจากหมู่บ้าน


จิเน็นจิ 地念児 (Jinenji)[แก้]

ครึ่งอสูรที่อาศัยอยู่กับแม่ของเขาที่กระท่อมห่างไกลผู้คนเพราะโดนพวกชาวบ้านรังเกลียด และทั้งสองแม่ลูกใช้เวลาปลูกพืชสมุนไพรที่เป็นประโยชน์มากมาย เป็นครอบครัวที่นิสัยจิตใจดี พวกอินุยาฉะรวมถึงรินก็เคยไปหาสมุนไพรจากเขา




บท โกชินคิและการสร้างดาบมารสมิง[แก้]

ยูกิ 結城 (Yuki)[แก้]

เธอและพี่ชายเป็นเพียงสองคนที่รอดอยู่ในขณะที่โกชินคิบุกฆ่าและกินคนในหมู่บ้าน เด็กทั้งสองได้ถูกอินุยาฉะช่วยไว้ทันเวลาและให้หนีไป


ไคจินโบ 灰刃坊 (Kaijinbō )[แก้]

ลูกศิษย์ฝึกงานของโทโตไซ เขาเคยฆ่าเด็กจำนวนมากเพื่อการฝึกฝนวิถีสร้างดาบในแบบของเขา โทโตไซรังเกียจและรับไม่ได้กับพฤติกรรมนี้ของเขาจึงเนรเทศเขาออกจากสำนัก ไคจินโบคือปีศาจผู้ที่เส็ตโชมารูนำหัวของอสูรโกชินคิไปให้เขาใช้เขี้ยวของมัน(ที่สามารถกัดดาบเขี้ยวอสูรหัก)สร้างเป็นดาบขึ้นมา ดาบมารสมิงเกิดขึ้นจากฝีมือการตีของไคจินโบ แต่ที่สุดแล้วหลังสร้างเสร็จเขาก็ถูกจิตมารที่รุนแรงจากดาบครอบงำและตายเพราะทนรังสีของดาบมารสมิงไม่ไหว




บท แดนสุขาวดี ฤๅษีกินคน[แก้]

โทคาจิน 桃果人 (Tōkajin)[แก้]

ชายที่อาศัยอยู่บนหน้าผาในโทเก็นเคียว(แดนสุขาวดีในคติโลก)และฝึกวิชาต้องห้าม เขาใช้ นินเมนกะ ซึ่งเป็นต้นไม้ปีศาจที่กินวิญญาณของมนุษย์แล้วออกเป็นผลไม้ เพื่อพยายามบรรลุระดับความเป็นอมตะ โทคาจินเขามีกล่องมิติที่จะย่อส่วนตัวคนแล้วเลี้ยงไว้กินภายหลัง ในตอนที่เจอกับคาโกเมะเขานำเธอมาเพื่อจะกิน เมื่ออินุยาฉะมาช่วยเธอก็พลาดท่าโดนจับได้เกือบถูกโทคาจินกลืนเข้าไปผ่านผิวหนังของเขาแต่อินุยาฉะก็รอดมาได้ด้วยดาบเขี้ยวอสูรซึ่งคาโกเมะหยิบยื่นให้


เซนนิน 仙人 (Sennin)[แก้]

ฤๅษีซึ่งบำเพ็ญพรตอยู่ในหุบเขาและเปิดสำนักฝึกสอนสานุศิษย์ แต่ก็ถูก โทคาจิน ศิษย์คนหนึ่งของเขาทรยศ ร่างกายของเซนนินถูกกินโดยศิษย์ของเขาเอง แต่ศีรษะและส่วนบนของเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ในรูปแบบของพืชดอกในกระถาง ด้วยเขายังไม่ได้เปิดเผยความลับทั้งหมดของวิชาชีวิตอมตะ(ในเรื่องนี้คงหมายถึงอยู่ไปเรื่อยๆถ้าไม่โดนฆ่าก็จะไม่ตาย) เมื่อเซนนินเห็นรัศมีพลังวิญญาณในศรของคาโกเมะเขาก็ช่วยเธอโดยการแปลงตนเป็นคันธนู เพื่อปลดปล่อยตนเองและทำลายความชั่วร้ายศิษย์ชั่วที่เกิดจากน้ำมือของเขา




บท รักแรกของชิปโป[แก้]

ซาสึกิ 五月 (Satsuki)[แก้]

เด็กหญิงที่รอคอยการกลับมาของพี่ชายแม้ความจริงพี่ชายของเธอจะได้รับการยืนยันจากปากของชาวบ้านแล้วว่าตายได้ไปในการสงคราม เธอทั้งขโมยของและโกหกแต่ก็ได้เปลี่ยนแปลงในท้ายที่สุดหลังจากที่ชิปโปได้ช่วยชีวิตเธอไว้จากปีศาจจิ้งจก และยอมรับความจริงว่าพี่ชายของเธอไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ซาสึกิเป็นรักแรกของชิปโป


อิโมริ โยไกイモリ妖怪 (Imori yōkai)[แก้]

ปีศาจจิ้งจกที่หลอกใช้ซาสึกิ แม้จะเป็นปีศาจที่อ่อนแอมากแต่ชิปโปยังคงสู้มันไม่ได้ มันตายด้วยดาบเขี้ยวอสูรแบบธรรมดาของอินุยาฉะ แต่ที่ซาสึกิเข้าใจว่าเป็นฝีมือของชิปโป




บท สองพี่น้องนินจา[แก้]

เซรินะ セリナ (Serina)[แก้]

หมู่บ้านนินจาที่ถูกทำลายโดยปีศาจเซรินะและน้องสาวจึงหาทางแก้แค้นให้ครอบครัว พวกเธอมาเจอซังโกะตอนที่ซังโกะเอากระดูกบินกลับมาซ่อมและจุดธูปไหว้บิดาที่หมู่บ้านนักล่าปีศาจและขอให้ซังโกะฝึกวิชาให้ คืนนั้นก็ได้ขโมยเอาเอากระดูกบินหนีออกไปแก้แค้น เซรินะใช้วิชานินจาได้แย่กว่าน้องสาว


ซูซุนะ スズナ (Suzuna)[แก้]

หมู่บ้านนินจาที่ถูกทำลายโดยปีศาจ ซูซุนะและพี่สาวจึงหาทางแก้แค้นให้ครอบครัว พวกเธอมาเจอซังโกะตอนที่ซังโกะเอากระดูกบินกลับมาซ่อมและจุดธูปไหว้บิดาที่หมู่บ้านนักล่าปีศาจและขอให้ซังโกะฝึกวิชาให้ คืนนั้นก็ได้ขโมยเอาเอากระดูกบินหนีออกไปแก้แค้นแต่พวกเธอไม่รู้ว่าอาวุธที่ทำมาจากกระดูกของปีศาจต้องนำไปทำให้บริสุทธิ์ก่อนพวกเธอจึงถูกกลุ่มปีศาจรุมล่า แต่ซังโกะและพวกอินุยาฉะไปช่วยไว้ได้ทัน ซูซุนะมีความชำนาญคล่องแคล่วมากกว่าพี่สาว




บท มิโกะสีดำสึบากิ[แก้]

อาจารย์ของสึบากิ 椿の先生 (Tsubaki no sensei)[แก้]

ผู้นำอนเมียวจิ ที่เปิดสำนักที่สอนวิชาอนเมียวโดให้กับทั้งชายและหญิง เขาเป็นผู้มอบหน้าที่ดูแลพิทักษ์ลูกแก้วสี่วิญญาณให้กับคิเคียว แต่ สึบากิ ลูกศิษย์หญิงซึ่งโดดเด่นในสำนักของเขารับเรื่องนี้ไม่ได้เธอมาถามเขาทำไมถึงไม่ใช่เธอที่เซนเซย์ให้รับหน้าที่สำคัญนั้น คำตอบที่ศิษย์ได้ไปคือคิเคียวมีอำนาจไกลเกินกว่าเธอ ทั้งจิตใจของสึบากินั้นมันไม่บริสุทธิ์ และจากนั้นศิษย์ใกล้ชิดที่เขาเลี้ยงดูมานามสึบากิได้ไปจากสำนัก


สึบากิ 椿 (Tsubaki)[แก้]

มิโกะผู้มีพรสวรรค์ผู้รักหลงในความงามของตน เธอได้รับความนับถือจากชาวบ้านและผู้ฝึกวิชาด้วยกันว่าอยู่ในระดับเดียวกับคิเคียว แต่คิเคียวกลับเป็นคนได้รับหน้าที่จากอาจารย์ของเธอให้เป็นผู้ปกป้องลูกแก้วสี่วิญญาณ สึบากิข้องใจและอิจฉาคิเคียวว่ามีดีกว่าเธอที่ตรงไหนจึงไปพยายามทดสอบลองดีด้วยการลอบส่งงูพิษให้ทำร้ายคิเคียวและโดนสะท้อนคำสาปกลับคืนทำให้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า นับแต่นั้นเธอจึงผันตัวกลายเป็นมิโกะสีดำอย่างเต็มรูปแบบ ถึงขนาดขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อที่จะคงความงามของตนตลอดกาล 50ปีต่อมาสึบากิถูกยุยงจากนาราคุให้กำจัดคาโกเมะที่เป็นคิเคียวกลับชาติมาเกิด เธอได้พบเจอกับพวกอินุยาฉะและได้พบกับคิเคียวที่เปลี่ยนไป แต่สึบากิยังคงมีความฝังใจเธอกลับมาที่สำนักเพื่อทำพิธีกรรมที่หอคำต้องห้ามซึ่งอาจารย์เคยสั่งไม่ให้เข้า แต่สึบากิต้องการอำนาจที่มากขึ้น เธอกลายเป็นครึ่งอสูรยักษ์ปีศาจและก่อนได้จบชีวิตลงไซเมียวโชบินออกมาจากลูกตาของเธอพร้อมกับเศษลูกแก้วสี่วิญญาณกลับไปหานาราคุ เธออยู่ในรูปแก่ชราผมหงอกขาวเนื้องหนังเหี่ยวย่นก่อนที่จะตาย


โมมิจิ 紅葉 (Momiji)[แก้]

มิโกะฝึกหัดที่มีความเคารพศรัทธามิโกะสึบากิอย่างมาก เธอและน้องสาวได้จับมือกันพยายามจะเอาชนะพวกอินุยาฉะ โดยใช้วิชาอนเมียวโดขั้นต้น เป็นชิกิกามิตัวเล็กๆที่ยังไม่สมบูรณ์กลุ่มหนึ่งและยังสร้างอีกสองตนเป็นตุ๊กตาคาโกเมะและอินุยาฉะขนาดใหญ่ หุ่นอาคมสองตัวนี้จะว่าเหมือนก็พอเหมือนอยู่จะว่าไม่เหมือนกันก็เข้าเคล้าเป็นคาโกเมะกับอินุยาฉะฉบับกลมป้อมแลดูหน้ารักน่าชังไปหมด อย่างที่พวกเธอชอบอะไรที่มันน่ารักๆ


โบตั๋น 牡丹 (Botan)[แก้]

มิโกะฝึกหัดที่มีความเคารพศรัทธามิโกะสึบากิอย่างมาก เธอและพี่สาวได้จับมือกันพยายามจะเอาชนะพวกอินุยาฉะ โดยใช้วิชาอนเมียวโดขั้นต้น เป็นชิกิกามิตัวเล็กๆที่ยังไม่สมบูรณ์กลุ่มหนึ่งและยังสร้างอีกสองตนเป็นเป็นตุ๊กตาคาโกเมะและอินุยาฉะขนาดใหญ่ หุ่นอาคมสองตัวนี้จะว่าเหมือนก็พอเหมือนอยู่จะว่าไม่เหมือนกันก็เข้าเคล้าเป็นคาโกเมะกับอินุยาฉะฉบับกลมป้อมแลดูหน้ารักน่าชังไปหมด อย่างที่พวกเธอชอบอะไรที่มันน่ารักๆ ในตอนที่โบตั๋นและโมมิจิพี่สาวสั่งให้อินุยาฉะตัวใหญ่ที่พวกเธอสร้างวิ่งเข้าไปโจมตีก็ได้มีคำพูดหนึ่งดังขึ้นมาจากฝ่ายศัตรู "นั่งลงเดี๋ยวนี้"




บท ฟาดฟันลูกแก้วอาคม ดาบเขี้ยวอสูรสีแดง[แก้]

ชิโอริ 紫織 (Shiori)[แก้]

เด็กหญิงครึ่งอสูร ระหว่างปีศาจลูกชายของหัวหน้าเผ่าปีศาจค้างคาวและมนุษย์หญิงชาวบ้าน แม้จะเป็นลูกครึ่งแต่ชิโอริมีพลังปีศาจขั้นสูง เธอเป็นผู้ถือครองลูกแก้วอาคมแทนปีศาจหัวหน้าเผ่าผู้เป็นปู่และปกปักษ์เผ่าปีศาจค้างคาวด้วยม่านอาคมที่แข็งแกร่งอย่างมาก อินุยาฉะพบเธอในการพัฒนาดาบเขี้ยวอสูรเป็นดาบเขี้ยวอสูรสีแดง


ชิสุ 紫津 (Shizu)[แก้]

แม่ของชิโอริ เดิมหมู่บ้านที่เธออยู่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจากปีศาจค้างคาวจนกระทั่ง ชิสุ ได้พบกับ สึคุโยมารุ ปีศาจค้างคาวผู้เป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลปีศาจค้างคาว และพบว่าเขามีความต้องการความสงบสุขไม่อยากรบกันอีกเช่นกันกับเธอ ทั้งสองตกหลุมรักกันและกันแล้วไม่นานก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวนามชิโอริ


สึคุโยมารุ 月夜丸 (Tsukuyomaru)[แก้]

พ่อของชิโอริ บุครชายของหัวหน้าเผ่าค้างคาวปีศาจเป็นผู้ที่ถือครองลูกแก้วอาคมปกป้องเผ่าจากสิ่งต่างๆที่จะมาทำลายได้ เมื่อเขาพบกับชิสุทั้งสองได้รักกันและครองรักกันอย่างสงบสุข เป็นความสงบสุขเวลาสั้นๆเมื่อบุตรสาวของเขากับชิสุคลอดออกมา เด็กหญิงเป็นครึ่งอสูรที่ได้รับสืบทอดความสามารถถือครองลูกแก้วอาคมจากเขาไป จากนั้นไม่นานสึคุโยมารุก้สิ้นชีวิต


ไทโกคุมารุ 大獄丸 (Taigokumaru)[แก้]

ผู้นำตระกูลปีศาจค้างคาว เป็นปู่ของชิโอริ แต่แรกไทโกคุมารุไม่ต้องการให้สึคุโยมารุบุตรชายของเขาทีมีใจอ่อนโยนไปข้องแวะกับมนุษย์เพราะมองว่ามันทำให้เขาอ่อนแอลง ยิ่งเมื่อพบว่าสึคุโยมารุได้ไปตกหลุมรักกับมนุษย์ผู้หญิงในหมู่บ้านยิ่งทำให้ขุ่นเคือง จนเมื่อขัดใจกันหนักเข้าสึคุโยมารุขอถอนตัวจากการถือครองลูกแก้วอาคมของเผ่าเพื่อไปใช้ชีวิตกับภรรยาและลูกที่จะเกิด ทว่าภายหลังไทโกคุมารุเปิดเผยขึ้นมาเองว่าเขาเลือกฆ่าบุตรชายของเขาเองเพื่อขจัดอุปสรรคของแผนการในการบุกทำลายหมู่บ้านแต่มันน่ารำคาญตรงที่พลังถือครองลูกแก้วตกไปอยู่กับชิโอริจึงเปลี่ยนแผนแสร้งสัญญาจะไม่ทำร้ายคนในหมู่บ้านเพื่อรับชิโอริเข้าเผ่าและเก็บตัวเธอให้ไม่รับรู้โลกภายนอกจะได้ไม่ขัดขืนเหมือนสึคุโยมารุ สุดท้ายเขาพ่ายแพ้ด้วยจิตวิญญาณของสึคุโยมารุซึ่งยังคงอยู่คอยดูแลบุตรสาวและอินุยาฉะสามารถทำลายลูกแก้วอาคมด้วยการร่วมมือจากชิโอริที่เป็นผู้ถือครองลูกแก้ว




บท เผ่าแมวป่าอสูร[แก้]

โทรัน 冬嵐 (Tōran)[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเธอเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเธอเป็นตัวแทนของฤดูหนาว โทรันเป็นอสูรผู้มีพลังแห่งเหมันต์หิมะน้ำแข็งและการแช่แข็งโจมตีศัตรู โทรันมีพี่น้องสามตนคือ คารัน ชุนรัน และโชรัน ในอดีตราชาผู้นำของเผ่าแมวป่าปีศาจของเธอเป็นศัตรูกับอินุไทโชจอมอสูรสุขัขปีศาจแห่งดินแดนตะวันตกและได้พ่ายแพ้สิ้นชีวิตไป สมาชิกเผ่าแมวป่าที่รอดจึงได้สาบานว่าจะแก้แค้น เรื่องราวต่อมาใน50ปีก่อนเนื้อเรื่องตามล่านาราคุในปัจจุบันอสูรเผ่าแมวป่าได้ก่อการทำสงครามจะชิงดินแดนอีกครั้งแต่ถูกหยุดไว้โดยทัพเหล่าอสูรในปกครองของอินุไทโชที่มีเส็ตโชมารูก้าวเข้ามานำกองทัพ (ในตอนนั้นเส็ตโชมารูส่งคนไปตามน้องชายแล้วแต่อินุยาฉะเพิ่งโดนผนึก) 50ปีต่อมาที่เศษลูกแก้วสี่วิญญาณกระจายตกไปทั่วพวกเขาโทรันและสมาชิกเผ่าแมวป่ามีความหวังในการคืนชีพราชาต้องการจะทำสงครามอีกเป็นครั้งที่สาม แต่เมื่อเผ่าแมวป่าเสียสละตนจะคืนชีพราชา ราชากลับยังขาดพลังชีวิตไปไม่เพียงพอและได้ดูดเอาพลังชีวิตจากน้องทั้งสามของเธอไปใช้เพิ่มพลังเมื่อเห็นเช่นนั้นโทรันเสียใจมากแต่ไม่อาจหาหนทางแก้ปัญหานี้ได้ และแล้วศัตรูของเผ่าก็กลับเป็นฝ่ายช่วยเหลือเธอ ท้ายที่สุดเส็ตโชมารูลงดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นวาดดาบทำลายวิญญาณราชาปีศาจแมวป่าและอินุยาฉะฟาดพลังของดาบเขี้ยวอสูรทำลายร่างนั้นลงไม่ให้ฟื้นขึ้นมาได้อีก โทรันกับน้องของเธอที่ฟื้นขึ้นมาได้เดินทางกลับถิ่นฐานเดิมของเผ่า


ชูรัน 秋嵐 (Shūran)[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเขาเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเขาเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วง ชูรันอสูรผู้มีพลังในการจัดการควบคุมสายฟ้าและการสร้างแสงสว่างจ้าทำให้ศัตรูตาบอดพร่ามองไม่เห็น


คารัน 夏嵐 (Karan )[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเธอเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเธอเป็นตัวแทนของฤดูร้อน คารันอสูรผู้มีพลังในการสร้างและจัดการไฟ มีลูกเล่นในการใช้ระบิดควันขนาดเล็กที่จะปล่อยกลิ่นรบกวนปราสาทผู้รับกลิ่น มันมีผลกับอินุยาฉะแต่ไม่ส่งผลกับเส็ตโชมารู


ชุนรัน 春嵐 (Shunran)[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเธอเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเธอเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ ชุนรันมีพลังในการสร้างภาพลวงตาโดยอาศัยรูปแบบกลีบดอกซากุระโปรยปรายและสามารถใช้ลมอ่อนๆในการหันเหความสนใจทำให้ศัตรูตกอยู่ในภาพลวงเร็วขึ้น




บท เมื่อซังโกะถูกขอความรัก[แก้]

หมีปีศาจ 熊妖怪 (Kuma yōkai)[แก้]

มันถูกสังหารโดยกลุ่มนักล่าปีศาจเมื่อหกปีก่อนแต่ซากของมันไม่ได้ถูกเผาทำลายแบบที่นักล่าได้บอกกับเจ้าของปราสาทในตอนนั้น กลับเก็บมันไว้ในฐานะของประดับบารมีต่อมาคุมะโยไคมันจึงตื่นขึ้นมาเพื่อล้างแค้น ซังโกะได้สู้กับมันด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ตัวจริงของมันตอนนี้เป็นวิญญาณมิโรคุจึงได้เป็นฝ่ายผนึกสยบวิญญาณคุมะโยไคด้วยไว้บทสวดแห่งพระสูตร


ทาเคดะ คุราโนะสึเกะ 武田蔵乃介 (Takeda Kuranosuke)[แก้]

เจ้าของปราสาททาเคดะ ได้ว่าจ้างพวกอินุยาฉะให้ช่วยกำจัดปีศาจให้ เมื่อหกปีก่อนหน้าเขาที่เขายังไม่ได้ขึ้นครองปราสาทเขาได้ตกหลุมรักซังโกะเมื่อพบกันครั้งนี้คุราโนะสึเกะตั้งใจจะขอเธอแต่งงาน แต่ซังโกะที่มีใครบางคนอยู่ในใจอยู่แล้วได้ตอบปฏิเสธเขาไป แม้กระนั้นเขาก็ยังคงหวังดีกับซังโกะและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือถ้าซังโกะต้องการ




บท แผนขโมยดาบเขี้ยวอสูรของจาเก็น กับอดีตอันรุ่งเรืองของเขา[แก้]

มุโอโตโคะ 無男 (Muotoko)[แก้]

ปีศาจที่เกิดจากความเศร้าเสียใจของชายที่ตายในสงคราม เขาถูกจาเก็นเรียกมาใช้ในการขโมยดาบเขี้ยวอสูร(จาเก็บคิดการนี้ด้วยตัวเอง) มุโอโตโคะถูกสั่งให้ไปขโมยของสำคัญของพวกอินุยาฉะ เมื่อลงมือปีศาจตนนี้หยิบของสำคัญมาได้ทุกอย่างจริงๆแม้กระทั่งเศษลูกแก้วสี่วิญญาณยกเว้นดาบเขี้ยวอสูรที่เป็นเป้าหมาย มุโอโตโคะถูกซ้อมโดยจาเก็นที่สุดท้ายปล่อยเขาไปไม่สนใจแล้วไปลงมือด้วยตนเอง


บิคุนิ 比丘尼 (Bikuni)[แก้]

ผู้นำกลุ่มปีศาจที่ควบคุมภูเขาทางทิศตะวันออกเป็นศัตรูของจาเก็นสมัยก่อนเมื่อทั้งสองเผ่ารบพุ่งกัน บิคุนิที่กำลังจะจับจาเก็นกินก็ถูกเส็ตโชมารูที่จะผ่านทางเดินนี้ไป ฆ่า




บท แมวและหนู ความรักครั้งที่สองของชิปโป[แก้]

โควเมะ 小梅 (Koume)[แก้]

เด็กหญิงที่มาตามหาแมวปีศาจของเธอจนมาเจอกับพวกอินุยาฉะและเข้าใจผิดว่าเนโกะมาตะตนนั้นเป็นตัวเดียวกับคิราร่า เธอกับชิปโปร่วมมือกันตามหาแมว และวิ่งหนีเทซโซที่จะกินพวกเขา


คุโรโร่ クロロ (Kuroro)[แก้]

แมวปีศาจ คุโรโร่มีหน้าตาเหมือนคิราร่าต่างกันเพียงขนที่เป็นสีดำรอบคอกับขีดใต้ตาสองข้าง เนโกะมาตะตนนี้ถูกใส่ร้ายจนโดนไล่ออกจากจากหมู่บ้าน หลังจากพิสูจน์ความจริงและกำราบเทซโซปีศาจหนูได้แล้วก็ได้กลับไปอยู่ที่หมู่บ้านอีกครั้ง


เทซโซ 鉄鼠 (Tesso)[แก้]

ปีศาจหนูที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์ เป็นผู้นำทางความเชื่อของชาวบ้านและหลอกว่าคุโรโร่เป็นตัวนำภัยพิบัติให้ขับไล่ออกจากหมู่บ้าน แต่เมื่อคุโรโร่ออกไปจากหมู่บ้านแล้วเทซโซปล่อยให้พวกหนูอาละวาดกัดกินพื้ชสวนไร่นายุ้งฉาง สุดท้ายอินุยาฉะเป็นผู้สังหารเทซโซ




บท ลูกแก้วเลียนแบบ[แก้]

โชสุเกะ 小助 (Shosuke)[แก้]

พ่อแม่และเพื่อนบ้านในหมู่บ้านคนอื่นๆของเขาโดนพาตัวไปโดยโอโรจิดายุ โชสุเกะเป็นเพียงคนเดียวที่รอดมาได้ ห้าวันต่อมาพวกอินุยาฉะมาถึงและได้ไต่ถามเขาแล้วโชสุเกะก็ได้ไปเห็นชาวบ้านที่โดนจับไปอยู่ในไข่ของกบ


โอโรจิดายุ オロチ太夫 (Orochidayū)[แก้]

ปีศาจงู โอโรจิดายุที่ต้องการที่จะสร้างลูกแก้วแบบลูกแก้วสี่วิญญาณแต่เลือกที่จะใช้วิญญาณของมนุษย์ในการสร้าง จึงร่วมมือกับกิวโอและดึงกามะจิโร่มาร่วมมือด้วย


อิซุโมะ 出雲 (Izumo) / กิวโอ 牛王 (Gyu-Oh)[แก้]

ครึ่งอสูรปีศาจวัว พ่อของเขาเป็นมนุษย์ชื่ออิซุโมะ และแม่เป็นปีศาจวัว เขาต้องการที่จะเป็นมนุษย์อย่างเต็มตัว เมื่อได้ข่าวว่าลูกแก้วสี่วิญญาณถูกทำลายและต้องใช้เวลาในการรวบรวม ด้วยความกลัวเขาจึงได้ร่วมมือกับโอโรจิดายุในการสร้างลูกแก้วเลียนแบบลูกแก้วสี่วิญญาณขึ้นมา โดยไม่มีพลังของมิโดริโกะจึงลูกแก้วจึงสามารถใช้เปลี่ยนร่างได้เพียงเวลาไม่นานและยังต้องใช้วิญญาณเป็นจำนวนมากกว่าปกติแต่เขาก็เลือกที่จะทำ เมื่อต้องสู้กับพวกอินุยาฉะเขาเสี่ยงใช้ลูกแก้วที่ยังไม่สำเร็จในคืนที่จะทำให้เขาสมความปราถนาด้วยร่างกิวโอ แต่สุดท้ายไม่อาจเอาชนะอินุยาฉะได้ก่อนฟ้าสาง กิวโอต้องกลับเป็นอิซุโมะ ร่างมนุษย์ในยามเช้าทนพลังของลูกแก้วปลอมแปลงนี้ไม่ได้ ร่างของเขากลับเป็นมนุษย์เพียงครึ่งเดียวและตาย เขาเสียใจที่ไม่อาจตายอย่าง มนุษย์


สึคุโมะ โนะ กามะจิโร่ 九十九の蝦蟇次郎 (Tsukumo no Gamajirō )[แก้]

ปีศาจกบ กามะจิโร่ที่มีหน้าหน้ารวบรวมคนในทรงกลมสารที่เขาสร้างเหมือนไข่กบ บางทีเขาที่หิวๆก็ต้องการกินวิญญาณในนั้นแต่โอโรจุดายุเตือนเขาว่าห้ามกิน กามะจิโร่ถูกฆ่าตายพร้อมปีศาจตนอื่นๆ




บท เขตอาคมแห่งเขาฮักคุเรและเจ็ดสังหารที่คืนชีพ[แก้]

โอยากาตะ 北城の殿様 (O-Yakata)[แก้]

เจ้าของปราสาทที่ว่าจ้างเหล่าเจ็ดสังหารให้ทำงานให้ ก่อนจะดัดหลังด้วยการสั่งฆ่าทั้ง7 โอยากาตะถูกฆ่าล้างแค้นโดยบังโกสึหัวหน้ากลุ่มเจ็ดสังหารที่เพิ่งฟื้นขึนมาจากความตาย และรับเอาบันริวไปเป็นรางวัลค่าจ้างงานก่อนหน้า


เจ็ดสังหาร 七人隊 (Shichinintai)[แก้]

เป็นกลุ่มทหารรับจ้าง ประกอบด้วย บังโกซึ เคียวโกซึ คินโกซึ มูโกซึ จาโกซึ เร็นโกซึ และซุยโกซึ แต่เดิมพวกเขาเป็นมนุษย์ซึ่งรับจ้างสู้รบและทำลายปราสาทเจ้าเมืองต่างๆในฐานะทหารรับจ้างที่ไม่เป็นข้ารับใช้ใคร แต่ถูกเจ้าเมืองที่เคยทำงานให้ร่วมมือกันหักหลัง ถูกจับได้และประหารชีวิตด้วยการตัดหัว เหล่าเจ้าเมืองกลัววิญญาณแค้นจึงฝังและผนึกไว้ กระทั่ง 15 ปีต่อมา นาราคุนำเศษลูกแก้วสี่วิญญาณมาคืนชีพให้เพราะต้องการหลอกใช้หน่วยเจ็ดสังหารเป็นตัวช่วยถ่วงเวลากันพวกอินุยาฉะไว้ในขณะที่ตนเองกำลังเปลี่ยนร่างเพื่อเพิ่มพลัง
บังโกซึ 蛮骨 (Bankotsu (ผู้มีสันดานหยาบช้า) 
หัวหน้าหน่วยเจ็ดสังหาร มีฝีมือการต่อสู้เก่งกาจที่สุดจึงถูกยกเป็นพี่ชายคนโตของกลุ่มแม้ว่าจะมีอายุน้อยที่สุดก็ตาม เป็นคนรักพวกพ้องมาก รอดชีวิตอยู่เป็นคนสุดท้ายจึงต้องการจะแก้แค้นให้พวกพ้องที่ตายไป แต่สุดท้ายต้องตายเพราะโดนอินุยาฉะฆ่า
เคียวโกซึ 凶骨 (Kyōkotsu (ผู้ชั่วร้าย) 
มีร่างกายใหญ่โตมาก บ้าพลังและตะกละ สุดท้ายก็ถูกโคงะฆ่าตายโดยการแย่งเอาเศษลูกแก้วออกมาจากหน้าผาก
คินโกซึ 銀骨 (Ginkotsu (ผู้มีร่างกายเป็นเหล็ก) 
มีร่างกายประกอบด้วยเหล็กและอาวุธต่างๆทั้งตัว ตายในขณะที่ต่อสู้กับโคงะ เพราะสละชีวิตตนช่วยเร็นโกซึซึ่งเป็นผู้มีพระคุณของตนไว้
มูโกซึ 霧骨 (Mukotsu (ผู้ใช้พิษ) 
มีหน้าตาที่น่าเกลียด เป็นผู้ใช้พิษ พิษของเขาร้ายแรงมากและมีหลายรูปแบบ เป็นสมาชิกคนเดียวในหน่วยเจ็ดสังหารที่บ้าผู้หญิง สุดท้ายก็โดนเส็ตโชมารูที่ตามกลิ่นไอปีศาจมาฆ่าตาย
จาโกซึ 蛇骨 (Jakotsu (ผู้ใช้งู) 
กายเป็นชายแต่มีนิสัยชอบผู้ชายด้วยกัน มีดาบกระดูกงูเป็นอาวุธ ชอบอินุยาฉะและมิโรคุ มีความซื่อสัตย์ต่อบังโกซึเป็นเลิศ แต่สุดท้ายตายเพราะโดนอินุยาฉะจัดการจนไม่เหลือพลังและโดนพวกพ้อง (เร็นโกซึ) หักหลังแต่ได้รับการล้างแค้นโดยบังโกซึในภายหลัง
เร็นโกซึ 煉骨 (Renkotsu (ผู้ใช้ไฟ) 
เป็นคนฉลาดและเจ้าเล่ห์ คิดจะทรยศพวกพ้องของตนเอง และได้หลอกจาโกซึให้ไปถูกอินุยาฉะฆ่าเพื่อชิงเศษลูกแก้ว แต่สุดท้ายต้องถูกบังโกซึฆ่าตายเพราะโดนจับได้
ซุยโกซึ 睡骨 (Suikotsu (ผู้หลับใหล) 
เป็นผู้ที่มีสองบุคลิกในคนเดียวกัน บุคลิกหนึ่งคือเป็นหมอที่ทีความมีเมตตา ช่วยเหลือคน แต่อีกบุคลิกหนึ่งคือเป็นผู้ที่มีจิตใจโหดร้าย ชื่นชอบการฆ่าฟันเป็นชีวิตจิตใจ ปกติแล้วจะถูกซุยโกซึที่มีจิตใจดีกดไว้อยู่แต่พอโมโหขึ้นมาซุยโกซึอีกคนหนึ่งก็จะปรากฏตัวออกมา สุดท้ายซุยโกซึได้ขอร้องให้คิเคียวเอาเศษลูกแก้วไปจากตนซะเพราะไม่อยากให้ใครต้องตายเพราะตนอีกแล้วแต่โดนจาโกซึแย่งไปก่อน


ชินทาโร่ 新太郎 (Shintarō)[แก้]

บุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้าน พ่อของเขาหายไปและไม่กลับมาจากเกาะฮิจิริซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารของท่านฮาคุชิน เขาเคยไปขอให้พวกชาวบ้านช่วยแต่ไม่มีใครยอม เมื่อได้พบกันกับพวกอินุยาฉะที่ต้องการไปที่เกาะฮิจิริพอดีเขาจึงเป็นผู้ที่ร่วมทางพาพวกอินุยาฉะไปที่นั่น แต่ไปถึงเขาได้เจอศพของพ่อที่โดนปีศาจฆ่าตาย ชินทาโร่เป็นผู้ที่ได้เห็นอินุยาฉะต่อสู้กับเบียคุยะ


ฮาคุชิน 白心 (Hakushin)[แก้]

พระสงฆ์ระดับสูงที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยชาวบ้านให้พ้นจากโรคระบาดในพื้นที่ แต่ในขณะที่กำลังรอคอยที่จะตายเขาเริ่มที่จะเกลียดชังลูกศิษย์ของเขาที่อธิษฐานขอความตายแก่เขาเพื่อที่ว่าพวกเขาเองจะได้อยู่รอด แต่ฮาคุชินยังไม่ได้หายไปจากโลกวิญญาณเขาไม่ได้

ละทิ้งสังขารร่างกายยังคงอยู่เฝ้าในวิหารส่วนลึกของภูเขาฮักคุเรด้วยพลังวิญญาณแก่กล้าของเขาได้สร้างเป็นปราการอาคมข่ายเวทย์ขนาดใหญ่ซึ่งแข็งแกร่งทรงพลังอย่างมากรอบอาณาบริเวณทำให้ไม่มีปีศาจหรือพลังชั่วร้ายใดเข้ากล้ำกลายในบริเวณภูเขาฮักคุเรได้ แต่กลับเป็นนาราคุที่ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนนี้โดยช่องว่างทางจิตใจนี้ สุดท้ายคิเคียวเป็นผู้ปลดปล่อยเขาจากความทุกข์ทรมานด้วยการช่วยให้ ท่านฮาคุชินระลึกถึงเหตุผลและความตระหนักที่แท้จริงว่าเขานั้นไม่อยากตาย จากนั้นเขาขอให้เธอช่วยเขาในการข้ามวัฎสังสาร




บท เชื้อสายปีศาจจากแผ่นดินใหญ่[แก้]

คิสึเกะ 喜助 (Kisuke)[แก้]

ด้วยความบริสุทธิ์ใจของคิสึเกะ ชายหนุ่มขอให้พวกอินุยาฉะช่วยเหลือพวกผู้หญิงจากโจฮัคไค


โจฮัคไค 猪九戒 (Chokyūkai)[แก้]

เขาสืบเขื้อสายมากจากบรรพบุรุษของเขา จากประเทศจีน โจฮัคไค(ตือโป้ยก่าย)ที่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในตำนานไซอิ๋ว โจฮัคไค ปีศาจหมูตนนี้ ได้รับแรงบรรดาลใจจากบรรพบุรษและตั้งใจทำตามในเรื่องของความบ้าผู้หญิง


ชาโกโจ 沙悟浄 (Sha Gojyo)[แก้]

เขาสืบเขื้อสายมากจากบรรพบุรุษของเขา จากประเทศจีน ชาโกโจ(ซัวเจ๋ง)ที่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในตำนานไซอิ๋ว ชาโกโจ ตนนี้เป็นปีศาจกัปปะ ที่ถูกโจฮัคไคใช้ให้ลักพาตัวควบคุมผู้หญิงโดยรัดเกล้า(แบบที่อยู่บนหัวซุนหงอคง) และห่วงรัดเหล้านี้ได้ไปอยู่บนหัวของอินุยาฉะในตอนนี้ด้วยเช่นกัน ชาโกโจเป็นปีศาจที่ขี้ขลาดมากถึงขนาดที่อินุยาฉะแค่แยกเขี้ยวขู่ก็ตัวสั่นแล้ว




บท ท่าไม้ตายใหม่ของชิปโป บาดแผลลึกในหัวใจ[แก้]

อิปโปะ 一宝 (Ippō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดก่อนจึงได้ชื่อ "อิปโปะ" ที่หมายถึง หนึ่งสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น อิปโปะสวมเสื้อลายขวางแดงตัดม่วง


จิบโปะ 二宝 (Jippō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่สองจึงได้ชื่อ "จิปโปะ" ที่หมายถึง สองสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น จิปโปะสวมเสื้อกั๊กสีน้ำตาล


ซัมโปะ 三宝 (Sanpō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่สามจึงได้ชื่อ "ซัมโปะ" ที่หมายถึง สามสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น ซัมโปะสวมเสื้อยืดสีเขียว


ชิโฮะ ะ四宝 (Shihō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่สี่จึงได้ชื่อ "ชิโฮะ" ที่หมายถึง สี่สมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น ชิโฮะสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้า


โกโฮะ 五宝 (Gohō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่ห้าจึงได้ชื่อ "โกโฮะ" ที่หมายถึง ห้าสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น โกโฮะสวมเสื้อรัดรูปสีแดง


มิซูกิ みずき (Mizuki)[แก้]

เด็กหญิงผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มักจะโดนกลุ่มปีศาจจิ้งจอกรังควาน กลุ่มของอินุยาฉะเดินทางผ่านไปแถวนั้นชิปโปเลยได้สมอ้างกับพวกจิ้งจอกว่าเป็นผู้นำกลุ่มของอินุยาฉะอวดเพื่อนๆในเผ่าเดียวกับเขา ชิปโปเล่นตลกใส่มิซูกิจนโดนเธอตะโกนใส่หน้าว่า ฉันเกลี่ยดเธอ




บท ปีศาจในภาพแขวนเทพคันนอน[แก้]

ชินโนสุเกะ 篠助 (Shinosuke)[แก้]

นักเดินทางหนุ่มคู่หมั้นของวาคานะ เขาถูกบังคับให้ไปเข้าร่วมสงครามก่อนแต่งงานไม่กี่วัน เขาได้รับบาดเจ็บและกลับมาที่หมู่บ้าน


วาคานะ 若菜 (Wakana)[แก้]

คู่หมั้นของชินโนสุเกะ วาคานะถูกครอบงำโดยไข่ปีศาจซาลาแมนเดอร์ซึ่งมันบังคับให้เธอฆ่าพวกผู้ชายและนำไปให้ซาลาแมนเดอร์


ซานโชโอะ 山椒魚 (Sanshōuo)[แก้]

ป๊ศาจซาลาแมนเดอร์ขนาดใหญ่ เป็นปีศาจที่ถูกนักบวชปิดผนึกไว้ในภาพเทพคันนอน( 観世音菩薩 Kanzeonbosatsu "คันเซะองโบะซัทสึ", โพธิสัตว์กวนอิม)ภาพแขวนในวัด ซานโชโอะถูกอินุยาฉะฆ่าตายโดยแผลแห่งลม




บท เจ้าหญิงซาระแห่งปราสาทอาซาโนะ[แก้]

โซจู อาซาโนะ 阿佐野双樹 (Asano Sōju)[แก้]

ผู้ปกครองปราสาทอาซาโนะ ในขณะที่ถูกศัตรูล้อมปราสาทก็มีปีศาจตนหนึ่งผ่านมาและทำลายใจกลางกองทัพฝ่ายข้าศึกศัตรูของเขา แต่ดีใจได้ไม่นานเขาก็พบว่าบุตรีของเขา ซาระ ได้ไปหลงรักปีศาจตนนั้น เขาจึงส่งทหารไปเพื่อฆ่ามันที่บังอาจมาล่อลวงบุตรีของตน สุดท้ายโซจูฆ่าตัวตายเพราะกลัวจะมีการโจมตีโต้กลับของเส็ตโชมารู


ซาระ อาซาโนะ 阿佐野娑蘿 (Asano Sara)[แก้]

เจ้าหญิงซาระแห่งปราสาทอาซาโนะ หญิงสาวชาวมนุษย์ผู้หลงรักเส็ตโชมารูเมื่อเธอพบเห็นเขาฆ่าข้าศึกฝ่ายศัตรูที่ล้อมปราสาท (จริงแล้วเส็ตโชมารูแค่ผ่านมา) บิดาของซาระเมื่อรู้ว่าบุตรสาวไปหลงรักปีศาจที่ไหนก็ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจึงได้นำกองพลปืนยาวจากปราสาทไปเพื่อสังหารเส็ตโชมารู และอย่างไม่ต้องเอ่ยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุนั้นเองปราสาทได้ถูกโซจูบิดาของเธอที่กลายเป็นบ้าเผาทำลายพร้อมกับการจบชีวิตตนเองของเขา เจ้าหญิงซาระและข้ารับใช้หญิงส่วนหนึ่งออกมาบวชอยู่ในสำนักชีแต่แม้จะป่วยหนักซาระยังคงต้องการพบกับเส็ตโชมารูอีกครั้งจึงตัดสินใจขายวิญญาณให้แก่ปีศาจแล้วถือกำเนิดเป็นปีศาจในแบบเดียวกับนาราคุ เธอมีขลุ่ยอยู่เลาหนึ่งและมักจะนำมันออกมาเล่นอยู่เสมอ ซาระถูกเส็ตโชมารูสังหารเป็นการปลดปล่อยให้ไปจากโลก




บท  ?????? 彡[แก้]

สึคิโยมิ 月黄泉 (Tsukiyomi)[แก้]

โฮชิโยมิ 星黄泉(Hoshiyomi)[แก้]


เบียกโกะ 白虎 (Byakko)[แก้]


เก็นบุ 玄武 (Genbu)[แก้]


ซูซาคุ朱雀 (Suzaku)[แก้]


เซริว 青竜 (Seiryū)[แก้]




บท การตายของเหล่าผู้มีพลังวิญญาณ และ อสูรผู้ขี่อาชากีบเพลิง[แก้]

ชินเซน 神泉 (Shinsen)[แก้]

ภิกษุที่ปิดผนึกอสูรเรนโกคูคิและเอ็นเท เขาเป็นหนึ่งในผู้มีพลังวิญญาณสูงส่งที่ถูกคากุระและทารกปีศาจฆ่าตาย ก่อนตายชินเซนได้ใช้พลังผ่าร่างทารกปีศาจออกเป็นสองส่วน หากแต่สองส่วนนั้นภายหลังกลับแยกออกเป็นทารกอากาโกะและเด็กปีศาจฮัคคุโดชิ



เรนโกคูคิ 煉獄鬼 (Rengokuki)[แก้]

อสูรผู้ที่มุ่งมั่งพิสูจน์ความเชื่อที่ตามตำนานว่าผู้ที่ขับขี่เอ็นเทจะได้เป็นนายของโลก เรนโกคูคิแข่งขันและได้อสูรพาหนะนี้มาครอบครองแต่ว่าเขาก็ถูกปิดผนึกโดยภิกษุชื่อชินเซน นานหลายสิบปีจนนักบวชรูปนั้นถูกฆ่าโดยอากาโกะ หลังจากหลุดจากผนึกเขาต้องการพิสูจน์ตนเองในการเป็นนักขี่ม้าแห่งปีศาจร้ายและยึดครองโลกต่อไป แต่เมื่อเรนโกคูคิจะได้สู้กับฮัคคุโดชิและสังหารเด็กนั่นตามที่คิด เอ็นเทที่เขาขี่ก็สลัดเขาทิ้งไปให้ฮักคุโดชิขี่แทน เรนโกคูคิได้ตายลงด้วยการฆ่าของฮักคุโดชิ



เอ็นเท 炎蹄 (Entei)[แก้]

อสูรกีบเพลิง เป็นอสูรรูปแบบม้า มีตำนานเล่าถึงมันว่าผู้ที่ได้ขี่ปีศาจร้ายตนนี้จะได้เป็นนายแห่งโลก เอ็นเทความสามารถในการลอยเหินเหยียบอากาศและมันได้ทอดทิ้งนายเก่ามาอยู่กับฮักคุโดชิ




บท การตามหาเศษลูกแก้วชิ้นสุดท้าย[แก้]

มิมิเซนริ 耳千里 (Mimisenri)[แก้]

ปีศาจหูทิพย์ มิมิเซนริมีความสามารถในการได้ยินสรรพสิ่งที่เป็นไปที่มีอยู่ที่เกิดขึ้นไม่ว่าบนดินในน้ำบนอากาศ ได้ยินสรรพสำเนียงในทุกโลกทุกภพ ด้วยการณ์นี้นาราคุจึงไปสอบถามสถานที่อยู่ของเศษลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นสุดท้ายจากเขา



เก็นตะ 甘太 (Kanta)[แก้]

ปีศาจนากเด็กที่มาเจอกับพวกอินุยาฉะ พ่อของเขาถูกฮัคคุโดชิตัดหัวแต่เขาได้เก็บหัวของพ่อไว้เพราะหวังว่ามันจะนำมาต่อคืนกันได้แล้วพ่อจะฟื้น ชิปโปที่เสียพ่อไปในเหตุการณ์ใกล้เคียงกับแบบนี้เข้าใจความรู้สึกของเก็นตะ และพวกเขาได้ไปขอร้องเส็ตโชมารูให้ช่วย


พ่อของเก็นตะ 甘太の父 (Kanta chichi)[แก้]

ปีศาจตัวนากพ่อของเก็นตะ เขาโดนฮัคคุโดชิที่ค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ตัดหัว และด้วยเหตุผลใดก็สุดจะทราบเขาได้รับการอนุเคราะห์จากเส็ตโชมารูในการชุบชีวิตกลับคืนมา พ่อของเก็นตะเรื่องในระหว่างที่หัวของเขากำลังเที่ยวไปในเส้นทางระหว่างพรมแดนของโลกนี้กับโลกหน้าเขาได้เห็นที่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีโครงกระดูกปีศาจขนาดใหญ่มาก อินุยาฉะกับเส็ตโชมารูได้ฟังก็ทราบว่าที่แห่งนั้นคือสุสานของอินุไทโชบิดาทั้งสอง พ่อของเก็นตะได้ชี้เบาะแสของแรงจูงใจในการกระทำของของฮัคคุโดชิ



โกสุ 牛頭 เมสุ 馬頭 (Gozu, mezu)[แก้]

รูปปั้นอารักษ์เฝ้าประตูทางเข้าสู่โลกหลังความตาย โกสุซ้าย เมสุขวา พวกเขาจะถามผู้ที่มาว่า "ต้องการที่จะผ่านเข้าไปหรือไม่" อินุยาฉะ คาโกเมะและพรรคพวกไปที่นั่นแล้วพบว่าไม่สามารถทำอะไรอารักษ์ทั้งสองได้เพราะสิ่งที่เป็นสมบัติของโลกนี้ไม่อาจทำร้ายทั้งสองตน ขณะนั้นที่อินุยาฉะตัดโซ่ประตูขาดคากุระที่ซุ่มอยู่แถวนั้นได้สั่งให้สมุนปีศาจที่เธอพามาเข้าไปในประตูแต่ทุกอย่างที่โดนแสงจากประตูได้กลายเป็นหิน เหตุนี้พวกอินุยาฉะจึงตระหนักว่าไม่อาจผ่านเข้าไปโดยทางนี้แต่ในตอนที่ประตูเปิดนั้นเองคาโกเมะก็สัมผัสได้ถึงพลังของลูกแก้วสี่วิญญาณที่อยู่ด้านหลังของประตูพวกเขาจึงได้ไปหาทางอื่นกันแทน ฝั่งคากุระซึ่งหนีรอดมาได้นำความเรื่องเส้นทางนี้ไปบอกกับเส็ตโชมารู เมื่อเส็ตโชมารูมาถึงและสู้กับโกสุและเมสุ อารักษ์ถามคำถามเดิมและพูดว่าสิ่งที่เป็นของโลกฝั่งนี้ทำร้ายพวกเขาไม่ได้เส็ตโชมารูจึงชักดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นขึ้นมา โกสุ เมสุยอมรับและเคารพในผู้ถือครองสมบัติของโลกอีกภพหนึ่งที่มีสิทธิ์เหนือกว่าพวกตนและยินดีให้ผ่านประตูไป



เอบิ 阿毘 (Abi), เอบิฮิเมะ 阿毘姫 (Abi-hime)[แก้]

เจ้าหญิงวิหคอสูรเผ่าที่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับโลกหลังความตาย เธออยู่ในรูปแบบมนุษย์และเป็นผู้ควบคุมฝูงวิหคปีศาจไปล่ามนุษย์และนำเลือดไปใช้เจือจางพิษที่แม่ของเธอได้รับ ได้ปะทะกับพวกอินุยาฉะในระหว่างนั้น เอบิและแม่ของเธอถูกนาราคุใช้เป็นเบี้ยในการเปิดทางไปสู่ลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นสุดท้าย


เท็กเค 鉄鶏 (Tekkei)[แก้]

แม่ของเอบิฮิเมะ ก่อนหน้าเท็กเคเพิ่งจะกินหัวหน้าเผ่าศัตรูแล้วติดพิษจึงเก็บตัวพักอยู่แต่ในภูเขาไม่ได้ออกหน้าฉากแล้วให้บุตรสาวของตนนำลูกเผ่าไปล่ามนุษย์จำนวนมากเพื่อเอาเลือดมาเจือจางพิษในตน เท็กเคและเอบิได้ทำข้อตกลงกับนาราคุที่มาเสนอให้ความช่วยเหลือในการแก้พิษ แต่แล้วเมื่อพบข้อสงสัยในตัวนาราคุ เท็กเคกินนาราคุเข้าไปแล้วนั่นก็เป็นการจบชีวิตตนเอง นาราคุระเบิดเปิดหัวเท็กเคออกมาเลือดมากมายได้ไหลนองเป็นสายธารเป็นทางผ่านไปสู่โลกหลังความตาย



ลูกชายของโฮเซนกิ 宝仙鬼の息子 (Hōsenki no Musuko)[แก้]

เขาเป็นอสูร ห อ ยนางรม พ่อของเขาเป็นที่ผู้สร้างไข่มุกดำเม็ดที่เคยอยู่ในตาข้างขวาของอินุยาฉะ พวกอินุยาฉะเพื่อขอความช่วยเหลือในการหาวิธีการผ่านไปยังดินแดนอีกโลกหลังความตายแต่ก็ได้พบว่าโฮเซนกิผู้พ่อเขาตายไปแล้ว และไข่มุกดำพ่อของเขาได้ใช้หมดไปแล้วเช่นกันถ้าต้องการเม็ดใหม่ต้องรอการผลิตไปอีก100ร้อยปี


โฮเซนกิ 宝仙鬼 (Hōsenki )[แก้]

อสูร ห อ ยนางรมผู้รังสรรค์อัญมณีและยังเป็นผู้สร้างที่สร้างไข่มุกดำที่เคยอยู่ในนัยย์ตาขวาของอินุยาฉะอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะโดนเส็ตโชมารูนำออกไปเปิดประตูสู่สุสานของอินุไทโช โฮเซนกิเป็นสหายกับอินุไทโช โฮเซนกิตอนที่ตายเขานึกว่าจะได้อยู่อย่างสงบในโลกหลังความตายโดยไปอาศัยอยู่ที่ศพของสหายตน ทว่าวันหนึ่งก็มีเศษลุกแก้วสี่วิญญาณตกลงมาที่ร่างสังขารกระดูกหัวกระโหลกของเขา




บท เจ้าสาวของปีศาจปลาดุก[แก้]

นูชิ 主 (Nushi)[แก้]

นายของทะเลสาบใกล้บ้านชิมะ สองปีก่อนที่ชิมะป่วยหนักพ่อของชิมะได้รับยาและคำแนะนำจากมิโรคุให้ไปหาน้ำสะอาดมาใช้ต้ม พ่อของชิมะได้ไปนำน้ำจากทะเลสาบของนูชิและสัญญาว่าถ้าลูกสาวหายดีจะตอบแทนด้วยอะไรก็ตามที่ท่านต้องการ ฝ่ายนูชิที่เป็นนายแห่งทะเลสาบแห่งนั้นเป็นปีศาจปลาดุกเขาต้องการชิมะให้แต่งงานมาเป็นภรรยาของตนเป็นสิ่งตอบแทน ชิมะที่มารู้ภายหลังว่าเป็นพ่อเธอเองที่ไปสัญญาไว้เธอขอโทษนูชิแต่นูชิไม่ยอม


แม่ของชิมะ 志麻の母 (Shima no haha)[แก้]

แม่ของชิมะ ไม่ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับนูชิ


พ่อของชิมะ 志麻の父 (Shima no chichi)[แก้]

พ่อของชิมะเป็นคนที่สัญญากับนายแห่งทะเลสาบ แต่เขารู้สึกเสียใจมากไม่อยากให่ชิมะแต่งงานกับปีศาจปลาดุกนูชิ เมื่อเขาเจอกับมิโรคุเขาขอให้มิโรคุช่วยแต่งงานกับลูกสาวเร็วๆ


ชิมะ 志麻 (Shima)[แก้]

หญิงสาวซึ่งอ้างว่าเคยนอนกับมิโรคุ ทำให้มิโรคุสับสนมึนงงมากว่าหญิงคนนี้หรือเคยเป็นของเขา แต่ที่จริงแล้วชิมะสมอ้างขึ้นเพื่อหนีการแต่งงานกับปีศาจปลาดุกที่กำลังจะมาทวงสัญญา ภายหลังเธอขอโทษซังโกะและอวยพรให้พวกเขาทั้งสองอยู่คู่กันอย่างมีความสุข




บท จะขออยู่กับท่านเส็ตโชมารูไปตลอดกาล[แก้]

อังโคคุคิ 音獄鬼 (Ongokuki )[แก้]

เป็นปีศาจทีลักพาตัวเด็กด้วยเสียงขลุ่ยเพื่อไปขายให้กับปีศาจตนอื่น คืนหนึ่งเขาลักพาตัวรินและพาไปไว้ในถ้ำเดียวกับเด็กคนอื่นๆที่ถูกลักพามาก่อนหน้า แต่ไม่นานกลุ่มนักบวชล่าปีศาจซึ่งรับงานจากชาวบ้านก็มาล่าอังโคคุคิถึงหน้าถ้ำ แล้วอังโคคุคิก็ได้ถูกสังหาร (บทตอนเดียวในอินุยาฉะปีที่4 )


อุนไก 雲涯 (Ungai)[แก้]

นักบวช ที่มีชื่อเสียงในทางล่าปีศาจ เขาและกลุ่มของเขาจัดเป็นผู้มีฝีมือสูงและเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบ้าน และมิโรคุที่เล่าว่าในนักบวชเป็นที่รู้กันดีว่าอุนไกนั้นมีคติความคิดกับพวกปีศาจอย่างรุนแรงเมื่อพบเจอเขาจะไม่ปล่อยเอาไว้ อุนไกและพวกพบเส็ตโชมารูตอนที่เส็ตโชมารูเพิ่งเสร็จจากเก็บกวาดฆ่าล้างพวกโจรป่าที่ไปบุกทำลายหมู่บ้าน ทีแรกอุนไกเข้าใจว่าเป็นอสูรตนนี้ที่ฆ่ามนุษย์จึงทำการโจมตีแต่เส็ตโชมารูก็หลบฉากออกไปพวกอุนไกจึงรู้ว่าที่ตายนั่นเป็นพวกโจรป่า เขาเจอกับรินที่มีกลิ่นไอปีศาจติดตัวในป่าจึงได้จะถามเธอแต่รินก็ขี่อะอุนเหาะจากไป โชคดีเมื่อได้พบกับพวกอินุยาฉะก็เป็นคืนเดือนดับพอดีแต่เขายังได้เตือนอินุยาฉะว่าให้ทิ้งดาบที่มีไอปีศาจนั่นไปและมองพวกชิปโป คิราร่าว่าก็เป็นปีศาจ มนุษย์ไม่ควรอยู่ร่วมกับปีศาจอสูรใดๆ จากนั้นเมื่อเขาตามล่าปีศาจตามคำไหว้วานของชาวบ้านไปถึงถ้ำของอัคโคคุคิ ปีศาจผู้ลักพาเด็กๆ พวกของเขาได้สังหารมันแล้วช่วยเด็กๆออกมา หากทว่าในกลุ่มนั้นมีเด็กคนหนึ่งไม่ยอมออกมาจากถ้ำ และเด็กคนนั้นคือรินที่กำลังรอให้ท่านเส็ตโชมารูของเธอมารับ อุนไกและกลุ่มนักบวชจึงได้มีโอกาสทำการล้อมและพยายามจะปราบสังหารเส็ตโชมารู ในขณะนั้นพวกอินุยาฉะที่รู้ข่าวของรินจากจาเก็นก็รีบตามกลิ่นมาดูว่า(นักบวช)จะรอดหรือไม่ จากเหตุการณ์ในบทนี้นักบวชอุนไกก็ดูจะได้เปิดมุมมองใหม่ในด้านอื่นๆของอสูรปีศาจที่เขาเกลียดชัง




บท โกเรียวมารุ นักพรตล่าปีศาจ[แก้]

ยาโดริซานากิ 宿り蛹 (Yadori-sanagi)[แก้]

ป๊ศาจแมลงปรสิต นาราคุใช้พวกมันในการขโมยหินฟุโยเฮคิจากปีศาจภูเขา และสั่งให้คากุระและโกฮาคุกำจัดพวกมันเพื่อรักษาความลับ


ปีศาจภูเขา 岳山人 (Gakusanjin)[แก้]

กาคุซันจินเป็นเจ้าของหินฟุโยเฮคิ ซึ่งมีอยู่ในตัวเขาเองกาคุซันจินใช้ฟุโยเฮคิเพื่อปกป้องตนเองปิดบังไอปีศาจของตนเองแล้วนอนหลับอย่างสงบนิ่งกับที่เหมือนภูเขาทั่วไป ก่อนที่นาราคุจะแย่งชิงเอามันไปจากเขาเพื่อใช้ปกปิดหัวใจของนาราคุเองจากพวกอินุยาฉะ จากนั้นไม่นานกาคุซันจินก็ถูกสังหารโดยกลุ่มนักพรตเด็กในสังกัดของโกเรียวมารุเพราะพวกเด็กเหล่านี้แยกไม่ออกระหว่างป๊ศาจที่อันตรายหรือปีศาจที่ไม่มีพิษมีภัย พวกอินุยาฉะพบกาคุซันจินอีกครั้งเขาก็เป็นศพไปแล้ว


จิโยจา 行者 (Gyōja)[แก้]

เหล่าเด็กเป็นกำพร้าที่พ่อแม่ถูกปีศาจฆ่าตาย โกเรียวมารุได้รับมาดูแลและฝึกให้ล่าปีศาจ นักพรตเด็กเหล่านี้มีเจตนาดีในการฆ่าปีศาจเพื่อช่วยเหลือผู้คนแต่ปีศาจที่พวกเขาฆ่าไปมีทั้งปีศาจที่ชั้วร้ายและปีศาจที่บริสุทธิ์ กลุ่มของอินุายาฉะหลังจากทราบว่ากาคุซันจินถูกเกียวจาเหล่านี้ฆ่าตายได้ตามมาตรวจสอบ เมื่อพวกเขาเห็นคาโกเมะยืนขวางอินุยาฉะซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะกำจัดก็ขู่จะฆ่า ในภายหลังจากที่โกเรียวมารุตายเด็กเหล่านี้ถูกส่งไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง


โกเรียวมารุ 御霊丸 (Goryomaru)[แก้]

แต่เดิมเป็นนักพรตที่ถูกปีศาจกลืนกินแขนข้างหนึ่งไป แต่โกเรียวมารุได้ใช้มนต์สะกดปีศาจตนนั้นให้อยู่ในโอวาท และใช้พลังจากแขนปีศาจข้างนั้นในการปราบปีศาจ รับเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นสานุศิษย์เพื่อไปทำการล่าปีศาจโดยแจกน้ำเต้าบรรจุพลังแสงของแขนปีศาจให้ใช้สู้กับปีศาจ ต่อมาถูกสังหารโดยฮักคุโดชิและกลายร่างเป็นโมเรียวมารุ




บท ปีศาจหมาป่าจากทางตอนเหนือ[แก้]

โรโย 老狼 (Rōyō)[แก้]

ปีศาจหมาป่าที่หลบหนีการจามล่ามาจากทางเหนือถูกช่วยไว้โดยโคงะแต่ไม่นานโรโยตายจากพิษบาดแผลที่ได้มาจากการปกป้องพี่หมาป่าของเขา


โชโร 長老 (Chōrō)[แก้]

ปู่ของอายาเมะผู้นำเผ่าหมาป่าปีศาจทางภาคเหนือ เขาอยู่ในร่างหมาป่าชราสีขาว โชโรอยากให้อายาเมะและโคงะแต่งงานกันเพื่อจะได้รวมเผ่าให้แข็งแกร่งขึ้น ในระหว่างหลบหนีพี่น้องหมาป่าของเขาโรโยปกป้องเขาจากการโจมตีทำให้เขารอดปลอดภัยมาได้


ไค 灰 (Kai)[แก้]

ไคและน้องชายชินตะเป็นปีศาจหมาป่าจากเผ่าทางตอนเหนือที่ถูกเล่นงานโดยเบียคุยะ พวกเขาหนีมาด้วยความเสียสละของปีศาจตนอื่นในเผ่า ไคได้รับบาดเจ็บจากการปกป้องน้องชายของเขา แต่แล้วน้องชายของเขาก็ถูกจับเป็นตัวประกัน เบียคุยะบังคับให้เขาไปฆ่าโคงะและเอาลูกแก้วสี่วิญญาณมาให้ ในภายหลังเขาและน้องได้ไปเป็นแขกผู้ร่วมงานแต่งงานของโคงะที่เผ่าหมาป่าปีศาจของโคงะ



ชินตะ 芯太 (Shinta)[แก้]

ชินตะและพี่ชายของเขาไคเป็นปีศาจหมาป่าจากเผ่าทางตอนเหนือที่ถูกเล่นงานโดยเบียคุยะ ชินตะได้ถูกจับเป็นตัวประกันแลกกับการที่ให้พี่ชายของเขาไปหาโคงะให้ฆ่าแล้วนำเศษลูกแก้วสี่วิญญาณกลับมา แต่พี่ชายของเขาได้พาตัวโคงะเพื่อพบกับชินตะที่กำลังจะถูกปีศาจแมลงกิน โคงะตรงเข้าไปช่วยเอาไว้ทันแต่ก็เสียเสียเศษลูกแก้วสี่วิญญาณไป ในภายหลังเขาและพี่ได้ไปเป็นแขกผู้ร่วมงานแต่งงานของโคงะที่เผ่าหมาป่าปีศาจของโคงะ




บท ดาบปีศาจเกล็ดมังกร[แก้]

มูจินะ ムジナ (Mujina)[แก้]

ปีศาจเพศชายที่ปลอมตัวเป็นเด็กผู้หญิงไปหลอกใช้ชิปโปให้นำดาบเขี้ยวอสูรมาให้ด้วยถูกใจในความแข็งแกร่งของดาบเล่มนั้นต้องการจะใช้ดาบเขี้ยวอสูรในการป้องกันตัวระหว่างออกเดินทางรอบโลก ดาบของมูจินะมีความสามารถในการใช้ดาบดูดซับพลังปีศาจของดาบคู่ต่อสู้ แต่ดาบนี้มันอ่อนแอเปราะบางเกินไปมันหักในการฟันกับดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ แต่ว่าอินุยาฉะสนใจความสามารถนี้ของดาบอย่างมาก


โทชู 刀秋 (Tōshū )[แก้]

เป็นช่างตีดาบที่มูจินะขโมยไปใช้ โทชูเป็นคนธรรมดาที่เข้าใจในความอ่อนแอของความเป็นคน แต่เขาก็ไม่รู้ขีดจำกัดของร่างกายตนเอง หลังสร้างดาบปีศาจดักคิขึ้นจากเกร็ดของมนุษย์มังกรจนสำเร็จเขาพยายามเอาชนะดาบเขี้ยวอสูรเพื่อดูดพลังให้ดักคิ แล้วเขาก็ตายจากการใช้ดักคิ


ริวจิน 竜人 (Ryūjin)[แก้]

มนุษย์มังกรที่ถูกเรียกมาโดยโทชูในสนามรบ เขาให้โทชูตีดาบปีศาจดักคิขึ้นมาจากเกล็ดของเขา แต่เมื่อไปทวงดาบได้ถูกโทชูหลบหนี ริวจินโดนพลังคลื่นระเบิดของอินุยาฉะใส่โล่ของเขาแต่ริวจินตายเพราะโทชูใช้ดักดิฆ่าดูดพลังปีศาจกลายเป็นดักคิที่สมบูรณ์


ดักคิ 奪鬼 (Dakki)[แก้]

ดาบปีศาจที่โทชูสร้างขึ้นมาจากเกร็ดของริวจินมนุษย์มังกรและสำเร็จขึ้นมาได้ด้วยความตายของริวจิน หลังจากที่ดักคิทนปะทะดูดพลังจากดาบเขี้ยวอสูรไม่ไหวก็ได้หักลง พลังของได้ส่งไปที่ดาบเขี้ยวอสูรกลายเป็นดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกร




บท การต่อสู้ของพี่น้องอสูรเงินและทอง[แก้]

กินกะ 銀禍 (Ginka)[แก้]

ฝาแฝดเงิน เป็นอสูรที่ควบคุมสายฟ้า เผ่าของพวกเขาเกิดมามีร่างกายเดียวกันพวกเขาพี่น้องจึงต้องต่อสู้กันจนกว่าอีกฝ่ายจะตาย ในระหว่างการต่อสู้ของทั้งสองไซเมียวโช คันนะ โมเรียวมารุก็โผล่มาและต้องการพลังของเลือดของพวกเขาไปใช้


คินกะ 金禍 (Kinka)[แก้]

ฝาแฝดทอง เป็นอสูรที่ควบคุมเปลวเพลิง เผ่าของพวกเขาเกิดมามีร่างกายเดียวกันพวกเขาพี่น้องจึงต้องต่อสู้กันจนกว่าอีกฝ่ายจะตาย ในระหว่างการต่อสู้ของทั้งสองไซเมียวโช คันนะ โมเรียวมารุก็โผล่มาและต้องการพลังของเลือดของพวกเขาไปใช้ คินกะรอดชีวิตอยู่ได้นานกว่ากินกะเล็กน้อย




บท แดนศักดิ์สิทธิ์ของอสูรเซียนปีศาจ[แก้]

เฮบิ ออน นะ 蛇女 (Hebi-on'na)[แก้]

ปีศาจงูที่โยเรไทเซย์ใช้หลอกล่อทดสอบอินุยาฉะ ถูกวางบทเป็นแม่ที่กำลังป่วยของเก็นโนสุเกะ


เก็นโนสุเกะ 弦之介(Gennosuke)[แก้]

ป๊ศาจตั๊กแตนที่โยเรไทเซย์หลอกล่อทดสอบอินุยาฉะ ถูกวางบทเป็นลูกชายที่ไปซื้อยาให้แม่ของเขา


โยเรไทเซย์ 妖霊大聖 (Yōreitaisei)[แก้]

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ผู้ลึกลับ สถานะ(ฝึกสำเร็จจนได้)เป็นจิตวิญญาณ เทพเซียนฝ่ายอสูรปีศาจ(อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน) โยเรไทเซย์คือคำเรียกที่ยิ่งใหญ่และดี แต่เมื่อมาเจอกับอินุยาฉะ เขาก็โดนอินุยาฉะจับบิดม้วนรวมไปถึงโดนถีบหัวตามฉบับวิสัยของอินุยาฉะ โยเรไทเซย์เป็นผู้ฝึกสอนการใช้งานและควบคุมดาบเขี้ยวอสูรหลังจากที่พัฒนาไปเป็นรูปแบบเกล็ดมังกรแก่อินุยาฉะ




บท ปีศาจโครงกระดูก[แก้]

ปีศาจกระดูก 骨鬼 (Hone oni), ほねき (Honeki)[แก้]

โฮเนะโอนิ หรือ โฮเนคิ เธอปรากฎตัวในภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่เดินทางคนเดียวและหลอกล่อชายหนุ่มที่หลงเชื่อมาเป็นเหยื่อ เธอมีวิธีการฆ่าโดยการฉีกกระดูกผ่านทางปาก อินุยาฉะและสหายของเขาเดินทางผ่านไปและพบสภาพของเหยื่อที่กระดูกหายไป เมื่อมิโรคุได้ยินว่ามีสาวสวยเขาก็ยืนยันทันทีว่าจะจัดการงานชิ้นนี้ พอดีคืนนั้นเป็นเดือนดับซึ่งอินุยาฉะต้องกลายร่างเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คาโกเมะกับชิปโปก็เลยอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนอินุยาฉะ เขาและซังโกะจึงเป็นเพียงสองคนที่ออกไปตามล่าปีศาจ ทั้งสองพบกันหญิงสาวซึ่งร้องไห้บอกว่าคฤหาสน์ได้ถูกครอบงำโดยปีศาจโครงกระดูกและพ่อแม่ของเธอถูกปีศาจนั้นฆ่าตาย แต่เมื่อมิโรคุไปที่โถงของคฤหาสน์ก็มีโครงกระดูกขนาดใหญ่โผล่ออกมา มันเป็นปีศาจโครงกระดูกตัวพ่อและหญิงสาวผู้นั้นก็คือลูกของมัน ปีศาจโครงกระดูกแพ้แสงและถูกจัดการในยามเช้า


ปีศาจกระดูกผู้พ่อ 骨鬼の父 (Hone oni no chichi)[แก้]

โฮเนะโอนิ โนะ จิจิ ปีศาจกระดูกที่ซ่อนอยู่ตัวอยู่ในส่วนกลางของคฤหาสน์ เขาส่งลูกสาวออกไปล่ากระดูกของเหยื่อกลับมาเพื่อเสริมพลังปีศาจของของพวกเขา




อื่นๆ ผู้ใช้พลังวิญญาณ จิตวิญญาณและมิโกะ[แก้]

มิโดริโกะ 翠子 (Midoriko)[แก้]

ผู้เป็นผู้ให้กำเนิดลูกแก้วสี่วิญญาณ มิโดริโกะคือมิโกะที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งและมีพลังชำระล้างสูงส่งที่สุดในอดีตซึ่งเป็นที่เกรงขามหวาดกลัวของบรรดาปีศาจ จนปีศาจเหล่านั้นรวมกลุ่มกันเพื่อสังหารเธอ ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ณ โถงถ้ำแห่งหนึ่งการต่อสู้ของเธอดำเนินไปถึง7วัน7คืน ถึงจะเก่งกล้าแค่ไหนด้วยว่าตัวของมิโดริโกะเป็นมนุษย์ร่างกายกับจิตใจย่อมอ่อนล้า เธอเสียท่าถูกปีศาจที่รวมตัวกันกลืนกินเข้าไปในปากของมัน มิโดริโกะใช้ความพยายามครั้งสุดท้ายดึงหัวใจของมันใส่เข้าไปในร่างกายตนเองแล้วหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของตัวเธอเอง การกระทำนี้ทำให้กำเนิดลูกแก้วสี่วิญญาณขึ้นมา มิโดริโกะและเหล่าปีศาจถูกขังอยู่ในตัวลูกแก้วสี่วิญญาณและยังคงต่อสู้กันเรื่อยมาถึงปัจจุบัน ศพของมิโดริโกะกลายเป็นหินมัมมี่ถ้ำแห่งนั้นอยูที่บริเวณหมู่บ้านนักล่าปีศาจของซังโกะ



อัซซึสะยามะ โนะ เซเรย์ 梓山の精霊 (Azusayama no seirei)[แก้]

จิตวิญญาณแห่งเขาอัซซึสะ เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เทพขุนเขา(อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน) ปรากฏตัวเมื่อคาโกเมะผ่านเขตอาคมเข้ามาที่เขาอัซซึสะโดยต้องการมานำธนูศักดิ์สิทธิ์ไป เธอได้แปลงเป็นคิเคียวและทำการทดสอบคาโกเมะ



ฮิโตมิโกะ 瞳子 (Hitomiko)[แก้]

มิโกะที่ได้รับความนับถือและมืพลังอำนาจในระดับเดียวกับคิเคียว สิบห้าปีก่อนสมัยที่เธอยังเป็นเด็กเล็กนาราคุไม่อยากมีปัญหายุ่งยากเมื่อเธอโตขึ้นเขาจึงได้วางแผนมาสกัดกั้นฮิโตมิโกะไว้ โดยในเวลานั้นเธอกำลังเล่นกับเพื่อนด้วยเพลงที่ร้องว่า"คาโกเมะ คาโกเมะ" แต่เมื่อหันไปกลับเป็นนาราคุที่ยืนอยู่ตรงนั้น แม้เธอจะยังเด็กแต่ก็มีพลังพอจะปกป้องตนเองหากแต่เพื่อนๆของเธอได้ถูกฆ่าตายโดยนาราคุ อาจารย์ของเธอซึ่งได้ช่วยเธอไว้ถูกนาราคุฆ่าตายได้สั่งเสียไว้ว่าในอนาคตเภทภัยจะเพิ่มมากขึ้นให้ระวังตัวและเขาได้ส่งมอบกระพรวนคากุระซูสุซึ่งเป็นอาวุธแก่ฮิโตมิโกะซึ่งยังเป็นเด็กน้อย สิบห้าปีต่อมาในขณะที่ฮิโตมิโกะพยายามจะช่วยพวกชาวบ้านโดยไม่รู้ว่ามันเป็นนั้นกับดักของนาราคุก็ได้สายเกินไป เมื่อเธอจะตายได้สั้งให้ชาวบ้านตัดหัวของเธอแล้วให้ฝังแยกกับตัวเพื่อไม่ให้มีใครใช้ประโยชน์จากศพของเธอได้ แต่พวกชาวบ้านก็ไม่ได้ทำตามเพราะคิดว่ามันไม่ควรทำอย่างนั้นกับผู้มีคุณที่มีสมบัติขนาดนี้ พวกเขาฝั่งทั้งสองส่วนไว้ด้วยกัน และไม่กี่วันต่อมาคาโกเมะได้เดินทางมาถึงแล้วร่างและวิญญาณของฮิโตมิโกะก็โดนนาราคุนำมาใช้งานบังคับให้เล่นงานคาโกเมะ




อื่นๆ อสูร ปีศาจ และมนุษย์ที่กลายเป็นปีศาจ[แก้]

ปีศาจตะขาบ 百足上臈 (Mukadejōrō)[แก้]

มุคาเดะโจโรเคยมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคสงครามแต่ถูกการเข่นฆ่าแย่งชิงกันของบรรดาปีศาจด้วยกันและตายลง แต่ตราบใดที่อยู่ใกล้ลูกแก้วสี่วิญญาณมุคาเดะโจโรจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง คิเคียวกับชาวบ้านเลบได้เก็บรวบรวมกระดูกของปีศาจตนนี้ทิ้งลงไปในบ่อกลืนกระดูก จนเวลาผ่านไปถึงยุคปัจจุบันในระหว่างที่คาโกเมะกำลังเดินตามหาปุโยแมวอ้วนของบ้านฮิงุราชิจนมาถึงบ่อน้ำปิดในบริเวณศาลเจ้า มุคาเดะโจโรรู้สึกถึงพลังของลูกแก้วสี่วิญญาณจากในตัวคาโกเมะจึงลากตัวเธอลงบ่อน้ำแห้งนั้นทะลุผ่านห้วงมิติในบ่อกลับไปที่ยุคสงคราม ป๊ศาจตะขาบถูกอินุยาฉะที่เพิ่งได้รับการปลดจากผนึกฆ่าด้วยท่ากรงเล็บคร่าวิญญาณตายในท่าเดียว



ปีศาจเส้นผมยูระ 逆さ髪の結羅 (Sakasagami no Yura)[แก้]

ยูระเป็นปีศาจที่เกิดจากหวีสางผมหญิงสาวที่ตาย เธอรู้ข่าวลูกแก้วสี่วิญญาณว่าอยู่ที่คาโกเมะจากสัมผัดของกลุ่มด้ายเส้นผมที่ส่งไปที่หมู่บ้านของคาเอเดะเส้นผมของเธอสามารถชักเชิดผู้คนให้ทำตามแบบเดียวกับการใช้ใยเชิดหุ่น หลังอินุยาฉะนำคาเอเดอะไปซ่อนในกองใบไม้ อินุยาฉะก็ไปรอรับคาโกเมะและมุ่งไปจัดการกับยูระแต่ก็ถูกยูระเล่นงานเสียจนแทบแย่ อินุยาฉะไม่ใช่ผุ้ที่สังหารเธอโดยตรง คาโกเมะเป็นผู้ที่เจอกับหวีสางผมของยูระในกระโหลกสีแดงแล้วทำลายมันด้วยหัวลูกธนู



ปีศาจผีไร้หน้า 無女, むおんな (Mu-on'na)[แก้]

มูออนนะ ปีศาจที่เกิดจากหญิงที่ทุกข์ทรมานโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกและความอดอยากในสงคราม ปีศาจตนนี้ปลอมตนเป็นอิซาโยอิมารดาของอินุยาฉะโดยอุบายของเส็ตโชมารูในการหาไข่มุกสีดำทางด้านซ้ายซึ่งเป็นทางเข้าสุสานของพี่น้องที่ไม่ถูกกันคู่นี้ ปีศาจมูออนนะมีความต้องการเติมเต็มช่องว่างในตนเองด้วยจิตวิญญาณของผู้อื่น เธอพยายามดูดอินุยาฉะเข้าไปในตัวแต่ถูกจาเก็นขัดขวางไว้ก่อนเพราะไม่ใช่จุดประสงค์ ผีไร้หน้าตายเพราะปกป้องอินุยาฉะด้วยหัวใจสำนึกในความเป็นแม่ของเธอที่ต้องปกป้องลูก



โรยากัน 狼野干 (Rōyakan)[แก้]

ป๊ศาจหมาป่าผู้พิทักษ์แห่งป่ามีนิสัยดี โรยากันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอินุไทโชที่เคยช่วยเขาเอาไว้ 50ปีก่อนโรยากันได้ขอเข้าร่วมในการทำสงครามกับเผ่าแมวป่าปีศาจกับเส็ตโชมารุซึ่งเป็นผู้นำสงครามแต่เขาได้ถูกปฎิเสธ ต่อมาเมื่อพบกับอินุยาฉะโรยากันถูกนาราคุฝังลูกแก้วสี่วิญญาณและรากไม้กาฝากในการควบคุมให้อาละวาด อินุยาฉะต่อสู้และถอนรากไม้ออกจากหัวของโรยากันเขาจึงกลับมาเป็นปีศาจหมาป่าใจดีหัวอ่อนตามปกติ



ปีศาจตั๊กแตนตำข้าว 妖怪蟷螂 (Ookamakari)[แก้]

ปีศาจตั๊กแตนตำข้าวที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวเดินทางลำพังหลอกล่อชายหนุ่มให้หลงติดกับและกิน โอคามาคาริตนนี้ถูกมิโรคุจัดการด้วยช่องว่างแห่งลม



สึโบ สึไค 壷使い (Tsubo Tsukai)[แก้]

ปีศาจที่เลี้ยงปีศาจอื่นไว้ในไหของมันแล้วใช้เล่นงานศัตรู สึโบ สึไค รับงานจากนาราคุมาเล่นงานมิโรคุที่วัดของมุชิน ตายด้วยกระดูกบินของซังโกะ



กาเท็นมารุ 蛾天丸 (Gatenmaru)[แก้]

ปีศาจมอด(ตัวมอดแมลง)ที่ปลอมตัวใช้ชีวิตเป็นหัวหน้าพวกโจรป่าและให้ลูกน้องจับหญิงสาวชาวบ้านมาให้โดยที่พวกโจรไม่รู้ว่าหัวหน้าของตนเป็นปีศาจที่เพื่อดูดเลือดและพลังชีวิตของพวกผู้หญิงที่จับมา คนที่ถูกดูดพลังร่างกายไปร่างกายจะเหี่ยวแห้งและตายลงอย่างรวดเร็ว หลังจากอินุยาฉะที่มากับคาโกเมะเป็นคนเปิดเผยว่ากาเทนมารุเป็นปีศาจอินุยาฉะก็โดนขังไว้ในรังใหมพิษ เมื่ออินุยาฉะออกมาได้เขาสังหารกาเทนมารุด้วยดาบเขี้ยวอสูร



หมาปีศาจ 山犬妖怪 (Yamainu yōkai)[แก้]

หมาปีศาจที่สิงศพเจ้าหญิงและล่อลวงชาวบ้านเพศชายเพื่อที่จะกิน ยามะอินุโยไคถูกซังโกะกำจัดเนื่องจากต้องการให้มิโรคุเป็นเหยื่อคนสุดท้าย



นานาฟุชิ ナナフシ (Nanafushi)[แก้]

ปีศาจแมลงที่ต่อสู้กับอินุยาฉะ และแวบเดียวตายด้วยแผลแห่งลม



บุนสะ ブンザ (Bunza)[แก้]

ปีศาจแมวป่าชนิดหนึ่ง ด้วยตัวเล็กๆเขาได้ออกเดินทางฝึกฝนวิชา เจอกับอินุยาฉะที่กระท่อมของโทโตไซและรู้สึกทึ่งอินุยาฉะที่เป็นครึ่งปีศาจมีวิชาความสามารถดีขนาดนั้น หลังอินุยาฉะช่วยพ่อของเขาบุนสะก็ได้เป็นเพื่อนกับอินุยาฉะ



หัวของยักษ์ 鬼の首 (Oni no kubi)[แก้]

หัวของยักษ์ปีศาจที่ฆ่าเจ้าหญิงและปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงแล้วลวงนักบวชที่เดินทางผ่านมาให้พักที่ปราสาท เพื่อรวบรวมพลังจากผู้มีพลังวิญญาณที่จะเรียกคืนพลังและคืนชีพร่างยักษ์ของตน มิโรคุเกือบจะตกเป็นเหยื่อของมัน อย่างไรก็ตามโอนิโนะคุบิก็ถูกดูดไปในช่องว่างแห่งลม



ปีศาจพังพอน 巨大なイタチ妖怪 (Kyodaina itachi yōkai)[แก้]

เป็นพังพอนปีศาจโจมตีหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ถ้ำของเขา ได้ปลอมตัวเป็นมิโรคุโดยตั้งใจจะกินซาจิ แต่เขามีความหวาดแผลแห่งลมของมิโรคุจนหนีไป



ลิงบาบูนปีศาจ ひひの妖怪 (Hihi no yōkai)[แก้]

ปีศาจลิงในป่าที่กินมนุษย์และที่ขนาดเล็กกว่าตนเอง พวกอินุยาฉะได้กลิ่นคิราร่ามาจากฮิฮิโนะโยไกจึงเข้าใจว่ามันกินคิราร่าซังโกะโกรธมากและฆ่ามัน



การามารุ 蛾羅丸 (Garamaru)[แก้]

ปีศาจมอดพี่ชายของกาเทนมารุ ในตอนที่อินุยาฉะและเพื่อนๆถูกขังอยู่ในป่าของความโศกเศร้าเมื่อพบหน้ากับการามารุพวกเขาเข้าใจว่าเป็นปีศาจมอดตนน้องที่ชื่อกาเท็นมารุ การามารุโมโหและมีแผนที่จะกินเลือดและหัวใจพวกเขาแต่หลังจากที่กลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงก็ถูกอินุยาฉะสังหาร



ซุชิเนซึมิ 厨子鼠 (Zushinezumi)[แก้]

ป๊ศาจหนูเจ้าของศาลเจ้าหนู ซุชิเนซึมิได้โดนฮัคคุโดชิสังหารเพียงเพราะเขาเป็นเจ้าของกล่องหนูสัตว์ร้ายที่ไม่ว่าจะฆ่าเท่าไหร่ก็เพิ่มจำนวนตามชิ้นส่วนที่ถูกหั่นไป แผนใช้หนูแพร่ระบาดก่อความวุ่นวายนี้ไปทั่วทำไปเพื่อการล่อให้คิเคียวออกมา



เมโอจู 冥王獣 (Meiōjū)[แก้]

ปีศาจที่มีเกราะแข็งแกร่งมากแม้แต่พลังอสูรลิ่มเพชรของดาบเขี้ยวอสูรก็โจมตีไม่เข้า เมโอจูถูกโมเรียวมารูดูดกลืน



ปีศาจหมาป่าสามหัว 三つ首の狼 (Mittsu kubi no ōkami)[แก้]

ปีศาจผู้พิทักษ์ของสุสานเผ่าหมาป่าปีศาจ โคงะสู้กับปีศาจหมาป่าสามหัวเพื่อจะนำโกไรชิสมบัติของเผ่าพันธุ์ไปใช้



คาโอ 花皇 (Kaō)[แก้]

ปีศาจดอกไม้ที่ดููดกลืนความเศร้าโศกเสียใจของผู้คนเป็นอาหาร คาโอพบกับพวกอินุยาฉะหลังการตายของคิเคียว เขามีความสำเร็จในการทำให้พวกอินุยาฉะตกอยู่ในภวังค์ที่เขาสร้างขึ้น แต่ไม่นานมันก็ถูกทำลายและอินุยาฉะโกรธมากที่คาโอมาใช้ความเศร้าของเขาเป็นอาหาร



มิสุชิ 蛟 (Mizuchi)[แก้]

งูน้ำปีศาจเพศชายที่ใช้พิษ มิสุชิมันใช้ลมหายใจพิษของมันสู้กับอินุยาฉะ และอินุยาฉะฆ่ามันโดยดาบเขี้ยวอสูร (ตัวละครนี้มีบทบาทเฉพาะในมังงะ)



นิโคะเซน 二枯仙 (Nikosen)[แก้]

เดิมเป็นนักบวช เขาเริ่มดูดซับพลังชีวิตจากต้นไม้เพื่อความเป็นอมตะในระหว่างนั้นรูปร่างหน้าตาเขาก็เปลี่ยนไปมีลักษณะเป็นสิ่งมทีชีวิตขนาดใหญ่ร่างกายเป็นไม้และมีใบหน้าของชายชราที่มีตาปูดโปนน่าเกลียด นิโคเซนตัดสินใจจะกินอินุยาฉะและคาโกเมะ แต่สุดท้ายก็ถูกฆ่าโดยดาบเขี้ยวอสูรเกล็ดมังกรของอินุยาฉะ (ตัวละครนี้มีบทบาทเฉพาะในมังงะ)



นูมะวาตาริ 沼渡 (Numawatari)[แก้]

เป็นปีศาจในบ่อน้ำที่จะสามารถจะย้ายตนเองจากบ่อหนึ่งไปอีกบ่อหนึ่ง มันกินทุกอย่างที่เข้าใกล้มันไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ เนื่องจากรินอยากดื่มน้ำ ริน จาเก็น ได้เข้าไปใกล้บ่อแต่เส็ตโชมารูหยุดเธอไว้ กลุ่มของอินุยาฉะที่มาถึงได้เข้าไปหามันแทนเนื่องจากได้รับการไหว้วานจากชาวบ้านในหมู่บ้านให้มาดู นูมะวาตาริเป็นปีศาจที่มีลักษณ์คือน้ำการโจมตีต่างๆ ด้วยดาบเขี้ยวอสูรทั้งพลังคลื่นระเบิด พลังอสูรลิ่มเพชร ที่อินุยาฉะพยายามโจมตีไปทำอะไรมันไม่ได้ มีแต่ดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกรที่พอจะดูดซับพลังปีศาจของนูมะวาตาริได้แต่พลังปีศาจมีขนาดใหญ่เกินไป มิโรคุพยายามจะช่วยแม้เขาจะถูกเพื่อนๆบังคับให้หยุดเพราะกลัวแผลแห่งลมจะเร่งขยายใหญ่อีก สุดท้ายเส็ตโชมารูทำลายปีศาจตนนี้โดยใช้จันทร์เสี้ยวปรภพที่ยังไม่สมบูรณ์ของดาบเขี้ยวฟ้าฟิ้นส่งน้ำทั้งหมดที่เป็นลักณ์ของนูมะวาตาริไปยังปรภพ (ตัวละครนี้มีบทบาทเฉพาะในมังงะ)



เน โนะ คุบิ 根の首 (Ne no Kubi)[แก้]

ครั้งหนึ่งเนโนะคุบิเคยถูกผนึกโดยคิเคียวก่อนที่เธอจะได้พบกับอินุยาฉะ 50ปีต่อมันมันหลุดออกมาจากผนึกและออกฆ่าคนเพื่อฟื้นคืนความแข็งแกร่ง มันต้องการค้นหาคิเคียวและแย่งชิงลูกแก้วสี่วิญญาณที่อยู่ในการพิทักษ์ของเธอโดยที่มันไม่รู้ว่าคิเคียวได้ตายไปแล้วและลูกแก้วสี่วิญญาณก็ได้หายสิ้นไปพร้อมกับการตายของนาราคุแล้ว ที่หมู่บ้านเนโนะคุบิเข้าโจมตีคาโกเมะซึ่งมีลักษณะหน้าตาและพลังวิญญาณคล้ายกันกับคิเคียว สุดท้ายหัวของมันถูกลูกธนูของคาโกเมะยิงใส่และถูกกำจัดโดนอินุยาฉะ (จากมังงะตอนพิเศษ ตอนที่ 559)




อื่นๆ มนุษย์ และ วิญญาณ[แก้]

ริคิชิ 利吉 (Rikichi)[แก้]

ชาวบ้านในหมู่บ้านของคาเอเดะ ริคิชิเป็นผู้ช่วยและคนงานของหมู่บ้าน เขามีส่วนร่วมในการนำกลุ่มชาวบ้านสกัดปีศาจตะขาบและเขามีบทชัดอีกครั้งในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่1



โคทัตสึ 紅達 (Kōtatsu)[แก้]

จิตกรยากไร้ที่หลงรักเจ้าหญิงผู้ที่หยุดยามที่ตีเขาหน้าปราสาท เขาใช้หมึกเลือดในการวาดภาพและมันเรียกป๊ศาจให้มีชีวิตออกมาจากภาพวาดได้ โคทัตสึวางแผนพาตัวเจ้าหญิงไปเป็นภรรยาเขาหมกมุ่นอยู่กับการวาดและเก็บสังเวยเลือด เขาพยายามสู้กับพวกอินุยาฉะด้วยพลังปีศาจจากภาพวาดของเขาแต่เมื่อพบว่าสู้ไม่ได้เขาสังเวยเลือดของตนเอง แต่แล้วแแทนที่มันจะไปช่วยเพิ่มพลังอำนาจให้ภาพวาดหมึกเลือดได้กลืนกินโคทัตสึ



ไอจิ 太 (aichi)[แก้]

เด็กที่ช่วยพันแผลให้โกฮาคุ เขาเป็นบุตรชายคนตัดไม้ ที่ภายหลังโดนจากปีศาจควบคุมให้ทำร้ายพ่อของเขาเอง โกฮาคุที่เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันและทางโกะที่มาตามน้องช่วยเขาเอาไว้ และในอะนิเมะคากุระเป็นผู้ที่จัดการกับปีศาจด้วยพลังของเธอและพาโกฮาคุไป



โคฮารุ 小春, こはる (Koharu)[แก้]

เด็กสาวกำพร้าที่เคยพบกับมิโรคุเขาแบ่งอาหารให้เธอและสัญญาว่าจะกลับมารับ สามปีต่อมาเธอหนีมาจากเจ้านายที่ไล่ล่าและพบกับมิโรคุอีกครั้งในกลุ่มของพวกอินุยาฉะ พวกอินุยาฉะที่ได้รับฟังเรื่องราวก่อนหน้าของทั้งสองรู้สึกรังเกียจมิโรคุมากเพราะตอนนั้นโคาฮารุอายุเพียง11ปีแต่มิโรคุกลับไปขอให้เธอออกลูกให้ จากนั้นโคฮารุได้ถูกคันนะร่างแยกของนาราคุดึงวิญญาณเข้าไปในกระจกและสะกดให้เธอโจมตีมิโรคุ หากคาโกเมะแก้ทางได้ด้วยลูกธนูยิงไปที่กระจกแล้ววิญญาณทั้งหมดก็ทะลักออกมา โคฮารุตื่นขึ้นมาเป็นปกติแล้วรู้ตัวว่าแล้วเธอนั้นอกหักแต่ก็ยังคงภาวนาให้มิโรคุประสบความสำเร็จในการปราบนาราคุ



โคยูกิ 小雪 (Koyuki)[แก้]

โคยูกิเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตมิโรคุไว้เมื่อเจ็ดปีก่อน เมื่อมิโรคุพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกับโคยูกิเธอได้พามิโรคุไปที่บ้านของเธอที่มีเด็กๆหลายคน เธอบอกว่าเด็กเหล่านี้เป็นลูกของเขามิโรคุอยู่ที่บ้านของเธอคอยดูแลเด็กๆ พวกซังโกะอินุยาฉะมองเห็นว่าเด็กเหล่านั้นเป็นลูกหิมะ พวกเขาช่วยกันจนสามารถปลดปล่อยวิญญาณของโคยูกิจากปีศาจหิมะซึ่งเข้าครอบงำเธอในบางครั้ง



ฮาไรยะ 祓い屋 (Haraiya)[แก้]

หญิงชรา หมอผีที่ขยับระดับตัวเองขึ้นมาปราบปีศาจด้วย รู้จักกันกับพวกอินุยาฉะเป็นครั้งแรกในการขับไล่ปีศาจพังพอนในทุ่งนา พวกอินุยาฉะคิดว่าหมอผีคนนี้เป็นนักต้มตุ๋น แต่หลังการการล่มสลายของภูเขาฮักคุเรมีผลกระทบต่อจำนวนการอาละวาดของบรรดาปีศาจสร้างความเดือดร้อนกับพวกชาวบ้าน การมีหมอผีคอยปราบพวกตัวเล็กตัวน้อยก็เป็นเรื่องที่ดี ถึงฮาไรยะจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลยก็ตาม


คันสุเกะ 勘助 (Kansuke)[แก้]

ในกลุ่มโจรรู้จักเขาในชื่อ ราเซ็ตซึ หัวหน้าโจรป่า เขาหลงเชื่อคำโอนิงุโมะไปขโมยลูกแก้วสี่วิญญาณจากคิเคียวแต่โดนอินุยาฉะเล่นงานกลับมาและสูญเสียดวงตาข้างขวา แล้วราเซ็ตซึก็รู้ตัวว่าถูกโอนิงุโมะหลอกใช้ แล้วตอนนั้นโอนิงุโมะก็ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นหัวหน้าโจร ราเซ็ตซึต้องการแก้แค้นเอาคืน เขาและลูกน้องหลอกโอนิงุโมะไปฆ่าโดยเผาแล้วโยนลงหน้าผา 50ปีต่อมาเขาเป็นเพียงชาวนาแก่ๆวัย70ปลายที่ใกล้ตายชื่อ คันสุเกะ ขณะที่หมดหวังทอดอาลัยในชีวิตเขาได้พบกับมิโกะที่ผ่านทางมา คันสุเกะหยุดเธอโดยให้เหตุผลว่ารู้สึกถึงพลังอำนาจของเธอที่จะช่วยเขาได้และสารภาพอดีตของเขาให้มิโกะรับฟังทั้งหมดโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกันกับคิเคียวคนนนั้น ก่อนตายคันสุเกะขอให้มิโกะช่วยนำปอยผมของเขาไปชำระล้างบาปกรรมที่หุบเขาฮักคุเร


ฮิโตมิ 瞳 (Hitomi)[แก้]

เพื่อนร่วมขั้นของโซตะน้องชายคาโกเมะ และเธอเป็นแฟนคนแรกของโซตะ ในการเอาชนะความกลัวเข้าไปจีบเธอคนนี้โซตะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเขาไปขอคำแนะนำจากอินุยาฉะ



โอคุงาตะ 奥方 (Okugata)[แก้]

หญิงเจ้าของปราสาท เธอกลายเป็นเหยื่อและร่างของเธอที่ตายแล้วได้รับหน้าที่อุ้มทารกซึ่งก็คือตัวอากาโกะ ในตอนที่จะพูดคุยสั่งการและหาช่องว่างแทรกไปควบคุมความมืดดำในจิตใจของคาโกเมะ เพื่อให้คาโกเมะดามหาเศษลูกแก้วสี่วิญญาณให้




อินุยาฉะเดอะมูฟวี่[แก้]

เฮียวกะ 飛妖蛾 (Hyōga)[แก้]

ศัตรูเก่าของอินุไทโช หัวหน้าตระกูลผีเสื้อปีศาจ ที่ถูกปราบลงโดยอินุไทโชพร้อมกับเมโนมารุบุตรชายของเขา หลังจากเขาตายพลังอันมากมายมหาศาลของเขาก็ยังคงอยู่และมันถูกดูดซับไปโดยลูกชายของเขาในพิธีสืบทอดของตระกูลเฮียวกะ

(ตัวละครนี้มีการกล่าวถึงใน อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่1)


เมโนมารุ 瑪瑙丸 (Menōmaru)[แก้]

สองร้อยปีก่อน บิดาของเขานำทัพปีศาจผีเสื้อจากแผ่นดินใหญ่ข้ามทะเลจีนและเกาหลีเข้ามาโจมตีญี่ปุ่น ปีศาจผีเสื้อมีเทคนิคการเพิ่มพลังให้ตนโดยการขโมยวิญญาณของผู้อื่น พวกเขาพ่อลูกมีคนสมุนคนสนิทที่ติดตาม คือ รูริ กับ ฮาริ พวกเขาถูกหยุดไว้โดยอินุไทโชที่ยังดำรงตำแหน่งเจ้าอสูรแห่งแดนตะวันตกในสมัยนั้น พลังอำนาจของเฮียวกะและเมโนโนมารุได้ถูกเขี้ยวของอินุไทโชผนึกไว้ที่ต้นไม้โบราณ แต่เมื่อเศษลูกแก้วสี่วิญญาณถูกทำให้แตกเป็นเสี่ยงกระจายออกไปก็มีชิ้นส่วนหนึ่งไปตกที่ต้นไม้โบราณ เมโนมารุได้ฟื้นขึ้นมาและเริ่มลงมือสารต่อการในอดีต

(เรื่องราวของตัวละครนี้อยู่ใน "Eiga Inuyasha: Toki o Koeru Omoi" 映画犬夜叉 時代を越える想 / Inuyasha the Movie: Affections Touching Across Time (2001) /ชื่อภาคในไทย: อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่1 สัมผัสรักข้ามเวลา)



คากุยะ 神久夜, かぐや (Kaguya)[แก้]

เจ้าหญิงคากุยะ ที่น่าจะเป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในตำนาน(อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน)แต่เจ้าหญิงคากุยะซึ่งกลับมาที่โลกมนุษย์อีกครั้งกลับถูกปีศาจดูดกลืนและกลายเป็นปีศาจซึ่งมีรูปลักษณ์สมบัติของเทพธิดา คากุยะผู้นี้ยังคงเรียกตนเองว่า"เจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์" เธอมีพลังในการเวลาโดยใช้กระจกแห่งชีวิต 命鏡 (Mikagami) และเพื่อหยุดการไหลของเวลาคากุยะตั้งใจจะตรึงโลกให้อยู่แต่ใน "คืนนิรันดร์" แต่อย่างไรก็ตามผ้าคลุมนางฟ้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของคากุยะถูกขโมยไประหว่างที่เธออาบน้ำ ด้วยความโกรธแค้นคากุยะทำลายผู้คนในหมู่บ้านใกล้เคียงบริเวณนั้นฐานที่บังอาจขโมยผ้าของเธอ นั่นจึงได้ถูกขัดขวางโดยนักบวชมิยาสุเขาผนึกคากุยะลงในกระจกของเธอเอง คากุยะตื่นขึ้นในกระจกแห่งชีวิตซึ่งถูกพบโดยคากุระและคันนะ คากุยะให้ทั้งสองไปหาห้าวัตถุห้าสิ่งมาปลดผนึกตน

(เรื่องราวของตัวละครนี้อยู่ใน "Eiga InuYasha: Kagami no Naka no Mugen-jō" 映画犬夜叉 鏡の中の夢幻城 / Inuyasha the Movie 2: The Castle Beyond the Looking Glass (2002) /ชื่อภาคในไทย: อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่2 ปราสาทดินแดนแห่งกระจก)


อากิโทกิ โฮโจ 北条秋時 (Akitoki Hōjō)[แก้]

ผ้าคลุมนางฟ้าที่ถูกขโมยมาจากคากุยะตกทอดมาในตระกูลของเขา โฮโจคนนี้คาโกเมะเห็นทีแรกเธอนึกว่าเป็นตนที่เธอรู้จัก แต่เมื่อมองและคิดดูดีแล้วคาโกเมะก็ให้ข้อสรุปว่าเขาคงเป็นบรรพบุรุษของโฮโจคุงเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอไม่ผิดแน่นอน เขาหลงรักคาโกเมะแต่รู้ตัวว่าไม่สมหวัง เรื่องราวภายหลังเขาขอให้ภรรยาเปลี่ยนชื่อจากสุซาคุเป็นคาโกเมะ

(เรื่องราวของตัวละครนี้อยู่ใน "Eiga InuYasha: Kagami no Naka no Mugen-jō" 映画犬夜叉 鏡の中の夢幻城 / Inuyasha the Movie 2: The Castle Beyond the Looking Glass (2002) /ชื่อภาคในไทย: อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่2 ปราสาทดินแดนแห่งกระจก)



เซตสึนะ โนะ ทาเคมารุ 刹那の猛丸 (Setsuna no Takemaru)[แก้]

คนรู้จักของเจ้าหญิงอิซาโยอิ ชายผู้ที่หลงรักอิซาโยอิจนขาดสติ แม้หลังจากที่อิซาโยอิตั้งครรภ์กับอินุไทโชและใกล้จะคลอดอินุยาฉะเขาก็ยังคิดว่าตนอาจมีสิทธิ์ครอบครองเจ้าหญิงและไม่ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระโดยจับทัพล้อมตัวปราสาทที่เจ้าหญิงอยู่แล้วสั่งให้จุดไฟเผาไม่ยอมให้อินุไทโชฝ่าเข้าไปช่วยได้ แต่เมื่ออินุไทโชมาถึงได้ใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นชุบชีวิตเจ้าหญิงอิซาโยอิฟื้นกลับมาและให้นางหนีไปพร้อมกับอินุยาฉะที่เพิ่งเกิด นั่นเป็นการทำลายความหวังของเขา ทาเคมารุผู้ถูกฟันแขนซ้ายขาดได้สิ้นชีวิตลงพร้อมอินุไทโชซึ่งเจ็บสาหัสมาก่อนหน้าในปราสาทที่ลุกโชติช่วง ห้าร้อยปีต่อเมื่อ "ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง"(โซอุนกะ)ของอินุไทโชตื่นขึ้นด้วยอำนาจชั่วร้ายของมันที่ขาดซึ่งเจ้าของคอยควบคุมได้กลับสู่ยุคสงครามผ่านอินุยาฉะแต่ไม่อาจอยู่ใช้ร่างอินุยาฉะได้นานเพราะเส็ตโชมารูและคาโกเมะมาหยุดไว้ ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่งได้มองหาใครซักคนที่เหมาะจะช่วงใช้มัน ทาเคมารุเขาได้ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อต่อกรสู้กับลูกชายทั้งสองของศัตรูของเขา

(เรื่องราวของตัวละครนี้อยู่ใน "Eiga Inuyasha: Tenka Hadō no Ken" 映画犬夜叉 天下覇道の剣, / Inuyasha the Movie 3: Swords of an Honorable Ruler (2003) /ชื่อภาคในไทย: อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่3 อภินิหารดาบครองฟ้าดิน)



เซเท็น 斉天 (Seiten)[แก้]

เจ้าของปืนใหญ่ไซเท็นโฮ เขาเคยเป็นอสูรในปกครองของอินุไทโชหลังการตายเจ้านายเขาและคุจากุต้องการไปกำจัดกับพวกจตุรเทพอสูรสงคราม เซเท็นถูกเคียวระฆ่าและรับเอาอาวุธไป


คุจากุ 紅邪鬼 (Kujaku )[แก้]

เจ้าของพัดคุจากุเซ็นเธอเคยเป็นอสูรในปกครองของอินุไทโชหลังการตายเจ้านายเธอและเซเท็นต้องการไปกำจัดกับพวกจตุรเทพอสูรสงคราม คุจากุถูกเคียวระฆ่าและรับเอาอาวุธไป


จตุรเทพอสูรสงคราม 四闘神 (Shitōshin)[แก้]

กลุ่มปีศาจอสูรที่โจมตียึดเกาะโฮไรซึ่งมีผู้อาศัยอยู่ทั้งมนุษย์อสูรและบรรดาเด็กๆครึ่งอสูร จตุรเทพอสูรสงครามได้ถูกคานาเดะมิโกะระดับสูงประจำเกาะผนึกไว้ด้วยพลังแห่งเตากังสดาล แต่ในทุก50ปีทางเข้าของเกาะแห่งนี้จะเปิดขึ้นหนึ่งครั้งจตุรเทพอสูรสงครามจึงได้วางแผนหาทางออกไปเป็นอิสระโดยอาศัยช่วงเวลานั้น ไปบังคับเชิญด้วยสัญลักณ์กับผู้ที่พวกเขาคิดจะใช้เป็นเครื่องมือ อย่าง อินุยาฉะ คิเคียว และเส็ตโชมารู
จูระ 獣羅 (Jūra (สัตว์ร้าย) 
อสูรพยัคฆ์ได้ร่วมมือกับโกระในการต่อสู้ที่บริเวณชายหาดเกาะโฮไร จูระถูกสังหารโดยพลังของโกระที่ถูกมิโรคุใช้พลังช่องว่างแห่งลมเบี่ยงทิศทางมาและซังโกะใช้กระดูกบินปิดฉาก
โกระ 剛羅 (Gōra (แข็งแกร่ง) 
อสูรเต่าที่เคยดูดเลือดของคิเคียวไปใช้สร้างเป็นร่างโคลนเพื่อจะใช้ปลดผนึกอาคมที่ขังพวกเขาไว้ โกระเป็นผู้ที่ต่อสู้กับมิโรคุและซังโกะจากในทะเล เกราะของโกระแข็งแกร่งเกินไป เขาตายด้วยพลังคลื่นระเบิดของอินุยาฉะ
เคียวระ 凶羅 (Kyōra (โชคร้าย) 
อสูรวิหคไฟผู้กระตือรือร้นในการเอาชนะคู่ต่อสู้ เป็นผู้ที่ไปทำสัญลักษณ์เส็ตโชมารูและได้ต่อสู้กับศัตรูตนเดียวกันกับที่ไปเชิญที่บริเวณของเตากังสดาล สุดท้ายเคียวระโดนพลังคลื่นมังกรฟ้าของเส็ตโชมารูทำลายจนไม่เหลือซาก
ริวระ 龍羅 (Ryūra (มังกร) 
ผู้นำกลุ่มจตุรเทพอสูรสงคราม อสูรมังกรนักรบที่แข็งแกร่งเป็นผู้ที่ต่อสู้กับอินุยาฉะท่ามกลางเด็กๆและคาโกเมะที่บริเวณใจกลางหมู่บ้านในเกาะ ริวระโดนลูกฮึดของอินุยาฉะเกือบจะเอาชนะ เขาได้รวมพลังของจตุรเทพอสูรสงครามกลายเป็นเป็นร่างอสูรสี่หน้าสี่กร คาโกเมะได้ใช้คันธนูที่คิเคียวางทิ้งไว้ให้ใช้ศรศักดิ์สิทธิ์กับอินุยาฉะที่ใช้พลังคลื่นระเบิดทำลายริวระในร่างชิโตชิน

(เรื่องราวของตัวละครนี้อยู่ใน "Eiga Inuyasha: Guren no Hōraijima" 映画犬夜叉 紅蓮の蓬莱島 / Inuyasha the Movie 4: Fire on the Mystic Island (2004) /ชื่อภาคในไทย: อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)



ของวิเศษและยุทธภัณฑ์ในเรื่อง[แก้]

ลูกแก้วสี่วิญญาณ Shikon no Tama 四魂の玉 (ชิกอน โนะ ทามะ) Jewel of the Four Souls[แก้]

ลูกแก้วสี่วิญญาณ หรือ ลูกแก้วอสูร คือลูกแก้วที่เกิดขึ้นจากหัวใจของมิโกะ นาม มิโดริโกะ ผู้มีอำนาจในการชำระล้างความชั่วร้าย และมีพลังวิญญาณที่แกร่งกล้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา เหล่าปีศาจที่เจ็บแค้นและกลัวอำนาจของมิโดริโกะจำนวนหลายสิบหลายร้อยตน ได้รวมร่างกันเพื่อสังหารมิโดริโกะ (แต่ในฉบับมังงะ พวกปีศาจได้แทรกเข้าไปในช่องว่างของจิตใจชายคนรักของมิโดริโกะ จนกำเนิดเป็นปีศาจตัวใหม่ คล้ายการเกิดของนาราคุ) ฝูงปีศาจและมิโดริโกะต่อสู้กันเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน จนมิโดริโกะอ่อนแรงและถูกกินไปครึ่งหนึ่ง มิโดริโกะจึงตัดสินใจควักหัวใจของปีศาจมาใส่ไว้ในหัวใจของตนเองและหลอมรวมไว้กลายเป็นลูกแก้วสี่วิญญาณ

ลูกแก้วสี่วิญญาณสามารถเพิ่มพลังอำนาจให้ทุกสิ่ง ตั้งแต่เพิ่มความแข็งแกร่ง ลดอาการเจ็บป่วย ชุบชีวิตคนตายได้ รวมถึงทำให้ผู้ครอบครองลูกแก้วสมความปรารถนาได้ จึงเป็นที่ต้องการของทั้งมนุษย์และปีศาจ หากลูกแก้วตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว หัวใจของปีศาจภายในลูกแก้วจะมีอำนาจมากกว่า จนกลายเป็นสีดำ และมีอำนาจในการทำลายล้าง แต่ถ้าอยู่ในมือของผู้มีพลังชำระ (เช่นคิเคียว และคาโงเมะ) จิตของมิโดริโกะก็จะมีพลังมากกว่า ลูกแก้วจะบริสุทธิ์ และมีอำนาจในการปกป้อง



ประคำสะกดวิญญาณ Kotodama no Nenju 言魂の念珠 (โคโตะดามะ โนะ เน็นจุ) Language Power Rosary[แก้]

ประคำสะกดวิญญาณในเรื่องนี้มันคือสร้อยประคำที่อินุยาฉะ(ถูกบังคับ)สวมอยู่ตั้งแต่ตอนแรกๆของเรื่องซึ่ง โคโตะดามะ โนะ เน็นจุ จะทำงานภายใต้คำพูดของคาโกเมะเมื่อเธอเอ่ยว่า "นั่งลงเดี๋ยวนี้" อินุยาฉะจะถูกอำนาจสะกดของประคำกระชากให้ล้มลงไม่ว่าจะยืนนั่งนอนวิ่งกระโดดหรืออยู่ในท่าไหนอื่นๆก็ตาม

* ที่มาของอุปกณ์อาคมชนิดนี้คาดว่า มาจากความเชื่อในเรื่องสร้อยประคำที่ผ่านพิธีกรรมมีอำนาจในการสะกดสิ่งลี้ลับ เช่น การนำไปปราบสยบภูติผีปีศาจ ถึงแม้ประโยชน์หลักเดิมที่แท้จริงของสร้อยประคำคือเครื่องมือช่วยในการทำสมาธิภาวนาแต่มันสามารถพลิกแพลงใช้เป็นอาวุธอาคมได้เช่นกัน



เสื้อขนหนูไฟ hi nezumi no 火鼠の裘 (ฮิ เนซึมิ โนะ) / ひねずみのかわごろも hi nezumi no kawagoromo (ฮิ เนซึมิ โนะ คาวาโกโรโมะ) Robe of the Fire-Rat[แก้]

เสื้อของอินุยาฉะที่เขาใส่คลุมชั้นนอกอยู่ตลอด เสื้อตัวนี้ทำจากขนหนูไฟ อินุไทโชผู้เป็นบิดาได้มอบมันให้กับอิซาโยอิมารดาของเขาในที่อินุยาฉะเกิด(และเป็นวันเดียวกับที่อินุไทโชตาย) เสื้อตัวนี้มีอำนาจกันไฟ ทั้งยังซ่อมแซมตนเองได้



ดาบเขี้ยวอสูร Tessaiga 鉄砕牙 (เท็ตไซกะ) Iron-Crushing Fang[แก้]

ดาบดาบเขี้ยวอสูรคือ 1 ใน 3 ของดาบที่ตีขึ้นจากเขี้ยวของ อินุไทโช ผู้เป็นบิดาของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ ถือเป็นดาบตัวแทนแห่งโลกมนุษย์ ดาบเล่มนี้อินุไทโชตั้งใจส่งทอดให้แก่อินุยาฉะ ให้พกไว้เพื่อปกป้องตนเองเพื่อปิดผนึกสายเลือดอสูรของอินุยาฉะ สามารถตวัดดาบเพียงครั้งเดียวฆ่าได้เป็นร้อย โดยฟันเข้าไปยังแผลแห่งลม คือช่องระหว่างไอปีศาจที่มาปะทะกัน แต่หลังจากการต่อสู้หลายครั้งทำให้ดาบหักอินุยาฉะจึงใช้เขี้ยวตัวเองผสมกับเขี้ยวของพ่อตีเป็นดาบเขี้ยวอสูรแต่มีความหนักมากวิธีแก้ไขคือต้องใช้เขี้ยวของภูตมังกรกระดูก แต่จากการต่อสู้กับภูตมังกรกระดูกทำให้ดาบเขี้ยวอสูรเบาขึ้น และมีพลังคือสามารถใช้แผลแห่งลมได้ทุกเมื่อ และพลังคลื่นระเบิด ซึ่งใช้ได้กับอสูรที่มีพลังสูงเท่านั้น ต่อมาได้พลังในการทำลายเขตอาคมเป็นดาบเขี้ยวอสูรสีแดงจากการทำลายลูกแก้วของอสูรที่มีพลังสร้างเขตอาคมที่แข็งแกร่ง และจากการไปสุสานอินุไทโซทำให้ได้พลังคลื่นอสูรลิ่มเพชร และได้หลอมดาบเขี้ยวอสูรกับดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นทำให้ได้พลังจันเสี้ยวปรภพมา



ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น Tenseiga 天生牙 (เท็นเซย์กะ) Heavenly Rebirth Fang[แก้]

ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นคือ 1 ใน 3 ของดาบที่ตีขึ้นจากเขี้ยวของ อินุไทโช ผู้เป็นบิดาของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ ถือเป็นดาบตัวแทนแห่งสวรรค์ ดาบเล่มนี้อินุไทโชตั้งใจส่งทอดให้แก่เส็ตโชมารู ให้พกไว้เพื่อให้เขารู้จักเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น มีคุณลักษณะพิเศษคือไม่สามารถฟันสิ่งในภพธรรมดา แต่สามารถฟาดฟันสิ่งที่มีอยู่ในภพความตายได้ มีพลังอำนาจในการเรียกคืนวิญญาณ หรือ ชุบชีวิตให้กับคนตาย โดยการใช้ดาบเล่มนี้ฆ่าทูตมรณะที่จะมาวนเวียนใกล้ๆกับศพ อย่างไรก็ตามดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น ไม่อาจคืนชีวิตแก่ผู้ที่ตายเป็นเวลานาน หรือ ปีศาจบางตัวได้ (เพราะปีศาจส่วนใหญ่จะสลายไปทันทีที่สิ้นใจ) ผู้ที่ฟื้นคืนชีพจากดาบเล่มนี้ ได้แก่ เจ้าหญิงอิซาโยอิ จาเก็น ริน เป็นต้น และดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นจะใช้ชุบชีวิตผู้ตายได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น เป็นมรดกสิ่งเดียวที่อินุไทโชเหลือไว้ให้เส็ตโชมารู ซึ่งเส็ตโชมารูในตอนแรกเกลียดดาบเล่มนี้และไม่เคยชักขึ้นใช้ เพราะคิดว่าบิดาลำเอียง รักแต่ลูกที่เกิดจากหญิงชาวมนุษย์ ถึงขนาดมอบดาบเล่มสำคัญอย่างเขี้ยวอสูรให้ แต่พอเรื่องราวต่างๆค่อยๆผ่านเข้ามา เส็ตโชมารูจึงเข้าใจว่า อินุไทโชต้องการสอนถึงความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ และความรักความรู้สึกที่มีให้กับผู้อื่น จากดาบเล่มนี้นั่นเอง หลังจากเส็ตโชมารูต้องเสียดาบโทคิจินไปเพราะความเห็นใจต้องการล้างแค้นให้กับการตายของคากุระ โทโตไซก็ได้เสนอตัวเข้ามาพัฒนาดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นจนสามารถเรียกจันทร์เสี้ยวปรภพ (เมโด) ซึ่งสามารถดูดร่างกายของศัตรูไปยังอีกภพได้ เส็ตโชมารูจึงใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นเป็นอาวุธหลัก กระทั่งสามารถเรียกจันทร์เต็มดวงซึ่งเป็นขั้นสุดยอดของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นได้ ทว่าในที่สุดด้วยความจงใจของเส็ตโชมารูเองในการประมือกับอินุยาฉะพลังเมโดของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นเล่มนี้จึงได้กลับไปหลอมรวมเข้าเป็นดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะอีกครั้ง



ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง Sounga 叢雲牙 (โซอุนกะ) Amassing Cloud Fang[แก้]

ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง คือ ดาบเล่มสุดท้ายใน 1 ใน 3 ดาบที่เป็นตัวแทนของอินุไทโช ถือเป็นดาบตัวแทนแห่งนรก ดาบเล่มนี้สร้างขึ้นมาด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างจากสองเล่มแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะโซอุนกะมีจิตใจเป็นของตนเอง และจะคอยบงการผู้ถือดาบให้เป็นไปในทางที่ตนต้องการ ดาบเล่มนี้มีอำนาจในการทำลายล้างอันเลวร้ายและรุนแรง สามารถเปิดนรก เรียกพายุหมุน เรียกพลังอสูรในร่างกาย แปรเปลี่ยนจิตใจให้กลายเป็นชั่วร้าย และคืนสภาพศพในรูปร่างผีดิบเพื่อใช้เป็นกองทัพได้ ถือเป็นดาบตัวแทนนรก

ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง ปรากฏตัวครั้งแรกใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่ 3 อภินิหารดาบครองฟ้าดิน โดยหลอมรวมกับมือที่ขาดไปของเส็ตโซมารู คอยสิงสู่ผู้ถือดาบ ซึ่งพลังที่อันตรายนี้เองที่ดึงดูดให้สองพี่น้องแย่งชิงดาบเล่มนี้ เซสโซมารุต้องการนำไปใช้ และอินุยาฉะต้องการจะทำลาย

แต่ทว่าดาบกลับตกไปอยู่ในมือ"ทาเคมารุ" ซามูไรผู้เป็นศัตรูคนสำคัญของอินุไทโช และทำลายล้างจนโลกเกือบดับสูญ ทั้งสองพี่น้องจึงร่วมมือกันทำลายดาบโซอุนกะ และทิ้งมันกลับคืนสู่นรกภูมิ



ดาบเขี้ยวดินระเบิด Bakusaiga 爆砕牙 (บาคุไซกะ) Explosive Crushing Fang[แก้]

เป็นดาบที่มีอยู่ในร่างกายของเส็ตโชมารู ซึ่งการจะได้มาเส็ตโชมารูต้องหลุดพ้นจากการต้องการดาบเขี้ยวอสูรซะก่อน ดาบนี้ได้มาจากตอนการต่อสู้กับมากาสึฮิ และปรากฏมาพร้อมกับแขนข้างซ้ายที่เคยถูกตัดไป ดาบเขี้ยวดินระเบิดมีคุณสมบัติคือฟันปิศาจแค่ทีเดียวจะระเบิดไปทั้งหมดและไม่เหลือแม้แต่เศษซาก และถ้าหากใครมาจับต้องซากที่ระเบิดหรือยังระเบิดไม่หมดก็จะโดนระเบิดนั่นทำลายไปด้วย



ดาบมารสมิง Tōkijin 闘鬼神 (โทคิจิน) Demon Fighting God[แก้]

ดาบที่เส็ตโชมารูไปบังคับให้โทโตไซตีขึ้นมาจากเขาปีศาจที่สามารถกัดดาบเขี้ยวอสูรหัก นับเป็นดาบคู่บุญของเส็ตโชมารูอยู่พักหนึ่ง.. จนกระทั่งมันหัก.



ดาบคาตานะ Katana 刀, かたな (คาตานะ) samurai sword[แก้]

ดาบญี่ปุ่น มีคมด้านเดียว นิยมเรียกทับศัพท์ ว่า "คาตานะ" เนื่องจากเนื้อเรื่องหลักของอินุยาฉะเกิดขึ้นในยุคสงคราม นักรบ โจร ขุนนาง นักล่าปีศาจ รวมถึงปีศาจล้วนนิยมใช้อาวุธชนิดนี้ ดาบเขี้ยวอสูร(เท็ตไซกะ) ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น(เท็นเซย์กะ) ดาบเขี้ยวดินระเบิด(บาคุไซกะ) ทั้งสามเล่มก็มีลักษณะภายนอกเป็นรูปแบบของคาตานะ




คันศรศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาอัซซึสะ Azusayama chōkyū 梓山長弓 (อัซซึสะยามะ โชคิว) Sacred longbow of Mount Azusa[แก้]

คันธนูที่คาโกเมะนำมาจากศาลเจ้าบนเขาอัซซึสะเพื่อช่วยเหลือคิเคียว มันได้รับการคุ้มครองจาก อัซซึสะยามะ โนะ เซเรย์ ซึ่งเป็นจิตวิญญาณแห่งเขาอัซซึสะ อาวุธชิ้นนี้มีส่วนสำคัญในการปราบนาราคุ



ศิลาปรภพ Meidōseki 冥道石 (เมโด เซกิ) Meidō Stone, "Dark Path Stone"[แก้]

หินที่สามารถเปิดทางเข้าออกโพรงปรภพ ประดับอยู่บนสร้อยคอของมารดาของเส็ตโชมารู ศิลาปรภพนี้อินุไทโชได้มอบให้ภรรยาตนแรกเป็นผู้เก็บรักษาเพื่อวันที่หนึ่งลูกชายของพวกเขาเส็ตโชมารูจะได้ใช้มันในการฝึกวิชาจันทร์เสี้ยวปรภพ ศิลาปรภพนั้นมีคุณสมบัติอีกอย่างคือมีพลังในการคืนชีพและในตอนที่รินตายอีกครั้ง(ภาคปัจฉิมบทตอนที่9)เส็ตโชมารูได้ทราบความจริงว่าดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นไม่สามารถชุบชีวิตคนที่เคยตายไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง ท่านแม่ของเส็ตโชมารูจึงใช้ศิลาปรภพนี้ฟื้นคืนชีวิตให้กับริน



ไข่มุกดำ Kuroshinju 黒真珠 (คุโรชินจุ) Black Pearl[แก้]

เป็นอัญมณีเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับปรภพ อินุไทโชเคยใส่ไว้ในดวงตาขวาของอินุยาฉะตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ แต่ถูกเส็ตโชมารูดึงออกมาในครั้งที่จะไปเอาดาบเขี้ยวอสูรจากสุสานอินุไทโช และไข่มุกดำเมื่อหมดหน้าที่ก็สลายไป



ไม้เท้าหัวมนุษย์ Nintōjō 人頭杖 (นินโทโจว) Human Head Cane[แก้]

อันเนื่องมาจากตอนที่จาเก็นขอฝากตัวรับใช้นาย เส็ตโชมารูมอบไม้เท้านี้ให้จาเก็นถือไว้นับจากนั้นมันก็กลายเป็นอาวุธของจาเก็น ไม้เท้าหัวมนุษย์เป็นอุปกรณ์ในการเปิดประตู(ผ่านไข่มุขดำทางด้านขวา)สู่สุสานของอินุไทโชผู้เป็นบิดาของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ มีหัวไม้เท้าอยู่สองหน้า ฝั่งหน้าผู้หญิงใช้ในการหาทางเข้าสุสาน ฝั่งที่เป็นหน้าของชายชราสามาราถพ่นไฟเผาผลาญสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นเถ้าถ่าน



ง้าวอสนีบาต Raigekijin 雷撃刃 (ไรเกคิจิน) Lightning Blade[แก้]

อาวุธของฮิเต็น วิธีใช้เป็นแบบเดียวกับกระบวนที่การใช้ง้าวทั่วไปคือ ควง ตวัด ฟาดฟัน แทงและซัด ความสามารถของไรเกคิจิน คือเป็นที่เรียกรวมสะสมสายฟ้าเพื่อใช้ผ่าโจมตีคู่ต่อสู้ หลังจากฮิเต็นตายไรเกคิจินถูกแขวนไว้บนพนังของปราสาทพี่น้องสายฟ้า



ตรีศูลเทพวารี Amakoi no hoko あまこいの鉾 (อามะโคย โนะ โฮโกะ) Trident of Amakoi[แก้]

อาวุธของซุยจินเทพธิดาซึ่งเป็นเทพวารีแห่งทะเลสาบ ลักษณะของอาวุธคือหอกยาวปลายสามแฉกเรียกได้ว่าตรีศูล มนุษย์หรืออสูรไม่สามารถใช้มันได้ ตรีศูลเทพมีอนุภาพรุนแรงและพลังอำนาจมหาศาลมากเนื่องจากเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ พลังหลักของซุยจินอยู่ที่อาวุธชิ้นนี้และใช้มันเพื่อบงการสายน้ำ เช่น เรียกทอร์นาโดมวลน้ำจำนวนมวก



ไม้เท้าของนักบวช shakujō 錫杖 (ชาคุโจ) A pilgrim's staff[แก้]

คฑาไม้เท้าที่นักบวช พระสงฆ์ ในดินแดนเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นมักพกไว้ประจำกายในการเดินแสวงบุญท่องไปในที่ต่างๆ การใช้งานเช่น หากขึ้นเขาหรือเดินเหนื่อยถ้าจำเป็นสามารถใช้ช่วยค้ำยันพยุงกาย หากเข้าไปในป่าก็จะใช้เขี่ยพวกงูหรือสำรวจพรรณไม้ทางเดินได้ บางทีนักบวชที่มีอาคมวิชาแก่กล้าอาจมีการใช้อาคมลงไว้ที่ตัวคฑาไม้เท้าให้เป็นเครื่องมือช่วยเสริมประกอบการใช้มนต์ ในเรื่องนี้มีนักบวชหลายคนใช้ชาคุโจ อาทิ อุนไก หรือกระทั่ง มิโรคุ ที่เป็นนักบวชทุศีล



กระดูกบิน Hiraikotsu 飛来骨 (ฮิไรโกซึ) Flying Return Bone[แก้]

อาวุธนักล่าปีศาจของซังโกะ ขึ้นรูปจากกระดูกของปีศาจใช้งานรูปแบบเดียวกับบูมเบอแรง



เคียวโซ่ 鎖鎌 Kusarigama (คุซาริงามะ) Chain-sickle[แก้]

อาวุธนักล่าปีศาจในเนื้อเรื่องคมมีดและด้ามจับทำจากกระดูกของปีศาจ โคฮาคุใช้มันเป็นอาวุธคู่กาย คุซาริงามะคืออาวุธแบบญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ประกอบไปด้วย เคียวกับโซ่โลหะ และมีเหล็กถ่วงน้ำหนักที่ปลายของโซ่




พัดของคากุระ 神楽のファン Kagura no fan (คากุระ โนะ ฟัน) Kagura's fan[แก้]

อาวุธของคากุระ พัดที่คากุระใช้ในการเรียกลม



กระจกของคันนะ 神無の鏡 Kan'na no kagami (คันนะ โนะ คากามิ) Kanna's mirror[แก้]

อาวุธของคันนะ

บานกระจก

ใช้ขโมยวิญญาณของผู้อื่น แต่ไม่อาจใช้กับวิญญาณขนาดใหญ่อย่างคาโกเมะ ไม่อาจใช้กับผู้ที่มีพลังอนุภาพทรงพลังได้ เช่น คากุยะ(ในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่3)

ใช้สะท้อนการโจมตีที่ได้รับกลับไปที่ศัตรู

ใช้เรียกปีศาจกระจก


เศษของกระจกนำไปใช้ลอกเลียนแบบสิ่งของได้ อย่างที่ใช้ยึดกับดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นแล้วทำการลอกแบบคุณลักษณะรูปแบบความสามารถของดาบเขี้ยวอสูร




ดาบกระดูกงู 蛇骨刀 Jakotsutō (จาคตสึ) Snake Skill Sword[แก้]

อาวุธคู่กายของจาโกสึผู้เป็นหนึ่งในเจ็ดสังหาร ดาบเล่มนี้โดยปกติขณะที่ยังไม่มีการใช้ออกจะอยู่ในรูปคล้ายดาบหนาๆยาวทั่วไป แต่เมื่อใช้โจมตีจะเผยลักษณะโดดเด่นแท้จริงของอาวุธเป็นใบมีดบางหลายคมเชื่อมต่อกันในรูปแบบคล้ายกระดูกของงู ใบมีดของดาบชนิดนี้มี50ใบเป็นอย่างน้อย



ดาบมังกรเถื่อน 蛮竜 Banryū (บันริว) Barbaric Dragon[แก้]

อาวุธของบังโกซึ เป็บดาบที่มีใบมีดขนาดใหญ่คล้ายดาบสังหารอาชา แต่ดาบเล่มนี้มีรูปแบบเฉพาะด้วยลักษณะความหนาของใบดาบและกั่นของดาบอีกทั้งปลายด้ามยังเป็นคมมีดจันทร์เสี้ยว ดาบเล่มนี้มีน้ำหนักมากอย่างที่ปกติคนสามคนยังไม่อาจยกขึ้น แต่บังโกซึสามราถยกขึ้นมาควงใช้ได้อย่างใจ



วัชระ 金剛杵 (Kongōsho) Vajra[แก้]

อุปกรณ์อาวุธอาคมของทางพุทธสายวัชรยาน และของทางพราหมณ์-ฮินดู โดยส่วนมากคนไทยรู้จัก"วัชระ"กันในฐานะอาวุธของพระอินทร์ พระสงฆ์ฮาคุชินในเรื่องนี้ใช้วัชระเป็นแกนอาคมในการสร้างข่ายอาคมครอบเขาฮักคุเร



ง้าวแห่งสวรรค์พิภพ 乾坤の薙刀 (Kenkon'nonaginata) Naginata of Kenkon , "Naginata of Heaven and Earth"[แก้]

โล่ของมนุษย์มังกร 竜人の盾 (Ryūto no tate) Ryūjin's shield[แก้]

โล่ของมนุษย์มังกรริวจิน ใช้ดูดพลังโจมตีของศัตรูและสะท้อนกลับไป แต่แล้วริวโตะโนะตาเตะก็ถูกพลังคลื่นระเบิดทำลาย



กระพรวนเทพบรรเทิง 神楽鈴 Kagura suzu (คากุระ ซูซุ) divine entertainment bells[แก้]

อุปกรณ์อาวุธของนักบวชชินโต อนเมียว และมิโกะ มักพบเห็นใช้ในการประกอบพิธีกรรม ในเรื่องอินุยาฉะนี้เป็นอาวุธประจำตัวของฮิโตมิโกะซึ่งเธอได้รับมอบมันมาจากอาจารย์ก่อนที่อาจารย์จะสิ้นใจ รูปทรงการจัดวางที่ใช้กันปกติของกระพรวนคือวงกลมล้อมรวบด้ามจับสูงขึ้นไปสามถึงห้าชั้นอย่างไล่ลำดับตล้ายพวงองุ่นคว่ำ คากุระซูซุของฮิโตมิโกะมีห้าชั้น



ห้าเล็บสายฟ้า 五雷指 Goraishi (โกไรชิ) Five Thunder Fingers[แก้]

อาวุธของโคงะ โกไรชิเป็นมรดกตกทอดของเผ่าหมาป่าปีศาจ โคงะได้มาจากการฝ่าบททดสอบของบรรพบุรษที่สุสานของเผ่าพันธุ์



กระจกแห่งชีวิต 命鏡 Mikagami (มิคากามิ) The Mirror of Life[แก้]

อาวุธอันทรงพลังของเจ้าหญิงคากุยะ แม้จะถูกขังอยู่ในกระจก ก็ยังสามารถใช้เป็นมันสื่อเวทออกมาที่โลกภายนอกได้ (อาวุธชิ้นนี้ปรากฎใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่2 ปราสาทดินแดนแห่งกระจก)



ดาบปีศาจไรจินกะ 雷刃牙 Raijinga (ไรจินกะ) "Lighting", Thunder Blade Fang[แก้]

ดาบปีศาจของริวระ มีอานุภาพรวมประจุสายฟ้ามาโจมตีและใช้เป็นโล่ป้องกัน (อาวุธชิ้นนี้ปรากฎใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)



ดาบปีศาจฟูจินกะ 風刃牙 Fūjinga (ฟูจินกะ) Wind Blade Fang[แก้]

ดาบปีศาจของริวระ มีอานุภาพควบคุมการเคลื่อนไหวของวายุและโจมตีอย่างรวดเร็ว (อาวุธชิ้นนี้ปรากฎใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)



ปืนใหญ่สายฟ้า 斉天砲 Seiten-hō (ไซเท็น-โฮ) "Seiten Cannon", The Thunder Cannon[แก้]

เดิมอาวุธชิ้นนี้เคยเป็นของปีศาจชื่อไซเท็นแต่ถูกฆ่าตายและชิงไปโดยเคียวระ หนึ่งในสี่จตุรเทพอสูรสงคราม แล้วถูกมอบให้กับจูระไว้ใช้งาน รูปลักษณ์ของปืนใหญ่สายฟ้ากระบอกนี้เป็นแบบที่ใกล้เคียงกับบาซูก้า ในเนื้อเรื่องจูระใช้มันยิงได้ไกลมากจากยอดผาใส่พวกมิโรคุซังโกะที่ชาบหาดอีกฟาก (อาวุธชิ้นนี้ปรากฎใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)



พัดขนวิหคเพลิง 紅邪鬼扇 Kujakusen (คุจากุเซ็น) The Crimson Demon Fan[แก้]

เดิมอาวุธชิ้นนี้เคยเป็นของปีศาจชื่อคุจากุแต่ถูกฆ่าตายและชิงไปโดยเคียวระ หนึ่งในสี่จตุรเทพอสูรสงคราม แล้วเคียวระใช้มันเป็นอาวุธคู่กายตั้งแต่ตอนนั้น รูปลักษณ์ของตัวพัดเป็นขนนกยูงสีแดงขนาดใหญ่บนด้านจับ ท่าโจมตีแรกสุดของคุจากุเซ็นที่ใช้ในเรื่องคือปักษาอัคคีที่ปล่อยนกไฟจำนวนมากออกมาเผาทำลายสิ่งที่ต้องการ ตอนหลังมันถูกเส็ตโชมารูทำลายสลายไปพร้อมกับเคียวระ (อาวุธชิ้นนี้ปรากฎใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)




ท่าไม้ตาย Hisatsuwaza 必殺技 (ฮิดสะซึวาซะ) Death Blow , Attacks[แก้]

กรงเล็บคร่าวิญญาณ Sankontessou 散魂鉄爪 (ซันคอนเทซโซ) Soul-Scattering Iron Claws, "Claws of Steel", "Iron Reaver Soul Stealer"[แก้]

ท่าของอินุยาฉะเป็นการโจมตีด้วยกรงเล็บ



กรงเล็บดาบโลหิต 飛刃血爪 Hijinkessou (ฮิจินเคซโซ) Flying Blade Blood Claws, "Claws of Blood", "Blades of Blood"[แก้]

ท่าของอินุยาฉะเป็นการโจมตีด้วยกรงเล็บพร้อมด้วยเลือดของเขา ทำให้การโจมตีแรงขึ้นระดับหนึ่ง




+แผลแห่งลม 風の傷 Kaze no kizu (คาเสะ โนะ คิสึ) "Wind Scar"[แก้]

ท่านี้นับเป็นพลังโจมตีอย่างรุนแรงในขั้นต้นของดาบเขี้ยวอสูร "ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวสามารถสังหารปีศาจได้เป็นร้อย" ในการมาเล่น(งาน)อินุยาฉะผู้ที่ใช้ท่านี้ได้คนแรกในเรื่องคือเส็ตโชมารูที่ได้ตวัดฟันปีศาจนับร้อยพร้อมภูเขาที่หายไปทั้งลูก ต่อมาไม่นานเมื่ออินุยาฉะก็หัดใช้ท่านี้เป็นเช่นกัน



+พลังคลื่นระเบิด 爆流破 Bakuryuuha (บาคุริวฮะ) Backlash Wave, "Explosive Stream Blast"[แก้]

ท่าของดาบเขี้ยวอสูรที่ใช้เพื่อสะท้อนกลับพลังเมื่อศัตรูโจมตีมาด้วยการฟันไปที่ไอปีศาจของฝ่ายศัตรู อินุยาฉะได้มาจากการสังหารมังกรกระดูกคู่อริเก่าของบิดา



+ดาบเขี้ยวอสูรสีแดง 赤い鉄砕牙 Akai tessaiga (อะไค เท็ตไซกะ), 結界破りの赤い鉄砕牙 Kekkai yaburi no Akai Tessaiga (เคกไค ยาบุริโนะ อะไค เท็ตไซกะ), "Red Tessaiga Barrier Shattering" [แก้]

อินุยาฉะจะใช้เมื่อต้องฝ่าเขตอาคม ท่านี้สำหรับตัดอาคมโดยเฉพาะ ได้มาจากการทำลายลูกแก้วอาคมของปีศาจค้างคาว



+ดาบเขี้ยวอสูรลิ่มเพชร 金剛槍破鉄砕牙 Kongousouha tessaiga (คอนโกโซฮะ เท็ตไซกะ) Adamant Barrage Tessaiga, "Diamond Spear Blast"[แก้]

สามารถทำลายเขตอาคมของนาราคุที่แกร่งขึ้นได้ ไม้ตายประจำดาบเขี้ยวอสูรลิ่มเพชรคือ พลังคลื่นอสูรลิ่มเพชร พลังคลื่นระเบิดลิ่มเพชร และพลังคลื่นสะท้อนกลับวิญญาณ (ท่าต้องใช้แผลแห่งลมร่วมกับธนูของคาโงเมะ) อินุยาฉะพลังนี้ได้มาจากการฟันโฮเซนกิสหายของอินุไทโชบิดาตน โดยฝ่ายโฮเซนกิในที่สุดก็ยินยอมให้อินุยาฉะฟันเขาเพื่อให้ได้พลังสู้กับนาราคุที่มาเพื่อเอาเศษลูกแก้วสี่วิญญาณที่สุสานอินุไทโช



+ดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกร 龍鱗の鉄砕牙 Ryuuroko no tessaiga (ริวโรโค โนะ เท็ตไซกะ) Dragon Scaled Tessaiga [แก้]

ดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกรจะเป็นการดูดกลืนพลังปิศาจหรืออสูรของศัตรู จนทำให้ศัตรูตายไป ได้มาจากการทำลายดาบเกร็ดมังกร



+ดาบเขี้ยวอสูรสีดำ|จันทร์เสี้ยวปรภพ 冥道残月破鉄砕牙 Meidōzangetsuha tetsusaiga (เมโดซันเกตสุฮะ เท็ตไซกะ), "Dark Path of the Dawn Moon's Wave" [แก้]

ดาพลังจันทร์เสี้ยวปรภพ จะดูดกลืนทุกอย่างที่อยู่ในระยะเข้าไปในปรภพ อินุยาฉะได้มาจากการต่อสู้กับเส็ตโชมารูพี่ชายของเขาทีต้องการทดดสอบผู้สืบทอดดาบเขี้ยวอสูรที่แท้จริงและได้หักดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น(อยู่ในรูปเดียวกับดาบเขี้ยวอสูรด้วยพลังของเศษกระจกคันนะ) ทำให้ดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะได้พลังจันทร์เสี้ยวปรภพมา




จันทร์เสี้ยวปรภพ 冥道残月破 Meidō Zangetsuha (เมโด ซันเกตสุฮะ) "Dark Path of the Dawn Moon's Wave"[แก้]

การโจมตีคือเมื่อฟันดาบออกไปจะเปิดหลุมดำทางแห่งปรภพออกมาขนาดมหึมาและดูดคู่ต่อสู้ทั้งที่ยังมีชีวิตไปยังปรภพ ตามที่ปรากฏในเนื้อเรื่องไม่ใช่จากไทม์ไลน์พล็อตใหญ่ แรกทีพลังนี้เป็นหนึ่งพลังของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นซึ่งเป็นเทคนิคที่เส็ตโชมารูได้ฝึกฝนจากจันทร์เสี้ยวจนกลายเป็นจันทร์เต็มดวง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหักดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นในระหว่างสู้ทดสอบทายาทดาบเขี้ยวอสูรกับอินุยาฉะ(ยก)พลังวิชานี้คืนกลับไปรวมแก่ดาบเขี้ยวอสูร



พลังคลื่นมังกรฟ้า 蒼竜破 Souryuuha (โซริวฮะ) Dragon Strike, "Blue Dragon Blast"[แก้]

ท่าโจมตีที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดจากดาบมารสมิง(โทคิจิน) เมื่อเส็ตโชมารูใช้จะเกิดการระเบิดของพลังปีศาจอย่างรุนแรง โดยตัวดาบดึงพลังงานมาจากเส็ตโชมารูปลดปล่อยปล่อยเป็นแสงสีฟ้าในรูปแบบสายฟ้ามังกรคราม โซริวฮะเป็นเพียงทักษะเดียวของดาบมารสมิงที่มีชื่อเรียกใช้เฉพาะ




คลื่นมังกรทมิฬ 獄龍破 Gokuryūha (โกคุริวฮะ) "Prison Dragon Blast"[แก้]

ท่าไม้ตายของดาบโซอุนกะ ปลดปล่อยพายุทอร์นาโดสีม่วงดำรูปแบบมังกรนรกสองหัวขนาดใหญ่ที่มีพลังรุนแรงและทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในในเส้นทางของมัน




พิษ, ไอพิษ, อากาศพิษ 瘴気 Shouki (โชคิ) "Swamp Gas"[แก้]

ผู้ใช้พิษมีทั้งในมนุษย์และอสูรปีศาจ


1.) ฝ่ายมนุษย์เมื่อจะใช้งานต้องซื้อหาหรือปรุงเลือกเฟ้นในการใช้ ผู้ใช้พิษฝ่ายมนุษย์ที่โดดเด่นในเรื่องนี้คือ

หนึ่งในเจ็ดสังหาร มูโกสึที่ใช้เล่นงานพวกคาโกเมะ

นักล่าปีศาจ ซังโกะและโคฮาคุใช้พิษเพื่องานการล่า


2.) ฝ่ายปีศาจอสูรถ้าเป็นผู้ใช้พิษ ปีศาจอสูรตนนั้นๆมักจะมีทักษะพิษติดตัวมาแต่แรกซึ่งเมื่อใช้ออกมาจะให้ผลสัมฤทธิ์ตามคุณลักษณะพิษของปีศาจนั้นๆ

พิษของนาราคุ ให้ผลคือเมื่อใครหรืออะไรสัมผัสโดนมันจะติดพิษอ่อนแอลงตามสภาวะภาพความแกร่งของแต่ละคน แต่แพ้ทางพลังชำระล้างของคิเคียวกับคาโงเมะและไม่สามารถทำอะไรอสูรผู้ใช้พิษขั้นสูงกว่าเช่นเส็ตโชมารู

พิษของเส็ตโชมารู เมียวกะได้อธิบายไว้ในตอนแรกๆ มันให้ผลกัดกร่อนละลายทุกสิ่งแม้กระดูกอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถละลายคาโกเมะที่ถือดาบเขี้ยวอสูรอยู่ได้เพราะการปกป้องจากเขตอาคมของดาบเขี้ยวอสูร




เกราะอาคมของนาราคุ 奈落の結界 Naraku no kekkai (นาราคุ โนะ เค็กไค) Naraku's Barrier[แก้]

เกราะอาคมในลักษณะสีแดงอมม่วงที่นาราคุใช้มันสำหรับจำกัดพลังโจมตีของฝ่ายศัตรูที่จะเข้าถึงตัว ในตอนแรกๆเกราะอาคมนี้ถูกใช้ครอบคลุมทั้งบริเวณของปราสาทฮิโตมิ แต่ภายหลังจากที่สู้กับสองพี่น้องตระกูลสุนัขอสูร นาราคุดูจะจับทางใช้งานพลังนี้ได้ส่วนมากจากนั้นขนาดของเกราะอาคมที่แสดงลดลงเพียงคลุมโดยรอบตัวนาราคุเท่านั้น




ศรศักดิ์สิทธิ์ 破魔の矢 Hama no Ya (ฮามะ โนะ ยะ) Sacred arrows, "Arrows of exorcism"[แก้]

อาวุธ ธนู+ลูกศรธนู+พลังวิญญาณ ในเนื้อเรื่องผู้ใช้วิชาอาวุธนี้คือ คิเคียวและสืบทอดพลังมาถึงคาโงเมะซึ่งเป็นคิเคียวกลับชาติมาเกิดและมีพลังวิญญาณในแบบเดียวกัน




ช่องว่างแห่งลม 風穴 Kazanaa (คาซานา) Wind Tunnel[แก้]

ท่าไม้ตายของมิโรคุ ช่องว่างแห่งลมนี้เกิดจากบรรพบุรุษของเขารุ่นหนึ่งถูกนาราคุสาปและสืบทอดต่อมาในสายตระกูลของเขาจนกว่านาราคุจะถูกกำจัด เมื่อใช้มีผลดูดศัตรูเข้าไปที่ช่องว่างที่มือ ทุกครั้งที่ใช้ช่องว่างจะค่อยๆเปิดขยายกว้างขึ้นเท่ากับผู้ใช้จบชีวิตขึ้นมาอีกก้าว




กระดูกบิน 飛来骨 Hiraikotsu (ฮิไรโกซึ) Flying Return Bone [แก้]

ท่าขว้างกระดูกบินของซังโกะ ใช้กำจัดปีศาจอสูรทั่วไป



ดาบวายุ 風突風 Kaze toppū (คาเสะ ท๊ปโปะ) Wind Gust [แก้]

ท่าพื้นฐานที่เรียบง่ายองคากุระ ตวัดพัดอย่างรวดเร็วจสร้างลมกรรโชกใช้เพื่อโจมตีหรือส่งไปสกัดท่าของศัตรูที่จะมาถึงตัว



ระบำดาบวาตะ 風刃の舞 Fujin no mai (ฟูจิน โนะ ไม) Dance of Blades, "Dance of the Wind Blades"[แก้]

ท่าของคากุระ ใช้โดยการโบกพัดจะมีคลื่นลมรูปจันทร์เสี้ยวไปตัดเฉือนศัตรู



มังกรเริงระบำ 竜蛇の舞 Ryuuja no mai ( ริวจา โนะ ไม) Dance of the Dragon, "Dance of the Dragon and Serpent"[แก้]

ท่าของคากุระ ปล่อยลมพายุหมุนรูปแบบทอร์นาโดใต้ฝุ่นขนาดย่อมทำลายศัตรูโดยการส่งขึ้นไปบนอากาศแล้วตัวพายุจะฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆ



ระบำซากศพ 屍舞 Shikabane-mai (ชิคาบาเนะ ไม) Dance of the Dead , "Corpse Dance"[แก้]

ท่าของคากุระ ใช้เพื่อควบคุมซากศพ ชักใยศพเพื่อโจมตีหรือตีล้อมป้องกันตัวเธอ




ไฟจิ้งจอก 狐火 Kitsune-bi (คิซึเนะ บิ) Foxfire[แก้]

ท่าโจมตีของชิปโป ส่วนมากไว้ล่อลวงความสนใจของศัตรู แต่เหมือนไม่มีมีประโยชน์นักอาจเพราะเขายังเด็กอยู่



กลมายาจิ้งจอก 狐妖術 Kitsune Youjutsu (คิซึเนะ โยจุซึ) Fox Magic[แก้]

ท่าของปีศาจเผ่าจิ้งจอก ทักษะสร้างภาพลวงตาให้เหมือนจริงหรือเกิดขึ้นจริงชั่วขณะหนึ่ง ชิปโปมักใช้แปลงร่างหรือใช้เสกของหลอกคน




การดัดแปลง[แก้]

โครงเรื่องของอินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน ได้ถูกดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์แนวกำลังภายใน-แฟนตาซี ของจีนแผ่นดินใหญ่ ในปี ค.ศ. 2011 เรื่อง The Holy Pearl (อภินิหารดาบมังกรสะท้านพิภพ[2])


ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ปกดีวีดี
  2. "ตำนานเทพหนี่วา ตอน มุกเทพฤทธิ์". fongfei.exteen.com/. 2011-08-10. สืบค้นเมื่อ 2015-08-06. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]