อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก อินุยาฉะ)
เทพอสูรจิ้งจอกเงิน
ชื่อ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน
ชื่อญี่ปุ่น 犬夜叉
ชื่ออังกฤษ Inuyasha
ประเภท โชเน็ง
แนว ผจญภัย, ต่อสู้, เหนือธรรมชาติ, โรแมนติก, ดราม่า, ตลก
มังงะ
เขียนเรื่อง ทากาฮาชิ รูมิโกะ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โชงะกุกัง
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
นิตยสาร ญี่ปุ่น โชเน็งซันเดย์
เมื่อ 25392551
จำนวนเล่ม 56 เล่ม 558 ตอน อวสาน
อะนิเมะ
กำกับ มาซาชิ อิเคดะ
ยาสุนาโอะ อาโอกิ
สตูดิโอ ซันไรส์
ฉายครั้งแรก 16 ตุลาคม 254313 กันยายน 2547
อะนิเมะ
อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน : ปัจฉิมบท
กำกับ ยาสุนาโอะ อาโอกิ
สตูดิโอ ญี่ปุ่น ซันไรส์
ฉายครั้งแรก 3 ตุลาคม 255229 มีนาคม 2553
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน[1] (ญี่ปุ่น: 犬夜叉 Inuyasha จาก อินุ "สุนัข" + ยะชะ "ปีศาจ,อสูร (คำสันสกฤต ภาษาญี่ปุ่น)" ?) เป็นชื่อหนังสือการ์ตูนและอะนิเมะซึ่งแต่งโดย ทากาฮาชิ รูมิโกะ พิมพ์ในนิตยสารโชเน็งซันเดย์รายสัปดาห์ เริ่มตอนแรกเมื่อ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 และต่อเนื่องปิดฉากตอนสุดท้ายลงเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551

สำหรับในประเทศไทย อินุยาฉะ ได้รับลิขสิทธิ์โดย TIGA แต่สำหรับภาค ปัจฉิมบท ได้รับลิขสิทธิ์โดย Rose และออกอากาศทางฟรีทีวี ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ในช่วงโมเดิร์นไนน์การ์ตูน เวลา 09.30-10.00 น. โดยเริ่มออกอากาศปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2547 แต่พอถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ก็ถูกยุติการออกอากาศ โดยนำเรื่อง มุซาชิ เซียนเบ็ดยอดอัจฉริยะมาออกอากาศแทน หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2548 อินุยาฉะก็กลับมาออกอากาศอีกครั้ง จนถึงเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และออกอากาศต่อเนื่องอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 หลังจากที่ห่างหายไป 4 ปี และเริ่มมาการสร้างภาคที่ 5 ภาคอวสานที่ชื่อว่า InuYasha The Final Act / อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน : ปัจฉิมบท

ทางญี่ปุ่นมีมังงะแยกเพิ่มเป็นตอนพิเศษ(เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย) InuYasha ตอนที่ 559 ปิดท้าย อีกทั้งเรื่องราวต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกช่วงหนึ่งที่ Inuyasha CD Drama - Asatte โดยเสียงพากษ์ตัวละครต้นฉบับญี่ปุ่น - สามารถรับฟังได้ทาง YouTube (มีSubtitleให้เลือกรับชมหลายภาษา (SUBไทย coming soon... : TRACK 01, TRACK 02, TRACK 03 - Update)

อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน มีตอนเสริมระหว่างภาคและแบบขำขันใน Sengoku o Togi Zoushi Sesshoumaru 【CD drama】, Taketori no Okina wa Kyoubou jatta【CD drama】, Shi wo onsen shiritori【CD drama】, Aka to Shiro no Utagassen【CD drama】 , Jigoku de Matteta Shichinintai 【Inuyasha CD-drama】- สามารถรับฟังได้ทาง YouTube (ไม่มีฉบับSUBไทย)


เนื้อหา

เนื้อเรื่อง [แก้]

อินุยาฉะ เป็นลูกครึ่งอสูรซึ่งเกิดจากพ่อผู้เป็นจอมขุนพลสุนัขอสูรผู้ยิ่งใหญ่ แต่มีแม่เป็นมนุษย์ จึงทำให้อินุยาฉะมีปมด้อยและไม่เป็นที่ยอมรับทั้งจากบรรดาปีศาจหรือมนุษย์ธรรมดา จากการไม่เป็นที่ยอมรับนั้นเองที่เป็นเหตุผลให้เขาต้องการลูกแก้วสี่วิญญาณ(ลูกแก้วอสูร)เพื่อที่จะกลายเป็นอสูรอย่างเต็มตัว แต่การที่จะได้ลูกแก้วมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลูกแก้วดังกล่าวได้รับการพิทักษ์จาก คิเคียว ผู้เป็นมิโกะศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ดังนั้นเขาและคิเคียวจึงมีเหตุให้ต้องประฝีมือกันอยู่เนืองๆ แต่ว่าอินุยาฉะก็ทำร้ายคิเคียวไม่ลงดังเช่นที่คิเคียวก็ไม่ยอมทำร้ายอินุยาฉะเช่นเดียวกันเนื่องจากคนทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กัน

ต่อมาคิเคียวและอินุยาฉะได้คุยกันถึงการตัดสินใจมอบลูกแก้วให้อินุยาฉะได้อธิษฐานให้ตนเองกลายเป็นมนุษย์เต็มตัวเพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างคนธรรมดา แต่เหตุการณ์ได้กลับตาลปัตรในรุ่งอรุณของวันที่คิเคียวต้องส่งมอบลูกแก้วสี่วิญญาณให้กับชายคนรัก เพราะโจรป่าโอนิคุโมะ ผู้รวมร่างกับปีศาจจนกลายเป็น นาราคุ (นาราคุ แปลว่า นรก) มีความต้องการในตัวคิเคียวจึงทำให้ทั้งคู่ผิดใจกันด้วยการปลอมตัวเป็นคนทั้งสองให้ต่างฝ่ายต่างลอบทำร้ายซึ่งกันและกัน ในที่สุดอินุยาฉะก็พลาดท่าถูกคิเคียวยิงด้วยธนูปิดผนึกตรึงไว้ที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัวเธอเองพร้อมกับรอยบาดแผลที่สาหัส ได้สั่งเสียก่อนตายกับ คาเอเดะ ผู้เป็นน้องสาวของเธอว่าให้เผาลูกแก้วสี่วิญญาณไปพร้อมกับร่างกายของเธอเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแก้วตกไปอยู่ในมือของปิศาจอีกต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลาได้ล่วงเลยมา500ปีจนถึงยุคปัจจุบัน คาโกเมะ สาวน้อยวัยมัธยมต้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองเป็นวิญญาณที่กลับมาเกิดใหม่ของคิเคียว จนกระทั่งในวันที่เธอมีอายุครบ 15 ปี คาโงเมะได้ถูกปิศาจตะขาบลากไปในยุคแห่งสงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจ (ยุคของอินุยาฉะ) ทางบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่าบ่อกลืนกระดูก ในระหว่างการหลบหนีปีศาจตนดังกล่าวนี้เองทำให้คาโงเมะได้พบกับอินุยาฉะและได้ปลุกเขาให้ตื่นจากการหลับไหลนานถึง 50 ปี อีกทั้งได้ค้นพบว่าในร่างกายของตัวเธอเองนั้นมีลูกแก้วสี่วิญญาณที่สมควรจะหายไปตั้งแต่ถูกเผาไปพร้อมกับร่างกายของคิเคียวในเวลาหลายสิบปีก่อนหน้านี้

เรื่องราวแห่งโชคชะตาดูจะไม่จบอยู่แค่นั้นเพราะหลังจากที่ข้ามผ่านเวลามาในโลกแห่งอดีตได้ไม่นานนัก ลูกแก้วสี่วิญญาณก็ได้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นส่วนของลูกแก้วนั้นกระจัดกระจายไปไกลเป็นสิบหรือร้อยชิ้นก็สุดจะคาดเดา คาโกเมะและอินุยาฉะจึงจำต้องจับคู่กันเพื่อตามหาเศษลูกแก้วให้กลับมารวมกันให้ได้ก่อนที่คนชั่วและปีศาจร้ายจะได้มันไว้ในครอบครอง และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นให้ศึกชิงลูกแก้วสี่วิญญาณได้เปิดฉากขึ้น

และการเดินทางที่ยาวนานเสี่ยงอันตรายที่มาพร้อมกับการต่อสู้อันดุเดือดเพื่อรวบรวมเศษลูกแก้วที่กลายเป็นการเดินทางไปปราบนาราคุโดยปริยายนั้นเองที่ได้ก่อร่างสร้างเรื่องราวแห่งมิตรภาพ ความรัก และการค้นพบตัวเองของลูกครึ่งปีศาจผู้นี้ อินุยาฉะได้ต่อสู้กับ เส็ตโซมารู พี่ชายต่างมารดาที่เป็นอสูรเต็มตัว เพื่อแย่งชิง ดาบเขี้ยวอสูร ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากเขี้ยวของท่านพ่อ ต่อมาอินุยาฉะได้ครอบครองดาบเล่มนี้และใช้ดาบเขี้ยวอสูรเป็นอาวุธคู่กายเพื่อช่วยในการรวบรวมเศษลูกแก้วสี่วิญญาณตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อีกทั้งในการผจญภัยครั้งนี้อินุยาฉะได้ร่วมทางไปกับมิตรแท้อย่าง ชิปโป ลูกของปิศาจจิ้งจอกซึ่งพ่อถูกฆ่าตายโดยปีศาจอสูรสายฟ้า, มิโรคุ นักบวชทุศีลจอมลามกที่มีช่องว่างแห่งลมที่มือขวา, และ ซังโกะ ลูกหัวหน้าหมู่บ้านนักปราบปิศาจ ที่มากับคิราร่า ปีศาจแมวสองหางที่เป็นพาหนะคู่ใจ (ปีศาจแมวตัวนี้เคยเป็นแมวคู่ใจของมิโดริโกะมาก่อน) จนกระทั่งได้จัดการกับนาราคุ และร่างแบ่งภาคของนาราคุที่ฝากความแค้นให้กับทุกคนได้ในที่สุด นอกจากนี้แล้วอินุยาฉะยังต้องพบเจอกับเรื่องราวของความรักความผูกพันระหว่างเขากับคาโงเมะที่แทรกเข้ามาในการเดินทางครั้งนี้อีกด้วย


ตัวละคร [แก้]

"อินุยาฉะ" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับตัวละครเอกในเรื่องนี้ ดูที่ อินุยาฉะ (ตัวละคร)

เกี่ยวเนื่อง : อินุยาฉะ[แก้]

อินุยาฉะ 犬夜叉 (Inuyasha)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ยามางุจิ คัปเปย์, ไทย ภัทรวุฒิ สมุทรนาวี (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
เด็กหนุ่มลูกครึ่งอสูร(半妖 (Hanyō)"ฮันโย", Half-demon)ผู้มีเลือดผสมจากจอมอสูรสุนัขปีศาจและมารดาผู้เป็นเจ้าหญิงชาวมนุษย์ชื่ออิซาโยอิ เกิดในคืนจันทรุปราคา เป็นคนปากไว มุทะลุ เกลียดการพ่ายแพ้ ขี้เก๊ก โลเล แถมยังไม่เป็นสุภาพบุรุษ แต่ว่ามีจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น แรกเริ่มอินุยาฉะต้องการลูกแก้วสี่วิญญาณเพื่อจะเป็นปิศาจที่สมบูรณ์ดังเช่นเดียวกับอสูรตนอื่นๆ และชอบพออยู่กับ คิเคียว มิโกะผู้รักษาลูกแก้ว ต่อมาถูกนาราคุทำให้ผิดใจกันจนถูกคิเคียวยิงด้วยธนูปิดผนึกตรึงให้หลับไหลอยู่ที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ 50 ปีต่อมาเขาได้พบกับ คาโงเมะ หญิงสาวผู้เป็นดวงวิญญาณของคิเคียวกลับชาติมาเกิดในร่างตัวตนใหม่ เธอได้เผอิญมาปลุกเขาจากการหลับไหลและทำการปลดปล่อยอินุยาฉะออกจากผนึก จากนั้นไม่นานเมื่อลูกแก้วสี่วิญญาณได้มีเหตุให้แตกกระจายไปทุกทิศทางทั้งคู่จำต้องร่วมกันตามเก็บรวบรวมเศษชิ้นส่วนลูกแก้วเหล่านั้นซึ่งพวกเขามีเอี่ยวในการทำมันแตก และนี่ได้นำไปสู่เรื่องราวมากมายของอินุยาฉะทั้งความรัก แค้น เฮฮา บ้าบอ เสื่อม รั่ว ดราม่าโศกสลดผสานวนกันไปในเรื่องราวสายสัมพันธ์ของพวกพ้อง กับค่าความซึนเต็มร้อยที่มีอยู่ในสายสัมพันธ์ของสายเลือด ในการต่อสู้กับศัตรูตัวฉกาจอย่างนาราคุ อินุยาฉะมี "ดาบเขี้ยวอสูร" (เท็ตไซกะ) ซึ่งตีมาจากเขี้ยวของบิดาเป็นอาวุธประจำกาย ใช้เพื่อปกป้องตนเองและผนึกสัญชาตญาณปีศาจซึ่งจะตื่นขึ้นมาในเวลาที่เกิดอันตรายถึงชีวิต โดยมีท่าไม้ตายคือ "แผลแห่งลม" และ "พลังไหลระเบิด" (บทพากย์ฉบับโมเดิร์นไนน์การ์ตูนใช้ชื่อว่า "พลังคลื่นระเบิด") ที่จะจบชีวิตศัตรูได้ในการจู่โจมแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นพลังพื้นฐานติดตัวมากับสายเลือดของอินุยาฉะคือสามารถเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ได้โดยการกระโดดในการวิ่งจนเหมือนกับเหาะได้ในชั่วระยะหนึ่ง มีพลังโจมตีของกรงเล็บในท่า"กรงเล็บคร่าวิญญาณ"กับ"กรงเล็บดาบโลหิต"ที่ใช้เลือดเป็นสื่อนำเพิ่มพลังโจมตี อีกทั้งมีประสาทการดมกลิ่นที่แม่นยำ ทว่าอินุยาฉะจะไม่มีพลังปิศาจและกลายเป็นมนุษย์ในคืนเดือนดับที่พระจันทร์หายลับไปจากท้องฟ้า จุดอ่อนคือ เดือนดับ อาหารรสจัด กลิ่นเหม็น น้ำตาผู้หญิงและคำว่า "นั่งลงเดี๋ยวนี้" ของคาโงเมะ อินุยาฉะสูง181เซนติเมตร หนัก74.1กิโลกรัม เมื่อครั้งโดนคิเคียวผนึกอินุยาฉะมีรูปลักษณ์ภายนอกอายุ 15 ปี แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมจากชีวิตสิ่งแวดล้อมสมัยเด็กที่เขายังอยู่กับมารดากับตอนเสริมในเนื้อเรื่องอะนิเมะช่วงตอนของเผ่าแมวป่าและตอนของจาเก็นที่ฝากตัวเป็นข้ารับใช้ติดตามเส็ตโชมารูเป็นช่วงหลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิตในเดอะมูฟวี่3 จะพบว่าอินุยาฉะน่าจะอายุจริงประมาณ 200(+50 ?)


ฮิงุราชิ คาโงเมะ 日暮かごめ (Higurashi Kagome)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ยูกิโนะ ซัตสึกิ, ไทย วิภาดา จตุยศพร (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
สาวมัธยมต้นธรรมดาๆอาศัยอยู่ในบ้านศาลเจ้าฮิงุราชิกับคุณปู่ คุณแม่ โซตะน้องชายและแมวเลี้ยงตัวอ้วนปุโย แต่แล้วในวันเกิดครบรอบ 15 ปี คาโงเมะถูกปีศาจตะขาบตนหนึ่งที่โผล่จากบ่อน้ำเก่าของศาลเจ้าจับลากตัวข้ามกาลเวลากลับมา 500 ปีก่อนในยุคแห่งสงคราม เพื่อที่จะพบกับ อินุยาฉะ ที่ถูกคิเคียวผนึกไว้ คาโงเมะที่จวนตัวได้ปลดผนึกอินุยาฉะออกและได้รับรู้ว่าตัวเธอคือ คิเคียว กลับชาติมาเกิดจากการที่สิ่งวิเศษซึ่งคิเคียวต้องการเผาทำลายไปพร้อมกับร่างนั้นได้ติดตามข้ามชาติภพมาปรากฏอยู่ที่ตัวคาโงเมะด้วย แต่ลูกแก้วสี่วิญญาณที่มาอยู่กับเธอมีเวลาเป็นลูกแก้วกลมๆได้ไม่นาน คาโงเมะที่มาจากยุคสมัยที่สงบสุขไม่มีความเชี่ยวชาญใดๆกับการใช้อาวุธต่อสู้เธอไม่เคยยิงธนูและได้รับความจำเป็นต้องหัดยิงมันในยุคสงครามนี้ทันที คาโงเมะและอินุยาฉะจึงได้มาเป็นคู่หูในการรวบรวมเศษลูกแก้วสี่วิญญาณหลังจากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ลูกแก้วสี่วิญญาณแตกเป็นเสี่ยงๆและกระจายไปทั่ว ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เติบโตมากับคนในครอบครัวฮิงุราชิทำให้คาโงเมะเป็นคาโงเมะที่ใจกว้างมองโลกในแง่ดีและมีจิตใจบริสุทธิ์อย่างที่คนๆหนึ่งในสมัยปัจจุบันที่มีทั้งเรื่องเรียน งานบ้าน กลุ่มเพื่อน ความรัก งานสู้กับปีศาจในยุคสงครามและปัญหาเล็กๆจากคนในครอบครัวอย่างข้ออ้างในการหยุดเรียนให้เธอของคุณปู่ จะคงมีได้ อย่างไรก็ตามในแก่นแท้ของวิญญาณคาโงเมะมีพลังในแบบของมิโกะทุกประการที่สามารถใช้ในการปัดเป่าชำระล้างความชั่วร้าย ศรธนูของเธอมีอำนาจแรงกล้าในการทำลายไอปีศาจรวมทั้งต่อสู้กับอสูรได้ฉกาจไม่แพ้อาวุธของผู้ใด หากเมื่อเธอชำนาญในพลังเทคนิควิชามากขึ้นเท่านั้นจะไม่ผิดจากมิโกะระดับสูงเช่นคิเคียวมาใช้พลังเอง ตัวคาโงเมะใช้เพียงธนูก็เพียงพอในการต่อสู้ร่วมกับอินุยาฉะและพวกพ้อง(เธอไม่ใช่สายฝึกฝนวิชาเวท) แต่คาโงเมะเป็นมิโกะผู้ไม่เคยรู้ตัวว่าเป็นมิโกะมาก่อน เธอไม่ได้เก็บงำสงบได้เท่าเทียมผู้ที่เติบโตมาพร้อมกับตำแหน่งหน้าที่ซึ่งมักฝึกอบรมจิตใจและการแสดงออกให้สงบนิ่ง จึงมีอาการแสดงความรู้สึกรู้สาหึงหวงและใส่ใจอินุยาฉะเวลาเขาทำอะไรให้เธอไม่สบายใจ คาโงเมะมักเลือกเก็บเงียบเรื่องราวคับข้องเอาไว้ ค่อยรวมยอดเล่นงานเขาทีหลัง เพราะคาโงเมะยังมีไม้เด็ดก็คือ คำสั่ง "นั่งลงเดี๋ยวนี้" ซึ่งเป็นอาคมที่จะฉุดประคำที่คอของอินุยาฉะให้เขาสงบลง หยุดการเคลื่อนไหว หรือใช้เพื่อทำโทษอินุยาฉะได้ชะงักนัก ส่วนในโลกปัจจุบันนั้นคาโงเมะมีเพื่อนสนิทชื่อว่า ยูกะ เอริ และอายูมิ และมีเพื่อนร่วมทางเพื่อไปรวบรวมลูกแก้วสี่วิญญาณคือ มิโรคุ ซังโกะ ชิปโป และคิราร่า คาโงเมะมีหนุ่มๆหลายคนที่หมายปองคือ โคงะ หัวหน้าเผ่าหมาป่าอสูร และ โฮโจคุง เพื่อนร่วมโรงเรียน คาโงเมะสูง165.5เซนติเมตร หนัก58กิโลกรัม

* Kagome Higurashi เขียนเป็นคำไทยได้สองแบบ ชื่อ かごめ คาโกเมะ หรือ คาโงเมะ และ สกุล ひぐらし ฮิกุราชิ หรือ ฮิงุราชิ


ชิปโป 七宝 (Shippo)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น วาตานาเบะ คุมิโกะ, ไทย อรุณี นันทิวาส (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
เป็นปิศาจจิ้งจอกที่ยังอยู่ในวัยเด็ก ซึ่งพ่อของเขาถูกพี่น้องไรจู (มันเต็น และ ฮิเต็น) ฆ่าตาย ทีแรกต้องการมาขโมยลูกแก้วสี่วิญญาณของคาโกเมะเพื่อไปแก้แค้นให้พ่อแต่ได้อินุยาฉะมาช่วยแก้แค้นให้ ชิปโปจึงถืออินุยาฉะเป็นผู้มีพระคุณและร่วมเดินทางมากับพวกอินุยาฉะมาตลอด แต่ดูเหมือนจะสนิทกับคาโกเมะมากกว่าเพราะถูกอินุยาฉะแกล้งอยู่เป็นประจำ ชิปโปมีวิชาแปลงร่างได้ ชอบวาดภาพระบายสี เจ้าชู้เล็กๆ ถึงจะยังเป็นเด็กแต่บางครั้งก็กล้าหาญไม่เบาเลย




เกี่ยวเนื่อง : เส็ตโชมารู[แก้]

เส็ตโชมารู 殺生丸 (Sesshomaru)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น นาริตะ เคน, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
พี่ชายต่างมารดาของอินุยาฉะที่ไม่ลงรอยกันเท่าไหร่นัก เป็นอสูรผู้เย็นชาและอำมหิต ใครที่ระรานขวางทางเขาไม่ลังเลที่จะสังหารมันหรือพวกมันทิ้งโดยไม่เลือกเพศหรือเผ่าพันธุ์ เนื่องจากเป็นอสูรชั้นสูงในมวลหมู่อสูรเส็ตโชมารูมีลักษณะที่หยิ่งทรนงในพลังที่มี เวลาสู้กับศัตรูเขาจะเลือกใช้พลังเพียงขั้นต่ำแค่ให้พอเหมาะสมกับคู่ต่อสู้ที่เขาประเมินก่อน เส็ตโชมารูที่มักเรียกตนว่า"พี่ชายผู้นี้"กับอินุยาฉะ ในระหว่างการแย่งชิง "ดาบเขี้ยวอสูร" (เท็ตไซกะ) ที่สุสานของบิดาเส็ตโชมารูพลาดท่าแก่ดาบโดนน้องชายซึ่งเขากล่าวปรามาสใช้ดาบเขี้ยวอสูรตัดแขนซ้ายขาด เส็ตโชมารูเองนั้นมี "ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น" (เท็นเซย์กะ) ที่บิดาตั้งใจยกให้อยู่แล้ว ดาบเล่มนี้มีอิทธิฤทธิ์ช่วยชุบชีวิตผู้ที่ตายไปแล้วให้กลับมีชีวิตได้นับร้อยด้วยการกวัดแกว่งเพียงครั้งเดียว แต่มันไม่ได้เป็นที่ปรารถนาของเขาด้วยมันไม่สามารถใช้ในการสังหารผู้ใดในโลก แต่ก็ด้วยพลังของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นนี้เองเมื่อเส็ตโชมารูได้พบกับ ริน เด็กหญิงตัวน้อยผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยดูแลรักษาเขาที่บาดเจ็บจากการปะทะกับพลังดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ เธอโชคร้ายถูกสมุนเผ่าหมาป่าปีศาจฆ่าตายเส็ตโชมารูใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นเป็นครั้งแรกในการฟื้นชีวิตของรินและยินยอมให้เธอติดตามเขาไปด้วย นับจากนั้นแม้จะเล็กน้อยแต่การแสดงออกของเส็ตโชมารูได้เปลี่ยนไปเขาเริ่มเข้าใจบิดาและอินุยาฉะ เริ่มมีความรู้สึกรับรู้ต่อผู้คนที่ทุกข์ทนลำบาก มีจิตใจเมตตาที่ดีขึ้น รู้จักโกรธรู้จักเห็นใจผู้อื่น ในภายหลังดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่ไร้พลังโจมตีสิ่งมีชีวิตมาตลอดได้ท่าไม้ตาย "จันทร์เสี้ยวปรภพ" (เมโด ซันเกตสึฮะ) เมื่อฟันออกไปจะเปิดโพรงปรภพขนาดมหึมาดูดคู่ต่อสู้ไปยังปรโลก ทว่าสุดท้ายเส็ตโชมารูก็ปล่อยวางละทิ้งความต้องการในดาบเขี้ยวอสูรพลังนี้ได้ย้ายไปรวมที่ดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ เมื่อเข้าถึงตนเองเส็ตโชมารูได้รับดาบที่เป็นของเขาเองอย่างแท้จริง "ดาบเขี้ยวดินระเบิด" (บาคุไซกะ) ซึ่งสร้างมาจากพลังอสูรของตัวเขาเองพร้อมกับแขนข้างซ้าย นอกจากนั้นความสามารถพื้นฐานของเส็ตโชมารูคือมีประสาทรับกลิ่นที่ยอดเยี่ยม สามารถเหาะเหินไปในอากาศ ความเร็วการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนเห็นเป็นภาพติดตา และทักษะกรงเล็บกับพิษ ทั้งเล็บพิษแส้พิษ(แม้แต่น้ำลายก็มีพิษร้ายแรงอย่างที่ใช้ในร่างอสูรที่เขาจะเล่นงานอินุยาฉะตอนแรกๆ)ความสามารถพิษนี้อยู่ในรูปแบบใช้งานแบบเลือกใช้หรือไม่ใช้ได้ตามต้องการ กระทั่งหางทั้งสองของเขาซึ่งมองเผินๆอาจนึกว่าเป็นเครื่องประดับเสริมบารมีที่พันพาดบ่าด้านขวาโดยปกติในร่างมนุษย์เส็ตโชมารูยังเคยใช้มันจับอินุยาฉะม้วนแล้วเหวี่ยงอินุยาฉะออกไปทว่าเห็นได้ชัดเส็ตโชมารูมีความไว้ตัวรวมถึงหางปุยๆนุ่มนิ่มนี้(นิยามหางฟูฟ่องนุ่มนิ่มโดยจาเก็น)นอกจากการใช้จับอินุยาฉะก็ไม่ได้ใช้ออกกับคู่ต่อสู้อื่นอีก ด้วยอุปนิสัยถือสันโดษกับบุคลิกสูงส่งนิ่งเฉยเส็ตโชมารูมีระยะห่างที่ไม่อนุญาตให้ใครมาเข้าใกล้ชิดได้และอย่างมีความเป็นผู้ดีชั้นสูงครบถ้วนเขาไม่ไปใกล้ชิดถูกต้องตัวใครนอกเหนือการจะฆ่าหรือต่อสู้ ทั้งนี้ยังมีบางบุคคลอย่าง ข้ารับใช้ปีศาจผู้ติดตามเขามาอย่างยาวนาน จาเก็น คนในครอบครัว อินุยาฉะที่ยังไงก็เป็นน้องชาย คนที่เขายอมรับว่าจะมาเป็นคนในครอบครัว คาโกเมะคนรักของอินุยาฉะ และ รินที่เขาห่วงแหน(ปกติเขาได้ปกปิดมันไว้)ที่เส็ตโชมารูให้ความใกล้ชิดในรูปแบบของเขาด้วยตนเอง และการที่มีคุณสมบัติร่างกายอันแข็งแกร่งพลังอสูรมหาศาลอยู่แล้วเส็ตโชมารูไม่เคยมีสิ่งต้องการอื่นใด เขาไม่ได้สนใจลูกแก้วสี่วิญญาณแม้แต่น้อย แต่อย่างไรก็ตามเส็ตโชมารูกลับกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ที่ออกตามล่านาราคุเป็นด้วยใจความประโยคเดียว "ข้าไม่อภัยให้มัน" ที่ได้เป็นคำตอบให้กับคำถามของอินุยาฉะที่ถามในเรื่องนี้ เส็ตโซมารูสูง187.42เซนติเมตรหนัก78กิโลกรัมไม่นับรวมเกราะ มีรูปลักษณ์ในร่างมนุษย์เหมือนอายุเพียง 19 ปี อายุจริงอยู่ที่ 500(+???)

* Sesshomaru เขียนเป็นคำไทยได้อยู่หลายวิธีตามการออกเสียงสูงเสียงต่ำ せっ sess (เส็ต, เซ็ช, เซช, เซซ ,เซส) しょう shou (โช) まる maru (มารุ , มารู) แล้วแต่ผู้แปลสันทัดถนัดรูปแบบใด ตราบใดที่ไม่ผิดหลักการออกเสียงของการทับศัพท์ :

ตัวพิมพ์ของชื่อในไทยที่ไม่ตรงกันของผู้แปลแต่ละค่ายที่ใช้ในทีแรกจากเล่มเปิดตัวไม่นานการแปลเรื่องนี้ตีพิมพ์ในไทยต่อๆมาได้ข้อสรุปเป็นรูปแบบอักษร "เส็ตโชมารู" ที่ได้ใช้เป็นชื่อทับศัพท์ที่สอดคล้องตรงกันจากทั้งฝั่งมังงะและฝั่งอะนิเมะของค่ายลิขสิทธิ์


ริน りん (Rin)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น มามิโกะ โนโตะ, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
เดิมเธอเป็นเด็กหญิงชาวบ้านธรรมดาแต่ต้องมาเห็นพ่อแม่ถูกโจรป่าฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตาจึงช็อคจนพูดไม่ได้ จนวันหนึ่งโชคชะตานำพาให้รินไปพบ เส็ตโชมารู ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาจากการปะทะกับพลังของดาบเขี้ยวอสูร เธอยื่นมือเข้าไปช่วยรักษาเยียวยาบาดแผลเขา แม้แรกเจอรินได้รับการขู่ขวัญอย่างน่าหวาดกลัวจากเส็ตโชมารูแต่ท่าทางน่ากลัวนั้นหาได้มีผลกับรินไม่จนเมื่อเส็ตโชมารูหันมาสนใจถามไถ่บาดแผลที่เธอได้มาอย่างสงสัย รินได้ส่งรอยยิ้มบริสุทธิ์ของความดีใจให้กับเขา แต่ต่อมาเมื่อรินกลับหมู่บ้านเธอโชคร้ายถูกสมุนเผ่าหมาป่าปีศาจของโคงะฆ่าตาย จากนั้นโลกของรินก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมื่อรินได้เส็ตโชมารูใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นช่วยชุบดึงชีวิตกลับมาจากความตาย เธอจึงได้คอยติดตามเส็ตโชมารูไปตลอดเวลาและกลับมาพูดได้ดังเดิม รินได้รับการดูแลที่ให้อิสระในการเลือกใช้ชีวิตในแบบของเธอที่เป็นตัวเธอเองอยู่ภายในสายตาการรับรู้ของเส็ตโชมารู และเป็นศัตรูที่เจ้าเล่ห์หัวไวเช่นนาราคุที่จับทางถูกได้เป็นรายแรกรินถูกมุ่งนำมาเป็นแผนเผื่อทางรอดไว้ทางหนึ่งที่เลิศล้ำดียิ่ง ในการที่เส็ตโชมารูหันมาออกตามล่านาราคุอย่างจริงจังในเส้นทางทำให้รินได้พบปะรู้จักกับพวกอินุยาฉะคาโกเมะ ตอนที่จาเก็นไม่สบายรินที่ยังเป็นเพียงเด็กมนุษย์ตัวเล็กๆได้ขันอาสาตั้งใจไปหายารักษามาให้ เธอเป็นห่วงโกฮาคุเพื่อนวัยใกล้เคียงกันที่เคยเกือบฆ่าเธอว่าจะโดนเส็ตโชมารูฆ่าและการแสดงออกเล็กๆของเธอเป็นที่รับรู้ของเส็ตโชมารูตลอดเวลา ด้วยจิตใจที่สดใสซื่อตรงและกล้าหาญรินมีอย่างหนึ่งเล็กๆน้อยๆที่เธอมักทำเป็นกิจวัตร รินมัก "เก็บดอกไม้ไปให้ท่านเส็ตโชมารู" เป็นเรื่องปกติอย่างสม่ำเสมอ ความอบอุ่นมีเมตตากับความน่ารักของรินมีผลต่อการเปลี่ยนในทางที่ดีของเส็ตโชมารูแม้เขาจะทำอ้างไม่สนใจแต่เธอได้รับการใส่ใจมองหาให้รินหลบไปอยู่ในที่ปลอดภัยเวลาที่เส็ตโชมารูรู้ว่าต้องออกไปต่อสู้ที่อันตรายโดยรินจะมีอะอุนคอยรั้งอยู่ดูแล ในเรื่องความปลอดภัยของเธอเส็ตโชมารูมีตอบสนองไวมากเขาไม่ใช้พิษเมื่อมีรินอยู่ใกล้และเขาพยายามไม่ฆ่าใครต่อหน้ารินยกเว้นจำเป็น ทว่าในการฝึกจันทร์เสี้ยวปรภพให้สำเร็จท่านแม่ของเส็ตโชมารูได้ฉวยใช้สาวน้อยคนนี้มาเล่นงานบุตรชายในการทดสอบ ที่โลกปรภพเธอนั้นหมดลมหายใจลงทั้งยังไม่สามารถใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นชุบชีวิตขึ้นมาอีกทำให้เส็ตโชมารูตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสิ่งใดที่มีค่ากับเขาจริง หลังจากการตามล่านาราคุจบสิ้นรินได้ถูกฝากไว้ในความดูแลของ คาเอดะ โดยเส็ตโชมารูแวะเวียนมาเยี่ยมและนำของกำนัลมามอบให้รินเป็นครั้งคราว รินพบและเริ่มติดตามเส็ตโชมารูในตอนที่เธออายุ 7 ปี ซึ่งนับว่ารินเป็นจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวที่เส็ตโชมารูเต็มใจหาให้ตนเอง แต่ด้วยดีกรีความโหดของเส็ตโชมารูความสำคัญของรินต่อเส็ตโชมารูในเรื่องนี้ใครๆจึงไม่อาจก้ำเกินประเมินเป็นคำพูดออกมาได้ง่ายดายโจ่งแจ้งนัก(เว้นเส็ตโชมารูจะยอมสารภาพออกมาเอง ใน Inuyasha CD Drama - Asatte)


จาเก็น 邪見 (Jaken)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ยูอิจิ นากาชิมา, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
จาเก็นเป็นปิศาจรับใช้ที่คอยติดตามเส็ตโชมารู จงรักภักดีต่อเส็ตโชมารูมากแต่มักจะโดนเส็ตโชมารูแสดงท่าทีเย็นชาโหดร้ายใส่อยู่เสมอ เขาจึงต้องคอยสังเกตดูสีหน้าของเส็ตโชมารูตลอดเวลา จาเก็นมีอาวุธเป็นไม้เท้าหัวคน ไม้เท้านี้ของจาเก็นสามารถพ่นไฟที่ร้ายแรงมากจนสามารถทำลายอะไรที่อยู่เบื้องหน้าไม้เท้านั้นให้ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่านได้ หลังจากมีรินมาติดตามเส็ตโชมารูด้วยหน้าที่ที่จาเก็นที่ได้รับเป็นพี่เลี้ยงคอยอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนเล่นและดูแลความปลอดภัยให้รินร่วมกับอะอุนในระหว่างที่เส็ตโชมารูมีเรื่องให้ออกไปที่อื่นซักพัก ตัวของจาเก็นเล็กจ้อยกว่ารินที่เป็นเด็กมนุษย์เสียอีก และเมื่อจาเก็นเจอกับอินุยาฉะ เขาก็โดนอินุยาฉะซ้อม จาเก็นเคยพูดไว้ตอนหนึ่งว่าเขาได้ติดตามเส็ตโชมารูมาแล้วหลายร้อยปีและได้ผ่านร้อนผ่านหนาวในโลกนี้มากว่า3000ปี ซึ่งตัวเลขนี้เป็นการโม้ข่มชาวบ้าน(แท้จริงอายุของจาเก็นยังไม่ถึงหลักพัน) แต่อาจเป็นเพราะติดตามเป็นข้ารับใช้เส็ตโชมารูมานานมากจริงๆเขาสามารถใช้เซ้นส์คาดเดาอารมณ์ความคิดของเส็ตโชมารูได้อย่างแม่นยำ โดยบางครั้งจาเก็นก็พูดความในใจของเจ้านายออกมาได้ตรงเผงมากจนเกินไปจึงโดนเส็ตโชมารูลงโทษอย่างโหดร้ายและเย็นชา กระนั้นถึงบางครั้งจาเก็นเพียงนินทาใส่ไฟเจ้านายด้วยความคิดเห็นส่วนตัวจากระยะไกลๆหรือแอบใส่ไฟอยู่แค่ในใจโดยไม่ได้พูดออกมาเส็ตโชมารูก็เหมือนจะรับรู้ได้เช่นกันแล้วจาเก็นก็โดนลงโทษอย่างโหดร้ายและเย็นชาอยู่ดี


อะ-อุน 阿吽 (A-Un)[แก้]

สัตว์อสูรลักษณะคล้ายม้ามังกร มีสองหัว ขวา"อะ" ซ้าย"อุน" สามารถยิงพลังงานรูปแบบสายฟ้าออกมาจากปากและพลังในการควบคุมสภาพอากาศขนาดย่อม เป็นสัตว์อสูรพาหนะที่เหาะเหินเดินอากาศได้ซึ่งเส็ตโชมารูนำมาใช้(!นั่งเล่น) เริ่มปรากฏตัวในอะนิเมะปีที่2 หลังจากนั้นไม่นานก็มีรินมาอยู่ด้วยเส็ตโชมารูก็เหมือนจะยกสัตว์ปีศาจตนนี้ให้รินไปโดยสารไป ชื่อ "อะ-อุน" นี้รินก็เป็นผู้ตั้งให้และใช้เรียกกันต่อมา อะ-อุนไม่ค่อยเชื่อฟังจาเก็น ซึ่งผิดกับที่เชื่อฟังเส็ตโชมารูกับริน หรือแม้แต่โกฮาคุที่เข้ามาเดินทางด้วยภายหลังอยู่พักหนึ่ง อะ-อุนเป็นสัตว์อสูรที่เป็นมังสวิรัติและค่อนข้างใจดี




เกี่ยวเนื่อง : คิเคียว[แก้]

คิเคียว 桔梗 (Kikyo)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ฮิดากะ โนริโกะ, ไทย ศรีอาภา เรือนนาค (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
มิโกะผู้คุ้มครองลูกแก้วสี่วิญญาณให้สะอาดบริสุทธิ์ คิเคียวเป็นมิโกะที่มีเก่งกาจทางพลังวิญญาณสูงที่สุดของช่วงเวลายุคสงครามนั้น ฐานะมิโกะของเธอเป็นตำแหน่งของหญิงสาวที่ได้รับความเคารพนับถือจากชาวบ้านและเป็นที่น่าหวาดเกรงของอสูรปีศาจทั่วไปแต่ก็ยังมีปีศาจและมนุษย์ที่ชั่วร้ายพวกที่กล้าตายอยู่บ้างบางพวกที่ต้องการมาชิงลูกแก้วสี่วิญญาณจากเธอ คิเคียวมีบุคลิกสุขุมจริงจังไม่แสดงออกในสีหน้าท่าทางมากนักเธอมีใบหน้านิ่งสงบและเรียบเฉยนอกจากคอยปกป้องลูกแก้วสี่วิญญาณเธอยังเป็นมิโกะผู้โอบอ้อมอารีที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านอีกด้วย แต่สถานะมิโกะนี้จะคงอยู่แค่ก่อนเมื่อใดหญิงสาวผู้นั้นแต่งงานออกไปใช้ชีวิตกับคนรักแม้จะยังคงมีพลังวิญญาณอยู่แต่จะเป็นการสิ้นสุดความเป็นมิโกะ คิเคียวที่มีความรักให้กับอินุยาฉะและต้องการอยู่กับอินุยาฉะเท่ากับเธอได้เลือกแล้วว่าต้องการสละตำแหน่งหน้าที่ความเป็นมิโกะมาเป็นเพียงคนธรรมดา แต่เธอพลาดจากสิทธิที่จะใช้ชีวิตแบบหญิงสามัญชนที่มีความสุขด้วยแผนร้ายของนาราคุ ทำให้คิเคียวผิดใจกับอินุยาฉะและได้ผนึกอินุยาฉะไว้ แล้วด้วยบาดแผลร้ายแรงคิเคียวสิ้นชีวิตไปพร้อมกับความพยายามทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายที่จะปกป้องรักษาลูกแก้วสี่วิญญาณโดยให้ คาเอเดะ น้องสาวของเธอเผาลูกแก้ววิเศษไปพร้อมร่างของเธอ 500 ปีต่อมาคิเคียวได้กลับชาติมาเกิดเป็น คาโกเมะ และจากนั้นไม่นานเมื่อคาโกเมะถูกปีศาจนำพากลับมาที่ยุคสงคราม เป็น 50ปี หลังการตายของคิเคียว แล้วคิเคียวก็ถูกทำให้ฟื้นคืนขึ้นมาด้วยรูปลักษณ์กายหยาบเดิมอีกครั้งด้วยน้ำมือของปีศาจอุราซึเอะเป็นร่างที่มีรูปกายเสมือนมนุษย์สมัยมีชีวิตที่ได้สร้างขึ้นจากเถ้ากระดูกและดินสุสานเพื่อให้เธอตามหารวบรวมเศษลูกแก้วสี่วิญญาณที่แตกกระจาย คิเคียวซึ่งกลับมาในโลกด้วยวิญญาณความโกรธแค้นพร้อมทั้งอำนาจเดิมอันร้ายกาจที่เธอมี คำสั่งบงการนั้นได้รับการปฏิเสธและคิเคียวตอบแทนปีศาจที่หาญกล้าปลุกชีพเธอให้ฟื้นมารับรู้ความทุกข์อีกครั้งด้วยการฆ่าทิ้ง และปลีกวิเวกเดินทางออกไปแก้แค้นนาราคุตามลำพังหลังจากที่รู้ความจริงว่าโศกนาฎกรรมระหว่างเธอกับอินุยาฉะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันคิเคียวซึ่งยังมีใจให้อินุยาฉะอยู่ก็มักจะออกโรงมาช่วยเหลืออินุยาฉะอยู่เสมอ ต่อมาภายหลังเธอถูกความชั่วร้ายในใยแมงมุมของนาราคุเข้าครอบงำจิตใจจึงไม่สามารถชำระล้างลูกแก้วและช่วยโกฮาคุได้ คิเคียวจึงฝากโกฮาคุไว้ใต้การดูแลของคาโกเมะและในความอ่อนแอก่อนหมดสิ้นพลังเธอใช้พลังวิญญาณเฮือกสุดท้ายที่จะสะกดนาราคุให้ตายตกไปตามกันแต่มันไม่สำเร็จเพราะในตอนนั้นความชั่วร้ายของนาราคุที่ได้ครอบครองลูกแก้วสี่วิญญาณมีมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามคาโกเมะได้ใช้ธนูแห่งเขาอัซซึสะชำระล้างความชั่วร้ายในตัวของคิเคียวและช่วยจิตวิญญาณของเธอเอาไว้ได้ คิเคียวจึงไม่ต้องใช้เวลาในวาระสุดท้ายแต่เพียงลำพังและได้จากภพนี้ไปอีกครั้งภายในอ้อมกอดของ อินุยาฉะ ชายคนที่เธอรัก คิเคียวสูง158เซนติเมตรหนัก50.3กิโลกรัม ก่อนสิ้นชีวิตอายุของคิเคียวคือ 18 ปี


คาเอเดะ 楓 (Kaede)[แก้]

น้องสาวของคิเคียวรับหน้าที่เป็นมิโกะผู้ดูแลหมู่บ้านต่อจากพี่สาว หลังจากคิเคียวตายและอินุยาฉะถูกผนึกอยู่ที่ต้นไม้เวลาล่วงผ่านไปถึง50ปี คาเอเดะก็ได้แก่ชราลง หลังจากคาโกเมะมาที่ยุคสงครามคาเอเดะเป็นผู้คอยให้คำแนะนำต่างๆแก่พวกอินุยาฉะเสมอ


แมลงส่งวิญญาณ 死魂虫 (Shini dama chuu)[แก้]

ชินิดามะจู ถูกคิเคียวนำมาใช้ดูดวิญญาณของหญิงสาวที่ตายแล้วมาให้ตนเพื่อใช้ในการคงรักษาสภาพการยึดโยงระหว่างกายหยาบกับวิญญาณ แมลงส่งวิญญาณมีลักษณะลำตัวยาว คล้ายงูและมีสีขาวเรืองแสงเปล่งประกาย


อาสุกะ 飛鳥 Asuka[แก้]

หนึ่งในสองชิกิกามิของคิเคียว อะสุกะ เกิดมาจากกระดาษพับรูปนก เป็นรูปแบบเด็กหญิงสวมชุดสีฟ้าอ่อน ทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ช่วยเหลือความสะดวกแก่คิเคียวในตอนที่เธอเริ่มจะอ่อนแอมากแล้ว สามารถใช้ส่งสาร สืบข่าว แม้ชิกิกามิเป็นศาสตร์แขนงวิชาของอนเมียวโด หากว่าคิเคียวผู้เป็นมิโกะก็ได้เคยเรียนรู้และใช้มันได้ดี


คุโจ 胡蝶 (Kochō)[แก้]

หนึ่งในสองชิกิกามิของคิเคียว คุโจ เกิดมาจากกระดาษพับรูปผีเสื้อ เป็นรูปแบบเด็กหญิงสวมชุดสีเหลืองอ่อน ทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ช่วยเหลือความสะดวกแก่คิเคียวในตอนที่เธอเริ่มจะอ่อนแอมากแล้ว สามารถใช้ส่งสาร สืบข่าว แม้ชิกิกามิเป็นศาสตร์แขนงวิชาของอนเมียวโด หากว่าคิเคียวผู้เป็นมิโกะก็ได้เคยเรียนรู้และใช้มันได้ดี บทบาทของพวกเธอจบลงโดยการปกป้องโกฮาคุจากการตามสังหารชิงเศษลูกแก้วของเบียคุยะที่เป็นร่างแบ่งภาคสุดท้ายของนาราคุ




เกี่ยวเนื่อง : มิโรคุ[แก้]

มิโรคุ 弥勒 (Miroku)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น ทาคางิ โมโตกิ, ไทย มนูญ เรืองเชื้อเหมือน (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
นักบวชซึ่งมีพลังวิชาของสายอาชีพอย่างที่ใช้การได้สามารถใช้ปราบปีศาจส่งวิญญาณหาเลี้ยงปากท้องได้ด้วยสัจจริงเขากลับเพียงเป็นนักบวชทุศีลจอมลามกที่จีบผู้หญิงไปวันๆ ไม่ว่าเจอผู้หญิงสวยๆที่ไหนเขาก็มักจะพูดว่า "ช่วยคลอดลูกให้ข้าสักคนได้มั้ยครับ" จนติดเป็นนิสัย แต่ว่าหลังจากได้พบกับซังโกะ มิโรคุมีเพียงซังโกะเป็นคนที่เขารักอย่างจริงจังแม้จะยังไม่ทิ้งลายคำพูดติดปากติดนิสัยเดิมเลยก็ตาม มิโรคุมีไม้ตายเฉพาะเจาะจงคือ"ช่องว่างแห่งลม" ที่ถ้าไม่จำเป็นเขาไม่อยากเลือกใช้ เขาตัดสินใจร่วมเดินทางไปกับพวกอินุยาฉะเพื่อจะปราบนาราคุเพราะคำสาปที่สืบทอดในตระกูลจากที่ปู่ของเขาถูกนาราคุสาปให้มีช่องว่างแห่งลมที่มือและมันเป็นคำสาปที่จะสืบทอดไปยังลูกหลานจนกว่านาราคุจะถูกกำจัด โดยช่องว่างแห่งลมสามารถดูดทุกสิ่งให้หายเข้าไปในความว่างเปล่า แต่อย่างร้ายแรงสำหรับผู้ใช้เองตรงที่ช่องว่างแห่งลมจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายจะดูดกลืนร่างกายเจ้าของเองโดยไม่มีเหลือแม้แต่ส่วนเดียว ภายหลังในตอนจบของเรื่อง คำสาปช่องว่างแห่งลมได้ถูกทำลายลงและมิโรคุก็ได้ร่วมชีวิตครอบครัวกับซังโกะโดยมีลูกสาวฝาแฝดและลูกชายอีกหนึ่งคน มิโรคุสูง178เซนติเมตรหนัก78กิโลกรัม ในตอนที่เข้าร่วมกลุ่มพวกอินุยาฉะ มิโรคุอายุ 18 ปี


ฮาจิ 八衛 (Hachi) , ฮาจิมอน 八衛門 (Hachiemon)[แก้]

ปีศาจทานุกิที่ไม่มีพลังต่อสู้ เป็นลูกน้องของมิโรคุ ถึงต่อสู้ไม่ได้ฮาจิก็พอสามารถแปลงร่างตัวใหญ่ขึ้นในรูปแบบคล้ายมะระสีเหลืองลอยได้ให้มิโรคุโดยสาร ฮาจิเป็นปีศาจที่มีนิสัยสุภาพ


มุชิน 夢心 (Mushin)[แก้]

เป็นนักบวชชินโตผู้สูงอายุที่เลี้ยงดูมิโรคุมา หลังจากที่พ่อของมิโรคุถูกช่องว่างแห่งลมดูดกลืนชีวิตและร่างกายไป เขายังคงอยู่ดูแลที่วัดและเก็บรักษาบริเวณซึ่งพ่อและปู่ของมิโรคุได้เสียชีวิตไว้ นานๆมิโรคุก็จะแวะไปหาเขาซักทีแต่ไปทีไรก็เห็นดื่มเหล้าหัวราน้ำตลอดทุกที


มิยาสุ 弥萢 (Miyatsu)[แก้]

ปู่ของมิโรคุ นักบวชฝีมือเก่งฉกาจเป็นผู้ที่ถูกนาราคุสาปแช่ง และนับเป็นคนแรกของสายตระกูลที่มีช่องว่างแห่งลม ถัดจากเขาเป็นพ่อของมิโรคุและส่งทอดมาถึงมิโรคุ มิยาสุได้ทำการต่อสู้กันหลายครั้งกับนาราคุ ในแต่ละครั้งนาราคุจะมาในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันโดยในตอนที่เขาถูกสาปแช่งนาราคุอยู่ในคราบร่างผู้หญิง และมิยาสุก็เป็นผู้ผนึกคากุยะไว้ในกระจกแห่งชีวิตเมื่อห้าสิบปีก่อนอีกด้วย(คากุยะ มีบทบาทใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่2) มิยาสุตายจากการถูกช่องว่างแห่งลมที่มือตนเองดูดเข้าไป




เกี่ยวเนื่อง : ซังโกะ[แก้]

ซังโกะ 珊瑚 (Sango)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น คุวาชิมะ โฮโกะ, ไทย ศรีอาภา เรือนนาค (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
นักล่าปีศาจสาวฝีมือดีที่ถูกนาราคุหลอกไปทำร้ายจนปางตายด้วยน้ำมือของ โกฮาคุ ผู้เป็นน้องชายตัวเองซ้ำยังถูกนาราคุเป่าหูว่าทุกคนในหมู่บ้านซังโกะถูกล้างเผ่าพันธุ์ด้วยเป็นฝีมือของอินุยาฉะ ทำให้ซังโกะโกรธแค้นตามไปล้างแค้นกับอินุยาฉะ แต่เมื่อหลังจากรู้ความจริง ซังโกะจึงเข้าร่วมกับอินุยาฉะเพื่อกำจัดนาราคุ ต่อมาได้ตกลงเป็นคู่รักกับมิโรคุ พร้อมกับสัญญากันว่าจะแต่งงานกันเมื่อแก้แค้นนาราคุได้แล้ว มีอาวุธประจำกายคือ กระดูกบิน (บูมเมอแรงยักษ์) ในตอนท้ายสุดของเรื่องเธอตกลงแต่งงานสร้างครอบครัวกับมิโรคุ ทั้งสองมีลูกๆด้วยกัน 3 คน เป็นลูกสาวฝาแฝดและลูกชายอีกหนึ่งคน ซังโกะสูง173เซนติเมตร หนัก 65 กิโลกรัม ในตอนที่เข้าร่วมกลุ่มพวกอินุยาฉะ ซังโกะอายุ 16 ปี


คิราร่า 雲母 (Kirara)[แก้]

เป็นสัตว์คู่ใจของซังโกะ คิราร่าได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านของซังโกะตั้งแต่ซังโกะยังไม่เกิด และยังมีคนเชื่อว่าคิราร่ายังเคยเป็นสัตว์คู่ใจของมิโกะนามว่า มิโดริโกะ ผู้ที่เคยปกป้องหมู่บ้านจากพวกปีศาจและเป็นผู้ที่สร้างลูกแก้วสี่วิญญาณขึ้นมา คิราร่านั้นมี 2 ร่าง ร่างหนึ่งคือคล้ายแมวตัวเล็กๆน่ารัก แต่อีกร่างหนึ่งคือแมวปีศาจที่มีร่างกายใหญ่โต สามารถเหาะลอยในอากาศได้ และนอกจากเป็นเพื่อนร่วมรบคู่ใจของซังโกะแล้ว คิราร่ายังเป็นพาหนะให้ซังโกะ มิโรคุ และ คาโงเมะ (ในตอนที่อินุยาฉะไปพบคิเคียว) ขี่ได้อีกด้วย


โกฮาคุ 琥珀 (Kohaku)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น อากิโกะ ยาจิมา, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
น้องชายของซังโกะ เขาถูกนาราคุควบคุมจิตใจให้ฆ่าพ่อและพวกพ้องของตัวเอง และยังลบความทรงจำของโกฮาคุ เพื่อใช้ให้โกฮาคุจัดการกับซังโกะและพวกอินุยาฉะ แต่ภายหลังก็ได้ความทรงจำกลับคืนมาแต่ไม่เอ่ยปากบอกใครเพื่อหาจังหวะเพื่อจะจัดการกับหัวใจของนาราคุ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ซังโกะโกรธแค้นนาราคุมาก โกฮาคุได้ร่วมมือกับคากุระในการทรยศนาราคุ แต่นาราคุรู้ทันจึงสังหารคากุระซะ ก่อนที่คากุระจะถูกฆ่าได้ใช้ขนนกพาโกฮาคุหนีไป ต่อมาโกฮาคุก็ไปหลบอยู่กับคิเคียวแต่ตอนที่นาราคุคิดจะใช้ใยแมงมุมเพื่อที่จะให้จิตใจของคิเคียวมัวหมองจึงให้โกฮาคุหนีไปโดยให้มีชิกิกามิคอยติดตาม แต่นาราคุรู้ทันจึงส่งเบียคุยะมาดักกลางทางแต่ก็ได้เส็ตโชมารูมาเจอและช่วยไว้(เหมือนไม่ได้ตั้งใจ)จึงได้มาอยู่กับเส็ตโชมารูในที่สุด ในตอนจบของเรื่อง โกฮาคุออกผจญโลกกว้างเพียงลำพังเพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็นนักล่าปีศาจที่เก่งกาจที่สุด

* Kohaku เขียนเป็นคำไทยได้สองแบบ ชื่อ こはく โกฮาคุ หรือ โคฮาคุ


ชาโก シャコ (Shako)[แก้]

ปู่ของซังโกะและโกฮาคุ 50ปีก่อนเป็นผู้ที่ฆ่าปีศาจตะขาบตัวเดียวกับที่ดึงคาโกเมะมาที่โลกยุคสงคราม ชาโกเป็นผู้ส่งมอบลูกแก้วสี่วิญญาณไปให้คิเคียวพิทักษ์รักษา และเช่นเดียวกับซังโกะหลานสาวเขามีอาวุธที่สร้างขึ้นมาจากกระดูกของปีศาจคือกระดูกบิน คิราร่าเคยเป็นคู่หูของเขา




เกี่ยวเนื่อง : นาราคุ[แก้]

นาราคุ 奈落 (Naraku)[แก้]

ให้เสียงโดย
ญี่ปุ่น โยชิยูกิ โมริกาวา, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))
นาราคุเป็นครึ่งปีศาจที่เกิดจากแรงอาฆาตของโจรป่าโอนิงูโมะ( 鬼蜘蛛 Onigumo) ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสแต่ได้คิเคียวมาช่วยเอาไว้หลังจากโดนเผาไฟทั้งตัวหลังจากที่ถูกจับห่อเสื่อโยนลงไปในเหวลึกที่เรียกกันว่า "นาราคุ" (นรก) เพราะหักหลังพวกพ้อง โอนิคุโมะจึงหลงรักคิเคียวอย่างสุดหัวใจและต้องการแย่งคิเคียวจากอินุยาฉะ จึงเสนอพลังวิญญาณให้ปีศาจหลายร้อยหลายพันตัวเข้ากัดกินสิงสู่ในร่างกายกลายเป็นครึ่งปีศาจนาราคุ แต่จิตใจปีศาจของนาราคุก็บดบังความรู้สึกนึกคิดของโอนิงุโมะจนหมดจนกลายเป็นว่านาราคุวางแผนให้อินุยาฉะและคิเคียวฆ่ากันเองเพื่อช่วงชิงลูกแก้วสี่วิญญาณ นาราคุเป็นจอมวางแผน นิยมทำความชั่วช้าโดยไม่ให้มือตัวเองแปดเปื้อน เจ้าเล่ห์เพทุบาย เขาเป็นตัวละครบอสฝ่ายร้ายที่มีการพัฒนาความสมบูรณ์ของร่างเพิ่มมากขึ้นเกือบตลอดตามลำดับการผลัดเปลี่ยนคัดแยกคราบร่างปีศาจในตนออกไปใช้ประโยชน์ สามารถแบ่งร่างออกมาใช้งานได้หลายรูปแบบโดยมีสัญลักษณ์ประจำตัวเป็นรูปแมงมุมที่กลางหลัง หรือคัดแยกตัวตนปีศาจส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์ออกเพื่อหาความสมบูรณ์ของร่างที่เป็นที่สุดตามต้องการ มีพลังความสามารถหลักคือการสร้างไอพิษและอาคมคลุมกายรูปทรงกลมที่ใช้ช่วยในการเหาะกางเป็นเขตอาคมป้องกันการโจมตีจนถึงใช้รวบรวมชิ้นส่วนประกอบร่างกลับขึ้นมาใหม่


ไซเมียวโช 最猛勝 (Saimyōshō)[แก้]

เป็นแมลงพิษที่มาจากขุมนรก มีพิษร้ายแรง ถูกนาราคุนำมาใช้ประโยชน์ในการทำลายช่องว่างแห่งลมของมิโรคุ โดยเมื่อไหร่ที่มิโรคุใช้ช่องว่างแห่งลม ไซเมียวโชก็จะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับบินเข้าไปในช่องว่างแห่งลมทันทีและนอกจากจะทำลายช่องว่างแห่งลมของมิโรคุได้แล้วไซเมียวโชยังสามารถสะกดรอยตามคนให้นาราคุได้อีกด้วย


คันนะ 神無 (Kanna)[แก้]

เป็นร่างแบ่งภาคที่นาราคุสร้างขึ้นจากความว่างเปล่าเป็นร่างแรกนับเป็นพี่สาวของคากุระ คันนะเป็นผู้ใช้กระจกที่สามารถดูดกลืนวิญญาณและสามารถสะท้อนพลังต่างๆกลับไปได้ เป็นสมุนที่นาราคุไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุด แต่ภายหลังนาราคุทรยศเธอ โดยให้เธอสังเวยชีวิตเพื่อทำลายดาบเขี้ยวอสูร เมื่อเห็นว่าไม่สำเร็จจึงบังคับให้เธอตายและพาพวกอินุยาฉะไปด้วย หลังคันนะเรียกปีศาจกระจก (鏡の妖怪 "Kagami no yōkai") คันนะใช้ความรู้สึกสุดท้ายเพื่อบอกคาโงเมะถึงวิธีกำจัดนาราคุ ทำให้ทุกคนรู้ว่าคันนะเองก็มีความรู้สึกและหัวใจเช่นกัน


คากุระ 神楽 (Kagura)[แก้]

ให้เสียงโดย: ญี่ปุ่น อิสุมิ โอกามิ, ไทย (TIGA, โรส (เฉพาะภาคปัจฉิมบท))

เป็นร่างแบ่งภาคที่นาราคุสร้างขึ้นเป็นร่างที่ 2 ต่อจากคันนะ คากุระเป็นผู้ใช้ลมและสามารถเชิดซากศพของคนตายให้เคลื่อนไหวและต่อสู้ได้เหมือนมีชีวิต ต่อมาคากุระต้องการพยายามหาอิสรภาพให้กับตนเอง ด้วยว่า "ข้าคือสายลม" คือตัวตนของเธอ คากุระหักหลังนาราคุด้วยการแอบไปส่งข่าวให้เส็ตโชมารูอยู่เสมอ เพราะเธอเชื่อว่าเส็ตโชมารูมีพลังแข็งแกร่งมากพอที่จะฆ่านาราคุได้ ทว่าไม่นานนาราคุรู้เจตนาทรยศของเธอจึงกุมหัวใจของเธอไว้บังคับให้ไปทำงานให้ แต่แล้วคากุระก็หมดประโยชน์ หัวใจของคากุระถูกนาราคุทำลาย แต่ว่าการถ่วงเวลาของเธอก็ช่วยส่งให้โกฮาคุหนีไปได้ เธอยอมรับความตายอย่างสงบต่อหน้าเส็ตโชมารูโดยไม่ยอมรับการช่วยเหลือจากชายคนที่เธอศรัทธาและหลงรัก ( 'ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นก็ช่วยไม่ได้' เส็ตโชมารูมองส่งด้วยความเห็นใจแล้วกล่าวกับตนเองในใจ) ในที่สุดวิญญาณของคากุระก็เป็นอิสระเช่นสายลมโดยแท้จริง


โกชินคิ 悟心鬼 (Goshinki)[แก้]

เป็นร่างแบ่งภาคที่นาราคุสร้างขึ้นมาเป็นร่างที่ 3 เป็นปีศาจตัวใหญ่ตละกะ ชอบกินมนุษย์เป็นอาหาร แต่มีความแข็งแกร่งรวดเร็ว สามารถอ่านใจคนได้ โกชินคิเป็นปีศาจที่สามารถทำให้ดาบเขี้ยวอสูรหักด้วยการกัด แต่ก็ถูกฆ่าโดยพลังปีศาจในตัวของอินุยาฉะที่ถูกสะกดโดยดาบเขี้ยวอสูรนั้นตื่นขึ้นมา เขี้ยวของโกชินคินั้นถูกเส็ตโชมารูนำไปตีเป็นดาบที่ชื่อว่าดามมารสมิง (ปรากฏตัวในตอนที่ 43 แค่ตอนเดียว)


จูโรมารู 獣郎丸 (Juroumaru)[แก้]

เป็นร่างแบ่งภาคร่างที่ 4 ของนาราคุ มีลักษณะเป็นผู้ชายผมสีม่วงชมพูใส่โซ่ตรวนและที่ครอบปากแต่เมื่อปลดทั้งสองอย่างนั้นออกจะอาละวาดไม่หยุดจนกว่าจะฆ่าคนที่อยู่ในบริเวณหมด เป็นศัตรูที่ร้ายกาจและเพราะทางอินุยาฉะนั้นดาบเขี้ยวอสูรที่ตีซ่อมขึ้นใหม่นั้นยังหนักอยู่ จูโรมารูไม่เชื่อฟังใครนอกจากคาเงโรมารูตนเดียว เพราะไม่เชื่อฟังใครจึงถูกนาราคุจับใส่กรงแล้วพามาหาโคงะ แข็งแกร่งและรวดเร็วมากถึงขนานตามโคงะทัน แต่ก็ตายเพราะถูกอินุยาฉะที่บังเอิญใช้ดาบเขี้ยวอสูรฆ่า


คาเงโรมารู 影郎丸 (Kageromaru)[แก้]

เป็นปีศาจที่มีหัวและหน้าเหมือนกับจูโรมารูแต่ไม่มีขา มีมือเป็นใบมีดเหมือนตั๊กแตน ตัวเล็ก อาศัยอยู่ในท้องของจูโรมารู รวดเร็วมากสามารถดำดินได้ จบชีวิตพร้อมกับจูโรมารู



มุโซ 無双 (Musō)[แก้]

นักบวชมุโซที่เดินทางไปกับศิษย์ของเขาในขณะแยกกับศิษย์ไปสำรวจทางแม่น้ำมุโซพบชายคนหนึ่งหันหลังให้เขาเมื่อชายคนนั้นหันกลับมาก็พบว่าไม่มีใบหน้า ร่างของชายคนนั้นลุกขึ้นเดินเข้าหาเขาและพูดว่า"ใบหน้านั้นให้ข้า" แล้วมุโซที่เป็นนักบวชจึงได้หายไปจากโลกกลายเป็นมุโชอีกตนหนึ่งที่ใช้ชื่อและใบหน้าของมุโซ ปีศาจตนนี้เป็นร่างแยกของนาราคุในส่วนที่มีจิตใจของโอนิงุโมะ ไม่นานจากนั้นนาราคุก็เก็บเขากลับไปเพราะนาราคุรู้ตัวแล้วว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะตัดขาดจากตัวตนของโอนิงุโมะได้



ฮักคุโดชิ 白童子 (Hakudoshi)[แก้]

ร่างแยกอีกหนึ่งร่างของนาราคุ แยกออกมาตอนที่นาราคุหลบไปยังเขาฮักคุเร ซึ่งในตอนแรกคือหัวใจของนาราคุ หลังจากถูกนักบวชผ่าออกเป็นสองซีก ซีกที่มีหัวใจถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี ส่วนซีกที่ไม่มีหัวใจคือฮักคุโดชินั่นเอง มีความสามารถพิเศษคืออ่านใจคนและครอบงำจิตใจคนได้ ต่อมาถูกมิโรคุใช้ช่องว่างแห่งลมดูดกลืนเข้าไปตามแผนการของนาราคุ เหตุเพราะอยากเป็นใหญ่กว่านาราคุ


อากาชิหรืออากาโกะ 赤子 (Akago)[แก้]

หัวใจที่แท้จริงของนาราคุ ทารกปีศาจอากาโกะมีความสามารถอย่างเดียวกับฮักคุโดชิแต่แกร่งกว่าหลายเท่านัก เป็นหัวใจที่ทรยศร่างเนื้อของตัวเอง ได้หินฟุโยเฮคิมาครอบครองเพื่อให้พลังปีศาจหายไป ทำให้ไม่มีศัตรูรายไหนตามเจอสุดท้ายอาศัยอยู่ในร่างของโมเรียวมารุเพื่อต่อสู้กับนาราคุและพวกอินุยาฉะ



โมเรียวมารู 魍魎丸 (Moryomaru)[แก้]

เป็นปีศาจที่ไม่มีจิตวิญญาณ นาราคุสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บซ่อนหัวใจ(หัวใจคือ ทารก"อากาโกะ")เอาไว้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของอากาโกะที่จะใช้ต่อกรกับนาราคุและพวกอินุยาฉะ ต่อมาโมเรียวมารุได้ดูดกินปีศาจอื่นๆเพื่อให้ได้พลังปีศาจของปีศาจเหล่านั้นมาเสริมให้ตนแข็งแกร่งขึ้น แต่สุดท้ายก็โดนนาราคุกลืนหัวใจที่อยากมีชีวิตเองตนนั้นของมันกลับเข้าร่างไป


เบียคุยะ 白夜 (Byakuya)[แก้]

ร่างแบ่งใหม่ของนาราคุ เป็นผู้สร้างภาพลวงตาและมายาแห่งฝัน สามารถถอดดวงตาของตนออกบินสังเกตการณ์ในที่ต่างๆได้ อาวุธที่ใช้เป็นประจำคือดอกราตรีขาว ซึ่งจะสร้างภาพลวงตาให้ศัตรูสับสน เนื่องจากคากุระ,ฮักคุโดชิ,โกฮาคุ และอากาโกะทรยศนาราคุ เบียคุยะจึงเป็นสมุนของนาราคุที่มีฤทธิ์มากที่สุด เพราะต้องทำหน้าที่แทนสมุนคนอื่นๆ


มากาสึฮิ 曲霊 (Magatsuhi)[แก้]

เกิดจากความชั่วร้ายในลูกแก้วสี่วิญญาณ นาราคุดึงเขาออกมาเป็นลักษณะทางกายภาพหน้าที่ของเขาคือการล่อหลอกพวกอินุยาฉะและเส็ตโชมารูให้สนใจไปทางอื่น แต่ตัวจริงเป็นปีศาจแฝงร่างซึ่งมีเป็นลักษณะของวิญญาณซึ่งเป็นนามธรรม




เกี่ยวเนื่อง : อินุไทโช[แก้]

อินุไทโช 犬の大将 (Inu no Taisho)[แก้]

จอมขุนพลอสูรสุนัขปีศาจผู้ปกครองแห่งดินแดนตะวันตกท่านพ่อของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ โดยเผ่าพันธุ์ของอินุไทโช คืออินุโยไค( 犬妖怪 "Inu yōkai" )จัดเป็นไดโยไค( 大妖怪 "daiyōkai" )อสูรขนาดใหญ่ที่มีพลังอำนาจในตนเองมหาศาลมีช่วงชีวิตอันยาวนาน ซึ่งไดโยไคมักเป็นชนชั้นปกครองเหล่าอสูรปีศาจและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรูปกายมนุษย์มากกว่าจะอยู่ในร่างอสูรที่แท้จริง อินุโยไคเป็นตระกูลอสูรที่มีความสามารถเหาะเหิน รักษาตนเองขั้นสูงและสามารถสร้างอาวุธจากพลังภายในร่างกายของตนเอง อินุไทโชเสียชีวิตในวันเดียวกับที่อินุยาฉะเกิดเพราะเขาต้องรีบร้อนมาเพื่อปกป้องเจ้าหญิงอิซาโยอิและทารกน้อยไว้ทั้งที่ยังอยู่ในสภาพอาการบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้อื่นก่อนหน้า อินุไทโชเป็นเจ้าของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น("เท็นเซย์กะ" ที่อยู่กับเส็ตโซมารู) ดาบเขี้ยวอสูร("เท็ตไซกะ" ที่อยู่กับอินุยาฉะ) และดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง("โซอุนกะ" มีบทบาทอยู่ในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่3) แล้วยังเป็นผู้ที่มอบเสื้อขนหนูไฟให้กับเจ้าหญิงอิซาโยอิแล้วมอบชื่อ อินุยาฉะ ให้กับอินุยาฉะ


อิซาโยอิ 十六夜 (Izayoi)[แก้]

ท่านแม่ของอินุยาฉะ เป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ที่หลงรักกับอินุไทโชผู้เป็นอสูร เจ้าหญิงอิซาโยอิมีจิตใจอ่อนโยน งดงามสมเป็นขัตติยนารี ดูแลอินุยาฉะอย่างดีมาเพียงลำพัง แต่ต้องประสบเคราะห์กรรมที่โชคร้ายเพราะไม่มีใครยอมรับ และได้เสียชีวิตลงเมื่ออินุยาฉะอายุ 5 ขวบปี ลักษณะเป็นรูปธรรมของเธอปรากฏขึ้นในมังงะและอะนิเมะครั้งแรกโดยการแปลงตัวของปีศาจผีไร้หน้าจากอุบายที่เส็ตโชมารูวางหลอกอินุยาฉะเพื่อหาที่ตั้งสุสานอินุไทโชบิดาของพวกเขาพี่น้อง ต่อมาท่านแม่ของอินุยาฉะปรากฏเป็นการนึกถึงในมโนภาพความทรงจำของอินุยาฉะ และได้ปรากฏเรื่องราวของเจ้าหญิงอิซาโยอิในขณะที่ยังมีชีวิตกับการถือกำเนิดของอินุยาฉะบุตรชายของเธอในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่3


ท่านแม่ของเส็ตโชมารู 殺生丸のお母様 (Sesshōmaru no okāsama)[แก้]

ท่านแม่ของเส็ตโชมารู เป็นจอมอสูรสุนัขเต็มตัวในร่างมนุษย์มีโฉมที่งดงามทว่าเป็นอสูรที่เย็นชา ที่มีเอกลักษณ์ ในการยั่วเย้าประสาทผู้คน เพียงแต่การกระทำการพูดของเธอก็ดูคลับคล้ายกับเส็ตโชมารูอย่างมากแม้มันจะเป็นไปอย่างสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ และนั่นอาจเป็นผลให้นิสัยทัศนะคติของเส็ตโชมารูบุตรชายของเธอออกมาเป็นเช่นนี้ ท่านแม่ของเส็ตโชมารูอาศัยอยู่ที่ปราสาทที่ล้อมรอบรองรับด้วยหมู่เมฆบนท้องฟ้า เธอคือผู้ดูแลและถือครองศิลาปรภพที่อินุไทโซให้ไว้สำหรับเมื่อไหร่ที่เส็ตโชมารูมาถามหาวิธีใช้พลังจันทร์เสี้ยวปรภพ(เมโด ซันเกตสึฮะ)ที่อยู่ในดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นให้กลายเป็นจันทร์ที่เต็มดวงกับเธอให้ทดสอบเขา ในการฝึกให้จันทร์เสี้ยวปรภพสำเร็จเธอบอกให้เส็ตโชมารูอย่าได้หวาดกลัวหรือโศกเศร้าก่อนที่โกฮาคุกับรินจะถูกหมาป่าแห่งปรภพจับตัวไปสู่ปรภพ เมื่อเส็ตโชมารูสังหารจ้าวปรภพและเปิดโพรงปรภพกลับมาพร้อมร่างไร้ลมหายใจของรินที่เส็ตโชมารูอุ้มแนบอกของเขา ท่านแม่ผู้นี้ของเส็ตโชมารูที่เฝ้ามองเหตุการณ์ตลอดการทดสอบได้สอบถามเจ้าปีศาจน้อยข้ารับใช้ซึ่งคอยติดตามเส็ตโชมารูบุตรชายของเธอเพิ่มเติมถึงความสำคัญของสาวน้อยนางนี้และมองขาดทันทีเมื่อเห็นสภาพบุตรชายเธอจึงใช้ศิลาปรภพเรียกชีวิตรินคืนกลับมาให้แก่เส็ตโชมารู และทำการตักเตือนสอนสั่งในสิ่งที่เธอเองผู้เป็นท่านแม่และอินุไทโชผู้เป็นท่านพ่อฝากฝังไว้ให้ในการฝึกฝน ก่อนจากกันท่านแม่ของเส็ตโชมารูยังได้ใจดีเผื่อแผ่ไปถึงโกฮาคุว่าเจ้าก็เป็นอีกคนที่ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นชุบชีวิตให้ไม่ได้

จาเก็นเรียกเธอด้วยความเคารพว่า โกโบโดะ-ซามะ ( 御母堂様, "Gobodōsama" ) ความหมายในภาษาอังกฤษคือ "Lady Mother" และซับไทยกับในพากษ์ภาษาไทยเป็น "นายหญิง" หรือ "ท่านแม่ของท่านเส็ตโชมารู"

//แม้อาจารย์รูมิโกะ ทาคาฮาชิ ไม่ได้ให้ชื่อท่านแม่ของเส็ตโชมารู อย่างเป็นทางการ แต่แฟนๆ ให้ชื่อเล่นเรียกเธอว่า อินุคิมิ 犬王 Inukimi :: "犬" & "王", "สุนัข" และ "กษัตริย์" ความหมายเมื่อโยงกับเนื้อเรื่องคือ ผู้ปกครองสุนัขอสูร หรือประมาณ จอมอสูรสุนัขปีศาจกษัตริย์ผู้ปกครองเหล่าอสูร



โทโตไซ 刀々斎 (Totosai)[แก้]

อสูรที่เป็นช่างตีดาบฝีมือเยี่ยมที่ปู่เมียวกะมักจะแอบมาหลบภัยอยู่ด้วยบ่อยๆ โทโตไซเป็นลูกน้องที่ภักดีของท่านขุนพลสุนัขอสูรอินุไทโช เขาคือผู้ตีดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะและดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นของเส็ตโชมารู ขอบเขตความรับผิดชอบของโทโตไซนั้นยังรวมไปถึงการดูแลเป็นผู้ลับคมและซ่อมแซมดาบของพี่น้องคู่นี้เช่นกัน เขามีความค่อนข้างหวาดกลัวเส็ตโชมารู โดยในตอนแรกที่โทโตไซปรากฏตัวในเนื้อเรื่องเป็นเพราะเขาหนีคนพี่ไปพึ่งคนน้อง เส็ตโชมารูไม่พอใจดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่ใช้เป็นอาวุธฆ่าใครไม่ได้ต้องการจะให้โทโตไซตีดาบใหม่ให้แต่โทโตไซไม่ยอมเขาว่าเป็นคำสั่งเสียของอินุไทโชถึงไม่พอใจก็ช่วยไม่ได้โทโตไซหนีมาเพื่อจะพึ่งอินุยาฉะให้อินุยาฉะช่วยแต่อินุยาฉะตอนนั้นยังใช้ดาบเขี้ยวอสูรไม่เป็น การเผ่นไปหาอินุยาฉะครั้งนั้นของเขาทำให้อินุยาฉะได้มีโอกาสจับทางใช้แผลแห่งลมได้จากการต่อสู้กับเส็ตโชมารูแล้วนั่นเป็นครั้งที่ทำให้เส็ตโชมารูอาการแทบสาหัสแต่ตามที่โทโตไซพูดกับพวกอินุยาฉะเส็ตโชมารูได้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นช่วยไว้(ส่งให้ไปนอนพักฟื้นรอเจอรินในป่า) โทโตไซเป็นผู้คอยไขข้อข้องใจและสอนทั้งทางตรงทั้งอย่างอ้อมๆในเรื่องของดาบกับความหมายที่แท้จริงที่อินุไทโชเจ้านายที่ตายไปของเขาต้องการให้บุตรชายทั้งสองรับรู้ และในอะนิเมะปีที่5 บ้านของโทโตไซก็ได้หายไปจากฝีมือของบุคตลที่เขาได้ยั่วโมโหที่ส่งบ้านเขาทั้งหลังไปยังปรภพ แน่นอนว่าเขาโทโตไซและโมโมมีความไวในเรื่องแบบนี้พวกเขารอดปลอดภัยเพราะได้หลบออกมาทันก่อน


โมโม 猛々 (Mō-Mō)[แก้]

วัวสามตา เป็นพาหนะคู่บุญและเพื่อนร่วมทางของโทโตไซ สามารถเหาะลอยในอากาศไปไหนมาไหนได้ และความสามารถอีกอย่างที่เปิดเผยการใช้งานภายหลัง(อะนิเมะปี5 ภาคปัจฉิมบท)คือการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่อยู่ในอีกสถานที่หนึ่งมาแสดงให้เห็นขึ้นตรงหน้า โมโมเป็นอสูรที่เป็นมังสวิรัติ


ปีศาจผึ้ง 鋼バチ (Hagane bachi)[แก้]

ปีศาจผึ้งที่สามารถซ่อมแซมฝักของดาบเขี้ยวอสูรและดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นได้ (ฝักของดาบทั้งสองเล่มทำมาจากไม้ต้นเดียวกัน) เมียวกะบอกว่าพวกมันมีพลังมากพอที่จะสามารถต่อยอินุยาฉะตายได้



ซายะ 鞘 (Saya)[แก้]

วิญญาณปีศาจชราตัวเล็กสีขาวเทาที่มีหน้าที่คอยรักษาอยู่ที่ฝักดาบของดาบโซอุนกะ เป็นลูกน้องผู้มีความภักดีกับอินุไทโช ขณะที่อินุไทโชตายอินุยาฉะยังเล็กอยู่และเส็ตโชมารูก็ไม่น่าไปตอแย เขาจึงผนึกดาบโซอุนกะและหลับไหลไปพร้อมกับดาบจนถึงยุคปัจจุบันของคาโงเมะ เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับดาบโซอุนกะที่ตรงไปหาอินุยาฉะและทำการบงการ ซายะกลับมาที่ยุคสงครามพร้อมคาโกเมะและได้เป็นผู้เล่าเรื่องราวว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในการประชุมพลกับโทโตไซกับเมียวกะ(ปรากฏตัวใน อินุยาฉะ เดอะมูฟวี่3 ชื่อภาคในไทยคือ อภินิหารดาบครองฟ้าดิน)



โบคุเซ็นโอ 朴仙翁 (Bokusen-oh)[แก้]

ปีศาจต้นไม้อายุ2000+ โบคุเซ็นโอเป็นสหายกับอินุไทโชฝักของดาบเขี้ยวอสูรและดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นก็สร้างมาจาก(กิ่ง)ส่วนหนึ่งของเขา และเนื่องจากโบคุเซ็นโอเป็นต้นไม้ไม่สามารถขยับไปไหนได้จึงถูกโทโตไซฝากให้ช่วยส่งมอบดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่เป็นมรดกของดูต่างหน้าของอินุไทโชให้แก่เส็ตโชมารู ด้วยอายุวัยที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานเขาถือเป็นผู้รู้ความหนหลังของปีศาจอสูรอย่างมากตนหนึ่ง ที่รอคอยโอกาสเฉลยเรื่องราว เช่น เมื่อเส็ตโชมารูได้ไปถามเขาเรื่องสายเลือดอสูรของอินุยาฉะ



เมียวกะ 冥加 (Myoga)[แก้]

เป็นปีศาจหมัด(หมัดตัวที่ดูดเลือด) ผู้ให้คำแนะนำเรื่องต่างๆแก่อินุยาฉะ เดิมทีเป็นผู้ติดตามท่านพ่อของอินุยาฉะ ปู่หมัดเมียวกะติดนิสัยอยู่อย่างหนึ่งคือ พอมีเรื่องอันตรายเมื่อไหร่จะหายไปเป็นตนแรกทันที


โชกะ 生姜 (Shōga)[แก้]

ปีศาจตัวหมัดคู่หมั้นหญิงของเมียวกะ ที่หมั้นหมายโดยพ่อแม่ของพวกเขาทั้งสอง เธอไล่ตามคู่หมั้นของเธอไปทั่วประเทศ มีความมุ่งมั่นที่จะกำจัดความเจ้าชู้ของเขาและบังคับให้เมียวกะแต่งงานกับตัวเอง โชกะมีความสามารถพิเศษเมื่อกัดดูดเลือดสิ่งมีชีวิตใดแล้วจะสามารถบังคับให้ทำตามเหมือนมีจิตใจเดียวกับตนได้ แต่ความสามารถของเธอมีขอบเขตเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆเช่นนก และ อินุยาฉะ




เกี่ยวเนื่อง : ครอบครัวฮิงุราชิ[แก้]

คุณปู่ じいちゃん (Jīchan)[แก้]

คุณปู่เป็นผู้ดูแลศาลเจ้าคนปัจจุบัน โดยปกติจะคอยดูแลบริเวณศาลเจ้าฮิงุราชิทั้งตัวศาลเจ้า บ่อน้ำเก่า ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคนแก่ที่ค่อนข้างปกติ คุณปู่มักคิดหาสินค้าใหม่ๆอย่างเช่น ของฝากเรซิ่นลูกแก้วสี่วิญญาณ เพื่อหาค่าใช้จ่ายเข้าบ้าน หรือการชอบเล่าตำนานประหลาดๆเช่น ตำนานประวัติศาสตร์ของผักดอง ให้กับหลานอย่างคาโกเมะและโซตะฟัง คุณปู่เป็นคนที่คอยหาข้อแก้ตัวบอกกับเพื่อนๆที่โรงเรียนของคาโกเมะในเวลาที่คาโกเมะอยู่ที่ยุคสงครามแต่ดูเหมือนข้ออ้างที่ใช้ยิ่งอ้างไปเพื่อนๆยิ่งเป็นกังวลห่วงคาโกเมะเข้าไปใหญ่ เช่น คาโกเมะเป็นเก๊าท์ เอวเดาะทำให้ต้องหยุดเรียน เป็นบ่อยครั้งที่คุณปู่เอาอาการป่วยของโรคชราที่ตัวเองเป็นมาอ้าง เขามีเหตุการณ์เบื้องหลังเป็นเรื่องที่น่าเศร้าหลังจากที่ลูกชายเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไม่นานภรรยาของเขาก็เสียชีวิต การแต่งตัวคุณปู่เป็นของแบบนักบวชชินโตดั้งเดิมของญี่ปุ่นในชุดลำลองอย่างฮากามะเวลาปกติและในชุดพิธีการเมื่อต้องใช้ทำงานพิธี(ในอินุยาฉะ ตอนที่11 และเดอะมูฟวี่1)


คุณแม่ ママ (Mama)[แก้]

คุณแม่ของคาโกเมะ ในเรื่องมีการเปิดเผยว่าสามีของเธอเสียชีวิตตอนที่ลูกทั้งสองยังเล็กเธอเป็นสะใภ้ที่ดูแลบ้านและครอบครัวได้ดี ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีใจเปิดกว้างเมื่อพบกับอินุยาฉะที่มาหาที่บ้านก็ไม่ได้ตกใจอะไรยอมรับได้อย่างรวดเร็ว แม้คุณแม่มีความเป็นห่วงลูกสาวแต่ก็คอยให้กำลังใจและคอยผลักดันให้คาโกเมะมุ่งมั่นอย่างไม่ลังเลต่อไปอย่างที่ใจคาโกเมะคิด


ฮิงุราชิ โซตะ 日暮草太 (Higurashi Sōta)[แก้]

น้องชายของคาโกเมะ พ่อของโซตะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในตอนที่พี่สาวยังเล็กและตัวโซตะเองยังอยู่ในท้องคุณแม่โซตะจึงไม่เคยมีโอกาสรู้จักตัวจริงของคุณพ่อ เด็กชายกลัวความมืดและขี้อายเมื่อจะต้องไปสารภาพกับเด็กที่ชอบโซตะขอให้อินุยาฉะให้คำแนะนำเขาเพราะคิดว่าอินุยาฉะกับพี่สาวเป็นแฟนกันและมักไปเดทกัน ในเรื่องนี้อินุยาฉะและคาโกเมะช่วยแก้ปัญหาในด้านนี้ให้เขาแล้ว นอกจากนั้นโซตะก็เป็นเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปในยุคนี้ที่ชอบเล่นฟุตบอลมีเพื่อนและไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ้างเป็นครั้งคราว คาโกเมะเคยสั่งให้เขาโดดลงบ่อกลืนกระดูกแต่ไม่เกิดอะไรขึ้นเพราะคนที่เข้าออกได้มีเพียงแค่คาโกเมะและอินุยาฉะที่มีส่วนเชื่อมโยงกับลูกแก้วสี่วิญญาณ หลังจากที่คาโกเมะย้ายไปอยู่ในยุคสงครามอย่างถาวรได้ 3 ปี โซตะที่เรียนขึ้นชั้นมัธยมต้นตอบเพื่อนที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องของพี่สาวของเขาว่า พี่สาวแต่งงานไปหลังเรียนจบ


ปุโย ブヨ (Buyo)[แก้]

แมวประจำบ้านฮิงุราชิ คาโกเมะถูกดึงไปที่ยุคสงครามครั้งแรกเพราะตามหาเจ้าแมวอ้วนตัวนี้ และครั้งใดที่อินุยาฉะมาบ้านคาโกเมะเมื่อเขาไม่มีอะไรทำว่างๆจะมาหยอกเล่นอยู่กับปุโย




เกี่ยวเนื่อง : ศัตรูเก่าของอินุไทโช[แก้]

มังกรกระดูก 竜骨精 (Ryūkotsusei)[แก้]

ศัตรูเก่าของบิดาของอินุยาฉะ ริวคตสึเซย์เป็นมังกรที่เคยคุกคามที่ราบมุซาชิในอดีตจนถูกอินุไทโชปราบลงและผนึกไว้ที่หน้าผา เขาตื่นขึ้นมาจากสะกดเพราะโดนหุ่นอาคมแทนตัวของนาราคุปลุก หลังจากทำลายหุ่นอาคมของนาราคุแล้วริวคตสึเซย์ตัดสินใจที่จะฆ่าลูกชายคนเล็กของศัตรูเก่าเพื่อความบันเทิงใจ แต่ด้วยบาดแผลลึกที่ได้มาจากการโดนเล็บอินุไทโชผนึกก็ทำให้เขามีจุดอ่อนร้ายแรง ริวคตสึเซย์โดนอินุยาฉะที่มาหาทางทำให้ดาบเบาลงฆ่าตายด้วยพลังไหลระเบิด(หรือในบทพากษ์ "พลังคลื่นระบิด")


ชิชินคิ 死神鬼 (Shishinki)[แก้]

ศัตรูเก่าของอินุไทโช เขามาหาเรื่องเส็ตโชมารูโดยบอกว่าเดิมจันทร์เสี้ยวปรภพเป็นพลังวิชาของบิดาเขาเองแต่ถูกอินุไทโชใช้วิธีชั่วร้ายแย่งชิงไป แล้วเยาะเย้ยเส็ตโชมารูว่าพลังจันทร์เสี้ยวปรภพของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นของเขานั้นไม่สมบูรณ์ ชิชินคิแสดงจันทร์เสี้ยวปรภพในแบบของตนให้เห็นและเขาก็เปิดโพรงปรภพได้ทีหลายดวงและยังเป็นจันทร์ที่เต็มดวงอีกด้วย แม้เมื่อเทียบกันมันมีขนาดเส้นศูนย์กลางเล็กกว่าจันทร์เสี้ยวปรภพของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่เส็ตโชมารูใช้อยู่มาก สถานการณ์นี้อินุยาฉะที่เป็นเจ้าของดาบเขี้ยวอสูรและพวกพ้องของอินุยาฉะอยู่ร่วมรับชมและเสนอความช่วยเหลือเช่นกัน โดยเหตุการณ์เฉพาะกิจนี้มีมิโรคุเมียวกะคอยพากษ์สถานการณ์ทางรินกับจาเก็นที่หลบในที่ปลอดภัยได้แอบเถียงกันในด้านความคิดเห็นในการต่อสู้ไประหว่างนั้น อย่างไรก็ตามด้วยความอ่อนด้อยของชิชินคิเองเขาจึงถูกส่งเข้าไปในปรภพด้วยพลังแบบของเขาเอง ส่วน ข้ารับใช้ของชิชินคิ( 死神鬼のアシスタント "Shishinki no ashisutanto") ที่เขาได้ส่งมาลองเชิงและหลอกล่อถูกเส็ตโชมารูสังหารไปตั้งแต่ทีแรกที่โดนโจมตี




เกี่ยวเนื่อง : โคงะ[แก้]

โคงะ 鋼牙 (Koga)[แก้]

หัวหน้าของเผ่าหมาป่าปีศาจ มีลูกน้องตนสนิทสองตนชื่อ กินตะ และ ฮักคาคุ เขาเป็นคู่กัดกับอินุยาฉะเพราะหลงรักคาโกเมะ โคงะมีเศษลูกแก้วอสูรฝังอยู่ที่แขนขวาและขาทั้ง2ข้าง (ภายหลังเหลือแค่ที่ขา2ข้าง เพราะถูกปีศาจนก โกคุรักคุ ที่เป็นคู่อริชิงไป) โคงะออกตามล่านาราคุ โดยการถอนตัวออกจากการเป็นหัวหน้าฝูงหมาป่าของตนเพื่อมาแก้แค้นนาราคุ เพราะนาราคุได้ฆ่าพรรคพวกของเขาไปมากมายเพียงเพื่อจะเป็นเครื่องมือในการกำจัดอินุยาฉะไปให้พ้นทาง แต่ในภายหลังได้ถูกนาราคุชิงเอาเศษลูกแก้วไป จึงออกจากกลุ่มของพวกอินุยาฉะเพื่อกลับไปเป็นหัวหน้าฝูงหมาป่าตามเดิม โคงะสูง176เซนติเมตร


กินตะ 銀太 (Ginta)[แก้]

สมาชิกเผ่าหมาป่าปีศาจและเป็นลูกน้องตนใกล้ชิดของโคงะ กินตะและฮักคาคุเป็นเพื่อนสนิทกัน


ฮักคาคุ 白角 (Hakkaku )[แก้]

สมาชิกเผ่าหมาป่าปีศาจและเป็นลูกน้องตนใกล้ชิดของโคงะ ฮักคาคุและกินตะเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองคอยวิ่งติดตามโคงะไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน


อายาเมะ 菖蒲 (Ayame)[แก้]

หลานสาวของหัวหน้าเผ่าหมาป่าปีศาจทางเหนือ เธอเคยได้รับการช่วยเหลือจากโคงะให้รอดพ้นจากปีศาจวิหคในวัยเด็กและได้สัญญาว่าจะแต่งงานกันเมื่อเธอโตขึ้น และสุดท้ายอายาเมะก็ได้แต่งงานกับโคงะที่เผ่าในที่สุด





บท ลูกแก้วสี่วิญญาณ ที่แตกออก และ การหาที่ตั้งสุสานที่นำไปสู่ดาบเขี้ยวอสูร[แก้]

ปีศาจตะขาบ 百足上臈 (Mukadejōrō)[แก้]

มุคาเดะโจโรเคยมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคสงครามแต่ภายในการเข่นฆ่าแย่งชิงกันของบรรดาปีศาจด้วยกันได้ตายลงด้วยฝีมือนักล่าปีศาจ แต่ตราบใดที่อยู่ใกล้ลูกแก้วสี่วิญญาณมุคาเดะโจโรจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง คิเคียวกับชาวบ้านเลยได้เก็บรวบรวมกระดูกของปีศาจตนนี้ทิ้งลงไปในบ่อกลืนกระดูก จนเวลาผ่านไปถึงยุคปัจจุบันในระหว่างที่คาโกเมะกำลังเดินตามหาปุโยแมวอ้วนของบ้านฮิงุราชิที่บ่อน้ำปิดในบริเวณศาลเจ้า มุคาเดะโจโรรู้สึกถึงพลังของลูกแก้วสี่วิญญาณจากในตัวคาโกเมะจึงลากตัวเธอลงบ่อน้ำแห้งนั้นทะลุผ่านห้วงมิติในบ่อกลับมาที่ยุคสงคราม ป๊ศาจตะขาบถูกอินุยาฉะที่เพิ่งได้รับการปลดจากผนึกฆ่าด้วยท่ากรงเล็บคร่าวิญญาณตายในท่าเดียว



ปีศาจอีกากินซากศพ 屍舞烏 (Shibugarasu)[แก้]

ปีศาจอีกากินซากศพมันรู้ข่าวของลูกแก้วสี่วิญญาณที่ปรากฏขึ้นในยุคสงครามอีกครั้งจึงแฝงตัวมาในคราบหัวหน้าโจรป่าลักพาคาโกเมะ อินุยาฉะที่คิดว่าสังหารหัวหน้าโจรได้สำเร็จได้โดนชิบุการาสุฉวยโอกาสออกจากซากศพหัวหน้าโจรคาบลูกแก้วบินจากไป เมื่อทั้งสองไล่ตามมันจนไปถึงแม่น้ำก็พบเด็กคนหนึ่งโดนมันจับตัวจึงได้ช่วยเหลือเด็กก่อนปีศาจอีกาจึงได้บินขึ้นไปไกลขึ้นจนเกินระยะของตามล่าแต่โชคดีขาของอีกาปีศาจข้างหนึ่งยังคงติดอยู่ที่ตัวเด็กคนที่ช่วยเอาไว้ ปีศาจอีกากินซากศพตายลงด้วบลูกธนูหัดยิงของคาโกเมะ


โกคิชิ 小吉 (Kokichi)[แก้]

เด็กชายเล็กๆในหมู่บ้านที่ถูกชิบุการาสุจับตัวที่สะพานเหนือแม่น้ำแต่ได้รับการช่วยเหลือจากคาโกเมะกับอินุยาฉะได้ทันเวลา ขาของปีศาจอีกากินซากศพที่ถูกอินุยาฉะตัดยังคงติดอยู่ที่หลังของเด็กคนนี้จนคาโกเมะได้ยินเด็กร้องและสังเกตเห็นจึงคว้ามันมาผูกติดกับลูกธนูและยิงออกไปสังหารปีศาจอีกา พร้อมกับลูกแก้วสี่วิญญาณที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ



ปีศาจเส้นผมยูระ 逆さ髪の結羅 (Sakasagami no Yura)[แก้]

ยูระเป็นปีศาจที่เกิดจากหวีสางผมหญิงสาวที่ตาย เธอรู้ข่าวลูกแก้วสี่วิญญาณว่าอยู่ที่คาโกเมะจากสัมผัสของกลุ่มด้ายเส้นผมที่ส่งไปที่หมู่บ้านของคาเอเดะเส้นผมของเธอสามารถชักเชิดผู้คนให้ทำตามแบบเดียวกับการใช้ใยเชิดหุ่น หลังอินุยาฉะนำคาเอเดอะไปซ่อนในกองใบไม้ อินุยาฉะก็ไปรอรับคาโกเมะและมุ่งไปจัดการกับยูระแต่ก็ถูกยูระเล่นงานเสียจนแทบแย่ อินุยาฉะไม่ใช่ผู้ที่สังหารเธอโดยตรง คาโกเมะเป็นผู้ที่เจอกับหวีสางผมของยูระที่กระโหลกสีแดงแล้วทำลายมันด้วยหัวลูกธนูแฝงพลังศักดิ์สิทธิ์



ปีศาจผีไร้หน้า 無女, むおんな (Mu-on'na)[แก้]

มูอนนะ ปีศาจที่เกิดจากหญิงที่ทุกข์ทรมานโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกและความอดอยากในสงคราม ปีศาจตนนี้ปลอมตนเป็นอิซาโยอิมารดาของอินุยาฉะโดยอุบายของเส็ตโชมารูในการหาไข่มุกสีดำทางด้านขวาซึ่งเป็นทางเข้าสุสานบิดาของพี่น้องที่ไม่ค่อยถูกกันคู่นี้ ปีศาจมูอนนะมีความต้องการเติมเต็มช่องว่างในตนเองด้วยจิตวิญญาณของผู้อื่น เธอพยายามดูดอินุยาฉะเข้าไปในตัวแต่ถูกจาเก็นขัดขวางไว้ก่อนเพราะไม่ใช่จุดประสงค์ ผีไร้หน้าตายเพราะการปกป้องอินุยาฉะด้วยหัวใจสำนึกในความเป็นแม่ของเธอที่ต้องการปกป้องลูก




บท ช่วยท่านหญิงสึยุจากปีศาจกบ[แก้]

ท่านหญิงสึยุ 露姫 (Tsuyu-Hime)[แก้]

ท่านหญิงผู้งดงามของเมืองไค ได้แต่งงานกับเจ้าเมือง แต่ไม่นานเจ้าเมืองสามีของเธอก็เปลี่ยนไปเขาใช้ผ้าพันแผลพันหน้าตา ภายหลังที่พวกอินุยาฉะและอามาริ โนบุนากะ เข้ามาช่วยเธอในปราสาท ท่านหญิงสึยุได้ทราบว่าเจ้าเมืองถูกสิงโดยปีศาจกบ


สึคุโมะ โนะ กามะ 九十九の蝦蟇 (Tsukumo no Gama)[แก้]

ปีศาจกบที่เข้าสิงร่างสามีของท่านหญิงสึยุ และใช้อำนาจของเจ้าเมืองลักพาผู้หญิงในเมืองและขังท่านหญิงสึยุในไข่กบเพื่อเลี้ยงเก็บไว้กินวิญญาณเป็นอาหาร สึคุโมะ โนะ กามะ ถูกเปิดเผยตัวตนโดยคาโกเมะกับอินุยาฉะเป็นผู้ขับไล่เขาออกจากร่างเจ้าเมืองและสังหาร


ฮิโยมารุ 日吉丸 (Hiyoshimaru)[แก้]

ฮิโยมารุลิงตัวเล็กสีขาว สัตว์เลี้ยงคู่หูของ อามาริ โนบุนากะ ที่สั่งให้เขาไปหาอาหารมาให้ แต่ฮิโยมารุกลับเอาเสื้อผ้าหญิงสาวชุดหนึ่งมาให้เขาระหว่างที่หญิงผู้นั้นอาบน้ำอยู่ที่ทะเลสาบ


โนบุนากะ อามาริ 信長甘利 (Nobunaga Amari )[แก้]

คนซุ่มซ่ามที่ต้องการช่วยหญิงที่หลงรักจากปีศาจกบ ฮิโยมารุลิงสัตว์เลี้ยงคู่หูของเขาไปหาอาหารและได้ไปขโมยเสื้อผ้าชุดหนึ่งซึ่งเป็นของคาโกเมะที่กำลังอาบน้ำกลับมาให้เขาเหตุนี้ทำให้เขาได้รู้จักกับคาโกเมะและอินุยาฉะที่โดนให้ตามมาทวงชุดคืน ที่ปราสาทอามาริยืนยันที่จะไม่ให้อินุยาฉะฆ่าปีศาจกบเพราะในนั้นยังมีสามีของท่านหญิงสึยุหญิงที่เขาหลงรักที่ยังมีชีวิตอยู่ อินุยาฉะแปลกประหลาดใจมากว่าเขามีโอกาสดีขนาดนี้กลับไม่ฉวยโอกาสฆ่าศัตรูหัวใจและยอมรับว่าอามาริเป็นคนดีที่ซื่อบื้อจริงๆ




บท ความแค้นของจิ้งจอกชิปโป กับ พี่น้องอสูรสายฟ้า[แก้]

พ่อของชิปโป 七宝の父 (Shippō no chichi)[แก้]

อสูรจิ้งจอกพ่อที่แสนใจดีของชิปโป เขาได้รับเศษลูกแก้วสี่วิญญาณมาโดยบังเอิญและถูกฆ่าโดยสองพี่น้องอสูรสายฟ้า


มันเต็น 満天 (Manten)[แก้]

ผู้คนและปีศาจในแถบนั้นรู้จักกันในชื่อสองพี่น้องอสูรสายฟ้า ฮิเต็นเป็นปีศาจสายฟ้าตนน้อง มีเศษเสี้ยวลูกแก้วสี่วิญญาณหนึ่งชิ้นอยู่ที่หน้าผาก เขาเป็นผู้ที่ฆ่าพ่อของชิปโปและถลกหนังมาผูกรอบเอว ตัวมันเต็นค่อนข้างกลมไม่ค่อยมีผม เขาจับตัวคาโกเมะไว้เพื่อจะไปสร้างยาปลูกผมหากพี่เขาให้เก็บตัวเธอไว้ก่อนเป็นตัวประกัน แต่เนื่องจากบนหัวเหลืออยู่เพียงไม่กี่เส้นแล้วคาโกเมะและอินุยาฉะเป็นเหตุให้ผมเขาหลุดร่วงจนหมดจึงโมโหมากปล่อยพลังอาละวาด สุดท้ายเขาถูกอินุยาฉะฆ่าตาย


ฮิเต็น 飛天 (Hiten)[แก้]

ผู้คนและปีศาจในแถบนั้นรู้จักกันในชื่อสองพี่น้องอสูรสายฟ้า ฮิเต็นเป็นปีศาจสายฟ้าตนพี่ มีเศษลูกแก้วสี่วิญญาณอยู่ที่หน้าผากสามชิ้น ในขณะที่มันเต็นจับคาโกเมะมาจะใช้หนังไปทำเป็นยาปลุกผม เขาเป็นผู้ห้ามเอาไว้เพื่อจะใช้คาโกเมะแลกกับเศษลูกแก้วสี่วิญญาณจากอินุยาฉะตามที่คาโกเมะคุยไว้ เมื่อมันเต็นน้องชายตายเขาแค้นอินุยาฉะมาก และเปลี่ยนไปใช้พลังรบเต็มที่ แต่ก็แพ้แก่อินุยาฉะซึ่งมีดาบเขี้ยวอสูร



โซเต็น 蒼天 (Sōten)[แก้]

น้องของฮิเต็น และ มันเต็น เป็นอสูรสายฟ้าเช่นเดียวกับพวกพี่ชาย เธอคือน้องตนเล็กสุด โซเต็นเป็นเด็กหญิงที่ต้องการแก้แค้นให้พี่ชายทั้งสองเธอต่อสู้กับชิปโปด้วยดินสอสี แต่แล้วก็จบลงด้วยความเสมอและรู้สึกว่ามันเปล่าประโยชน์ (เฉพาะในอะนิเมะ ตอนที่68)


โคริว 紅竜 (Kōryū)[แก้]

ข้ารับใช้ที่คอยดูแลโซเต็น เป็นมังกรแดงตัวเล็กๆสั้นๆป้อมๆหน้าตาดูง่วงนอน (เฉพาะในอะนิเมะ ตอนที่68)




บท วิญญาณอาฆาต[แก้]

อิเคดะ ซาโตรุ 池田悟 (Ikeda Satoru)[แก้]

ซาโตรุเป็นเพื่อนร่วมชั้นของโซตะน้องชายของคาโกเมะ เขาป่วยและนอนอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดหกเดือนหลังจากพี่สาวของเขาตายในบ้านที่ไฟไหม้ แต่แล้วก็มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับซาโตรุบ่อยๆ


ทาทาริโมะเกะ タタリモッケ (Tatarimokke)[แก้]

จิตวิญญาณปีศาจซึ่งทำหน้าที่รับวิญญาณของเด็กที่ตายไปตัดสิน ทาทาริโมะเกะจะเล่นขลุ่ยไปกับพวกเด็กๆจนกว่าเหล่าเด็กๆจะพร้อมรับคำตัดสินว่าจะไปได้ยังสวรรค์หรือยมโลก แต่เมื่อไหร่ที่ดวงตาของทาทาริโมะเกะลืมเปิดขึ้นอย่างสมบูรณ์วิญญาณของเด็กชั่วร้ายดวงนั้นจะถูกลากลงไปในส่วนลึกของนรกภูมิ อินุยาฉะไม่สามารถทำอะไรมันได้และคาโกเมะก็เกือบถูกลูกหลงโดนดูดเข้าประตูนรก สุดท้ายทาทาริโมะเกะก็เปลี่ยนใจที่จะพา อิเคดะ มายุ ไปยังนรก เพราะความที่มายุยังคงมีสำนึกที่ดีในหัวใจ


อิเคดะ มายุ 池田真由 (Ikeda Mayu)[แก้]

พี่สาววัย10ปีของซาโตรุ เธอน้อยใจแม่ที่สนใจน้องชายมากกว่าเธอในวันเปิดภาคเรียนแม้แม่จะบอกว่าวันนั้นโซตารุน้องชายของป่วยและต้องดูแลก็ตาม เธอไม่ได้สนใจที่แม่ของเธอเตือนเรื่องอย่าวางผ้าพันคอไว้ใกล้เครื่องทำความร้อน มายุเข้าไปหลบอยู่ในตู้ขณะที่แม่ออกไปซื้อของข้างนอก ไฟไหม้บ้านของเธอแต่ทั้งที่แม่กลับมาแม่ก็ไม่รักเธอถึงได้ปล่อยให้เธอตาย วิญญาณของมายุอาฆาตแค้นน้องชายและพยายามจะฆ่าเขา แต่ก่อนหน้าที่มายุจะลงมือหนักเกินกว่าจะแก้ไขคาโกเมะก็ได้มาพยายามเจรจากับเธอ (ซึ่งคาโกเมะได้เรียกสิ่งลี้ลับแบบนี้ว่า "ผี" ) หลังจบเรื่องราวมายุได้แวะมาลาคาโกเมะก่อนเธอจะไปสู่สุคติ




บท คืนเดือนดับ ปีศาจแมงมุมหัวคน[แก้]

นาซุนะ なずな (Nazuna)[แก้]

เด็กสาวรุ่นเยาว์ที่ตกจากหน้าผาหลังจากถูกปีศาจไล่ล่าและได้อินุยาฉะช่วยเหลือเอาไว้ แล้วเธอก็ตกใจเมื่อเห็นอินุยาฉะ เธอคิดว่าเขาคงเป็นปีศาจน่ากลัวอีกตัวหนึ่งและรีบกลับไปที่วัดซึ่งมีเจ้าอาวาสที่ให้ที่พักพิงแก่เธอหลังจากพ่อแม่ของเธอตาย


คุโมะกาชิระ 蜘蛛頭 (Kumogashira)[แก้]

ปีศาจแมงมุมหัวคน ปลอมตัวเป็นพระชราในวัดที่นาสุนะมาพักอาศัยเขาเป็นปีศาจที่กินพ่อแม่ของนาซุนะ คุโมะกาชิระเห็นโอกาสที่จะแย่งชิงเศษลูกแก้วสี่วิญญาณเขาเชิญพวกอินุยาฉะเข้าพักที่วัด และในคืนนั้นอินุยาฉะได้กลายเป็นร่างมนุษย์ให้คาโกเมะเห็นเป็นครั้งแรก




บท แม่หมอปีศาจ ผู้สร้างหุ่นดินเผา[แก้]

อุราซึเอะ 裏陶 (Urasue)[แก้]

ยักษ์ปีศาจในร่างแม่หมอชราที่ชั่วร้าย เป็นผู้ที่ไปปล้นหลุมฝังศพของคิเคียว นำกระดูกและเศษดินสุสานมากสร้างเป็นร่างดินเผาเพื่อปลุกชีพคิเคียวมิโกะซึ่งเคยปกป้องลูกแก้วสี่วิญญาณในอดีต ด้วยปรารถนาในเศษลูกแก้วสี่วิญญาณจึงต้องการใช้ให้คิเคียวไปหามันมาให้ แต่เมื่อทำร่างคิเคียวเสร็จก็ได้ทราบว่าคิเคียวได้ไปเกิดใหม่เป็นคาโกเมะแล้ว อุราซึเอะแค้นใจมากมุ่งไปลักพาตัวคาโกเมะมาและทำพิธีดึงวิญญาณผ่านอ่างสมุนไพรที่เตรียมไว้เพื่อการนี้ แต่แล้วก็พบข้อผิดพลาดวิญญาณของคาโกเมะมีขนาดใหญ่เกินไปวิญญาณย้ายออกมาได้เพียงส่วนน้อย ทว่านั้นเพียงพอแล้วสำหรับการตื่นขึ้นของคิเคียวในร่างใหม่อุราซึเอะดีใจอย่างมากและเริ่มสั่งหุ่นดินเผาที่ตนสร้าง แต่ทางคิเคียวที่ฟื้นขึ้นมานั้นมีความโกรธแค้นอย่างมากมายมหาศาลโกรธทั้งอินุยาฉะที่เป็นเหตุทำให้เธอต้องตายและโกรธที่ถูกปลุกขึ้นมาให้พบกับความทุกข์ทรมานอีกครั้ง อุราซึเอกะถูกฆ่าโดยคิเคียว


คาวารามารุ 瓦丸 (Kawaramaru)[แก้]

ในอดีตเขาเป็นผู้บังคับบัญชากองทหารที่ยิ่งใหญ่แต่ได้ถูกลูกน้องหักหลังและทำให้เขาตาย คาวารามารุ คือคนที่ถูกคืนชีพขึ้นมาก่อนหน้าในแบบเดียวกับคิเคียวโดยอุราซึเอะแม่หมอนักปั้นหุ่น เขาเป็นพี่ชายของเอ็นจุ สำหรับพวกเขาพี่น้องอุราซึเอะคือ "แม่"ที่ให้กำเนิดพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นการคืนชีพให้เพราะจะให้เขามาเป็นผู้นำกองทัพหุ่นดินก็ตาม เมื่ออุราซึเอะตายเขาตัดสินใจสานต่อความฝันในการยึดครองประเทศ ด้วยวิชาอาคมที่เรียนรู้มาจากอุราซึเอะคาวารามารุเข้าพิชิตปราสาทอย่างไร้ความปราณี และเมื่อได้พบกับอินุยาฉะที่มีส่วนในการทำให้แม่หมอปีศาจตายเขาสาบานว่าจะฆ่าอินุยาฉะ


เอ็นจุ 炎珠 (Enju)[แก้]

คนที่ถูกคืนชีพขึ้นมาแบบเดียวกับคิเคียวโดยอุราซึเอะแม่หมอนักปั้นหุ่น เอ็นจุคือน้องสาวของคาวารามารุ สำหรับพวกเขาพี่น้องอุราซึเอะคือ แม่ ที่ให้กำเนิดพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง จากที่ไม่ไกลนักเอ็นจุอยู่ในเหตุการณ์ที่อุราซึเอะ "แม่" ของเธอถูกคิเคียวฆ่าแต่แม้จะรู้สึกเศร้าเธอก็ยอมรับมันได้ ภายหลังคาโกเมะและเอ็นจุไปเผชิญหน้ากับคาวารามารุ เธอให้เหตุผลกับพี่ชายว่าพวกเขาพี่น้องเป็นคนที่ตายไปแล้วไม่มีสิทธิจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับโลกนี้อีก




บท มิโกะคนตาย[แก้]

เซไก 晴海 (Seikai)[แก้]

นักบวชที่อยู่ในระหว่างเดินทาง เขาพบมิโกะในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีความผิดปกติบางอย่าง มิโกะเป็นคนที่ตายไปแล้วแต่ยังใช้เวลาเสมือนยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้โดยการขโมยวิญญาณหญิงสาวผู้ตายอื่นๆมาหล่อเลี้ยงกายของตนเอง เขาเห็นว่าการคงอยู่เช่นนี้ของมิโกะคือความชั่วร้ายที่ไม่ควรดำรงอยู่ในโลกจึงลงมือโจมตีคิเคียวด้วยพลังปราณสะกดมารทว่ากลับโดนการสะท้อนของพลังจากพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าของมิโกะคิเคียวจนบาดเจ็บสาหัสและผลสะท้อนนี้ได้เป็นการจบชีวิตของเขาลง ทว่าก่อนที่นักบวชเซไกจะสิ้นใจได้บอกกับคิเคียวว่าการที่เป็นอยู่แบบนี้มีแต่เป็นหนทางไปสู่ความทุกข์เท่านั้น



ซาโยะ さよ (Sayo)[แก้]

เด็กหญิงในหมู่บ้านชนบท ซาโยะเป็นเด็กที่ทำตัวเข้าไปสนิทสนมกับมิโกะคิเคียวที่เข้ามาพักช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ในหมู่บ้าน ซาโยะยังรู้สึกว่าตนผูกพันกับมิโกะจนอยากจะมีเธอเป็นพี่สาว แต่แล้วหลังจากที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งนักบวชเซไกพยายามปราบมิโกะผู้นั้นแล้วตายลง ซาโยะรู้สึกกลัวคิเคียว




บท ปราสาทฮิโตมิ[แก้]

ฮิโตมิ นางาซากิ 人見長崎 (Hitomi Nagasaki)[แก้]

เจ้าของปราสาทฮิโตมิบิดาของคาเงวากิที่ถูกครอบงำโดยนาราคุ เป็นผู้มีอำนาจสั่งการว่าจ้างนักล่าปีศาจในหมู่บ้านของซังโกะ


ฮิโตมิ คาเงวากิ 人見蔭刀 (Hitomi Kagewaki)[แก้]

บุตรชายเจ้าของปราสาทฮิโตมิ ในตอนที่นาราคุต้องการร่างพร้อมสถานะชั่วคราวนาราคุได้สังหารพ่อของเขา และกลืนตัวตนของเขาไป แล้วจากนั้นนาราคุก็ใช้รูปลักษณ์ของ คาเงวากิ ฮิโตมิ ต่อมา




บท เทพแห่งวารีตัวปลอม[แก้]

ทาโร่มารุ 太郎丸 (Tarōmaru)[แก้]

เด็กชายที่หนีมาหาพวกอินุยาฉะ เมื่อกลุ่มของอินุยาฉะผ่านมาที่หมู่บ้านริมทะเลสาบซึ่งกำลังจะมีงานส่งเครื่องสังเวย ทาโร่มารุบอกว่าเขาเป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านที่ต้องถูกส่งไปสังเวยครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อนของเขาที่จะโดนส่งไปแทน และขอร้องให้พวกอินุยาฉะช่วยเหลือโดยหาเทพแห่งสายน้ำตัวจริงแล้วให้ท่านเทพจัดการปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนตนนั้น


เซย์คิชิ末吉 (Suekichi)[แก้]

เพื่อนที่ดีที่สุดของทาโร่มารุ เขาเสียสละตนเพื่อเป็นเครื่องสังเวยเทพวารีแทนเพื่อนของเขา ภายหลังถูกพวกอินุยาฉะช่วยไว้ได้ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อเทพเจ้าตัวปลอม


ไดจา 大蛇 (Daija)[แก้]

ปีศาจงูที่แอบอ้างตนเป็นเทพเจ้า เขาแย่งชิงอำนาจของเทพแห่งสายน้ำตัวจริงและเข้าควบคุมวังบาดาลแห่งทะเลสาบ จากนั้นบังคับให้คนในหมู่บ้านมนุษย์คอยส่งเด็กมาสังเวยให้เขา ไดจาต่อสู้กับพวกอินุยาฉะแต่แล้วก็แพ้ทางธนูของคาโกเมะและกลับสู่ร่างจริงซึ่งเป็นเพียงงูใหญ่ตัวหนึ่ง


เทพวารี 水神,すいじん (Suijin)[แก้]

เทพธิดาวารีแห่งทะเลสาบ (อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน) หกเดือนก่อนที่พวกอินุยาฉะจะมาถึงและหาทางข้ามทะเลสาบ ซุยจิน ได้ถูกปีศาจงูขโมยเอาตรีศูลอาวุธประจำกายที่เป็นแหล่งพลังอำนาจเทพส่วนมากของเธอไป ซุยจินที่ตัวหดเล็กลงจึงถูกปีศาจตนนั้นขังไว้ในถ้ำเล็กๆ เมื่อพวกอินุยาฉะนำตรีศูลกลับคืนมาให้แก่เธอก็สามารถกลับไปใช้ร่างตัวโตขนาดมนุษย์ปกติได้ดังเดิมพร้อมพลังอำนาจเทพที่ฟื้นคืน และซุยจินยังคงทำหน้าที่เป็นเทพวารีแห่งทะเลสาบผู้ปกปักษ์รักษาของชาวบ้านบริเวณนั้นต่อไป




บท ครึ่งอสูรเจ้าของสวนสมุนไพร[แก้]

แม่ของจิเน็นจิ 地念児の母 (Jinenji haha)[แก้]

หญิงชาวบ้านที่ทำอาชีพขายสมุนไพรและเลี้ยงลูกชายมาเพียงลำพัง เมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาวในระหว่างหาสมุนไพรในป่าเธอได้หกล้มขาแพลงและได้ตกหลุมรักชายรูปงามซึ่งมีรัศมีนุ่มนวลที่ปรากฏตัวออกมาช่วยเอาไว้ แม่ของจิเน็นจิถูกชาวบ้านเกลียดชังไม่พอใจหาว่าเป็นแม่มดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปีศาจและยังมีลูกเป็นครึ่งปีศาจ เธอและลูกจึงย้ายตนเองออกมาอาศัยอยู่ไกลจากหมู่บ้าน


จิเน็นจิ 地念児 (Jinenji)[แก้]

ครึ่งอสูรที่อาศัยอยู่กับแม่ของเขาที่กระท่อมห่างไกลผู้คนเพราะโดนพวกชาวบ้านรังเกลียด และทั้งสองแม่ลูกใช้เวลาปลูกพืชสมุนไพรที่เป็นประโยชน์มากมาย เป็นครอบครัวที่นิสัยจิตใจดี พวกอินุยาฉะรวมถึงรินก็เคยไปหาสมุนไพรจากเขา




บท โกชินคิและการสร้างดาบมารสมิง[แก้]

ยูกิ 結城 (Yuki)[แก้]

เธอและพี่ชายเป็นเพียงสองคนที่รอดอยู่ในขณะที่โกชินคิบุกฆ่าและกินคนในหมู่บ้าน เด็กทั้งสองได้ถูกอินุยาฉะช่วยไว้ทันเวลาและให้หนีไป


ไคจินโบ 灰刃坊 (Kaijinbō )[แก้]

ลูกศิษย์เคยฝึกงานของโทโตไซ เขาฆ่าเด็กจำนวนมากเพื่อการฝึกฝนวิถีสร้างดาบในแบบของเขา โทโตไซรังเกียจและรับไม่ได้กับพฤติกรรมนี้ของเขาจึงเนรเทศเขาออกจากสำนัก ไคจินโบคือปีศาจผู้ที่เส็ตโชมารูนำหัวของอสูรโกชินคิไปให้เขาใช้เขี้ยวของมัน(ที่สามารถกัดดาบเขี้ยวอสูรหัก)สร้างเป็นดาบขึ้นมา ดาบมารสมิง(โทคิจิน)เกิดขึ้นจากฝีมือการตีของไคจินโบ แต่ที่สุดแล้วหลังสร้างเสร็จไคจินโบก็ถูกจิตมารที่รุนแรงจากดาบครอบงำและตายเพราะทนรังสีอาฆาตของดาบมารสมิงไม่ไหว




บท แดนสุขาวดี ฤๅษีกินคน[แก้]

โทคาจิน 桃果人 (Tōkajin)[แก้]

ชายที่อาศัยอยู่บนหน้าผาในโทเก็นเคียว(แดนสุขาวดีในคติโลก)และฝึกวิชาต้องห้าม เขาใช้ นินเมนกะ เพื่อพยายามบรรลุระดับความเป็นอมตะ โทคาจินเขามีกล่องมิติที่จะย่อส่วนตัวคนแล้วเลี้ยงไว้กินภายหลัง ในตอนที่เจอกับคาโกเมะเขานำเธอมาเพื่อจะกิน เมื่ออินุยาฉะมาช่วยเธอก็พลาดท่าโดนจับได้เกือบถูกโทคาจินกลืนเข้าไปผ่านผิวหนังของเขาแต่อินุยาฉะก็รอดมาได้ด้วยดาบเขี้ยวอสูรซึ่งคาโกเมะหยิบยื่นให้


เซนนิน 仙人 (Sennin)[แก้]

ฤๅษีซึ่งบำเพ็ญพรตอยู่ในหุบเขาและเปิดสำนักฝึกสอนสานุศิษย์ แต่ก็ถูก โทคาจิน ศิษย์คนหนึ่งของเขาทรยศ ร่างกายของเซนนินถูกกินโดยศิษย์ของเขาเอง แต่ศีรษะและส่วนบนของเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ในรูปแบบของพืชดอกในกระถาง ด้วยเขายังไม่ได้เปิดเผยความลับทั้งหมดของวิชาชีวิตอมตะ(ในเรื่องนี้คงหมายถึงอยู่ไปเรื่อยๆถ้าไม่โดนฆ่าก็จะไม่ตาย) เมื่อเซนนินเห็นรัศมีพลังวิญญาณในศรของคาโกเมะเขาก็ช่วยเธอโดยการแปลงตนเป็นคันธนู เพื่อปลดปล่อยตนเองและทำลายความชั่วร้ายของศิษย์ชั่วที่เกิดจากน้ำมือของเขา


นินเมนกะ 人面果 (Ninmenka)[แก้]

พรรณไม้ปีศาจที่กินอาหารจากเลือดในร่างกายของมนุษย์แล้วออกเป็นผลไม้หน้าตาแบบหัวมนุษย์




บท รักแรกของชิปโป[แก้]

ซาสึกิ 五月 (Satsuki)[แก้]

เด็กหญิงที่รอคอยการกลับมาของพี่ชายแม้ความจริงพี่ชายของเธอจะได้รับการยืนยันจากปากของชาวบ้านแล้วว่าตายได้ไปในการสงคราม เธอทั้งขโมยของและโกหกแต่ก็ได้เปลี่ยนแปลงในท้ายที่สุดหลังจากที่ชิปโปได้ช่วยชีวิตเธอไว้จากปีศาจจิ้งจก และยอมรับความจริงว่าพี่ชายของเธอไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ซาสึกิเป็นรักแรกของชิปโป


อิโมริ โยไก イモリ妖怪 (Imori yōkai)[แก้]

ปีศาจจิ้งจกที่หลอกใช้ซาสึกิ แม้จะเป็นปีศาจที่อ่อนแอมากแต่ชิปโปยังคงสู้มันไม่ได้ มันตายด้วยโดนดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะเสียบ แต่ซาสึกิเข้าใจว่าเป็นฝีมือจัดการของชิปโป




บท สองพี่น้องนินจา[แก้]

เซรินะ セリナ (Serina)[แก้]

หมู่บ้านนินจาที่ถูกทำลายโดยฝูงปีศาจเซรินะและน้องสาวจึงหาทางแก้แค้นให้ครอบครัว พวกเธอมาเจอซังโกะที่เอากระดูกบินกลับมาซ่อมและจุดธูปไหว้บิดาที่หมู่บ้านนักล่าปีศาจและขอให้ซังโกะฝึกวิชาให้ คืนนั้นสองพี่น้องได้ขโมยอาวุธในหมู่บ้านนักล่าปีศาจและออกไปแก้แค้น เซรินะใช้วิชานินจาได้แย่กว่าน้องสาว


ซูซุนะ スズナ (Suzuna)[แก้]

หมู่บ้านนินจาที่ถูกทำลายโดยฝูงปีศาจซูซุนะและพี่สาวจึงหาทางแก้แค้นให้ครอบครัว พวกเธอมาเจอซังโกะที่เอากระดูกบินกลับมาซ่อมและจุดธูปไหว้บิดาที่หมู่บ้านนักล่าปีศาจและขอให้ซังโกะฝึกวิชาให้ สองพี่น้องได้ขโมยอาวุธรวมทั้งกระดูกบินลอบหนีออกไปแก้แค้นแต่พวกเธอไม่รู้ว่าอาวุธที่ทำมาจากกระดูกของปีศาจต้องนำไปทำให้บริสุทธิ์ก่อนพวกเธอจึงถูกกลุ่มปีศาจรุมล่า แต่ซังโกะและพวกอินุยาฉะไปช่วยไว้ได้ทัน ซูซุนะมีความชำนาญคล่องแคล่วมากกว่าพี่สาว




บท มิโกะสีดำสึบากิ[แก้]

อาจารย์ของสึบากิ 椿の先生 (Tsubaki no sensei)[แก้]

ผู้นำอนเมียวจิ ที่เปิดสำนักที่สอนวิชาอนเมียวโดให้กับทั้งชายและหญิง เขาเป็นผู้มอบหน้าที่ดูแลพิทักษ์ลูกแก้วสี่วิญญาณให้กับคิเคียว แต่ สึบากิ ลูกศิษย์หญิงซึ่งโดดเด่นในสำนักของเขารับเรื่องนี้ไม่ได้เธอมาถามเขาทำไมถึงไม่ใช่เธอที่เซนเซย์ให้รับหน้าที่สำคัญนั้น คำตอบที่ศิษย์ได้ไปคือคิเคียวมีอำนาจไกลเกินกว่าเธอ ทั้งจิตใจของสึบากินั้นมันไม่บริสุทธิ์ และจากนั้นศิษย์ใกล้ชิดที่เขาเลี้ยงดูมานามสึบากิได้ไปจากสำนัก


สึบากิ 椿 (Tsubaki)[แก้]

มิโกะผู้มีพรสวรรค์ผู้รักหลงในความงามของตน เธอได้รับความนับถือจากชาวบ้านและผู้ฝึกวิชาด้วยกันว่าอยู่ในระดับเดียวกับคิเคียว แต่คิเคียวกลับเป็นคนได้รับหน้าที่จากอาจารย์ของเธอให้เป็นผู้ปกป้องลูกแก้วสี่วิญญาณ สึบากิข้องใจและอิจฉาคิเคียวว่ามีดีกว่าเธอที่ตรงไหนจึงไปพยายามทดสอบลองดีด้วยการลอบส่งงูพิษที่เลี้ยงไว้ให้ไปทำร้ายคิเคียวและได้โดนสะท้อนคำสาปกลับคืนทำให้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า นับแต่นั้นสึบากิจึงผันตัวกลายเป็นมิโกะสีดำอย่างเต็มรูปแบบ ถึงขนาดขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อที่จะคงความงามของตนตลอดกาล 50ปีต่อมาสึบากิถูกยุยงจากนาราคุให้กำจัดคาโกเมะที่เป็นคิเคียวกลับชาติมาเกิด เธอได้พบเจอกับพวกอินุยาฉะและได้พบกับคิเคียวที่เปลี่ยนไป แต่สึบากิยังคงมีความฝังใจเธอกลับมาที่สำนักเพื่อทำพิธีกรรมที่หอคำต้องห้ามซึ่งอาจารย์เคยสั่งไม่ให้เข้า แต่สึบากิต้องการอำนาจที่มากขึ้น เธอกลายเป็นครึ่งอสูรยักษ์ปีศาจและก่อนได้จบชีวิตลงไซเมียวโชบินออกมาจากลูกตาของเธอพร้อมกับเศษลูกแก้วสี่วิญญาณกลับไปหานาราคุ เธออยู่ในรูปแก่ชราผมหงอกขาวเนื้อหนังเหี่ยวย่นก่อนที่จะตาย


โมมิจิ 紅葉 (Momiji)[แก้]

มิโกะฝึกหัดที่มีความเคารพศรัทธามิโกะสึบากิอย่างมาก เธอและน้องสาวได้จับมือกันพยายามจะเอาชนะพวกอินุยาฉะ โดยใช้วิชาอนเมียวโดขั้นต้น เป็นชิกิกามิตัวเล็กๆที่ยังไม่สมบูรณ์กลุ่มหนึ่งและยังสร้างอีกสองตนเป็นตุ๊กตาคาโกเมะและอินุยาฉะขนาดใหญ่ หุ่นอาคมสองตัวนี้จะว่าเหมือนก็พอเหมือนอยู่จะว่าไม่เหมือนกันก็เข้าเคล้าเป็นคาโกเมะกับอินุยาฉะฉบับกลมป้อมแลดูหน้ารักน่าชังไปหมด อย่างที่พวกเธอชอบอะไรที่มันน่ารักๆ


โบตั๋น 牡丹 (Botan)[แก้]

มิโกะฝึกหัดที่มีความเคารพศรัทธามิโกะสึบากิอย่างมาก เธอและพี่สาวได้จับมือกันพยายามจะเอาชนะพวกอินุยาฉะ โดยใช้วิชาอนเมียวโดขั้นต้น เป็นชิกิกามิตัวเล็กๆที่ยังไม่สมบูรณ์กลุ่มหนึ่งและยังสร้างอีกสองตนเป็นเป็นตุ๊กตาคาโกเมะและอินุยาฉะขนาดใหญ่ หุ่นอาคมสองตัวนี้จะว่าเหมือนก็พอเหมือนอยู่จะว่าไม่เหมือนกันก็เข้าเคล้าเป็นคาโกเมะกับอินุยาฉะฉบับกลมป้อมแลดูหน้ารักน่าชังไปหมด อย่างที่พวกเธอชอบอะไรที่มันน่ารักๆ ในตอนที่โบตั๋นและโมมิจิพี่สาวสั่งให้อินุยาฉะตัวใหญ่ที่พวกเธอสร้างวิ่งเข้าไปโจมตีก็ได้มีคำพูดหนึ่งดังขึ้นมาจากฝ่ายศัตรู "นั่งลงเดี๋ยวนี้"




บท ฟาดฟันลูกแก้วอาคม ดาบเขี้ยวอสูรสีแดง[แก้]

ชิโอริ 紫織 (Shiori)[แก้]

เด็กหญิงครึ่งอสูร บุตรีของสึคุโยมารุลูกชายของหัวหน้าเผ่าปีศาจค้างคาวและชิสุมนุษย์หญิงชาวบ้าน แม้จะเป็นลูกครึ่งแต่ชิโอริมีพลังปีศาจขั้นสูง เธอเป็นผู้ถือครองลูกแก้วอาคมแทนปีศาจหัวหน้าเผ่าผู้เป็นปู่และปกปักษ์เผ่าปีศาจค้างคาวด้วยม่านอาคมที่แข็งแกร่งอย่างมาก อินุยาฉะพบเธอในการพัฒนาดาบเขี้ยวอสูรเป็นดาบเขี้ยวอสูรสีแดง


ชิสุ 紫津 (Shizu)[แก้]

แม่ของชิโอริ เดิมหมู่บ้านที่เธออยู่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจากปีศาจค้างคาวจนกระทั่ง ชิสุ ได้พบกับ สึคุโยมารุ ปีศาจค้างคาวผู้เป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลปีศาจค้างคาว และพบว่าเขามีความต้องการความสงบสุขไม่อยากรบกันอีกเช่นกันกับเธอ ทั้งสองตกหลุมรักกันและกันแล้วไม่นานก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวนามชิโอริ


สึคุโยมารุ 月夜丸 (Tsukuyomaru)[แก้]

พ่อของชิโอริ บุครชายของหัวหน้าเผ่าค้างคาวปีศาจเป็นผู้ที่ถือครองลูกแก้วอาคมปกป้องเผ่าจากสิ่งต่างๆที่จะมาทำลายได้ เมื่อเขาพบกับชิสุทั้งสองได้รักกันและครองรักกันอย่างสงบสุข เป็นความสงบสุขเวลาสั้นๆเมื่อบุตรสาวของเขากับชิสุคลอดออกมา เด็กหญิงเป็นครึ่งอสูรที่ได้รับสืบทอดความสามารถถือครองลูกแก้วอาคมจากเขาไป จากนั้นไม่นานสึคุโยมารุก็สิ้นชีวิต


ไทโกคุมารุ 大獄丸 (Taigokumaru)[แก้]

ผู้นำตระกูลปีศาจค้างคาว เป็นปู่ของชิโอริ แต่แรกไทโกคุมารุไม่ต้องการให้สึคุโยมารุบุตรชายของเขาที่มีใจอ่อนโยนอยู่แล้วไปข้องแวะกับมนุษย์เพราะมองว่ามันทำให้เขาอ่อนแอลง ยิ่งเมื่อพบว่าสึคุโยมารุได้ไปตกหลุมรักกับมนุษย์ผู้หญิงในหมู่บ้านยิ่งทำให้ขุ่นเคือง จนเมื่อสึคุโยมารุขอถอนตัวจากการถือครองลูกแก้วอาคมของเผ่าเพื่อไปใช้ชีวิตกับภรรยาและลูกที่จะเกิด ทว่าภายหลังไทโกคุมารุเปิดเผยขึ้นมาเองว่าเขาเลือกฆ่าบุตรชายของเขาเองเพื่อขจัดอุปสรรคของแผนการในการบุกทำลายหมู่บ้านแต่มันน่ารำคาญตรงที่พลังถือครองลูกแก้วตกไปอยู่กับชิโอริจึงเปลี่ยนแผนแสร้งสัญญาจะไม่ทำร้ายคนในหมู่บ้านเพื่อรับชิโอริเข้าเผ่าและเก็บตัวเธอให้ไม่รับรู้โลกภายนอกจะได้ไม่ขัดขืนเหมือนสึคุโยมารุ สุดท้ายเขาพ่ายแพ้ด้วยจิตวิญญาณของสึคุโยมารุซึ่งยังคงอยู่คอยดูแลบุตรสาวและอินุยาฉะสามารถทำลายลูกแก้วอาคมด้วยการร่วมมือจากชิโอริที่เป็นผู้ถือครองลูกแก้ว




บท เผ่าแมวป่าอสูร[แก้]

โทรัน 冬嵐 (Tōran)[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเธอเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเธอเป็นตัวแทนของฤดูหนาว โทรันเป็นอสูรผู้มีพลังแห่งเหมันต์หิมะน้ำแข็งและการแช่แข็งโจมตีศัตรู โทรันมีน้องสามตนคือ คารัน ชุนรัน และโชรัน ในอดีตราชาผู้นำของเผ่าแมวป่าปีศาจของเธอเป็นศัตรูกับอินุไทโชจอมอสูรสุขัขปีศาจแห่งดินแดนตะวันตกและได้พ่ายแพ้สิ้นชีวิตไป สมาชิกเผ่าแมวป่าที่รอดจึงได้สาบานว่าจะแก้แค้น เรื่องราวต่อมาใน50ปีก่อนเนื้อเรื่องตามล่านาราคุในปัจจุบันอสูรเผ่าแมวป่าได้ก่อการทำสงครามจะชิงดินแดนอีกครั้งแต่ถูกหยุดไว้โดยทัพเหล่าอสูรในปกครองของอินุไทโชที่มีเส็ตโชมารูก้าวเข้ามานำกองทัพ (ในตอนนั้นเส็ตโชมารูส่งคนไปตามน้องชายแล้วแต่อินุยาฉะเพิ่งโดนผนึก) 50ปีต่อมาที่เศษลูกแก้วสี่วิญญาณกระจายตกไปทั่วพวกเขาโทรันและสมาชิกเผ่าแมวป่ามีความหวังในการคืนชีพราชาต้องการจะทำสงครามอีกเป็นครั้งที่สาม แต่เมื่อราชาเผ่าแมวป่าจะคืนชีพ ราชากลับยังขาดพลังชีวิตไปไม่เพียงพอและได้ดูดเอาพลังชีวิตจากสมาชิกในเผ่าและน้องทั้งสามของเธอไปใช้เพิ่มพลังเมื่อเห็นเช่นนั้นโทรันเสียใจมากแต่ไม่อาจหาหนทางแก้ปัญหานี้ได้ และแล้วศัตรูของเผ่าก็กลับเป็นฝ่ายช่วยเหลือเธอ ท้ายที่สุดเส็ตโชมารูใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นวาดทำลายวิญญาณราชาปีศาจแมวป่าและอินุยาฉะฟาดพลังของดาบเขี้ยวอสูรทำลายร่างนั้นลงไม่ให้ฟื้นขึ้นมาได้อีก โทรันกับน้องของเธอที่ฟื้นขึ้นมาได้ล้มเลิกความคิดเป็นปรปักษ์แล้วเดินทางกลับถิ่นฐานเดิมของเผ่า


ชูรัน 秋嵐 (Shūran)[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเขาเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเขาเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วง ชูรันอสูรผู้มีพลังในการจัดการควบคุมสายฟ้าและการสร้างแสงสว่างจ้าทำให้ศัตรูตาบอดพร่ามองไม่เห็น


คารัน 夏嵐 (Karan )[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเธอเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเธอเป็นตัวแทนของฤดูร้อน คารันอสูรผู้มีพลังในการสร้างและจัดการไฟ มีลูกเล่นในการใช้ระเบิดควันขนาดเล็กที่จะปล่อยกลิ่นรบกวนปราสาทผู้รับกลิ่น มันมีผลกับอินุยาฉะแต่ไม่ส่งผลกับเส็ตโชมารู


ชุนรัน 春嵐 (Shunran)[แก้]

อสูรเผ่าแมวป่า ชื่อของเธอเป็นการอิงกับหนึ่งในสี่ฤดูกาลเธอเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ ชุนรันมีพลังในการสร้างภาพลวงตาโดยอาศัยรูปแบบกลีบดอกซากุระและสามารถใช้สายลมในการหันเหความสนใจทำให้ศัตรูตกอยู่ในภาพลวงเร็วขึ้น




บท เมื่อซังโกะถูกขอความรัก[แก้]

หมีปีศาจ 熊妖怪 (Kuma yōkai)[แก้]

มันถูกสังหารโดยกลุ่มนักล่าปีศาจเมื่อหกปีก่อนแต่ซากของมันไม่ได้ถูกเผาทำลายแบบที่นักล่าได้บอกกับเจ้าของปราสาทในตอนนั้นกลับเก็บมันไว้ในฐานะของประดับบารมีต่อมาคุมะโยไคมันจึงตื่นขึ้นมาเพื่อล้างแค้น ซังโกะต่อสู้กับมันด้วยอารมโกรธเกรี้ยวเพราะแต่ตัวจริงของมันตอนนี้เป็นวิญญาณมิโรคุจึงได้เป็นฝ่ายผนึกสยบวิญญาณคุมะโยไคด้วยบทสวดแห่งพระสูตร


ทาเคดะ คุราโนะสึเกะ 武田蔵乃介 (Takeda Kuranosuke)[แก้]

เจ้าของปราสาททาเคดะ ได้ว่าจ้างพวกอินุยาฉะให้ช่วยกำจัดปีศาจให้ เมื่อหกปีก่อนหน้าเขาที่เขายังไม่ได้ขึ้นครองปราสาทเขาได้ตกหลุมรักซังโกะเมื่อพบกันครั้งนี้คุราโนะสึเกะตั้งใจจะขอเธอแต่งงาน แต่ซังโกะที่มีใครบางคนอยู่ในใจอยู่แล้วได้ตอบปฏิเสธเขาไป แม้กระนั้นเขาก็ยังคงหวังดีกับซังโกะและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือถ้าซังโกะต้องการ




บท แผนขโมยดาบเขี้ยวอสูรของจาเก็น กับอดีตอันรุ่งเรืองของเขา[แก้]

มุโอโตโคะ 無男 (Muotoko)[แก้]

ปีศาจที่เกิดจากความเศร้าเสียใจของชายที่ตายในสงคราม เขาถูกจาเก็นเรียกมาใช้ในการขโมยดาบเขี้ยวอสูร(จาเก็นคิดการนี้ด้วยตัวเอง) มุโอโตโคะถูกสั่งให้ไปขโมยของสำคัญของพวกอินุยาฉะ เมื่อลงมือปีศาจตนนี้หยิบของสำคัญมาได้ทุกอย่างจริงๆแม้กระทั่งเศษลูกแก้วสี่วิญญาณ ยกเว้นดาบเขี้ยวอสูรที่เป็นเป้าหมาย มุโอโตโคะถูกซ้อมโดยจาเก็นที่สุดท้ายปล่อยเขาไปไม่สนใจแล้วไปลงมือด้วยตนเอง


บิคุนิ 比丘尼 (Bikuni)[แก้]

บิคุนิผู้นำกลุ่มปีศาจที่ควบคุมภูเขาทางทิศตะวันออกเป็นศัตรูของจาเก็นสมัยก่อน เมื่อทั้งสองเผ่ารบพุ่งกันบิคุนิที่กำลังจะจับจาเก็นกินก็ถูกเส็ตโชมารูที่จะผ่านทางเดินนี้ไป ฆ่า




บท หมอผีปราบปีศาจ[แก้]

ฮาไรยะ 祓い屋 (Haraiya)[แก้]

หญิงชรา หมอผีที่ขยับระดับตัวเองขึ้นมาปราบปีศาจด้วย รู้จักกันกับพวกอินุยาฉะเป็นครั้งแรกในการขับไล่ปีศาจพังพอนในทุ่งนา พวกอินุยาฉะคิดว่าหมอผีคนนี้เป็นนักต้มตุ๋น แต่การมีหมอผีคอยปราบพวกตัวเล็กตัวน้อยก็เป็นเรื่องที่ดี ถึงฮาไรยะจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลยก็ตาม



หัวของยักษ์ 鬼の首 (Oni no kubi)[แก้]

หัวของยักษ์ปีศาจที่ฆ่าเจ้าหญิงและปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงแล้วลวงนักบวชที่เดินทางผ่านมาให้พักที่ปราสาท เพื่อรวบรวมพลังจากผู้มีพลังวิญญาณที่จะเรียกคืนพลังและคืนชีพร่างยักษ์ของตน มิโรคุเกือบจะตกเป็นเหยื่อของมัน อย่างไรก็ตามโอนิโนะคุบิก็ถูกดูดไปในช่องว่างแห่งลม




บท สามภูตแห่งเทพวานร[แก้]

กอน ゴン (Gon)[แก้]

กอนสวมเสื้อสีดำลายแดงขวาง สามภูติลิงเล็กๆผู้มีหน้าที่ปกป้องวิหารเทพเจ้าวานร วันหนึ่งวิหารถูกไฟไหม้และหินที่เทพเจ้าวานรของพวกเขาสถิตอยู่ได้หายไปในครั้งนั้น พวกคาโกเมะเดินทางผ่านมาที่วิหารศาลเจ้านี้พวกเขาจึงต่อสู้กับชิปโปกับอินุยาฉะ


เคน ケン (Ken)[แก้]

เคนสวมเอี๊ยมสีแดงลายพระจันทร์เสี้ยวสีขาว สามภูติลิงเล็กๆผู้มีหน้าที่ปกป้องวิหารเทพเจ้าวานร วันหนึ่งวิหารถูกไฟไหม้และหินที่เทพเจ้าวานรของพวกเขาสถิตอยู่ได้หายไปในครั้งนั้น พวกเขายื่นหินก้อนหนึ่งให้อินุยาฉะและเป็นที่แน่นอนที่อินุยาฉะจะพลาดติดกับดักระดับนี้


บุน ブン (Bun)[แก้]

บุนสวมเสื้อสีฟ้าลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีน้ำเงิน สามภูติลิงเล็กๆผู้มีหน้าที่ปกป้องวิหารเทพเจ้าวานร วันหนึ่งวิหารถูกไฟไหม้และหินที่เทพเจ้าวานรของพวกเขาสถิตอยู่ได้หายไปในครั้งนั้น มือข้างหนึ่งของอินุยาฉะโดนติดไว้กับหินที่ทั้งสามมอบให้ ทำให้อินุยาฉะต้องลำบากลำบนไม่น้อยในบทนี้


ซารุคามิ 猿神 (Sarugami)[แก้]

เทพวานรสถิตอยู่ในหินกลมๆขนาดกำลังพอดีซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลเจ้าเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านแต่วันหนึ่งวิหารศาลเจ้าเกิดไฟไหม้ ครั้นหลบหนีจากไฟสามภูติลิงได้ทำหินสถิตท่านเทพหาย หลังตามการสืบสวนของคาโกเมะไปเจอกันท่านเทพวารชราที่ได้ถูกชาวบ้านที่ไม่รู้นำไปเป็นหินทับผักดอง ซารุคามิได้ระบุว่าความชั่วร้ายได้ผ่านหมู่บ้านนี้ไปโดยมุ่งไปทิศอุชิโทระ (ในทิศทั้งแปดทางตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่าง ฉลู "อุชิ" 丑(うし)กับ พยัคฆ์ "โทระ" と寅(とら)เรียกว่า "อุชิโทระ" 艮 (うしとら) Ushitora) พวกอินุยาฉะที่กำลังขาดร่องรอยเบาะแสจึงได้ทราบว่าจะไปไล่ล่านาราคุต่อไปที่ใด




บท นักพรตประหลาดกับคิราระสีดำ[แก้]

โควเมะ 小梅 (Koume)[แก้]

เด็กหญิงที่มาตามหาแมวปีศาจของเธอจนมาเจอกับพวกอินุยาฉะและเข้าใจผิดว่าเนโกะมาตะตนนั้นเป็นตัวเดียวกับคิราร่า เธอกับชิปโปร่วมมือกันตามหาแมว และวิ่งหนีเทซโซที่จะกินพวกเขา


คุโรโระ クロロ (Kuroro)[แก้]

แมวปีศาจ คุโรโระมีหน้าตาเหมือนคิราร่าต่างกันเพียงขนที่เป็นสีดำรอบคอกับขีดใต้ตาสองข้าง เนโกะมาตะตนนี้ถูกใส่ร้ายจนโดนไล่ออกจากจากหมู่บ้าน หลังจากพิสูจน์ความจริงและกำราบเทซโซปีศาจหนูได้แล้วก็ได้กลับไปอยู่ที่หมู่บ้านอีกครั้ง


เทซโซ 鉄鼠 (Tesso)[แก้]

ปีศาจหนูที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์ เป็นผู้นำทางความเชื่อของชาวบ้านและหลอกว่าคุโรโระเป็นตัวนำภัยพิบัติให้ขับไล่ออกจากหมู่บ้าน แต่เมื่อคุโรโระออกไปจากหมู่บ้านแล้วเทซโซปล่อยให้พวกหนูอาละวาดกัดกินพืชสวนไร่นายุ้งฉาง สุดท้ายอินุยาฉะเป็นผู้สังหารเทซโซ




บท ลูกแก้วอสูรเลียนแบบ[แก้]

โชสุเกะ 小助 (Shosuke)[แก้]

พ่อแม่และเพื่อนบ้านในหมู่บ้านคนอื่นๆของเขาโดนพาตัวไปโดยโอโรจิดายุ โชสุเกะเป็นเพียงคนเดียวที่รอดมาได้ ห้าวันต่อมาพวกอินุยาฉะมาถึงและได้ไต่ถามเขาแล้วโชสุเกะก็ได้ไปเห็นชาวบ้านที่โดนจับไปอยู่ในไข่ของกบ


โอโรจิดายุ オロチ太夫 (Orochidayū)[แก้]

ปีศาจงู โอโรจิดายุที่ต้องการที่จะสร้างลูกแก้วแบบลูกแก้วสี่วิญญาณแต่เลือกที่จะใช้วิญญาณของมนุษย์ในการสร้าง จึงร่วมมือกับกิวโอและดึงกามะจิโร่มาร่วมมือด้วย


อิซุโมะ 出雲 (Izumo) / กิวโอ 牛王 (Gyu-Oh)[แก้]

ครึ่งอสูรปีศาจวัว พ่อของเขาเป็นมนุษย์ชื่ออิซุโมะ และแม่เป็นปีศาจวัว เขาต้องการที่จะเป็นมนุษย์อย่างเต็มตัว เมื่อได้ข่าวว่าลูกแก้วสี่วิญญาณถูกทำลายและต้องใช้เวลาในการรวบรวม ด้วยความกลัวเขาจึงได้ร่วมมือกับโอโรจิดายุในการสร้างลูกแก้วเลียนแบบลูกแก้วสี่วิญญาณขึ้นมา โดยไม่มีพลังของมิโดริโกะลูกแก้วจึงสามารถใช้เปลี่ยนร่างได้เพียงเวลาไม่นานและยังต้องใช้วิญญาณเป็นจำนวนมากกว่าปกติแต่เขาก็เลือกที่จะทำ เมื่อต้องสู้กับพวกอินุยาฉะเขาเสี่ยงใช้ลูกแก้วที่ยังไม่สำเร็จในคืนที่จะทำให้เขาสมความปรารถนาด้วยร่างกิวโอ แต่สุดท้ายไม่อาจเอาชนะอินุยาฉะได้ก่อนฟ้าสาง กิวโอต้องกลับเป็นอิซุโมะ ร่างมนุษย์ในยามเช้าทนพลังของลูกแก้วปลอมแปลงนี้ไม่ได้ ร่างของเขากลับเป็นมนุษย์เพียงครึ่งเดียวและตาย เขาเสียใจที่ไม่อาจตายอย่าง มนุษย์


สึคุโมะ โนะ กามะจิโร่ 九十九の蝦蟇次郎 (Tsukumo no Gamajirō)[แก้]

ปีศาจกบ กามะจิโร่ที่มีหน้าหน้ารวบรวมคนในทรงกลมสารที่เขาสร้างเหมือนไข่กบ บางทีเขาที่หิวๆก็ต้องการกินวิญญาณในนั้นแต่โอโรจุดายุเตือนเขาว่าห้ามกิน กามะจิโร่ถูกฆ่าตายพร้อมปีศาจตนอื่นๆ




บท เขตอาคมแห่งเขาฮักคุเรและเจ็ดสังหารที่คืนชีพ[แก้]

คันสุเกะ 勘助 (Kansuke)[แก้]

ในกลุ่มโจรรู้จักเขาในชื่อ ราเซ็ตซึ หัวหน้าโจรป่า เขาหลงเชื่อคำโอนิงุโมะไปขโมยลูกแก้วสี่วิญญาณจากคิเคียวแต่โดนอินุยาฉะเล่นงานกลับมาและสูญเสียดวงตาข้างขวา แล้วราเซ็ตซึก็รู้ตัวว่าถูกโอนิงุโมะหลอกใช้ แล้วตอนนั้นโอนิงุโมะก็ได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าโจร ราเซ็ตซึต้องการแก้แค้นเอาคืน เขาและลูกน้องหลอกโอนิงุโมะไปฆ่าโดยเผาแล้วโยนลงหน้าผา 50ปีต่อมาเขาเป็นเพียงชาวนาแก่ๆวัย70ปลายที่ใกล้ตายชื่อ คันสุเกะ ขณะที่หมดหวังทอดอาลัยในชีวิตเขาได้พบกับมิโกะที่ผ่านทางมา คันสุเกะหยุดเธอโดยให้เหตุผลว่ารู้สึกถึงพลังอำนาจของเธอที่จะช่วยเขาได้และสารภาพอดีตของเขาให้มิโกะรับฟังทั้งหมดโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกันกับคิเคียวคนนั้น ก่อนตายคันสุเกะขอให้มิโกะช่วยนำปอยผมของเขาไปชำระล้างบาปกรรมที่หุบเขาฮักคุเร



โอยากาตะ 北城の殿様 (O-Yakata)[แก้]

เจ้าของปราสาทที่ว่าจ้างเหล่าเจ็ดสังหารให้ทำงานให้ ก่อนจะดัดหลังด้วยการสั่งฆ่าทั้ง7 โอยากาตะถูกฆ่าล้างแค้นโดยบังโกสึหัวหน้ากลุ่มเจ็ดสังหารที่เพิ่งฟื้นขึนมาจากความตาย และรับเอาบันริวไปเป็นรางวัลค่าจ้างงานก่อนหน้า


เจ็ดสังหาร 七人隊 (Shichinintai)[แก้]

เป็นกลุ่มทหารรับจ้าง ประกอบด้วย บังโกซึ เคียวโกซึ คินโกซึ มูโกซึ จาโกซึ เร็นโกซึ และซุยโกซึ แต่เดิมพวกเขาเป็นมนุษย์ซึ่งรับจ้างสู้รบและทำลายปราสาทเจ้าเมืองต่างๆในฐานะทหารรับจ้างที่ไม่เป็นข้ารับใช้ใคร แต่ถูกเจ้าเมืองที่เคยทำงานให้ร่วมมือกันหักหลัง ถูกจับได้และประหารชีวิตด้วยการตัดหัว เหล่าเจ้าเมืองกลัววิญญาณแค้นจึงฝังและผนึกไว้ กระทั่ง 15 ปีต่อมา นาราคุนำเศษลูกแก้วสี่วิญญาณมาคืนชีพให้เพราะต้องการหลอกใช้หน่วยเจ็ดสังหารเป็นตัวช่วยถ่วงเวลากันพวกอินุยาฉะไว้ในขณะที่ตนเองกำลังเปลี่ยนร่างเพื่อเพิ่มพลัง
บังโกซึ 蛮骨 (Bankotsu (ผู้มีสันดานหยาบช้า) 
หัวหน้าหน่วยเจ็ดสังหาร มีฝีมือการต่อสู้เก่งกาจที่สุดจึงถูกยกเป็นพี่ชายคนโตของกลุ่มแม้ว่าจะมีอายุน้อยที่สุดก็ตาม เป็นผู้ที่รักพวกพ้องมาก รอดชีวิตอยู่เป็นคนสุดท้ายจึงต้องการจะแก้แค้นให้พวกพ้องที่ตายไป แต่ความตายอีกครั้งของเขาก็ถูกมอบให้โดยอินุยาฉะ
เคียวโกซึ 凶骨 (Kyōkotsu (ผู้ชั่วร้าย) 
มีร่างกายใหญ่โตมาก บ้าพลังและตะกละ สุดท้ายก็ถูกโคงะฆ่าตายโดยการแย่งเอาเศษลูกแก้วออกมาจากหน้าผาก
คินโกซึ 銀骨 (Ginkotsu (ผู้มีร่างกายเป็นเหล็ก) 
มีร่างกายประกอบด้วยเหล็กและอาวุธต่างๆทั้งตัว ตายในขณะที่ต่อสู้กับโคงะ เพราะสละชีวิตตนช่วยเร็นโกซึซึ่งเป็นผู้มีพระคุณของตนไว้
มูโกซึ 霧骨 (Mukotsu (ผู้ใช้พิษ) 
มีหน้าตาที่น่าเกลียด เป็นผู้ใช้พิษ พิษของเขาร้ายแรงมากและมีหลายรูปแบบ เป็นสมาชิกคนเดียวในหน่วยเจ็ดสังหารที่บ้าผู้หญิง ขณะที่จับพวกคาโกเมะแล้วไม่ได้ดั่งใจและกำลังจะฆ่าทิ้ง มูโกซึก็เจอกับเส็ตโชมารูที่บอกว่าแวะมาถามอะไรอินุยาฉะซักหน่อยสังหาร
จาโกซึ 蛇骨 (Jakotsu (ผู้ใช้งู) 
กายเป็นชายแต่มีนิสัยชอบผู้ชายด้วยกัน มีดาบกระดูกงูเป็นอาวุธ ชอบอินุยาฉะมากซะจนอยากจะฆ่าทิ้ง มีความซื่อสัตย์ต่อบังโกซึเป็นเลิศ แต่สุดท้ายตายเพราะโดนอินุยาฉะจัดการจนไม่เหลือพลังและโดนพวกพ้อง (เร็นโกซึ) หักหลังแต่ได้รับการล้างแค้นโดยบังโกซึในภายหลัง
เร็นโกซึ 煉骨 (Renkotsu (ผู้ใช้ไฟ) 
เป็นคนฉลาดและเจ้าเล่ห์ คิดจะทรยศพวกพ้องของตนเอง และได้หลอกจาโกซึให้ไปถูกอินุยาฉะฆ่าเพื่อชิงเศษลูกแก้ว แต่สุดท้ายต้องถูกบังโกซึฆ่าตายเพราะโดนจับได้
ซุยโกซึ 睡骨 (Suikotsu (ผู้หลับใหล) 
เป็นผู้ที่มีสองบุคลิกในคนเดียวกัน บุคลิกหนึ่งคือเป็นหมอที่ทีความมีเมตตา ช่วยเหลือคน แต่อีกบุคลิกหนึ่งคือเป็นผู้ที่มีจิตใจโหดร้าย ชื่นชอบการฆ่าฟันเป็นชีวิตจิตใจ ปกติแล้วจะถูกซุยโกซึที่มีจิตใจดีกดไว้อยู่แต่พอโมโหขึ้นมาซุยโกซึอีกคนหนึ่งก็จะปรากฏตัวออกมา สุดท้ายซุยโกซึได้ขอร้องให้คิเคียวเอาเศษลูกแก้วไปจากตนซะเพราะไม่อยากให้ใครต้องตายเพราะตนอีกแล้วแต่โดนจาโกซึแย่งไปก่อน



ชินทาโร่ 新太郎 (Shintarō)[แก้]

บุตรชายของหัวหน้าหมู่บ้าน พ่อของเขาหายไปและไม่กลับมาจากเกาะฮิจิริซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารของท่านฮาคุชิน เขาเคยไปขอให้พวกชาวบ้านช่วยแต่ไม่มีใครยอม เมื่อได้พบกันกับพวกอินุยาฉะที่ต้องการไปที่เกาะฮิจิริพอดีเขาจึงเป็นผู้ที่ร่วมทางพาพวกอินุยาฉะไปที่นั่น แต่ไปถึงเขาได้เจอศพของพ่อที่โดนปีศาจฆ่าตาย ชินทาโร่เป็นผู้ที่ได้เห็นอินุยาฉะต่อสู้กับเบียคุยะ



ฮาคุชิน 白心 (Hakushin)[แก้]

พระสงฆ์ระดับสูงที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยชาวบ้านให้พ้นจากโรคระบาดในพื้นที่ แต่ในขณะที่กำลังรอคอยที่จะตายเขาเริ่มที่จะเกลียดชังลูกศิษย์ของเขาที่อธิษฐานขอความตายแก่เขาเพื่อที่ว่าพวกเขาเองจะได้อยู่รอด แต่ฮาคุชินยังไม่ได้หายไปจากโลกวิญญาณเขาไม่ได้ละทิ้งสังขารร่างกายยังคงอยู่เฝ้าในวิหารส่วนลึกของภูเขาฮักคุเรด้วยพลังวิญญาณแก่กล้าของเขาได้สร้างเป็นปราการอาคมข่ายเวทย์ขนาดใหญ่ซึ่งแข็งแกร่งทรงพลังอย่างมากรอบอาณาบริเวณทำให้ไม่มีปีศาจหรือพลังชั่วร้ายใดเข้ากล้ำกลายในบริเวณภูเขาฮักคุเรได้ แต่กลับเป็นนาราคุที่ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนนี้โดยช่องว่างทางจิตใจนี้ สุดท้ายคิเคียวเป็นผู้ปลดปล่อยเขาจากความทุกข์ทรมานด้วยการช่วยให้ ท่านฮาคุชินระลึกถึงเหตุผลและความตระหนักที่แท้จริงว่าเขานั้นยังไม่อยากตาย จากนั้นคิเคียวช่วยเขาในการข้ามผ่านวัฎสังสารที่ติดอยู่ในชาติปัจจุบัน




บท เชื้อสายปีศาจจากแผ่นดินใหญ่[แก้]

คิสึเกะ 喜助 (Kisuke)[แก้]

ด้วยความบริสุทธิ์ใจของคิสึเกะ ชายหนุ่มขอให้พวกอินุยาฉะช่วยเหลือพวกผู้หญิงจากโจฮัคไค


โจฮัคไค 猪九戒 (Chokyūkai)[แก้]

เขาสืบเขื้อสายมากจากบรรพบุรุษของเขา จากประเทศจีน โจฮัคไค(ตือโป้ยก่าย)ที่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในตำนานไซอิ๋ว โจฮัคไค(ตือเก้าก่าย)ปีศาจหมูตนนี้ ได้รับแรงบรรดาลใจจากบรรพบุรษและตั้งใจทำตามในเรื่องของความบ้าผู้หญิง


ชาโกโจ 沙悟浄 (Sha Gojyo)[แก้]

เขาสืบเขื้อสายมากจากบรรพบุรุษของเขา จากประเทศจีน ชาโกโจ(ซัวเจ๋ง)ที่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในตำนานไซอิ๋ว ชาโกโจตนนี้เป็นปีศาจกัปปะ ที่ถูกโจฮัคไคใช้ให้ลักพาตัวควบคุมผู้หญิงโดยรัดเกล้า(แบบที่อยู่บนหัวซุนอู่คง(ซุนหงอคง)) และห่วงรัดเหล้านี้ได้ไปอยู่บนหัวของอินุยาฉะในตอนนี้ด้วยเช่นกัน ชาโกโจเป็นปีศาจที่ขี้ขลาดมากถึงขนาดที่อินุยาฉะแค่แยกเขี้ยวขู่ก็ตัวสั่นแล้ว


ซงโกคู 孙悟空 (Son Goku)[แก้]

เขาสืบเขื้อสายมากจากบรรพบุรุษของเขา จากประเทศจีน ซงโกคู (ซุนอู่คง) ที่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในตำนานไซอิ๋ว ซงโกคูตนนี้แม้จะมีชื่อเสียงเลื่องลือของบรรพบุรุษให้คุยอวดแต่เขาเป็นเพียงลูกหลานปีศาจลิงที่อ่อนด๋อยและขี้กลัว




บท ท่าไม้ตายใหม่ของชิปโป แผลแห่งใจ[แก้]

อิปโปะ 一宝 (Ippō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดก่อนจึงได้ชื่อ "อิปโปะ" ที่หมายถึง หนึ่งสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น อิปโปะสวมเสื้อลายขวางแดงตัดม่วง


จิบโปะ 二宝 (Jippō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่สองจึงได้ชื่อ "จิปโปะ" ที่หมายถึง สองสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น จิปโปะสวมเสื้อกั๊กสีน้ำตาล


ซัมโปะ 三宝 (Sanpō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่สามจึงได้ชื่อ "ซัมโปะ" ที่หมายถึง สามสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น ซัมโปะสวมเสื้อยืดสีเขียว


ชิโฮะ ะ四宝 (Shihō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่สี่จึงได้ชื่อ "ชิโฮะ" ที่หมายถึง สี่สมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น ชิโฮะสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้า


โกโฮะ 五宝 (Gohō)[แก้]

หนึ่งในกลุ่มจิ้งจอกเด็กที่มักจะไปรังควานหมู่บ้านของมิซูกิ เขาพร้อมกับพี่น้องเข้าใจพลาดไปว่าชิปโปเป็นผู้ใช้แผลแห่งลม เพราะเขาเกิดเป็นตนที่ห้าจึงได้ชื่อ "โกโฮะ" ที่หมายถึง ห้าสมบัติ ชื่อของพวกเขาเมื่อรวมกับ "ชิปโป" จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจ็ดสมบัติในภาษาญี่ปุ่น โกโฮะสวมเสื้อรัดรูปสีแดง


มิซูกิ みずき (Mizuki)[แก้]

เด็กหญิงผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มักจะโดนกลุ่มปีศาจจิ้งจอกรังควาน กลุ่มของอินุยาฉะเดินทางผ่านไปแถวนั้นชิปโปเลยได้สมอ้างกับพวกจิ้งจอกว่าเป็นผู้นำกลุ่มของอินุยาฉะอวดเพื่อนๆในเผ่าเดียวกับเขา ชิปโปเล่นตลกใส่มิซูกิจนโดนเธอตะโกนใส่หน้าว่า ฉันเกลี่ยดเธอ




บท ปีศาจในภาพแขวนเทพคันนอน[แก้]

ชินโนสุเกะ 篠助 (Shinosuke)[แก้]

นักเดินทางหนุ่มคู่หมั้นของวาคานะ เขาถูกบังคับให้ไปเข้าร่วมสงครามก่อนแต่งงานไม่กี่วัน เขาได้รับบาดเจ็บและกลับมาที่หมู่บ้าน


วาคานะ 若菜 (Wakana)[แก้]

คู่หมั้นของชินโนสุเกะ วาคานะถูกครอบงำโดยไข่ปีศาจซาลาแมนเดอร์ซึ่งมันบังคับให้เธอฆ่าพวกผู้ชายและนำไปให้ซาลาแมนเดอร์


มัทสึ まつ (Matsu)[แก้]

หนึ่งในหญิงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหลังสูญเสียสามีและลูกเธอได้ไปได้อธิษฐานกับภาพวาดเทพคันนอนที่วัดและได้ถูกโจมตีโดยปีศาจในภาพ มัทสึและหญิงในหมู่บ้านทั้งหมดล่อหลอกผู้ชายและฆ่านำผิวหนังไปให้ซานโชโอะ มัทสึเป็นผู้ที่บังคับให้ซังโกะกลืนไข่ซาลาแมนเดอร์


ซานโชโอะ 山椒魚 (Sanshōuo)[แก้]

ป๊ศาจซาลาแมนเดอร์ขนาดใหญ่ เป็นปีศาจที่ถูกนักบวชปิดผนึกไว้ในภาพเทพคันนอน( 観世音菩薩 Kanzeonbosatsu "คันเซะองโบะซัทสึ", โพธิสัตว์กวนอิม)ภาพแขวนในวัด ตื่นจากสะกดให้อยู่ในภาพด้วยผลกระทบจากพลังปีศาจของนาราคุ มันใช้ฟองไข่ในการบังคับบงการหญิงในหมู่บ้าน ซานโชโอะถูกอินุยาฉะฆ่าตายโดยแผลแห่งลม




บท ซาระแห่งปราสาทอาซาโนะ[แก้]

อาซาโนะ โซจู 阿佐野双樹 (Asano Sōju)[แก้]

ผู้ปกครองปราสาทอาซาโนะ ในขณะที่ถูกศัตรูล้อมปราสาทก็มีอสูรตนหนึ่งผ่านมาและทำลายใจกลางกองทัพฝ่ายข้าศึกศัตรูของเขา แต่ดีใจได้ไม่นานเขาก็พบว่าบุตรีของเขา ซาระ ได้ไปหลงรักอสูรตนนั้น เขาจึงส่งกองทหารไปเพื่อฆ่าเจ้าปีศาจอสูรที่กล้าดีมาล่อลวงบุตรีของตน สุดท้ายโซจูฆ่าตัวตายเพราะกลัวจะมีการโจมตีโต้กลับของเส็ตโชมารู


อาซาโนะ ซาระ 阿佐野娑蘿 (Asano Sara)[แก้]

ท่านหญิงซาระแห่งปราสาทอาซาโนะ หญิงสาวชาวมนุษย์ผู้หลงรักเส็ตโชมารูเมื่อเธอพบเห็นเขาฆ่าข้าศึกฝ่ายศัตรูที่ล้อมปราสาท (จริงแล้วเส็ตโชมารูแค่ออกจากสุสานอินุไทโชมาลงตรงจุดนั้น) บิดาของซาระเมื่อรู้ว่าบุตรสาวไปหลงรักปีศาจที่ไหนก็ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจึงได้นำกองพลปืนยาวจากปราสาทไปเพื่อสังหารเส็ตโชมารู และอย่างไม่ต้องเอ่ยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุนั้นเองปราสาทได้ถูกโซจูบิดาของเธอที่กลายเป็นบ้าเผาทำลายพร้อมกับการจบชีวิตตนเองของเขา ท่านหญิงซาระและข้ารับใช้หญิงส่วนหนึ่งออกมาบวชอยู่ในสำนักชีแต่แม้จะป่วยหนักซาระยังคงต้องการพบกับเส็ตโชมารูอีกครั้งจึงตัดสินใจขายวิญญาณให้แก่ปีศาจแล้วถือกำเนิดเป็นปีศาจในแบบเดียวกับนาราคุ เธอมีขลุ่ยอยู่เลาหนึ่งและมักจะนำมันออกมาเล่นอยู่เสมอ ซาระถูกเส็ตโชมารูสังหารเป็นการปลดปล่อยให้ไปจากโลก




บท อสูรนินจา อาวุธปีศาจที่ไคจินโบเคยสร้างไว้[แก้]

สึคิโยมิ 月黄泉 (Tsukiyomi)[แก้]

มิโกะที่มีหน้าที่บูชาสื่อสารกับเทพเจ้า เธอมีชือเสียงพลังเทียบเคียงกับมิโดริโกะผู้ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดลูกแก้วสี่วิญญาณ (การแต่งตัวและเกราะของมิโกะทั้งสองบ่งบอกว่ามีชีวิตอยู่ในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์การแต่งกายของมิโกะ) สึคิโยมิเป็นคนรักของโฮชิโยมิ และตายไปพร้อมกับการปิดผนึกผู้ที่รัก


โฮชิโยมิ 星黄泉(Hoshiyomi)[แก้]

อสูรนินจาที่เคยถูกคนรักปิดผนึกและดูถูกมนุษย์นับแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้าของ"ง้าวแห่งสวรรค์พิภพ"(เคนคอน โนะ นากินาตะ) หรือที่มีการพากษ์ในอะนิเมะคือ "ดาบคู่ฟ้าดิน" ที่เขาได้ให้ไคจินโบตีขึ้น โฮชิโยมิหลุดจากผนึกหลังจากเขาฮัคคุเรล่มสลาย เขาให้ลูกสมุนทั้งสี่ออกตามเอาอาวุธคืน แต่อาวุธชิ้นนั้นอยู่ที่อากิโทกิ โฮโจ ที่พอดีไปขอให้พวกอินุยาฉะช่วยในการเอาอาวุธประจำตระกูลไปชำระล้างความชั่วร้าย


เบียกโกะ 白虎 (Byakko)[แก้]

เบียกโกะแห่งสายฟ้า หนึ่งในลูกน้องของโฮชิโยมิ


เก็นบุ 玄武 (Genbu)[แก้]

เก็นบุแห่งความมืด หนึ่งในลูกน้องของโฮชิโยมิ


ซูซาคุ 朱雀 (Suzaku)[แก้]

ซูซาคุแห่งบุบผา หนึ่งในลูกน้องของโฮชิโยมิ


เซริว 青竜 (Seiryū)[แก้]

เซริวแห่งจันทรา หนึ่งในลูกน้องของโฮชิโยมิ




บท การตายของเหล่าผู้มีพลังวิญญาณ และ อสูรผู้ขี่อาชากีบเพลิง[แก้]

ชินเซน 神泉 (Shinsen)[แก้]

ภิกษุที่ปิดผนึกอสูรเรนโกคูคิและเอ็นเท เขาเป็นหนึ่งในผู้มีพลังวิญญาณสูงส่งที่ถูกคากุระและทารกปีศาจฆ่าตาย ก่อนตายชินเซนได้ใช้พลังผ่าร่างทารกปีศาจออกเป็นสองส่วน หากแต่สองส่วนนั้นภายหลังกลับแยกออกเป็นทารกอากาโกะและเด็กปีศาจฮักคุโดชิ



เรนโกคูคิ 煉獄鬼 (Rengokuki)[แก้]

อสูรผู้ที่มุ่งมั่งพิสูจน์ความเชื่อที่ตามตำนานว่าผู้ที่ขับขี่เอ็นเทจะได้เป็นนายของโลก เรนโกคูคิแข่งขันและได้อสูรพาหนะนี้มาครอบครองแต่ว่าเขาก็ถูกปิดผนึกโดยภิกษุชื่อชินเซน นานหลายทศวรรษจนนักบวชรูปนั้นถูกฆ่าโดยอากาโกะ หลังจากหลุดจากผนึกเขาต้องการพิสูจน์ตนเองในการเป็นนักขี่ม้าแห่งปีศาจร้ายและยึดครองโลกต่อไป แต่เมื่อเรนโกคูคิจะได้สู้กับฮัคคุโดชิและสังหารเด็กนั่นตามที่คิด เอ็นเทที่เขาขี่ก็สลัดเขาทิ้งไปให้ฮักคุโดชิขี่แทน เรนโกคูคิได้ตายลงด้วยการฆ่าของฮักคุโดชิ



เอ็นเท 炎蹄 (Entei)[แก้]

อสูรกีบเพลิง เป็นอสูรรูปแบบม้า มีตำนานเล่าถึงมันว่าผู้ที่ได้ขี่ปีศาจร้ายตนนี้จะได้เป็นนายแห่งโลก เอ็นเทความสามารถในการลอยเหินเหยียบอากาศและมันได้ทอดทิ้งนายเก่ามาอยู่กับฮักคุโดชิ




บท การตามหาเศษลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นสุดท้าย[แก้]

มิมิเซนริ 耳千里 (Mimisenri)[แก้]

ปีศาจหูทิพย์ มิมิเซนริมีความสามารถในการได้ยินสรรพสิ่งที่เป็นไปที่มีอยู่ที่เกิดขึ้นไม่ว่าบนดินในน้ำบนอากาศ ได้ยินสรรพสำเนียงในทุกโลกทุกภพ ด้วยการณ์นี้นาราคุจึงไปสอบถามสถานที่อยู่ของเศษลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นสุดท้ายจากเขา



เก็นตะ 甘太 (Kanta)[แก้]

ปีศาจนากเด็กที่มาเจอกับพวกอินุยาฉะ พ่อของเขาถูกฮัคคุโดชิตัดหัวแต่เขาได้เก็บหัวของพ่อไว้เพราะหวังว่ามันจะนำมาต่อคืนกันได้แล้วพ่อจะฟื้น ชิปโปที่เสียพ่อไปในเหตุการณ์ใกล้เคียงกับแบบนี้เข้าใจความรู้สึกของเก็นตะ และชิปโปกับคาโกเมะได้ขอร้องเส็ตโชมารูให้ช่วย


พ่อของเก็นตะ 甘太の父 (Kanta chichi)[แก้]

ปีศาจตัวนากพ่อที่แสนใจดีของเก็นตะ เขาโดนฮักคุโดชิที่ค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ตัดหัว และด้วยเหตุผลหนึ่งเขาได้รับการอนุเคราะห์จากเส็ตโชมารูในการชุบชีวิตกลับคืนมา พ่อของเก็นตะได้เล่าเรื่องในระหว่างที่หัวของเขากำลังเที่ยวไปในเส้นทางระหว่างพรมแดนของโลกนี้กับโลกหน้า ซึ่งเส็ตโชมารูและอินุยาฉะได้ฟังก็ทราบว่าที่แห่งนั้นคือสุสานของอินุไทโชบิดาของพวกเขา พ่อของเก็นตะเป็นผู้ที่ได้ชี้เบาะแสของแรงจูงใจในการกระทำของฮักคุโดชิ



โกสุ 牛頭 เมสุ 馬頭 (Gozu, mezu)[แก้]

รูปปั้นอารักษ์เฝ้าประตูทางเข้าสู่โลกหลังความตาย โกสุซ้าย เมสุขวา พวกเขาจะถามผู้ที่มาว่า "ต้องการที่จะผ่านเข้าไปหรือไม่" อินุยาฉะ คาโกเมะและพรรคพวกไปที่นั่นแล้วพบว่าไม่สามารถทำอะไรอารักษ์ทั้งสองได้เพราะสิ่งที่เป็นสมบัติของโลกนี้ไม่อาจทำร้ายทั้งสองตน ขณะนั้นที่อินุยาฉะตัดโซ่ประตูขาดคากุระที่ซุ่มอยู่แถวนั้นได้สั่งให้สมุนปีศาจที่เธอพามาเข้าไปในประตูแต่ทุกอย่างที่โดนแสงจากประตูได้กลายเป็นหิน เหตุนี้พวกอินุยาฉะจึงตระหนักว่าไม่อาจผ่านเข้าไปโดยทางนี้แต่ในตอนที่ประตูเปิดนั้นเองคาโกเมะก็สัมผัสได้ถึงพลังของลูกแก้วสี่วิญญาณที่อยู่ด้านหลังของประตูพวกเขาจึงได้ไปหาทางอื่นกันแทน ฝั่งคากุระซึ่งหนีรอดมาได้นำความเรื่องเส้นทางนี้ไปบอกกับเส็ตโชมารู เมื่อเส็ตโชมารูมาถึงและสู้กับโกสุและเมสุ อารักษ์ถามคำถามเดิมและพูดว่าสิ่งที่เป็นของโลกฝั่งนี้ทำร้ายพวกเขาไม่ได้เส็ตโชมารูจึงชักดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นขึ้นมา โกสุ เมสุยอมรับและเคารพในผู้ถือครองสมบัติของโลกอีกภพหนึ่งที่มีสิทธิ์เหนือกว่าพวกตนและคุกเข่าเชิญให้ผ่านประตูไป



เอบิ 阿毘 (Abi), เอบิฮิเมะ 阿毘姫 (Abi-hime)[แก้]

ท่านหญิงเผ่าวิหคอสูรที่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับโลกหลังความตาย เอบิฮิเมะอยู่ในรูปแบบกายมนุษย์และเป็นผู้ควบคุมฝูงวิหคปีศาจไปล่ามนุษย์และนำเลือดไปใช้เจือจางพิษที่เท็กเคแม่ของเธอได้รับ ได้ปะทะกับพวกอินุยาฉะในระหว่างนั้น เอบิและแม่ของเธอถูกนาราคุใช้เป็นเบี้ยและตายเพื่อการเปิดทางไปสู่ลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นสุดท้าย


เท็กเค 鉄鶏 (Tekkei)[แก้]

แม่ของเอบิฮิเมะ ก่อนหน้าเท็กเคเพิ่งจะกินหัวหน้าเผ่าศัตรูแล้วติดพิษจึงเก็บตัวพักอยู่แต่ในภูเขาไม่ได้ออกหน้าฉากแล้วให้เอบิบุตรสาวนำลูกเผ่าไปล่ามนุษย์จำนวนมากเพื่อเอาเลือดมาเจือจางพิษในตน เท็กเคและเอบิฮิเมะได้ทำข้อตกลงกับนาราคุที่มาเสนอให้ความช่วยเหลือในการแก้พิษ แต่แล้วเมื่อพบข้อสงสัยในตัวนาราคุ เท็กเคกินนาราคุเข้าไปแล้วนั่นก็เป็นการจบชีวิตตนเอง นาราคุระเบิดเปิดหัวเท็กเคออกมาเลือดมากมายได้ไหลนองเป็นสายธารเป็นทางผ่านไปสู่โลกหลังความตาย



ลูกชายของโฮเซนกิ 宝仙鬼の息子 (Hōsenki no Musuko)[แก้]

เขาเป็นอสูร ห อ ยนางรม พ่อของเขาเป็นที่ผู้สร้างไข่มุกดำเม็ดที่เคยอยู่ในตาข้างขวาของอินุยาฉะ พวกอินุยาฉะเพื่อขอความช่วยเหลือในการหาวิธีการผ่านไปยังดินแดนอีกโลกหลังความตายแต่ก็ได้พบว่าโฮเซนกิผู้พ่อเขาตายไปแล้ว และไข่มุกดำพ่อของเขาได้ใช้หมดไปแล้วเช่นกันถ้าต้องการเม็ดใหม่ต้องรอการผลิตไปอีก100ร้อยปี


โฮเซนกิ 宝仙鬼 (Hōsenki )[แก้]

โฮเซนกิเป็นสหายกับอินุไทโช เขาเป็นอสูร ห อ ยนางรมผู้รังสรรค์อัญมณีและยังเป็นผู้สร้างที่สร้างไข่มุกดำ(ที่เคยอยู่ในนัยย์ตาขวาของอินุยาฉะก่อนไข่มุกดำเม็ดนั้นจะโดนเส็ตโชมารูนำออกไปเปิดประตูสู่สุสานของอินุไทโช) โฮเซนกิตอนที่ตายเขานึกว่าร่างหลังความตายของเขาจะได้อยู่อย่างสงบในโลกหลังความตายโดยตั้งใจไปอาศัยที่โครงกระดูกของสหายตน ทว่าได้มีเศษลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นหนึ่งตกลงมาที่ร่างส่วนกระโหลกของเขา




บท เจ้าสาวของปีศาจปลาดุก[แก้]

นูชิ 主 (Nushi)[แก้]

นายของทะเลสาบใกล้บ้านชิมะ สองปีก่อนที่ชิมะป่วยหนักพ่อของชิมะได้รับยาและคำแนะนำจากมิโรคุให้ไปหาน้ำสะอาดมาใช้ต้ม พ่อของชิมะได้ไปนำน้ำจากทะเลสาบของนูชิและสัญญาว่าถ้าลูกสาวหายดีจะตอบแทนด้วยอะไรก็ตามที่ท่านต้องการ ฝ่ายนูชิที่เป็นนายแห่งทะเลสาบแห่งนั้นเป็นปีศาจปลาดุกเขาต้องการชิมะให้แต่งงานมาเป็นภรรยาของตนเป็นสิ่งตอบแทน ชิมะที่มารู้ภายหลังว่าเป็นพ่อเธอเองที่ไปสัญญาไว้เธอขอโทษนูชิแต่นูชิไม่ยอม


แม่ของชิมะ 志麻の母 (Shima no haha)[แก้]

แม่ของชิมะ ไม่ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับนูชิ


พ่อของชิมะ 志麻の父 (Shima no chichi)[แก้]

พ่อของชิมะเป็นคนที่สัญญากับนายแห่งทะเลสาบ แต่เขารู้สึกเสียใจมากไม่อยากให่ชิมะแต่งงานกับปีศาจปลาดุกนูชิ เมื่อเขาเจอกับมิโรคุเขาขอให้มิโรคุช่วยแต่งงานกับลูกสาวเร็วๆ


ชิมะ 志麻 (Shima)[แก้]

หญิงสาวซึ่งอ้างว่าเคยนอนกับมิโรคุ ทำให้มิโรคุสับสนมึนงงมากว่าหญิงคนนี้หรือเคยเป็นของเขา แต่ที่จริงแล้วชิมะสมอ้างขึ้นเพื่อหนีการแต่งงานกับปีศาจปลาดุกที่กำลังจะมาทวงสัญญา ภายหลังเธอขอโทษซังโกะและอวยพรให้พวกเขาทั้งสองอยู่คู่กันอย่างมีความสุข




บท จะขออยู่กับท่านเส็ตโชมารูไปตลอดกาล[แก้]

อังโคคุคิ 音獄鬼 (Ongokuki )[แก้]

เป็นปีศาจทีลักพาตัวเด็กด้วยเสียงขลุ่ยเพื่อไปขายให้กับปีศาจตนอื่น คืนหนึ่งเขาลักพาตัวรินและพาไปไว้ในถ้ำเดียวกับเด็กคนอื่นๆที่ถูกลักพามาก่อนหน้า แต่ไม่นานกลุ่มนักบวชล่าปีศาจซึ่งรับงานจากชาวบ้านก็มาล่าอังโคคุคิถึงหน้าถ้ำ แล้วอังโคคุคิก็ได้ถูกสังหาร (บทตอนเดียวในอินุยาฉะปีที่4 )


อุนไก 雲涯 (Ungai)[แก้]

นักบวช ที่มีชื่อเสียงในทางล่าปีศาจ เขาและกลุ่มของเขาจัดเป็นผู้มีฝีมือสูงและเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบ้าน และมิโรคุที่เล่าว่าในนักบวชเป็นที่รู้กันดีว่าอุนไกนั้นมีคติความคิดกับพวกปีศาจอย่างรุนแรงเมื่อพบเจอเขาจะไม่ปล่อยเอาไว้ อุนไกและพวกพบเส็ตโชมารูตอนที่เส็ตโชมารูเพิ่งเสร็จจากเก็บกวาดฆ่าล้างพวกโจรป่าที่ไปบุกทำลายหมู่บ้าน ทีแรกอุนไกเข้าใจว่าเป็นอสูรตนนี้ที่ฆ่ามนุษย์จึงทำการโจมตีแต่เส็ตโชมารูก็หลบฉากออกไปพวกอุนไกจึงรู้ว่าที่ตายนั่นเป็นพวกโจรป่า เขาเจอกับรินที่มีกลิ่นไอปีศาจติดตัวในป่าจึงได้จะถามเธอแต่รินก็ขี่อะอุนเหาะจากไป โชคดีเมื่อได้พบกับพวกอินุยาฉะก็เป็นคืนเดือนดับพอดีแต่เขายังได้เตือนอินุยาฉะว่าให้ทิ้งดาบที่มีไอปีศาจนั่นไปและมองพวกชิปโป คิราร่าว่าก็เป็นปีศาจ มนุษย์ไม่ควรอยู่ร่วมกับปีศาจอสูรใดๆ จากนั้นเมื่อเขาตามล่าปีศาจตามคำไหว้วานของชาวบ้านไปถึงถ้ำของอัคโคคุคิ ปีศาจผู้ลักพาเด็กๆ พวกของเขาได้สังหารมันแล้วช่วยเด็กๆออกมา หากทว่าในกลุ่มนั้นมีเด็กคนหนึ่งไม่ยอมออกมาจากถ้ำ และเด็กคนนั้นคือรินที่กำลังรอให้ท่านเส็ตโชมารูของเธอมารับ อุนไกและกลุ่มนักบวชจึงได้มีโอกาสทำการล้อมและพยายามจะปราบสังหารเส็ตโชมารู ในขณะนั้นพวกอินุยาฉะที่รู้ข่าวของรินจากจาเก็นก็รีบตามกลิ่นมาซุ่มรอดูว่า(นักบวช)จะรอดหรือไม่ จากเหตุการณ์ในบทนี้นักบวชอุนไกก็ดูจะได้เปิดมุมมองใหม่ในด้านอื่นๆของอสูรปีศาจที่เขาเกลียดชัง




บท โกเรียวมารุ นักพรตล่าปีศาจ[แก้]

ยาโดริซานากิ 宿り蛹 (Yadori-sanagi)[แก้]

ป๊ศาจแมลงปรสิต นาราคุใช้พวกมันในการขโมยหินฟุโยเฮคิจากปีศาจภูเขา และสั่งให้คากุระและโกฮาคุกำจัดพวกมันเพื่อรักษาความลับ


ปีศาจภูเขา 岳山人 (Gakusanjin)[แก้]

กาคุซันจินเป็นเจ้าของหินฟุโยเฮคิ ซึ่งมีอยู่ในตัวเขาเองกาคุซันจินใช้ฟุโยเฮคิเพื่อปกป้องตนเองปิดบังไอปีศาจของตนเองแล้วนอนหลับอย่างสงบนิ่งกับที่เหมือนภูเขาทั่วไป ก่อนที่นาราคุจะแย่งชิงเอามันไปจากเขาเพื่อใช้ปกปิดหัวใจของนาราคุเองจากพวกอินุยาฉะ จากนั้นไม่นานกาคุซันจินก็ถูกสังหารโดยกลุ่มนักพรตเด็กในสังกัดของโกเรียวมารุเพราะพวกเด็กเหล่านี้แยกไม่ออกระหว่างป๊ศาจที่อันตรายหรือปีศาจที่ไม่มีพิษมีภัย พวกอินุยาฉะพบกาคุซันจินอีกครั้งเขาก็เป็นศพไปแล้ว


กโยจา 行者 (Gyōja)[แก้]

เหล่าเด็กเป็นกำพร้าที่พ่อแม่ถูกปีศาจฆ่าตาย โกเรียวมารุได้รับมาดูแลและฝึกให้ล่าปีศาจ นักพรตเด็กเหล่านี้มีเจตนาดีในการฆ่าปีศาจเพื่อช่วยเหลือผู้คนแต่ปีศาจที่พวกเขาฆ่าไปมีทั้งปีศาจที่ชั่วร้ายและปีศาจที่บริสุทธิ์ กลุ่มของอินุยาฉะหลังจากทราบว่ากาคุซันจินถูกกโยจาเหล่านี้ฆ่าตายได้ตามมาตรวจสอบ เมื่อเด็กเหล่านี้เห็นคาโกเมะยืนขวางอินุยาฉะซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะกำจัดก็ขู่จะฆ่า ในภายหลังจากที่โกเรียวมารุตายเด็กเหล่านี้ถูกส่งไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง


โกเรียวมารุ 御霊丸 (Goryomaru)[แก้]

แต่เดิมเป็นนักพรตที่ถูกปีศาจกลืนกินแขนข้างหนึ่งไป แต่โกเรียวมารุได้ใช้มนต์สะกดปีศาจตนนั้นให้อยู่ในโอวาท และใช้พลังจากแขนปีศาจข้างนั้นในการปราบปีศาจ รับเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นสานุศิษย์เพื่อไปทำการล่าปีศาจโดยแจกน้ำเต้าบรรจุพลังแสงของแขนปีศาจให้ใช้สู้กับปีศาจ ต่อมาถูกสังหารโดยฮักคุโดชิและกลายร่างเป็นโมเรียวมารุ




บท ปีศาจหมาป่าจากทางตอนเหนือ[แก้]

โรโย 老狼 (Rōyō)[แก้]

ปีศาจหมาป่าที่หลบหนีการจามล่ามาจากทางเหนือถูกช่วยไว้โดยโคงะแต่ไม่นานโรโยตายจากพิษบาดแผลที่ได้มาจากการปกป้องพี่หมาป่าของเขา


โชโร 長老 (Chōrō)[แก้]

ปู่ของอายาเมะผู้นำเผ่าหมาป่าปีศาจทางภาคเหนือ เขาอยู่ในร่างหมาป่าชราสีขาว โชโรอยากให้อายาเมะและโคงะแต่งงานกันเพื่อจะได้รวมเผ่าให้แข็งแกร่งขึ้น ในระหว่างหลบหนีพี่น้องหมาป่าของเขาโรโยปกป้องเขาจากการโจมตีทำให้เขารอดปลอดภัยมาได้


ไค 灰 (Kai)[แก้]

ไคและน้องชายชินตะเป็นปีศาจหมาป่าจากเผ่าทางตอนเหนือที่ถูกเล่นงานโดยเบียคุยะ พวกเขาหนีมาด้วยความเสียสละของปีศาจตนอื่นในเผ่า ไคได้รับบาดเจ็บจากการปกป้องน้องชายของเขา แต่แล้วน้องชายของเขาก็ถูกจับเป็นตัวประกัน เบียคุยะบังคับให้เขาไปฆ่าโคงะและเอาลูกแก้วสี่วิญญาณมาให้ แต่เขาไม่ทันได้สู้เวลาที่กำหนดก็หมดเสียก่อนไคจึงรีบกลับไปช่วยน้องชาย ในภายหลังเขาและน้องได้ไปเป็นแขกผู้ร่วมงานแต่งงานของโคงะที่เผ่าหมาป่าปีศาจของโคงะ


ชินตะ 芯太 (Shinta)[แก้]

ชินตะและพี่ชายของเขาไคเป็นปีศาจหมาป่าจากเผ่าทางตอนเหนือที่ถูกเล่นงานโดยเบียคุยะ ชินตะได้ถูกจับเป็นตัวประกันแลกกับการที่ให้พี่ชายของเขาไปหาโคงะให้ฆ่าแล้วนำเศษลูกแก้วสี่วิญญาณกลับมา แต่พี่ชายของเขาได้นำพาโคงะมาเพื่อพบกับชินตะที่กำลังจะถูกปีศาจแมลงกิน โคงะตรงเข้าไปช่วยเอาไว้ทันแต่ก็เสียเศษลูกแก้วสี่วิญญาณไป ในภายหลังเขาและพี่ได้ไปเป็นแขกผู้ร่วมงานแต่งงานของโคงะที่เผ่าหมาป่าปีศาจของโคงะ




บท ดาบปีศาจเกล็ดมังกร[แก้]

มูจินะ ムジナ (Mujina)[แก้]

ปีศาจเพศชายที่ปลอมตัวเป็นเด็กผู้หญิงไปหลอกใช้ชิปโปให้นำดาบเขี้ยวอสูรมาให้ด้วยถูกใจในความแข็งแกร่งของดาบเล่มนั้นต้องการจะใช้ดาบเขี้ยวอสูรในการป้องกันตัวระหว่างออกเดินทางรอบโลก ดาบของมูจินะมีความสามารถในการใช้ดาบดูดซับพลังปีศาจของดาบคู่ต่อสู้ แต่ดาบนี้มันอ่อนแอเปราะบางเกินไปมันหักในการฟันกับดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ แต่ว่าอินุยาฉะสนใจความสามารถนี้ของดาบอย่างมาก


โทชู 刀秋 (Tōshū )[แก้]

เป็นช่างตีดาบที่มูจินะขโมยไปใช้ โทชูเป็นคนธรรมดาที่เข้าใจในความอ่อนแอของความเป็นคน แต่เขาก็ไม่รู้ขีดจำกัดของร่างกายตนเอง หลังสร้างดาบปีศาจดักคิขึ้นจากเกร็ดของมนุษย์มังกรจนสำเร็จเขาพยายามเอาชนะดาบเขี้ยวอสูรเพื่อดูดพลังให้ดักคิ แล้วเขาก็ตายจากการใช้ดักคิ


ริวจิน 竜人 (Ryūjin)[แก้]

มนุษย์มังกรที่ถูกเรียกมาโดยโทชูในสนามรบ เขาให้โทชูตีดาบปีศาจดักคิขึ้นมาจากเกล็ดของเขา แต่เมื่อไปทวงดาบได้ถูกโทชูหลบหนี ริวจินโดนพลังคลื่นระเบิดของอินุยาฉะใส่โล่ของเขาแต่ริวจินตายเพราะโทชูใช้ดักดิฆ่าดูดพลังปีศาจกลายเป็นดักคิที่สมบูรณ์




บท การต่อสู้ของพี่น้องอสูรเงินและทอง[แก้]

กินกะ 銀禍 (Ginka)[แก้]

ฝาแฝดเงิน เป็นอสูรที่ควบคุมสายฟ้า เผ่าของพวกเขาเกิดมามีร่างกายเดียวกันพวกเขาพี่น้องจึงต้องต่อสู้กันจนกว่าอีกฝ่ายจะตาย ในระหว่างการต่อสู้ของทั้งสองไซเมียวโช คันนะ โมเรียวมารุก็โผล่มาและต้องการพลังของเลือดของพวกเขาไปใช้


คินกะ 金禍 (Kinka)[แก้]

ฝาแฝดทอง เป็นอสูรที่ควบคุมเปลวเพลิง เผ่าของพวกเขาเกิดมามีร่างกายเดียวกันพวกเขาพี่น้องจึงต้องต่อสู้กันจนกว่าอีกฝ่ายจะตาย ในระหว่างการต่อสู้ของทั้งสองไซเมียวโช คันนะ โมเรียวมารุก็โผล่มาและต้องการพลังของเลือดของพวกเขาไปใช้ คินกะรอดชีวิตอยู่ได้นานกว่ากินกะเล็กน้อย




บท แดนศักดิ์สิทธิ์ของอสูรเซียนปีศาจ[แก้]

เฮบิ อน นะ 蛇女 (Hebi-on'na)[แก้]

ปีศาจงูที่โยเรไทเซย์ใช้หลอกล่อทดสอบอินุยาฉะ ถูกวางบทเป็นแม่ที่กำลังป่วยของเก็นโนสุเกะ


เก็นโนสุเกะ 弦之介 (Gennosuke)[แก้]

ป๊ศาจตั๊กแตนที่โยเรไทเซย์หลอกล่อทดสอบอินุยาฉะ ถูกวางบทเป็นลูกชายที่ไปซื้อยาให้แม่ของเขา


โยเรไทเซย์ 妖霊大聖 (Yōreitaisei)[แก้]

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ผู้ลึกลับ สถานะ(ฝึกสำเร็จจนได้)เป็นจิตวิญญาณ เทพเซียนฝ่ายอสูรปีศาจ(อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน) โยเรไทเซย์คือคำเรียกที่ยิ่งใหญ่และดี แต่เมื่อมาเจอกับอินุยาฉะ เขาก็โดนอินุยาฉะจับบิดม้วนรวมไปถึงโดนถีบหัวตามฉบับวิสัยอินุยาฉะ โยเรไทเซย์เป็นผู้ฝึกสอนการใช้งานและควบคุมดาบเขี้ยวอสูรหลังจากที่พัฒนาไปเป็นรูปแบบเกล็ดมังกรแก่อินุยาฉะ




บท ปีศาจโครงกระดูก[แก้]

ปีศาจกระดูก 骨鬼 (Hone oni), ほねき (Honeki)[แก้]

โฮเนะโอนิ หรือ โฮเนคิ เธอปรากฏตัวในภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่เดินทางคนเดียวและหลอกล่อชายหนุ่มที่หลงเชื่อมาเป็นเหยื่อ เธอมีวิธีการฆ่าโดยการฉีกกระดูกผ่านทางปาก อินุยาฉะและสหายของเขาเดินทางผ่านไปและพบสภาพของเหยื่อที่กระดูกหายไป เมื่อมิโรคุได้ยินว่ามีสาวสวยเขาก็ยืนยันทันทีว่าจะจัดการงานชิ้นนี้ พอดีคืนนั้นเป็นเดือนดับซึ่งอินุยาฉะต้องกลายร่างเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา คาโกเมะกับชิปโปก็เลยอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนอินุยาฉะ เขาและซังโกะจึงเป็นเพียงสองคนที่ออกไปตามล่าปีศาจ ทั้งสองพบกันหญิงสาวซึ่งร้องไห้บอกว่าคฤหาสน์ได้ถูกครอบงำโดยปีศาจโครงกระดูกและพ่อแม่ของเธอถูกปีศาจนั้นฆ่าตาย แต่เมื่อมิโรคุไปที่โถงของคฤหาสน์ก็มีโครงกระดูกขนาดใหญ่โผล่ออกมา มันเป็นปีศาจโครงกระดูกตัวพ่อและหญิงสาวผู้นั้นก็คือลูกของมัน ปีศาจโครงกระดูกแพ้แสงและถูกจัดการในยามเช้า


ปีศาจกระดูกผู้พ่อ 骨鬼の父 (Hone oni no chichi)[แก้]

โฮเนะโอนิ โนะ จิจิ ปีศาจกระดูกที่ซ่อนอยู่ตัวอยู่ในส่วนกลางของคฤหาสน์ เขาส่งลูกสาวออกไปล่ากระดูกของเหยื่อกลับมาเพื่อเสริมพลังปีศาจของของพวกเขา





อื่นๆ ผู้ใช้พลังวิญญาณ จิตวิญญาณ เซียนฤๅษี และมิโกะ[แก้]

มิโดริโกะ 翠子 (Midoriko)[แก้]

ผู้เป็นผู้ให้กำเนิดลูกแก้วสี่วิญญาณ มิโดริโกะคือมิโกะที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งและมีพลังชำระล้างสูงส่งที่สุดในอดีตซึ่งเป็นที่เกรงขามหวาดกลัวของบรรดาปีศาจ จนปีศาจเหล่านั้นรวมกลุ่มกันเพื่อสังหารเธอ ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ณ โถงถ้ำแห่งหนึ่งการต่อสู้ของเธอดำเนินไปถึง7วัน7คืน ถึงจะเก่งกล้าแค่ไหนด้วยว่าตัวของมิโดริโกะเป็นมนุษย์ร่างกายกับจิตใจย่อมอ่อนล้า เธอเสียท่าถูกปีศาจที่รวมตัวกันกลืนกินเข้าไปในปากของมัน มิโดริโกะใช้ความพยายามครั้งสุดท้ายดึงหัวใจของมันใส่เข้าไปในร่างกายตนเองแล้วหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของตัวเธอเอง การกระทำนี้ทำให้กำเนิดลูกแก้วสี่วิญญาณขึ้นมา มิโดริโกะและเหล่าปีศาจถูกขังอยู่ในตัวลูกแก้วสี่วิญญาณและยังคงต่อสู้กันเรื่อยมาถึงปัจจุบัน ศพของมิโดริโกะกลายเป็นหินมัมมี่ถ้ำแห่งนั้นอยูที่บริเวณหมู่บ้านนักล่าปีศาจของซังโกะ



อัซซึสะยามะ โนะ เซเรย์ 梓山の精霊 (Azusayama no seirei)[แก้]

จิตวิญญาณแห่งเขาอัซซึสะ เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เทพขุนเขา(อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน) ปรากฏตัวเมื่อคาโกเมะผ่านเขตอาคมเข้ามาที่เขาอัซซึสะโดยต้องการมานำธนูศักดิ์สิทธิ์ไป เธอได้แปลงเป็นคิเคียวและทำการทดสอบคาโกเมะ



ยาคุโรโดคุเซน 薬老毒仙 (Yakurōdokusen)[แก้]

เซียนแพทย์พิษฤๅษีขี้เมา ที่ช่วยซังโกะในการซ่อมแซมกระดูกบินที่เสียหายอย่างหนักกลับขึ้นมาใหม่และทำให้กระดูกบินมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิมด้วยการดูดซับและแพร่พิษทำให้กระดูกบินสามารถใช้โจมตีนาราคุผ่านเขตอาคมเข้า ยาคุโรโดคุเซนยังให้ยากับมิโรคุที่ไม่ได้ช่วยรักษาแผลแต่จะทำให้ไม่เจ็บปวดใดๆ



ฮิโตมิโกะ 瞳子 (Hitomiko)[แก้]

มิโกะที่ได้รับความนับถือและมืพลังอำนาจในระดับเดียวกับคิเคียว สิบห้าปีก่อนสมัยที่เธอยังเป็นเด็กเล็กนาราคุไม่อยากมีปัญหายุ่งยากเมื่อเธอโตขึ้นเขาจึงได้วางแผนมาสกัดกั้นฮิโตมิโกะไว้ โดยในเวลานั้นเธอกำลังเล่นกับเพื่อนด้วยเพลงที่ร้องว่า"คาโกเมะ คาโกเมะ" แต่เมื่อหันไปกลับเป็นนาราคุที่ยืนอยู่ตรงนั้น แม้เธอจะยังเด็กแต่ก็มีพลังพอจะปกป้องตนเองหากแต่เพื่อนๆของเธอได้ถูกฆ่าตายโดยนาราคุ อาจารย์ของเธอซึ่งได้ช่วยเธอไว้ถูกนาราคุฆ่าตายได้สั่งเสียไว้ว่าในอนาคตเภทภัยจะเพิ่มมากขึ้นให้ระวังตัวและเขาได้ส่งมอบกระพรวนคากุระซูสุซึ่งเป็นอาวุธแก่ฮิโตมิโกะซึ่งยังเป็นเด็กน้อย สิบห้าปีต่อมาในขณะที่ฮิโตมิโกะพยายามจะช่วยพวกชาวบ้านโดยไม่รู้ว่านั่นเป็นกับดักของนาราคุ เมื่อรู้ตัวมันก็สายเกินไปชีวิตของเธอจบลง แต่เมื่อเธอจะตายได้สั่งเสียให้ชาวบ้านตัดหัวของเธอแล้วให้ฝังแยกกับตัวเพื่อไม่ให้มีใครใช้ประโยชน์จากศพของเธอได้ แต่พวกชาวบ้านไม่ได้ทำตามเพราะคิดว่ามันไม่ควรทำอย่างนั้นกับผู้มีคุณที่มีคุณสมบัติขนาดนี้ และไม่กี่วันต่อมาคาโกเมะได้เดินทางมาถึงแล้วร่างและวิญญาณของฮิโตมิโกะก็โดนนาราคุนำมาใช้งานบังคับให้เล่นงานคาโกเมะ




อื่นๆ อสูร ปีศาจ และมนุษย์ที่กลายเป็นปีศาจ[แก้]

หน้ากากกินเนื้อ 肉付きの面 (Nikudzukinomen)[แก้]

หน้ากากละครโนห์( 能 "Nō" )ต้องสาป เกิดมาจากต้นไม้กินคนที่มีเศษลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นหนึ่งฝังอยู่จากห้าร้อยปีก่อนในยุคสงครามซึ่งโดนนำมาทำเป็นหน้ากาก มันโดนปิดผนึกอยู่ในกล่องและฝากศาลเจ้าฮิงุราชิให้ปัดเป่ามาตลอดจนกระทั่งพลังของเศษของเศษลูกแก้วสี่วิญญาณที่คาโกเมะพกมาในยุคสมัยปัจจุบันไปกระตุ้นมันเข้า หน้ากากได้ออกมาหาร่างกายโดยการกลืนร่างของมนุษย์ ถูกอินุยาฉะกำจัดในบริเวณตึกที่กำลังก่อสร้าง



โรยากัน 狼野干 (Rōyakan)[แก้]

ป๊ศาจหมาป่าผู้พิทักษ์แห่งป่ามีนิสัยดี โรยากันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอินุไทโชและเส็ตโชมารูที่เคย(มีส่วน)ช่วยเขาเอาไว้ ต่อมาเมื่อพบกับอินุยาฉะโรยากันถูกนาราคุทดลองฝังปีศาจรากหัวบิน(飛頭根 Hitōkon)และเศษลูกแก้วสี่วิญญาณทำให้อาละวาด อินุยาฉะต่อสู้และถอนรากไม้ออกจากหัวของโรยากันเขาจึงกลับมาเป็นปีศาจหมาป่าใจดีหัวอ่อนตามปกติ



ปีศาจตั๊กแตนตำข้าว 妖怪蟷螂 (Ookamakari)[แก้]

ปีศาจตั๊กแตนตำข้าวที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวเดินทางลำพังหลอกล่อชายหนุ่มให้หลงติดกับและกิน โอคามาคาริตนนี้ถูกจัดการด้วยช่องว่างแห่งลม แต่ขณะที่โดนดูดไปในช่องว่างปีศาจตั๊กแตนได้ฝากรอยแผลไว้ที่ช่องว่างแห่งลมของมิโรคุ



สึโบ สึไค 壷使い (Tsubo Tsukai)[แก้]

ปีศาจที่เลี้ยงแมลงปีศาจพิษไว้ในไหแมลง (蠱壺蟲, 蠱壷虫(ここちゅう) "Kokochu") ของมันแล้วใช้เล่นงานศัตรู สึโบ สึไค รับงานจากนาราคุมาเล่นงานมิโรคุที่วัดของมุชิน ตายด้วยกระดูกบินของซังโกะ



แมลงส่งวิญญาณขนาดใหญ่ 巨大死魂虫 (Kyodai Shini dama chuu)[แก้]

แมลงส่งวิญญาณขนาดใหญ่มีลักษณะลำตัวสีแดงเข้มยาวคล้ายงูอาศัยอยู่ในทะเลสาบ มันถูกรบกวนโดยแมลงพิษชของนาราคุ และเข้าโจมตีโดยต้องการจะกินวิญญาณที่มีอยู่กับคิเคียวทั้งหมด เคียวไดชินิทามะจูถูกอินุยาฉะฆ่า



กาเทนมารุ 蛾天丸 (Gatenmaru)[แก้]

ปีศาจมอด(ตัวมอดแมลง)ที่ปลอมตัวใช้ชีวิตเป็นหัวหน้าพวกโจรป่าและให้ลูกน้องจับหญิงสาวชาวบ้านมาให้โดยที่พวกโจรไม่รู้ว่าหัวหน้าของตนเป็นปีศาจที่เพื่อดูดเลือดและพลังชีวิตของพวกผู้หญิงที่จับมา คนที่ถูกดูดพลังร่างกายไปร่างกายจะเหี่ยวแห้งและตายลงอย่างรวดเร็ว หลังจากอินุยาฉะที่มากับคาโกเมะเปิดเผยว่ากาเทนมารุเป็นปีศาจอินุยาฉะโดนเขาขังไว้ในรังใหมพิษ เมื่ออินุยาฉะออกมาพร้อมกับการตื่นขึ้นของสายเลือกอสูร แล้วกาเทนมารุก็ถูกอินุยาฉะฆ่า



หมาปีศาจ 山犬妖怪 (Yamainu yōkai)[แก้]

ปีศาจหมาภูเขาชนิดที่มีหน้าตาร่างจริงของปีศาจเป็นญาติๆกับพวกหมาป่าสีน้ำตาล ยามะอินุโยไคสิงศพเจ้าหญิงและล่อลวงชาวบ้านเพศชายเพื่อที่จะกิน ได้ถูกซังโกะกำจัดเนื่องจากต้องการให้มิโรคุเป็นเหยื่อคนสุดท้าย



นานาฟุชิ ナナフシ (Nanafushi)[แก้]

ปีศาจแมลงที่ต่อสู้กับอินุยาฉะ และแวบเดียวตายด้วยแผลแห่งลม



บุนสะ ブンザ (Bunza)[แก้]

ปีศาจแมวป่าชนิดหนึ่ง ด้วยตัวเล็กๆเขาได้ออกเดินทางฝึกฝนวิชา เจอกับอินุยาฉะที่กระท่อมของโทโตไซและรู้สึกทึ่งอินุยาฉะที่เป็นครึ่งปีศาจมีวิชาความสามารถดีขนาดนั้น หลังอินุยาฉะช่วยพ่อของเขาบุนสะก็ได้เป็นเพื่อนกับอินุยาฉะ



ปีศาจพังพอน 巨大なイタチ妖怪 (Kyodaina itachi yōkai)[แก้]

พังพอนปีศาจที่โจมตีหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ถ้ำของมัน ได้ปลอมตัวเป็นมิโรคุโดยตั้งใจจะกินซาจิ แต่เขามีความหวาดแผลแห่งลมของมิโรคุจนหนีไป



ลิงบาบูนปีศาจ ひひの妖怪 (Hihi no yōkai)[แก้]

ปีศาจลิงในป่าที่กินมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่ขนาดเล็กกว่าตนเอง พวกอินุยาฉะได้กลิ่นคิราร่ามาจากฮิฮิโนะโยไกจึงเข้าใจว่ามันกินคิราร่าซังโกะโกรธมากและฆ่ามัน



การามารุ 蛾羅丸 (Garamaru)[แก้]

ปีศาจมอดพี่ชายของกาเทนมารุ ในตอนที่อินุยาฉะและเพื่อนๆถูกขังอยู่ในป่าของความโศกเศร้าเมื่อพบหน้ากับการามารุพวกเขาเข้าใจว่าเป็นปีศาจมอดตนน้องที่ชื่อกาเท็นมารุ การามารุโมโหและมีแผนที่จะกินเลือดและหัวใจพวกเขาแต่หลังจากที่กลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงก็ถูกอินุยาฉะสังหาร



ซุชิเนซึมิ 厨子鼠 (Zushinezumi)[แก้]

ป๊ศาจหนูเจ้าของศาลเจ้าหนู ซุชิเนซึมิได้โดนฮัคคุโดชิสังหารเพียงเพราะเขาเป็นเจ้าของกล่องหนูสัตว์ร้ายที่ไม่ว่าจะฆ่าเท่าไหร่ก็เพิ่มจำนวนตามชิ้นส่วนที่ถูกหั่นไป แผนใช้หนูแพร่ระบาดก่อความวุ่นวายนี้ไปทั่วทำไปเพื่อการล่อให้คิเคียวออกมา



เมโอจู 冥王獣 (Meiōjū)[แก้]

ปีศาจที่มีเกราะแข็งแกร่งมากแม้แต่พลังอสูรลิ่มเพชรของดาบเขี้ยวอสูรก็โจมตีไม่เข้า เมโอจูถูกโมเรียวมารูดูดกลืน



ปีศาจหมาป่าสามหัว 三つ首の狼 (Mittsu kubi no ōkami)[แก้]

ปีศาจผู้พิทักษ์ของสุสานเผ่าหมาป่าปีศาจ โคงะสู้กับปีศาจหมาป่าสามหัวเพื่อจะนำโกไรชิสมบัติของเผ่าพันธุ์ไปใช้



โยเมจุ 溶命樹 (Yōmeiju)[แก้]

ปีศาจต้นไม้กินเนื้อที่ใช้การทำละลายดูดกลืนสารอาหารถูกมิโกะ(จากภาพในอะนิเมะน่าจะเป็นคิเคียว)ปิดผนึกไว้เมื่อห้าสิบปีก่อน มันตื่นขึ้นมาเพราะเศษลูกแก้วสี่วิญญาณและกินนักบวชไปจนพวกอินุยาฉะมาถึงและจะสยบมันแต่โยเมจุได้ถูกนาราคุดูดกลืนไปก่อนภายใต้ความไม่เข้าใจของพวกอินุยาฉะ นาราคุใช้มันในการกลืนทารกอากาโกะที่ซ่อนตัวอยู่ภายในโมเรียวมารุกลับคืนสู่ร่าง



คาโอ 花皇 (Kaō)[แก้]

ปีศาจดอกไม้ที่ดูดกลืนความเศร้าโศกเสียใจของผู้คนเป็นอาหาร คาโอพบกับพวกอินุยาฉะหลังการแตกสลายสิ้นไปของตัวตนคิเคียว เขามีความสำเร็จในการทำให้พวกอินุยาฉะตกอยู่ในภวังค์ที่เขาสร้างขึ้น แต่ไม่นานมันก็ถูกทำลายและอินุยาฉะโกรธมากที่คาโอมาใช้ความเศร้าของเขาเป็นอาหาร



มิสุชิ 蛟 (Mizuchi)[แก้]

งูน้ำปีศาจเพศชายที่ใช้พิษ มิสุชิมันใช้ลมหายใจพิษของมันสู้กับอินุยาฉะ และอินุยาฉะฆ่ามันโดยดาบเขี้ยวอสูร (ตัวละครนี้มีบทบาทเฉพาะในมังงะ)



นิโคะเซน 二枯仙 (Nikosen)[แก้]

เดิมเป็นนักบวช เขาเริ่มดูดซับพลังชีวิตจากต้นไม้เพื่อความเป็นอมตะในระหว่างนั้นรูปร่างหน้าตาเขาก็เปลี่ยนไปมีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ขึ้นร่างกายเป็นไม้และมีใบหน้าของชายชราที่มีตาปูดโปนน่าเกลียด นิโคเซนตัดสินใจจะกินอินุยาฉะและคาโกเมะ แต่สุดท้ายก็ถูกฆ่าโดยดาบเขี้ยวอสูรเกล็ดมังกรของอินุยาฉะ (ตัวละครนี้มีบทบาทเฉพาะในมังงะ)



นูมะวาตาริ 沼渡 (Numawatari)[แก้]

เป็นปีศาจในบ่อน้ำที่จะสามารถจะย้ายตนเองจากบ่อหนึ่งไปอีกบ่อหนึ่ง มันกินทุกอย่างที่เข้าใกล้มันไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ เนื่องจากรินอยากดื่มน้ำ ริน จาเก็น ได้เข้าไปใกล้บ่อแต่เส็ตโชมารูหยุดเธอไว้ กลุ่มของอินุยาฉะที่มาถึงได้เข้าไปหามันแทนเนื่องจากได้รับการไหว้วานจากชาวบ้านในหมู่บ้านให้มาดู นูมะวาตาริเป็นปีศาจที่มีลักษณ์คือน้ำการโจมตีต่างๆ ด้วยดาบเขี้ยวอสูรทั้งพลังคลื่นระเบิด พลังอสูรลิ่มเพชร ที่อินุยาฉะพยายามโจมตีไปทำอะไรมันไม่ได้ มีแต่ดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกรที่พอจะดูดซับพลังปีศาจของนูมะวาตาริได้แต่พลังปีศาจมีขนาดใหญ่เกินไป มิโรคุพยายามจะช่วยแม้เขาจะถูกเพื่อนๆบังคับให้หยุดเพราะกลัวแผลแห่งลมจะเร่งขยายใหญ่อีก สุดท้ายเส็ตโชมารูทำลายปีศาจตนนี้โดยใช้จันทร์เสี้ยวปรภพที่ยังไม่สมบูรณ์ของดาบเขี้ยวฟ้าฟิ้นส่งน้ำทั้งหมดที่เป็นลักณ์ของนูมะวาตาริไปยังปรภพ (ตัวละครนี้มีบทบาทเฉพาะในมังงะ)



เน โนะ คุบิ 根の首 (Ne no Kubi)[แก้]

ครั้งหนึ่งเนโนะคุบิเคยถูกผนึกโดยคิเคียวก่อนที่เธอจะได้พบกับอินุยาฉะ 50ปีต่อมันมันหลุดออกมาจากผนึกและออกฆ่าคนเพื่อฟื้นคืนความแข็งแกร่ง มันต้องการค้นหาคิเคียวและแย่งชิงลูกแก้วสี่วิญญาณที่อยู่ในการพิทักษ์ของเธอโดยที่มันไม่รู้ว่าคิเคียวได้ตายไปแล้วและลูกแก้วสี่วิญญาณก็ได้หายสิ้นไปพร้อมกับการตายของนาราคุแล้ว ที่หมู่บ้านเนโนะคุบิเข้าโจมตีคาโกเมะซึ่งมีลักษณะหน้าตาและพลังวิญญาณคล้ายกันกับคิเคียว สุดท้ายหัวของมันถูกลูกธนูของคาโกเมะยิงใส่และถูกกำจัดโดนอินุยาฉะ (จากมังงะตอนพิเศษ ตอนที่ 559)




อื่นๆ มนุษย์ และ วิญญาณ[แก้]

ริคิชิ 利吉 (Rikichi)[แก้]

ชาวบ้านในหมู่บ้านของคาเอเดะ ริคิชิเป็นผู้ช่วยและคนงานของหมู่บ้าน (เขามีส่วนร่วมในการนำกลุ่มชาวบ้านสกัดปีศาจตะขาบและเขามีบทชัดอีกครั้งในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่1)



โคทัตสึ 紅達 (Kōtatsu)[แก้]

จิตกรยากไร้ที่หลงรักเจ้าหญิงผู้ที่หยุดยามที่ตีเขาหน้าปราสาท เขาใช้หมึกเลือดในการวาดภาพและมันเรียกป๊ศาจให้มีชีวิตออกมาจากภาพวาดได้ โคทัตสึวางแผนพาตัวเจ้าหญิงไปเป็นภรรยาเขาหมกมุ่นอยู่กับการวาดและเก็บสังเวยเลือด เขาพยายามสู้กับพวกอินุยาฉะด้วยพลังปีศาจจากภาพวาดของเขาแต่เมื่อพบว่าสู้ไม่ได้เขาสังเวยเลือดของตนเอง แต่แล้วแแทนที่มันจะไปช่วยเพิ่มพลังอำนาจให้ภาพวาดหมึกเลือดได้กลืนกินโคทัตสึ



ไอจิ 太 (Aichi)[แก้]

เด็กที่ช่วยพันแผลให้โกฮาคุ เขาเป็นบุตรชายคนตัดไม้ ที่ภายหลังโดนจากปีศาจควบคุมให้ทำร้ายพ่อของเขาเอง โกฮาคุที่เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันและทางโกะที่มาตามน้องช่วยเขาเอาไว้ และในอะนิเมะคากุระเป็นผู้ที่จัดการกับปีศาจด้วยพลังของเธอและพาโกฮาคุไป



โคฮารุ 小春, こはる (Koharu)[แก้]

เด็กสาวกำพร้าที่เคยพบกับมิโรคุที่แบ่งอาหารให้เธอและสัญญาว่าจะกลับมารับ สามปีต่อมาเธอหนีมาจากเจ้านายที่ไล่ล่าและพบกับมิโรคุอีกครั้งในกลุ่มของพวกอินุยาฉะ พวกอินุยาฉะที่ได้รับฟังเรื่องราวก่อนหน้าของทั้งสองรู้สึกรังเกียจมิโรคุมากเพราะตอนนั้นโคาฮารุอายุเพียง11ปีแต่มิโรคุกลับไปขอให้เธอออกลูกให้ จากนั้นโคฮารุได้ถูกคันนะร่างแยกของนาราคุดึงวิญญาณเข้าไปในกระจกและสะกดให้เธอโจมตีมิโรคุ แต่คาโกเมะแก้ทางได้ด้วยลูกธนูยิงไปที่กระจกแล้ววิญญาณทั้งหมดก็ทะลักออกมา โคฮารุตื่นขึ้นมาเป็นปกติแล้วรู้ตัวว่าแล้วเธอนั้นอกหักแต่ก็ยังคงภาวนาให้มิโรคุประสบความสำเร็จในการปราบนาราคุ



โคยูกิ 小雪 (Koyuki)[แก้]

โคยูกิเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตมิโรคุไว้เมื่อเจ็ดปีก่อน เมื่อมิโรคุพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกับโคยูกิเธอได้พามิโรคุไปที่บ้านของเธอที่มีเด็กๆหลายคน เธอบอกว่าเด็กเหล่านี้เป็นลูกของเขามิโรคุอยู่ที่บ้านของเธอคอยดูแลเด็กๆ พวกซังโกะอินุยาฉะมองเห็นว่าเด็กเหล่านั้นเป็นลูกหิมะ พวกเขาช่วยกันจนสามารถปลดปล่อยวิญญาณของโคยูกิจากปีศาจหิมะซึ่งเข้าครอบงำเธอในบางครั้ง



โอคุงาตะ 奥方 (Okugata)[แก้]

ท่านหญิงเจ้าของปราสาทที่คลอดลูกเป็นลูกกรอก(เด็กตายในท้อง) เธอกลายเป็นเหยื่อของอากาโกะที่คันนะพามาให้ดูแลโดยปรับเปลี่ยนความทรงจำให้แทนที่ลูกของเธอว่ายังมีชีวิตอยู่ และแม้หญิงคนนี้จะตายหลังจากนั้นร่างของเธอที่ตายแล้วยังได้รับหน้าที่อุ้มทารกซึ่งก็คือตัวอากาโกะในตอนที่อากาโกะจะหาช่องว่างแทรกไปควบคุมความมืดดำในจิตใจของคาโกเมะ




อื่นๆ เพื่อนนักเรียนของพี่น้องบ้านฮิงุราชิ[แก้]

โฮโจ 北条 (Hōjō)[แก้]

เพื่อนร่วมชั้นของคาโกเมะ ที่มีความสนใจคาโกเมะเป็นพิเศษ เขาเป็นคู่แข่งทางความรักเพียงคนเดียวของอินุยาฉะในโลกยุคปัจจบันนี้แม้เขาไม่เคยพบกับอินุยาฉะเลย ถึงเขาจะชวนคาโกเมะไปเที่ยวไปดูหนังบ่อยครั้งแต่คาโกเมะมักลืมเรื่องของโฮโจคุงทุกครั้งเพราะเธอมัวยุ่งอยู่กับเรื่องราวในยุคสงคราม เขาเอาของมาฝากให้คาโกเมะเสมอ เป็นพวกของเพื่อสุขภาพ ตามข้อมูลจากคุณปู่ของคาโกเมะที่เอาเรื่องสุขภาพมาอ้างในการหยุดเรียนของหลาน บรรพบุรุษในยุคสงครามของโฮโจคุง คือ อากิโทกิ โฮโจ


อายูมิ あゆみ (Ayumi)[แก้]

เพื่อนร่วมชั้นของคาโกเมะ อายูมิเป็นหนึ่งในสามเพื่อนในกลุ่มที่สนิทที่สุด เธอสนับสนุนคาโกเมะให้คบกับอินุยาฉะมากที่สุดในกลุ่ม อายูมิผมหยักศกสีดำยาวประบ่า


ยูกะ 由加 (Yuka)[แก้]

เพื่อนร่วมชั้นของคาโกเมะ ยูกะเป็นหนึ่งในสามเพื่อนในกลุ่มที่สนิทที่สุด ในตอนแรกๆเธอ เอริและบางที อายูมิร่วมด้วยไม่สนับสนุนคาโกเมะกับอินุยาฉะ เพราะคิดว่าโฮโจคุงมีดีน่าคบกว่า แต่เธอเปลี่ยนใจหลังได้พูดคุยกับอินุยาฉะ ยูกะผมตรงสีน้ำตาลเข้มตัดสั้น


เอริ 絵理 (Eri)[แก้]

เพื่อนร่วมชั้นของคาโกเมะ เอริเป็นหนึ่งในสามเพื่อนในกลุ่มที่สนิทที่สุด ในตอนแรกๆเธอ ยูกะและบางที อายูมิร่วมด้วยไม่สนับสนุนคาโกเมะกับอินุยาฉะ เพราะคิดว่าโฮโจคุงมีดีน่าคบกว่า แต่เธอเปลี่ยนใจหลังได้พูดคุยกับอินุยาฉะ เอริผมตรงสีดำยาวประบ่าและใส่ที่คาดผม



มากิ マキ (Maki)[แก้]

เพื่อนร่วมชั้นของคาโกเมะ ที่ต้องรับบทตัวเอกฝ่ายหญิงในละครเวทีแต่เธอข้อเท้าบิดเสียก่อนทำให้บทนี้เป็นของคาโกเมะที่ต้องขึ้นเล่นแทน มากิมีผมสั้นสีดำ



ฮิโตมิ 瞳 (Hitomi)[แก้]

เพื่อนร่วมขั้นของโซตะน้องชายคาโกเมะ และเธอเป็นแฟนคนแรกของโซตะ ในการเอาชนะความกลัวเข้าไปจีบเธอคนนี้โซตะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเขาไปขอคำแนะนำจากอินุยาฉะ




อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน เดอะมูฟวี่1 สัมผัสรักข้ามเวลา / "Eiga Inuyasha: Toki o Koeru Omoi" 映画犬夜叉 時代を越える想 / Inuyasha the Movie: Affections Touching Across Time (2001)[แก้]

เฮียวกะ 飛妖蛾 (Hyōga)[แก้]

ศัตรูเก่าของอินุไทโช หัวหน้าตระกูลผีเสื้อปีศาจ ที่ถูกปราบลงโดยอินุไทโชพร้อมกับเมโนมารุบุตรชายของเขา หลังจากเขาตายพลังอันมากมายมหาศาลของเขาก็ยังคงอยู่และมันถูกดูดซับไปโดยลูกชายของเขาในพิธีสืบทอดของตระกูลเฮียวกะ


เมโนมารุ 瑪瑙丸 (Menōmaru)[แก้]

สองร้อยปีก่อน บิดาของเขานำทัพปีศาจจากแผ่นดินใหญ่ข้ามทะเลจีนและเกาหลีเข้ามาโจมตีญี่ปุ่น ปีศาจผีเสื้อมีเทคนิคการเพิ่มพลังให้ตนโดยการขโมยวิญญาณของผู้อื่น พวกเขาพ่อลูกมีคนสมุนคนสนิทที่ติดตาม คือ รูริ กับ ฮาริ พวกเขาถูกหยุดไว้โดยอินุไทโชที่ยังดำรงตำแหน่งเจ้าอสูรแห่งแดนตะวันตกในสมัยนั้น พลังอำนาจของเฮียวกะและเมโนโนมารุได้ถูกเขี้ยวของอินุไทโชผนึกไว้ที่ต้นไม้โบราณ แต่เมื่อเศษลูกแก้วสี่วิญญาณถูกทำให้แตกเป็นเสี่ยงกระจายออกไปก็มีชิ้นส่วนหนึ่งไปตกที่ต้นไม้โบราณ เมโนมารุได้ฟื้นขึ้นมาและเริ่มลงมือสารต่อการในอดีต


รูริ 琉璃 (Ruri)[แก้]

หนึ่งในสองสมุนคนสนิทของเนโนมารุ เป็นผู้ที่ใส่ลูกปัดมากาทามะสะกดกับคิราร่าและคาโกเมะ


ฮาริ 玻璃 (Hari)[แก้]

หนึ่งในสองสมุนคนสนิทของเนโนมารุ เป็นคนที่ลอกเลียนพลังช่องว่างแห่งลมของมิโรคุ




อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน เดอะมูฟวี่2 ปราสาทดินแดนแห่งกระจก / "Eiga InuYasha: Kagami no Naka no Mugen-jō" 映画犬夜叉 鏡の中の夢幻城 / Inuyasha the Movie 2: The Castle Beyond the Looking Glass (2002)[แก้]

คากุยะ 神久夜, かぐや (Kaguya)[แก้]

เจ้าหญิงคากุยะ ที่น่าจะเป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในตำนาน(อ้างอิงตามคติความเชื่อของทางญี่ปุ่นเรื่องเทพ8ล้านองค์ อันหมายถึงมีเทพมากมายจนนับไม่ถ้วน)แต่เจ้าหญิงคากุยะซึ่งกลับมาที่โลกมนุษย์อีกครั้งกลับถูกปีศาจดูดกลืนและกลายเป็นปีศาจซึ่งมีรูปลักษณ์สมบัติของเทพธิดา คากุยะผู้นี้ยังคงเรียกตนเองว่า"เจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์" เธอมีพลังในด้านการเวลาโดยใช้กระจกแห่งชีวิต และเพื่อหยุดการไหลของเวลาคากุยะตั้งใจจะตรึงโลกให้อยู่แต่ใน "คืนนิรันดร์" แต่อย่างไรก็ตามผ้าคลุมนางฟ้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของคากุยะถูกขโมยไประหว่างที่เธออาบน้ำ ด้วยความโกรธแค้นคากุยะทำลายผู้คนในหมู่บ้านใกล้เคียงบริเวณนั้นฐานที่กล้าขโมยผ้าคลุมของเธอ และเหตุนั้นเองจึงได้ถูกขัดขวางโดยนักบวชมิยาสุ(ปู่ของมิโรคุ) และปิดผนึกคากุยะลงในกระจกของเธอเอง คากุยะตื่นขึ้นในกระจกแห่งชีวิตซึ่งถูกพบโดยคากุระและคันนะ คากุยะให้ทั้งสองไปหาห้าวัตถุห้าสิ่งมาปลดผนึกตน



อากิโทกิ โฮโจ 北条秋時 (Akitoki Hōjō)[แก้]

ผ้าคลุมนางฟ้าที่ถูกขโมยมาจากคากุยะตกทอดมาในตระกูลของเขา โฮโจคนนี้คาโกเมะเห็นทีแรกเธอนึกว่าเป็นตนที่เธอรู้จัก แต่เมื่อมองและคิดดูดีแล้วคาโกเมะก็ให้ข้อสรุปว่าเขาคงเป็นบรรพบุรุษของโฮโจคุงเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอไม่ผิดแน่นอน เขาหลงรักคาโกเมะแต่รู้ตัวว่าไม่สมหวัง เรื่องราวภายหลังเขาขอให้ภรรยาเปลี่ยนชื่อจากสุซาคุเป็นคาโกเมะ(เรื่องราวส่วนนี้อยู่ใน อินุยาฉะปี4 ช่วงตอนที่137)




อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน เดอะมูฟวี่3 อภินิหารดาบครองฟ้าดิน / "Eiga Inuyasha: Tenka Hadō no Ken" 映画犬夜叉 天下覇道の剣 / Inuyasha the Movie 3: Swords of an Honorable Ruler (2003)[แก้]

เซตสึนะ โนะ ทาเคมารุ 刹那の猛丸 (Setsuna no Takemaru)[แก้]

คนรู้จักของเจ้าหญิงอิซาโยอิ ชายผู้ที่หลงรักอิซาโยอิจนขาดสติ แม้หลังจากที่อิซาโยอิตั้งครรภ์กับอินุไทโชและใกล้จะคลอดอินุยาฉะเขาก็ยังคิดว่าตนอาจมีสิทธิ์ครอบครองเจ้าหญิงและไม่ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ เขาจับทัพล้อมตัวปราสาทที่เจ้าหญิงอยู่และสั่งให้จุดไฟเผาไม่นินยอมให้อินุไทโชฝ่าเข้าไปช่วยเจ้าหญิงได้ แต่เมื่ออินุไทโชมาถึงได้ใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นชุบชีวิตเจ้าหญิงอิซาโยอิฟื้นกลับมาและให้นางหนีไปพร้อมกับอินุยาฉะที่เพิ่งเกิด นั่นเป็นการทำลายความหวังของเขา ทาเคมารุผู้ถูกฟันแขนซ้ายขาดได้สิ้นชีวิตลงพร้อมอินุไทโชซึ่งเจ็บสาหัสมาก่อนหน้าในปราสาทที่ลุกโชติช่วง ห้าร้อยปีต่อเมื่อ "ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง"(โซอุนกะ)ของอินุไทโชตื่นขึ้นด้วยอำนาจชั่วร้ายของมันที่ขาดซึ่งเจ้าของคอยควบคุมได้กลับสู่ยุคสงครามผ่านอินุยาฉะแต่มันไม่อาจอยู่ใช้ร่างอินุยาฉะได้นานเพราะเส็ตโชมารูและคาโกเมะมาหยุดมันไว้ ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่งได้มองหาใครซักคนที่เหมาะจะช่วงใช้มัน และทาเคมารุได้ถูกปลุกชีพขึ้นมาพร้อมด้วยเหล่าทหารจากนรกเพื่อต่อกรสู้กับบุตรชายทั้งสองของอินุไทโช




อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน เดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ / "Eiga Inuyasha: Guren no Hōraijima" 映画犬夜叉 紅蓮の蓬莱島 / Inuyasha the Movie 4: Fire on the Mystic Island (2004)[แก้]

เซเท็น 斉天 (Seiten)[แก้]

เจ้าของปืนใหญ่ไซเท็นโฮเขาเคยเป็นอสูรในปกครองของอินุไทโชหลังการสิ้นชีวิตของเจ้านายเขาและคุจากุต้องการไปจัดการกับพวกจตุรเทพอสูรสงครามจึงไปขอให้เส็ตโชมารูช่วยไปกำจัดปีศาจพวกนั้น อย่างไรก็ตามพวกเขาได้รับคำตอบอย่างที่เป็นโดยปกติคือพวกเขาไม่ได้รับการแยแส เซเท็นและคุจากุทั้งสองตัดสินใจไปจัดการเอง และก็ได้ถูกเคียวระฆ่า


คุจากุ 紅邪鬼 (Kujaku )[แก้]

เจ้าของพัดคุจากุเซนเธอเคยเป็นอสูรในปกครองของอินุไทโชหลังการสิ้นชีวิตของเจ้านายเธอและเซเท็นต้องการไปจัดการกับพวกจตุรเทพอสูรสงครามจึงไปขอให้เส็ตโชมารูช่วยเป็นผู้นำไปกำจัดปีศาจพวกนั้น แต่แม้จะรู้ว่าเป็นความต้องการก่อนหน้าของอินุไทโชผู้เป็นท่านพ่อของเขาเส็ตโชมารูก็ไม่แยแสมากมาย(แต่เขายังอุตส่าห์ตามไปดูเงียบๆ) เซเท็นและคุจากุทั้งสองตัดสินใจไปจัดการเอง คุจากุได้ถูกเคียวระฆ่า แต่ด้วยความภักดีและรู้สึกผิดพวกเขาได้ขอโทษเส็ตโชมารูเป็นประโยคสุดท้ายก่อนตาย



คานาเดะ 奏 (Kanade)[แก้]

มิโกะผู้คุ้มครองแห่งเกาะโฮไร เพื่อไม่ให้จตุรเทพอสูรสงครามสร้างความเดือนร้อนที่ไหนได้เพิ่มเติมเธอสละชีวิตตนเองพร้อมกับการผนึกปีศาจร้ายเหล่านี้ไว้ให้อยู่แค่ที่เกาะโฮไร


ลูกครึ่งอสูร 半妖 (Hanyō)[แก้]

อาซากิ 浅葱 (Asagi) 
เด็กครึ่งอสูรในเกาะโฮไร เธอโตที่สุดในกลุ่ม อาซากิมีบทบาทเป็นพี่คนโตดูแลน้องๆ
โมเอกิ 萌黄(Moegi) 
เด็กครึ่งอสูรในเกาะโฮไร โมเอกิเป็นเด็กที่ฉลาด เงียบและขี้อายที่สุดในกลุ่ม
โรคุ 緑 (Roku)  
เด็กครึ่งอสูรในเกาะโฮไร โรคุเป็นฝาแฝดกับไร
ได 橙 (Dai) 
เด็กครึ่งอสูรในเกาะโฮไร ไดเป็นฝาแฝดกับโรคุ
ไอ 藍 (Ai)  
เด็กครึ่งอสูรในเกาะโฮไร น้องสาวคนเล็กของกลุ่ม



จตุรเทพอสูรสงคราม 四闘神 (Shitōshin)[แก้]

กลุ่มปีศาจอสูรที่โจมตียึดเกาะโฮไรซึ่งมีผู้อาศัยอยู่ทั้งมนุษย์อสูรและบรรดาเด็กๆครึ่งอสูร จตุรเทพอสูรสงครามได้ถูกคานาเดะมิโกะระดับสูงประจำเกาะผนึกไว้ด้วยพลังแห่งเตากังสดาล แต่ในทุก50ปีทางเข้าของเกาะแห่งนี้จะเปิดขึ้นหนึ่งครั้งจตุรเทพอสูรสงครามจึงได้วางแผนหาทางออกไปเป็นอิสระโดยอาศัยช่วงเวลานั้น ไปบังคับเชิญด้วยสัญลักณ์กับผู้ที่พวกเขาคิดจะใช้เป็นเครื่องมือ อย่าง อินุยาฉะ คิเคียว และเส็ตโชมารู
จูระ 獣羅 (Jūra (สัตว์ร้าย) 
อสูรพยัคฆ์ได้ร่วมมือกับโกระในการต่อสู้ที่บริเวณชายหาดเกาะโฮไร จูระถูกสังหารโดยพลังของโกระที่ถูกมิโรคุใช้พลังช่องว่างแห่งลมเบี่ยงทิศทางมาและซังโกะใช้กระดูกบินปิดฉาก
โกระ 剛羅 (Gōra (แข็งแกร่ง) 
อสูรเต่าที่เคยดูดเลือดของคิเคียวไปใช้สร้างเป็นร่างโคลนเพื่อจะใช้ปลดผนึกอาคมที่ขังพวกเขาไว้ โกระเป็นผู้ที่ต่อสู้กับมิโรคุและซังโกะจากในทะเล เกราะของโกระแข็งแกร่งเกินไป เขาตายด้วยพลังคลื่นระเบิดของอินุยาฉะ
เคียวระ 凶羅 (Kyōra (โชคร้าย) 
อสูรวิหคไฟผู้กระตือรือร้นในการเอาชนะคู่ต่อสู้ เป็นผู้ที่ไปทำสัญลักษณ์เส็ตโชมารูและได้ต่อสู้กับศัตรูตนเดียวกันกับที่ไปเชิญที่บริเวณของเตากังสดาล สุดท้ายเคียวระโดนพลังคลื่นมังกรฟ้าของเส็ตโชมารูทำลายจนไม่เหลือซาก
ริวระ 龍羅 (Ryūra (มังกร) 
ผู้นำกลุ่มจตุรเทพอสูรสงคราม อสูรมังกรนักรบที่แข็งแกร่งเป็นผู้ที่ต่อสู้กับอินุยาฉะท่ามกลางเด็กๆครึ่งอสูรและคาโกเมะที่บริเวณใจกลางหมู่บ้านในเกาะ ริวระโดนลูกฮึดของอินุยาฉะเกือบจะเอาชนะ เขาได้รวมพลังของจตุรเทพอสูรสงครามกลายเป็นเป็นร่างอสูรสี่หน้าสี่กร คาโกเมะได้ใช้คันธนูที่คิเคียววางทิ้งไว้ให้ใช้ศรศักดิ์สิทธิ์กับอินุยาฉะที่ใช้พลังคลื่นระเบิดทำลายริวระในร่างชิโตชิน




ของวิเศษ ยุทธภัณฑ์และเครื่องแต่งกาย[แก้]

สิ่งวิเศษ[แก้]

ลูกแก้วสี่วิญญาณ Shikon no Tama 四魂の玉 (ชิกอน โนะ ทามะ) Jewel of the Four Souls[แก้]

ลูกแก้วสี่วิญญาณ หรือ ลูกแก้วอสูร คือลูกแก้วที่เกิดขึ้นจากหัวใจของมิโกะ นาม มิโดริโกะ ผู้มีอำนาจในการชำระล้างความชั่วร้าย และมีพลังวิญญาณที่แกร่งกล้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา เหล่าปีศาจที่เจ็บแค้นและกลัวอำนาจของมิโดริโกะจำนวนหลายสิบหลายร้อยตน ได้รวมร่างกันเพื่อสังหารมิโดริโกะ (แต่ในฉบับมังงะ พวกปีศาจได้แทรกเข้าไปในช่องว่างของจิตใจชายคนรักของมิโดริโกะ จนกำเนิดเป็นปีศาจตัวใหม่ คล้ายการเกิดของนาราคุ) ฝูงปีศาจและมิโดริโกะต่อสู้กันเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน จนมิโดริโกะอ่อนแรงและถูกกินไปครึ่งหนึ่ง มิโดริโกะจึงตัดสินใจควักหัวใจของปีศาจมาใส่ไว้ในหัวใจของตนเองและหลอมรวมไว้กลายเป็นลูกแก้วสี่วิญญาณ

ลูกแก้วสี่วิญญาณสามารถเพิ่มพลังอำนาจให้ทุกสิ่ง ตั้งแต่เพิ่มความแข็งแกร่ง ลดอาการเจ็บป่วย ชุบชีวิตคนตายได้ รวมถึงทำให้ผู้ครอบครองลูกแก้วสมความปรารถนาได้ จึงเป็นที่ต้องการของทั้งมนุษย์และปีศาจ หากลูกแก้วตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว หัวใจของปีศาจภายในลูกแก้วจะมีอำนาจมากกว่า จนกลายเป็นสีดำ และมีอำนาจในการทำลายล้าง แต่ถ้าอยู่ในมือของผู้มีพลังชำระ (เช่นคิเคียว และคาโงเมะ) จิตของมิโดริโกะก็จะมีพลังมากกว่า ลูกแก้วจะบริสุทธิ์ และมีอำนาจในการปกป้อง



ศิลาปรภพ Meidōseki 冥道石 (เมโด เซกิ) Meidō Stone, "Dark Path Stone"[แก้]

หินที่สามารถเปิดทางเข้าออกโพรงปรภพ ประดับอยู่บนสร้อยคอของท่านแม่ของเส็ตโชมารู ศิลาปรภพนี้อินุไทโชได้มอบให้ภรรยาตนแรกเป็นผู้เก็บรักษาเพื่อวันที่หนึ่งบุตรชายของพวกเขาเส็ตโชมารูจะได้ใช้มันในการฝึกวิชาดาบพัฒนาพลังจันทร์เสี้ยวปรภพ ศิลาปรภพนั้นมีคุณสมบัติอีกอย่างคือมีพลังในการคืนชีพและในตอนที่รินตายอีกครั้ง(ภาคปัจฉิมบทตอนที่9)เส็ตโชมารูได้ทราบความจริงว่าดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นไม่สามารถชุบชีวิตผู้ที่เคยตายไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง ท่านแม่ของเส็ตโชมารูทนไม่ได้ที่บุตรชายเศร้าเสียใจจึงใช้ศิลาปรภพนี้ฟื้นคืนชีวิตให้กับริน



ไข่มุกดำ Kuroshinju 黒真珠 (คุโรชินจุ) Black Pearl[แก้]

เป็นอัญมณีเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับปรภพ อินุไทโชเคยใส่ไว้ในดวงตาขวาของอินุยาฉะตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ แต่ถูกเส็ตโชมารูดึงออกมาในครั้งที่จะไปเอาดาบเขี้ยวอสูรจากสุสานอินุไทโช และไข่มุกดำเมื่อหมดหน้าที่ก็สลายไป



ดาบ[แก้]

ดาบเขี้ยวอสูร Tessaiga 鉄砕牙 (เท็ตไซกะ) Iron-Crushing Fang[แก้]

ดาบดาบเขี้ยวอสูรคือ 1 ใน 3 ของดาบที่ตีขึ้นจากเขี้ยวของ อินุไทโช ผู้เป็นบิดาของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ ถือเป็นดาบตัวแทนแห่งโลกมนุษย์ ดาบเล่มนี้อินุไทโชตั้งใจส่งทอดให้แก่อินุยาฉะ ให้พกไว้เพื่อให้เขาปกป้องตนเองจากสายเลือดและจากอสูรอื่น มันสามารถตวัดดาบเพียงครั้งเดียวฆ่าชีวิตได้เป็นร้อย โดยฟันเข้าไปยังตำแหน่งรอยแผลของลมคือช่องระหว่างไอปีศาจที่มาปะทะกัน เป็นท่าดาบ แผลแห่งลม แต่หลังจากการต่อสู้หลายครั้งทำให้ดาบหักอินุยาฉะจึงใช้เขี้ยวตัวเองผสมกับดาบเขี้ยวอสูรของพ่อตีซ่อมดาบขึ้นมาใหม่แต่เมื่อซ่อมออกมาดาบกลับมีความหนักมากจนยกเหวี่ยงไม่ไหว วิธีแก้ไขอินุยาฉะต้องไปสู้กับอสูรระดับเดียวกับพ่อของตนและทำร้ายมันให้ได้ และจากการต่อสู้กับภูตมังกรกระดูกก็ทำให้ดาบเขี้ยวอสูรเบาขึ้นและทำให้ใช้งานความสามารถดาบได้สะดวกง่ายขึ้น คือใช้แผลแห่งลมได้ทุกเมื่อ และได้รับเคล็ดวิชาดาบใหม่ พลังคลื่นระเบิด ซึ่งจะใช้ได้กับอสูรที่มีพลังสูงเท่านั้น ต่อมาเพื่อทำลายเขตอาคมที่แข็งแกร่งขึ้นของนาราคุดาบเขี้ยวอสูรได้พลังในการทำลายเขตอาคมเป็นดาบเขี้ยวอสูรสีแดงจากการทำลายลูกแก้วอาคมของอสูรค้างคาว ในการตามหาเศษลูกแก้วชิ้นสุดท้ายได้พลังคลื่นอสูรลิ่มเพชรจากการได้ฟันอสูรผู้ผลิตอัญมณีโฮเซนกิสหายของบิดาที่สุสานอินุไทโช ได้พลังเกล็ดมังกรจากการทำลายดาบปีศาจดักคิทำให้แค่ฟันถูกก็ใช้ดูดพลังอสูรอื่นได้โดยตรง และจากดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่เส็ตโชมารูหลอกใช้นาราคุกลับมาจัดฉากทดสอบอินุยาฉะในการเป็นผู้สืบทอดดาบเขี้ยวอสูรได้พลังจันทร์เสี้ยวปรภพที่มีพลังส่งร่างศัตรูไปยังปรภพ

และตามไทม์ไลน์พล็อตใหญ่อินุไทโชให้โทโตไซตีดาบและจัดการแบ่งพลังไว้เป็นพิเศษ เพื่อที่จะแบ่งดาบให้แก่บุตรทั้งสองอย่างเท่าเทียม บุตรชายคนเล็กให้ดาบที่มีพลังในการทำลายล้างสูงเพื่อป้องกันตัวจากอสูรที่ร้ายกาจอื่นๆที่จะเข้ามาเล่นงานและตัวดาบมีอาคมของดาบคุ้มกันผู้ถือครองเผื่อไว้ในยามคับขันอาคมจะมีการใช้งานด้วยตัวดาบเอง และประโยชน์สำหรับอินุยาฉะซึ่งเป็นครึ่งอสูรโดยเฉพาะคือให้ไว้เพื่อไว้ปิดผนึกสายเลือดอสูรของอินุยาฉะไม่ให้สายเลือดอสูรที่แข็งแกร่งกว่ากลืนกินสายเลือดมนุษย์ซึ่งอ่อนแอจนต้องขาดสติออกอาละวาด




ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น Tenseiga 天生牙 (เท็นเซย์กะ) Heavenly Rebirth Fang[แก้]

ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นคือ 1 ใน 3 ของดาบที่ตีขึ้นจากเขี้ยวของ อินุไทโช ผู้เป็นบิดาของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ ถือเป็นดาบตัวแทนแห่งสวรรค์ ดาบเล่มนี้อินุไทโชตั้งใจส่งทอดให้แก่เส็ตโชมารู ให้พกไว้เพื่อให้เขารู้จักเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น มีคุณลักษณะพิเศษคือไม่สามารถฟันทำร้ายสิ่งในภพของโลก แต่สามารถฟาดฟันสิ่งที่มีอยู่ในภพอื่นอย่างภพหลังความตายได้ มีพลังอำนาจในการเรียกคืนวิญญาณชุบชีวิต โดยการใช้ดาบเล่มนี้ฆ่าทูตมรณะที่มาวนเวียนใกล้ๆกับร่างผู้สิ้นชีวิต ทว่าดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นไม่อาจคืนชีวิตแก่ผู้ที่ตายแล้วเป็นเวลานานหรือปีศาจบางตนได้(เพราะปีศาจส่วนใหญ่จะสลายไปทันทีที่สิ้นใจ) ผู้ที่ฟื้นคืนชีพจากดาบเล่มนี้โดยอินุไทโช ได้แก่ เจ้าหญิงอิซาโยอิ ผู้ที่ฟื้นคืนชีพจากดาบเล่มนี้โดยเส็ตโชมารู ได้แก่ ริน และ จาเก็น เป็นต้น หลังจากเรื่องราวต่างๆผ่านไป และหลังดาบมารสมิงหักเมื่อเห็นว่าเส็ตโชมารูผู้ซึ่งเป็นเจ้าของผู้ใช้ดาบได้มีจิตใจเมตตาดีขึ้นโทโตไซก็ได้เสนอตัวเข้ามาพัฒนาดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นให้สามารถใช้ท่าโจมตี "จันทร์เสี้ยวปรภพ" ซึ่งสามารถดูดร่างกายของศัตรูไปยังอีกภพได้ เส็ตโชมารูจึงใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นเป็นอาวุธหลักกระทั่งสามารถฝึกฝนเรียกจันทร์ปรภพเต็มดวงซึ่งเป็นขั้นสุดยอดได้ ทว่าในระหว่างการฝึกฝนอย่างแน่วแน่นั้นเส็ตโชมารูกลับพบว่าไม่สามารถใช้ดาบเล่มนี้ช่วยให้รินกลับฟื้นมาได้เป็นครั้งที่สอง และเป็นอันสรุปว่าดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นใช้ชุบชีวิตผู้ที่ตายได้คนละเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ในที่สุดด้วยความจงใจและปลงตกเส็ตโชมารูหักดาบเล่มนี้ในการประมือกับอินุยาฉะพลังจันทร์เสี้ยวปรภพในดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นจึงได้ถูกพลังดาบเขี้ยวอสูรเกล็ดมังกรของอินุยาฉะดูดกลืนไปหลอมรวมเป็นพลังใหม่อีกขั้นของดาบเขี้ยวอสูร แต่เมื่อออกมาจากสถานที่ทดสอบดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นได้กลับมาอยู่ในสภาพดีเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นและมันได้ถูกเส็ตโชมารูทิ้งไว้อย่างไม่แยแสตรงนั้น อย่างไรก็ตามผู้กล้ารินได้นำดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นไปคืนให้เส็ตโชมารูพกไว้ตามเดิม

พลังจันทร์เสี้ยวปรภพเคยอยู่ในดาบเขี้ยวอสูรในสมัยของอินุไทโช แต่เพราะพลังของจันทร์เสี้ยวปรภพรุนแรงเกินไป อินุไทโชจึงได้ให้โทโตไซนำพลังนี้ออกมาจากดาบเขี้ยวอสูรแล้วเอาไว้ในดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นและให้เส็ตโชมารูเป็นผู้ฝึก เส็ตโชมารูเดาใจบิดาแล้วยอมให้ดาบเขี้ยวอสูรดูดกลืนพลังจันทร์เสี้ยวปรภพกลับไปโดยวัดกันไปว่าอินุยาฉะจะใช้มันได้หรือไม่

และตามไทม์ไลน์พล็อตใหญ่อินุไทโชให้โทโตไซตีดาบและจัดการแบ่งพลังไว้เป็นพิเศษ เพื่อที่จะแบ่งดาบให้แก่บุตรทั้งสองอย่างเท่าเทียม บุตรชายคนโตให้ดาบที่มีพลังแห่งการชุบชีวิตช่วยเหลือผู้อื่นไว้เพื่อวันหนึ่งบุตรชายอยากจะช่วยใครกับเขาบ้างและตัวดาบมีอาคมของดาบคุ้มกันผู้ถือครองเผื่อไว้ในยามคับขันอาคมจะมีการใช้งานด้วยตัวดาบเอง




ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง Sounga 叢雲牙 (โซอุนกะ) Amassing Cloud Fang[แก้]

ดาบเขี้ยวเมฆาคลั่ง คือ 1 ใน 3 ดาบที่เคยถือครองโดยอินุไทโช ดาบเล่มนี้สร้างขึ้นมาด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างจากดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นและดาบเขี้ยวอสูรอย่างสิ้นเชิง พลังของโซอุนกะเป็นดาบตัวแทนแห่งนรก และเพราะโซอุนกะมีจิตใจเป็นของตนเองที่มีความชั่วร้ายเมื่ออินุไทโชเจ้าของดาบตายลงบรรดาข้ารับใช้ใกล้ชิดของอินุไทโช อย่างโทโตไซ เมียวกะ และซายะประชุมกันแล้วก็ให้จนด้วยเกล้าไม่มีความเห็นในผู้ใดที่จะใช้งานโซอุนกะต่อได้ด้วยบุตรชายคนเล็กของอินุไทโช อินุยาฉะเพิ่งจะเกิด บุตรชายคนโต เส็ตโชมารู ก็ไม่มีใครกล้าไปตอแย ดาบโซอุนกะจึงได้ถูกผนึกไว้โดยข้ารับใช้ผู้ภักดีของจอมอสูร ซายะวิญญาณปีศาจชราสะกดโซอุนกะไปพร้อมกับตนเอง จนกระทั่ง500ปีต่อมาโซอุนกะที่ถูกสะกดให้หลับไหลได้ตื่นขึ้นอีกครั้งในบ้านศาลเจ้าของตระกูลฮิงุราชิ และในสถานะไร้เจ้าของคอยควบคุมพลังอำนาจความชั่วร้ายโซอุนกะออกหาผู้ใช้งานที่มันสามารถบงการให้เป็นไปในทางที่มันต้องการและมุ่งไปลงที่อินุยาฉะที่ได้ไปที่ยุคของคาโกเมะ ดาบอาศัยอินุยาฉะกลับมาที่ยุคสงครามแล้วเริ่มอาระวาดด้วยพลังที่มีแต่ถูกหยุดไว้โดยเส็ตโชมารูและคาโกเมะ โซอุนกะซึ่งใช้งานอินุยาฉะต่อไปไม่ได้จึงละออกไปหาผู้ใช้ใหม่แล้วได้ปลุกชีพทาเคมารุศัตรูเก่าของอินุไทโชขึ้นมาจากหลุมฝังศพและให้เขาใช้แขนที่ขาดไปของเส็ตโชมารูในการเชื่อมต่อกับดาบเพื่อเติมเต็มความปรารถนาในการล้างแค้นอินุไทโชของทาเคมารุ โซอุนกะมีอำนาจในการทำลายล้างอันเลวร้ายและรุนแรง สามารถเปิดนรก เรียกพายุหมุน เรียกใช้พลังอสูรในร่างกาย แปรเปลี่ยนจิตใจให้กลายเป็นชั่วร้าย และคืนสภาพศพในรูปร่างผีดิบเพื่อใช้เป็นกองทัพ

สุดท้ายอินุยาฉะและเส็ตโชมารูได้ยอมร่วมมือกันปราบมันลงโซอุนกะถูกปล่อยทิ้งให้ร่วงลงไปสู่นรกภูมิพร้อมกับเจตจำนงค์ที่หลงเหลืออยู่ในดาบของอินุไทโชปรากฏขึ้นมาพบกับลูกชาย (อาวุธชิ้นนี้ปรากฏใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่3 อภินิหารดาบครองฟ้าดิน)




ดาบเขี้ยวดินระเบิด Bakusaiga 爆砕牙 (บาคุไซกะ) Explosive Crushing Fang[แก้]

เป็นดาบที่มีอยู่ในร่างกายของเส็ตโชมารู ซึ่งการจะได้มาเส็ตโชมารูต้องหลุดพ้นจากความหลงใหลชื่นชมในพลังของดาบเขี้ยวอสูรและเข้าถึงการระลึกตัวตนที่แท้จริงพลังของตนซะก่อน ดาบนี้ได้มาจากตอนการต่อสู้กับมากาสึฮิ และมาพร้อมกับแขนข้างซ้ายที่เคยถูกตัดไปได้สร้างขึ้นมาใหม่โดยพลังเยียวยาขั้นสูงในสายเลือดที่ได้รับการกระตุ้นพร้อมการปรากฏของดาบนี้ โทโตไซแสดงทัศนะว่าความสามารถของเส็ตโชมารูจะประจักษ์ผ่านทางดาบด้วยพลังของเขาทะลุไปถึงระดับเท่าอินุไทโชบิดาของเขาแล้วการนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตผ่านความผิดพลาดหลายครั้งของความเป็นไดโยไค( 大妖怪 "daiyōkai" )

ดาบเขี้ยวดินระเบิดมีคุณสมบัติคือฟันปิศาจแค่ทีเดียวจะระเบิดด้วยฤทธิ์กัดกร่อนไปทั้งหมดและทำให้สลายไปไม่เหลือแม้แต่เศษซาก และถ้าหากใครมาจับต้องซากที่ระเบิดหรือยังระเบิดไม่หมดก็จะโดนระเบิดนั่นต่อเนื่องกร่อนสลายไปด้วยอย่างรวดเร็ว แม้มองไปพลังนี้ดูเหมือนไม่ต่างกับการทำลายฝูงปีศาจนับร้อยของแผลแห่งลมแต่พลังของบาคุไซกะเป็นการกัดกร่อนละลายให้สลายอย่างหมดสิ้น เป็นพลังที่มีการแสดงผลประมาณเดียวกับพิษที่เส็ตโชมารูมีมาแต่แรกแต่พลังจากดาบเขี้ยวดินระเบิดไม่มีความเป็นพิษต่ออากาศโดยรอบมันเพียงทำลายชิ้นส่วนอินทรีย์สารวัตถุของสิ่งที่พลังสัมผัสโดน เช่น ปีศาจมาพันตายพัน

* อาจารย์รูมิโกะ ทาคาฮาชิ ระบุว่า ผลของการใช้บาคุไซกะมีความแรงกว่าการใช้พลังเต็มรูปแบบของพลังคลื่นระเบิดจากดาบเขี้ยวอสูร



ดาบมารสมิง Tōkijin 闘鬼神 (โทคิจิน) Demon Fighting God[แก้]

ดาบมารสมิง เป็นดาบแบบ 劍 ( けん "ken", つるぎ "tsurugi" ) ลักษณะของรูปแบบดาบของแผ่นดินใหญ่ ใบดาบตรงปลายแหลมมีคมสองด้าน

มารสมิงคือดาบที่เส็ตโชมารูสั่งให้ช่างตีดาบไคจินโบตีขึ้นมาจากเขี้ยวของโกชินคิอสูรที่สามารถกัดดาบเขี้ยวอสูรหัก ตัวดาบมีรังสีอาฆาตรุนแรงมากจนแค่รังสีนี้ก็เป็นการโจมตีพื้นฐานขั้นแรกโดยไม่จำเป็นต้องใส่พลังหรือทำอะไรเพิ่ม ตอนที่มารสมิงเพิ่งถูกตีขึ้นใหม่ๆมันได้ครอบงำสังหารช่างตีดาบที่สร้างมันขึ้นมาและพลังนี้ได้ถูกกดข่มสงบลงเมื่อเส็ตโชมารูมาจับมันและมันยอมรับให้เป็นนายของดาบ ต่อมาเส็ตโชมารูได้พัฒนาการใช้ดาบเล่มนี้ไปใช้ร่วมกับพลังอสูรของเขา เป็นการโจมตีด้วยการแปรออร่ารังสีอำมหิตที่ชั่วร้ายเป็นการโจมตีกึ่งรูปธรรรม คือปล่อยเป็นพลังลำแสงตรงหรือยิงออกจากตัวดาบแล้วกระจายดั่งสาดกระสุนพลังไปโจมตีศัตรู(อินุยาฉะเป็นผู้โชคดีรายแรก) ปล่อยพลังอสูรเป็นคลื่นแสงกระแทกออกแทนการป้องกัน และระเบิดคลื่นพลังปีศาจเป็นการโจมตีขนาดใหญ่ที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่าพลังคลื่นระเบิดของดาบเขี้ยวอสูร โทคิจินถือเป็นดาบที่เส็ตโชมารูใช้ในการต่อสู้มาอย่างโชกโชน จนกระทั่งมันหักลง และโยนทิ้งไป




ดาบคาตานะ Katana 刀, かたな (คาตานะ) "Samurai sword" long sword[แก้]

ดาบญี่ปุ่น มีคมด้านเดียว นิยมเรียกทับศัพท์ ว่า "คาตานะ" เนื่องจากเนื้อเรื่องหลักของอินุยาฉะเกิดขึ้นในยุคสงคราม นักรบ โจร ขุนนาง นักล่าปีศาจ รวมถึงปีศาจล้วนนิยมใช้อาวุธชนิดนี้ ดาบเขี้ยวอสูร(เท็ตไซกะ) ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น(เท็นเซย์กะ) ดาบเขี้ยวดินระเบิด(บาคุไซกะ) ทั้งสามเล่มก็มีลักษณะภายนอกเป็นรูปแบบของคาตานะ



ดาบสั้น Wakizashi 脇差 "Samurai sword" short sword[แก้]

ดาบญี่ปุ่น "วากิซาชิ" มีคมด้านเดียว มีขนาดสั้นกว่า "คาตานะ" นักรบซามูไรมักมีพกไว้เป็นดาบสำรอง



ดาบกระดูกงู Jakotsutō 蛇骨刀 (จาคตสึ) Snake Skill Sword[แก้]

อาวุธคู่กายของจาโกสึผู้เป็นหนึ่งในเจ็ดสังหาร ดาบเล่มนี้โดยปกติขณะที่ยังไม่มีการใช้ออกจะอยู่ในรูปคล้ายดาบหนาๆยาวทั่วไป แต่เมื่อใช้โจมตีจะเผยลักษณะโดดเด่นแท้จริงของอาวุธเป็นใบมีดบางหลายคมเชื่อมต่อกันในรูปแบบคล้ายกระดูกของงู ใบมีดของดาบชนิดนี้มี50ใบเป็นอย่างน้อย



ดาบมังกรเถื่อน Banryū 蛮竜 (บันริว) Barbaric Dragon[แก้]

อาวุธของบังโกซึ เป็บดาบที่มีใบมีดขนาดใหญ่คล้ายดาบสังหารอาชา แต่ดาบเล่มนี้มีรูปแบบเฉพาะด้วยลักษณะความหนาของใบดาบและกั่นของดาบอีกทั้งปลายด้ามยังเป็นคมมีดจันทร์เสี้ยว ดาบเล่มนี้มีน้ำหนักมากอย่างที่ปกติคนสามคนยังไม่อาจยกขึ้น แต่บังโกซึสามารถยกขึ้นมาควงใช้ได้อย่างใจ



ดาบไรจินกะ Raijinga 雷刃牙 (ไรจินกะ) "Lighting", Thunder Blade Fang[แก้]

ดาบปีศาจไรจินกะเป็นหนึ่งในดาบคู่ของริวระผู้นำกลุ่มสี่จตุรเทพอสูรสงคราม ไรจินกะมีอานุภาพรวมประจุสายฟ้ามาโจมตีและใช้เป็นโล่ป้องกัน (อาวุธชิ้นนี้ปรากฏใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)



ดาบฟูจินกะ Fūjinga 風刃牙 (ฟูจินกะ) Wind Blade Fang[แก้]

ดาบปีศาจฟูจินกะเป็นหนึ่งในดาบคู่ของริวระผู้นำกลุ่มสี่จตุรเทพอสูรสงคราม ฟูจินกะมีอานุภาพควบคุมการเคลื่อนไหวของวายุและโจมตีอย่างรวดเร็ว (อาวุธชิ้นนี้ปรากฏใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)



ดาบปีศาจดักคิ Dakki 奪鬼(ดักคิ) Ablative Demon[แก้]

ดาบปีศาจที่ช่างตีดาบโทชูสร้างขึ้นมาจากเกร็ดของริวจินมนุษย์มังกรและสำเร็จขึ้นมาได้ด้วยความตายของริวจิน หลังจากที่ดักคิทนปะทะดูดพลังจากดาบเขี้ยวอสูรไม่ไหวก็ได้หักลง พลังของดาบนี้ได้ส่งไปที่ดาบเขี้ยวอสูรกลายเป็นดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกร




คันศรธนู[แก้]

คันธนู Wakyuu 和弓, わきゅう (วาคิว) Bow[แก้]

คันธนูแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันยังมีการใช้ในการฝึกศิลปะการยิงธนูและเป็นคันธนูรูปแบบที่นิยมใช้ในการประกอบพิธีกรรมในศาลเจ้าวัดพุทธชินโต คิเคียวและคาเอเดะใช้คันธนูรูปแบบนี้ในขนาดมาตรฐาน ช่วงหลังๆคาโกเมะได้เปลี่ยนมาใช้คันธนูชนิดนี้เป็นหลัก



คันธนู Yumi 弓, ゆみ (ยูมิ) Bow[แก้]

คันธนู แบบที่ใช้ทั่วๆไป ส่วนมากคาโกเมะใช้คันธนูรูปแบบนี้ ยูมิมีใช้ทั้งกับชาวบ้านทหารและกองโจร



ลูกศร Ya 矢 (ยะ) Arrow[แก้]

ลูกศรธนูทั่วไปในเรื่องเป็นอาวุธที่ใช้โดยมิโกะคิเคียว คาโกเมะและคาเอเดะ รวมถึงพวกชาวบ้าน ทหารและกองโจร



คันธนูศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาอัซซึสะ Azusayama chōkyū 梓山長弓 (อัซซึสะยามะ โชคิว) Sacred longbow of Mount Azusa[แก้]

คันธนูที่คาโกเมะนำมาจากศาลเจ้าบนเขาอัซซึสะเพื่อช่วยเหลือคิเคียว มันได้รับการคุ้มครองจาก อัซซึสะยามะ โนะ เซเรย์ ซึ่งเป็นจิตวิญญาณแห่งเขาอัซซึสะ อาวุธชิ้นนี้มีส่วนสำคัญในการปราบนาราคุ



ไม้เท้า[แก้]

ไม้เท้าหัวมนุษย์ Nintōjō 人頭杖 (นินโทโจว) Human Head Cane[แก้]

อันเนื่องมาจากตอนที่จาเก็นขอฝากตัวรับใช้นาย เส็ตโชมารูมอบไม้เท้านี้ให้จาเก็นถือไว้นับจากนั้นมันก็กลายเป็นอาวุธของจาเก็น ไม้เท้าหัวมนุษย์เป็นอุปกรณ์ในการเปิดประตู(ผ่านไข่มุขดำทางด้านขวา)สู่สุสานของอินุไทโชผู้เป็นบิดาของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ มีหัวไม้เท้าอยู่สองหน้า ฝั่งหน้าผู้หญิงใช้ในการหาทางเข้าสุสาน ฝั่งที่เป็นหน้าของชายชราสามารถพ่นไฟเผาผลาญสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นเถ้าถ่าน



ไม้เท้าของนักบวช Shakujō 錫杖 (ชาคุโจ) A pilgrim's staff[แก้]

คฑาไม้เท้าที่นักบวช พระสงฆ์ ในดินแดนเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นมักพกไว้ประจำกายในการเดินแสวงบุญท่องไปในที่ต่างๆ การใช้งานเช่น หากขึ้นเขาหรือเดินเหนื่อยถ้าจำเป็นสามารถใช้ช่วยค้ำยันพยุงกาย หากเข้าไปในป่าก็จะใช้เขี่ยพวกงูหรือสำรวจพรรณไม้ทางเดินได้ บางทีนักบวชที่มีอาคมวิชาแก่กล้าอาจมีการใช้อาคมลงไว้ที่ตัวคฑาไม้เท้าให้เป็นเครื่องมือช่วยเสริมประกอบการใช้มนต์ ในเรื่องนี้มีนักบวชหลายคนใช้ชาคุโจ อาทิ อุนไก หรือกระทั่ง มิโรคุ ที่เป็นนักบวชทุศีล



พัด[แก้]

พัดของคากุระ Kagura no fan 神楽のファン (คากุระ โนะ ฟัน) Kagura's fan[แก้]

อาวุธของคากุระ เป็นพัดจีบ ("เซ็นซุ" 扇子 Sensu | "โองิ" 扇 Ōgi) คากุระใช้พัดนี้เป็นอุปกรณ์ในการเรียกใช้ลม



พัดขนวิหคเพลิง Kujakusen 紅邪鬼扇 (คุจากุเซน) The Crimson Demon Fan[แก้]

เดิมอาวุธชิ้นนี้เคยเป็นของปีศาจชื่อคุจากุแต่ถูกฆ่าตายและชิงไปโดยเคียวระ หนึ่งในสี่จตุรเทพอสูรสงคราม แล้วเคียวระใช้มันเป็นอาวุธคู่กายตั้งแต่ตอนนั้น รูปลักษณ์ของตัวพัดคล้ายขนนกยูงสีแดงขนาดใหญ่บนด้านจับยาว ท่าโจมตีแรกสุดของคุจากุเซนที่ใช้ในเรื่องคือปักษาอัคคีที่ปล่อยนกไฟจำนวนมากออกมาเผาทำลายสิ่งที่ต้องการ ตอนหลังมันถูกเส็ตโชมารูทำลายสลายไปพร้อมกับเคียวระ (อาวุธชิ้นนี้ปรากฏใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)



คันฉ่อง[แก้]

กระจกของคันนะ Kanna no kagami 神無の鏡 (คันนะ โนะ คากามิ) Kanna's mirror[แก้]

อาวุธของคันนะ ลักษณะเป็นรูปแบบดั้งเดิมของคันฉ่องสมัยโบราณแต่มีตัวกระจกใส

บานกระจก

ใช้ขโมยวิญญาณของผู้อื่น แต่ไม่อาจใช้กับวิญญาณขนาดใหญ่อย่างคาโกเมะ ไม่อาจใช้กับผู้ที่มีพลังอนุภาพทรงพลังได้ เช่น คากุยะ(ในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่2)

ใช้สะท้อนการโจมตีที่ได้รับกลับไปที่ศัตรู

ใช้เรียกปีศาจกระจก


เศษของกระจกนำไปใช้ลอกเลียนแบบสิ่งของได้ อย่างที่ใช้ยึดกับดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นแล้วทำการลอกแบบคุณลักษณะรูปแบบความสามารถของดาบเขี้ยวอสูร



กระจกแห่งชีวิต Mikagami 命鏡 (มิคากามิ) The Mirror of Life[แก้]

อาวุธอันทรงพลังของเจ้าหญิงคากุยะ ลักษณะเป็นรูปแบบดั้งเดิมของคันฉ่องสมัยโบราณแต่มีตัวกระจกใส

คากุยะใช้คันฉ่องนี้เป็นอาวุธหลัก แม้จะถูกขังอยู่ในกระจกก็ยังสามารถใช้มันเป็นสื่อเวทออกมาที่โลกภายนอกได้ (อาวุธอาคมชิ้นนี้ปรากฏใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่2 ปราสาทดินแดนแห่งกระจก)




ง้าว[แก้]

ง้าว Naginata 薙刀 (นากินาตะ) Halberd[แก้]

กระบวนที่การใช้ง้าวทั่วไปคือ ควง ตวัด ฟาดฟัน แทงหรือซัด ในเรื่องผู้ที่ใช้อาวุธชนิดนี้ได้แก่ ฮักคุโดชิ และผู้ที่ใช้ง้าวซึ่งมีชื่อเฉพาะได้แก่ ฮิเต็น โฮชิโยมิ



ง้าวอสนีบาต Raigekijin 雷撃刃 (ไรเกคิจิน) Lightning Blade[แก้]

อาวุธของฮิเต็น ความสามารถของไรเกคิจิน คือเป็นที่เรียกรวมสะสมสายฟ้าเพื่อใช้ผ่าโจมตีคู่ต่อสู้ หลังจากฮิเต็นตายไรเกคิจินถูกแขวนไว้บนผนังของปราสาทพี่น้องสายฟ้า



ง้าวแห่งสวรรค์พิภพ Kenkon no naginata 乾坤の薙刀 (เคนคอน โนะ นากินาตะ) Naginata of Kenkon , "Naginata of Heaven and Earth"[แก้]

อาวุธปีศาจของของโฮชิโยมิอสูรนินจา ที่ได้ให้ไคจินโบเป็นผู้ตีขึ้นมา "ง้าวแห่งสวรรค์พิภพ"(เคนคอน โนะ นากินาตะ) หรือ"ดาบคู่ฟ้าดิน" ในบทพากษ์อะนิเมะในไทย ประกอบด้วยใบมีดง้าวสั้นสองชิ้น "ง้าวสวรรค์" และ "ง้าวพิภพ" ในบทพากษ์ไทยเป็น "ดาบฟากฟ้า" และ "ดาบปฐพี" เมื่อปลายด้ามทั้งสองส่วนมาประกอบกันจะได้อาวุธยาวที่เปิดคมมีดสองฝั่ง และอาวุธจะมีพลังสูงสุด




ระเบิดและปืน[แก้]

ระเบิด Bakudan 爆弾 (บาคุดัน) Bomb, Dainamaito ダイナマイト (ไดนาไม) dynamite[แก้]

วัตถุระเบิด ในเนื้อเรื่องที่ปรากฏการใช้งานเป็นรูปแบบลักษณะของระเบิดแท่งไดนาไมท์ ระเบิดเสียงใช้โดยชิปโป ระเบิดควันที่ปล่อยกลิ่นรบกวนใช้โดยคารันสมาชิกเผ่าแมวป่าอสูร และระเบิดอื่นๆ ใช้โดยเร็นโกซึหนึ่งในเจ็ดสังหาร และซูซาคุอสูรนินจา



ปืนยาว Shōjū 小銃 (โชจู) Rifle[แก้]

อาวุธสงครามของฝ่ายมนุษย์ ในเนื้อเรื่องอะนิเมะ ใช้งานโดยกองทหารจากปราสาทอาซาโนะที่ได้ทำการโจมตีเส็ตโชมารู



ปืนใหญ่สายฟ้า Seiten-hō 斉天砲 (ไซเท็น-โฮ) "Seiten Cannon", The Thunder Cannon[แก้]

เดิมอาวุธชิ้นนี้เคยเป็นของปีศาจชื่อไซเท็นแต่ถูกฆ่าตายและชิงไปโดยเคียวระ หนึ่งในสี่จตุรเทพอสูรสงคราม แล้วถูกมอบให้กับจูระไว้ใช้งาน รูปลักษณ์ของปืนใหญ่สายฟ้ากระบอกนี้เป็นแบบที่ใกล้เคียงกับบาซูก้า ในเนื้อเรื่องจูระใช้มันยิงได้ไกลมากจากยอดผาใส่พวกมิโรคุซังโกะที่ชายหาดอีกฟาก (อาวุธชิ้นนี้ปรากฏใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่4 เปลวเพลิงแห่งเกาะลี้ลับ)




อาวุธปีศาจ อื่นๆ[แก้]

โล่ของมนุษย์มังกร Ryūto no tate 竜人の盾 (ริวโตะ โนะ ตาเตะ) Ryūjin's shield[แก้]

โล่ของมนุษย์มังกรริวจิน ใช้ดูดพลังโจมตีของศัตรูและสะท้อนกลับไป แต่แล้วก็ถูกพลังคลื่นระเบิดทำลาย



ห้าเล็บสายฟ้า Goraishi 五雷指 (โกไรชิ) Five Thunder Fingers[แก้]

อาวุธของโคงะ โกไรชิเป็นมรดกตกทอดของเผ่าหมาป่าปีศาจ โคงะได้มาจากการฝ่าบททดสอบของบรรพบุรษที่สุสานของเผ่าพันธุ์




อาวุธนักล่าปีศาจ[แก้]

กระดูกบิน Hiraikotsu 飛来骨 (ฮิไรโกซึ) Flying Return Bone[แก้]

อาวุธนักล่าปีศาจของซังโกะ ขึ้นรูปจากกระดูกของปีศาจใช้งานรูปแบบเดียวกับบูมเบอแรง



เคียวโซ่ Kusarigama 鎖鎌 (คุซาริงามะ) Chain-sickle[แก้]

อาวุธนักล่าปีศาจในเนื้อเรื่องคมมีดและด้ามจับทำจากกระดูกของปีศาจ โคฮาคุใช้มันเป็นอาวุธคู่กาย คุซาริงามะคืออาวุธแบบญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ประกอบไปด้วยเคียวที่ด้ามเชื่อมกับโซ่โลหะและมีเหล็กถ่วงน้ำหนักที่ปลายของโซ่




อาวุธอุปกรณ์เสริมพลัง เทพ และ นักบวช มิโกะ[แก้]

ตรีศูลเทพวารี Amakoi no hoko あまこいの鉾 (อามะโคย โนะ โฮโกะ) Trident of Amakoi[แก้]

อาวุธของซุยจินเทพธิดาซึ่งเป็นเทพวารีแห่งทะเลสาบ ลักษณะของอาวุธคือหอกยาวปลายสามแฉกเรียกได้ว่าตรีศูล มนุษย์หรืออสูรไม่สามารถใช้มันได้ ตรีศูลเทพมีอนุภาพรุนแรงและพลังอำนาจมหาศาลมากเนื่องจากเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ พลังหลักของซุยจินอยู่ที่อาวุธชิ้นนี้และใช้มันเพื่อบงการสายน้ำ เช่น เรียกใต้ฝุ่นที่มีพายุหมุนมวลน้ำจำนวนมาก



กระพรวนเทพบันเทิง Kagura suzu 神楽鈴 (คากุระ ซูซุ) Divine entertainment bells[แก้]

อุปกรณ์อาวุธของนักบวชชินโต อนเมียว และมิโกะ มักพบเห็นใช้ในการประกอบพิธีกรรม ในเรื่องนี้เป็นอาวุธประจำตัวของฮิโตมิโกะซึ่งเธอได้รับมอบมันมาจากอาจารย์ก่อนที่อาจารย์จะสิ้นใจ รูปทรงการจัดวางที่ใช้กันปกติของกระพรวนคือวงกลมล้อมรอบด้ามจับสูงขึ้นไปสามถึงห้าชั้นอย่างไล่ลำดับคล้ายพวงองุ่นคว่ำ คากุระซูซุของฮิโตมิโกะมีห้าชั้น อำนาจของมันคือขัดขวางขจัดปีศาจ



วัชระ Kongōsho 金剛杵 (คอนโกโช) Vajra[แก้]

อุปกรณ์อาวุธอาคมของทางพุทธสายวัชรยาน(และของทางพราหมณ์-ฮินดู) โดยส่วนมากคนไทยรู้จัก"วัชระ"กันในฐานะอาวุธของพระอินทร์ พระสงฆ์ฮาคุชินในเรื่องนี้ใช้วัชระเป็นแกนอาคมในการสร้างข่ายอาคมครอบเขาฮักคุเร และวัตถุอาคมแรกที่นักบวชอุนไกใช้ส่งไปเปิดเผยตัวเส็ตโชมารูที่มารอรับรินกลับไปกับเขาก็คือวัชระ



ประคำ Juzu 数珠 (จูสุ) Mala[แก้]

อุปกณ์ชนิดนี้เป็นของคู่กับนักบวช(เกือบทุกศาสนา พุทธ ชินโต พราหมณ์-ฮินดู คริสต์) ถึงแม้ประโยชน์หลักเดิมที่แท้จริงของสร้อยประคำคือเครื่องมือช่วยในการทำสมาธิภาวนา แต่มันสามารถพลิกแพลงใช้เป็นอาวุธอาคมได้ มีความเชื่อในเรื่องประคำที่ผ่านพิธีกรรมมีอำนาจในการสะกดสิ่งลี้ลับ เช่น การนำไปปราบสยบภูติผีปีศาจ ในเรื่องนี้นักบวชเกือบทั้งหมดจะมีประคำพกไว้ติดตัว และประคำสะกดวิญญาณที่อินุยาฉะคล้องอยู่ก็จัดอยู่ในประเภทของประคำเช่นกัน



ประคำสะกดวิญญาณ Kotodama no Nenju 言魂の念珠 (โคโตะดามะ โนะ เน็นจุ) Language Power Rosary[แก้]

ประคำสะกดวิญญาณในเรื่องนี้มันคือสร้อยประคำที่อินุยาฉะ(ถูกบังคับ)สวมอยู่ตั้งแต่ตอนแรกๆของเรื่องซึ่ง โคโตะดามะ โนะ เน็นจุ จะทำงานภายใต้คำพูดของคาโกเมะเมื่อเธอเอ่ยว่า "นั่งลงเดี๋ยวนี้" อินุยาฉะจะถูกอำนาจสะกดของประคำกระชากให้ล้มลงไม่ว่าจะยืนนั่งนอนวิ่งกระโดดหรืออยู่ในท่าไหนอื่นๆก็ตาม




ผ้าวิเศษ[แก้]

เสื้อขนหนูไฟ Hinezumiho 火鼠袍 (ฮิ เนซึมิ โฮ) Robe of the Fire-Rat[แก้]

เสื้อของอินุยาฉะที่เขาใส่คลุมชั้นนอกอยู่ตลอด เสื้อตัวนี้ทำจากขนหนูไฟ มีอำนาจในการกันไฟ อินุไทโชผู้เป็นบิดาของอินุยาฉะได้มอบมันให้ไว้กับเจ้าหญิงอิซาโยอิมารดาของเขาในวันที่อินุยาฉะเกิด (และเป็นวันเดียวกับที่อินุไทโชตาย) นอกจากเป็นเกราะกันไฟแล้วเสื้อผ้าชุดนี้สามารถซ่อมแซมตนเองได้อีกด้วย



ผ้าคลุมนางฟ้า Hagoromo 羽衣 (ฮะโกโรโมะ) Angel's Raiment[แก้]

แหล่งพลังของคางุยะ เดิมเป็นผ้าคลุมของเทพธิดาคางุยะตัวจริงที่ถูกคางุยะตนนี้ซึ่งเป็นปีศาจฆ่าและดูดกลืนยึดครองทุกอย่างไปเป็นของตน (ภูษาวิเศษชิ้นนี้ปรากฏใน อินุยาฉะเดอะมูฟวี่2 ปราสาทดินแดนแห่งกระจก)




เกราะ Yoroi 鎧 (โยะโรย), Domaru ドマル (โดะมะรุ) Armor[แก้]

อุปกรณ์ป้องกันร่างกายผู้สวมใส่จากการโจมตีจากศัตรูในการต่อสู้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนเกราะหลายๆส่วนมาประกอบกันเป็นชุดเกราะหนึ่งชุด โดยส่วนมากจะเน้นเสริมเกราะในตำแหน่งสำคัญๆ อย่าง ลำตัวและส่วนอก

เกราะของญี่ปุ่นแยกเป็นเกราะ Yoroi 鎧 สีสันฉูดฉาด ออกแบบมาเหมาะสำหรับนักรบบนหลังม้า มีเกราะไหล่ขนาดใหญ่ และ เกราะ Domaru ドマル ยืนสีพื้นทึบดำ ออกแบบมาเหมาะสำหรับนักรบเดินเท้า ชุดพอดีแนบลำตัวทำให้เคลื่อนไหวสะดวก

แต่ทั้งนี้ชุดเกราะใน อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน นี้ ค่อนข้างใช้ชุดเกราะอย่างผสมผสานไม่ตายตัวนัก อีกทั้งวิธีสร้างวัสดุที่ใช้และคุณสมบัติก็มีความแตกต่าง อาทิ ชุดเกราะเสื้อผ้าของอินุยาฉะ เส็ตโชมารู และนาราคุ มีความพิเศษที่มีพลังในตัวชุดเองเมื่อขาดแหว่งเพียงแค่มีชิ้นส่วนเหลืออยู่ชุดเกราะก็สามารถซ่อมแซมตัวเองกลับมาได้


หมวกเกราะ Kabuto 兜, 冑[แก้]

คาบูโตะ เป็นคำเรียกรวมของหมวกเกราะโดยไม่ได้อ้างอิงว่าเป็นชนิดใดของหมวกเกราะญี่ปุ่น ผู้ที่สวมใส่มันในเรื่องนี้ เช่น ทาเคมารุ และทาเคดะ คุราโนะสึเกะ


เกราะส่วนไหล่ O-sode 大袖[แก้]

เกราะกำบังส่วนของไหล่ ผู้ที่สวมใส่มันในเรื่องนี้ เช่น อินุไทโช เส็ตโชมารู สึคิโยมิ ทาเคมารุ


เกราะลำตัว Dō 同[แก้]

เกาะส่วนลำตัว ผู้ที่สวมใส่มันในเรื่องนี้ เช่น อินุไทโช เส็ตโชมารู นาราคุ โฮชิโยมิ ทาเคมารุ


เกราะมือ Tekkō 手甲[แก้]

อุปกรณ์สำหรับนักรบมีทั้งที่ทำจากวัสดุผ้า หนัง และที่ทำจากโลหะ ป้องกันตั้งแต่มือขึ้นไปจนถึงข้อศอก สั้น-ยาวตามแต่ผู้ใช้เลือกใช้สอยตามความสะดวกความถนัดหรือต้องการแบบไหน ผู้ที่สวมใส่มันในเรื่องนี้ เช่น ยูระ มิโรคุ จาโกซึ เนโนมารุ อินุไทโช ทาเคมารุ โฮชิโยมิ สึคิโยมิ โทรัน ชิชินคิ


เกราะสะโพก Kusazuri 草摺[แก้]

เกราะที่เชื่อมต่อจากเกราะของส่วนอกลงมาปิดกันลำตัวด้านล่างในส่วนของสะโพก ผู้ที่สวมใส่มันในเรื่องนี้ เช่น อินุไทโช เส็ตโชมารู นาราคุ โฮชิโยมิ ทาเคมารุ บังโกซึ


เกราะหน้าขา Sune-Ate 脛当 [て][แก้]

เกราะหน้าขาหรือสนับแข้ง เป็นส่วนประกอบชุดเกราะของเกราะแบบ"โยะโรย" ผู้ที่สวมใส่มันในเรื่องนี้ เช่น ทาเคมารุ และ นักล่าปีศาจ เช่น ซังโกะ โกฮาคุ




เครื่องแต่งกาย Ishō 衣裳 (อิโช) Costume[แก้]

ฮาโอริ Haori 羽織[แก้]

เสื้อคลุมแขนกว้างตัวนอกสุดคลุมโคโซเดะหรือกิโมโนอีกชั้นนิยมปักตราประจำตระกูลลงบนฮาโอริเพื่อแสดงสังกัดมีส่วนสำคัญในการทำให้ชุดดูเป็นทางการขึ้น แต่ว่าแล้วแต่ใครจะเลือกสวมฮาโอริคลุมอีกชั้นหรือไม่ส่วนมากจะมักใส่เฉพาะตอนที่ออกไปธุระนอกบ้าน(เพราะญี่ปุ่นเป็นเมืองที่อากาศหนาว) ฮาโอริมีทั้งแบบที่ยาวขนาดปกติและแบบยาวมาก ผู้ที่สวมใส่มันในเรื่องนี้ เช่น นาราคุ ทาเคมารุ และเหล่าขุนนางเจ้าของปราสาท (ปัจจุบันมีการค่านิยมสวมฮาโอริคลุมกับชุดยูกาตะในเทศกาลต่างๆและตามเรียวกังน้ำพุร้อน แต่จะใส่ฮาโอริคู่กับโคโซเดะและฮากามะเพียงเฉพาะช่วงที่มีงานพิธีสำคัญหรือเข้าร่วมพิธีทางศาสนาเท่านั้น)


ฮาคิว Hakui 白衣[แก้]

คำเรียกเสื้อคลุมสีขาว ฮาคิวนิยมสวมใส่ในพิธีกรรมทางศาสนาพุทธชินโตโดยนักบวชมิโกะ ในเรื่องนี้เช่น คิเคียว ฮิโตมิโกะ และใช้ในหมู่แพทย์และนักวิจัย ในเรื่องนี้เช่น มูโกซึ


โคโซเดะ Kosode 小袖[แก้]

เครื่องแต่งกายรูปแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เป็นชุดเสื้อคลุมขั้นพื้นฐาน ความหมายที่แท้จริงของ "โคโซเดะ" คือระยะ "แขนขนาดเล็ก" ซึ่งหมายถึงการเปิดแขนที่ไม่กว้างนัก และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนหลัง เอโดะ มา เมจิ ถึงปัจจุบันมักจะใช้ โคโซเดะคู่กับฮากามะเป็นชุดปกติอยู่บ้านของคนทั่วไปยังไม่ดูเป็นทางการนัก ในเรื่องนี้โคโซเดะคือเสื้อผ้าที่ชาวบ้านใช้สวมเป็นชุดในชีวิตประจำวัน ซังโกะสวมแบบพื้นฐานในเวลาปกติ รินสวมลายแบบชาวบ้านธรรมดาในตอนแรกที่ปรากฏตัว และในหมู่ขุนนางกับชนชั้นสูงมักใช้โคโซเดะสวมเป็นชุดด้านในโดยมีเสื้อคลุมอื่นทับด้านนอกอีกชั้นหรือหลายชั้น


กิโมโน Kimono 着物[แก้]

ชุดเสื้อคลุมชั้นนอกที่มีแขนกว้างมีชายแขนเสื้อยาว สวมแล้วเสริมบุคลิกให้สง่างามและเป็นทางการขึ้น โดยทั่วไปชาวบ้านธรรมดาๆในสมัยก่อนแทบจะไม่มีโอกาสได้จับต้องหรือใช้สิ่งที่เรียกว่าชุดกิโมโนที่เป็นรูปแบบของกิโมโนชั้นสูงแท้ๆเพราะคุณภาพวัตถุดิบผ้าไหมการตัดเย็บมีราคาสูง (ยิ่งเป็นแบบสวยงามมากยิ่งมีชายแขนเสื้อยาวมากเท่ากับยิ่งใช้ผ้าเยอะเท่ากับเปลืองเงินเยอะ (สมัยปัจจุบันนี้กิโมโนก็ยังเป็นของสูงอยู่(มีราคาแพงและต้องดูแลอย่างดี) แม้แต่คนในญี่ปุ่นเองที่มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายประจำชาติก็สวมใส่กิโมโนเต็มรูปแบบบ้างในโอกาสพิเศษมากๆเท่านั้น)) คุณลักษณะของกิโมโนอย่างหนึ่งคือสามารถพรางรูปร่างได้เป็นอย่างดีทำให้ผู้อื่นที่มองโดยสายตาไม่อาจทราบถึงรูปร่างที่แท้จริง ลวดลายเนื้อผ้าของกิโมโนจะบ่งบอกศักดิ์ศรีและความมั่งคั่งของผู้ที่สวม และมีทำเนียมการมอบกิโมโนเป็นของหมั้นหมายหญิงที่ฝ่ายชายต้องการแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน ผู้ที่สวมใส่ชุดกิโมโนในเรื่องนี้ ได้แก่ อิซาโยอิ ท่านแม่ของเส็ตโชมารู อินุไทโช เส็ตโชมารู ริน นาราคุ เจ้าหญิงคากุยะ คากุระ เบียคุยะ เหล่าท่านหญิงและจาโกซึ


คาริกินุ Kariginu 狩衣[แก้]

ชุดรูปแบบการแต่งกายแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น คาริกินุเป็นชุดเสื้อคลุมที่บุรุษจะได้เปลี่ยนมาเริ่มใส่อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่ออายุครบวัยและมักมาพร้อมกับการได้เข้ารับราชการของคนในตระกูลขุนนาง ชุดนี้ยังมีสับเซตแยกย่อยเนื้อผ้าลายและองค์ประกอบอื่นเช่นหมวก "เอะโบชิ" eboshi 烏帽子 องค์ประกอบต่างๆแบ่งออกเป็นตามตำแหน่งหน้าที่ แบบของชนชั้นสูงสุดจักรพรรดิ รัชทายาท องค์ชาย เสนาบดี ขุนนางชนชั้นปกครองฝ่ายทหาร ขุนนางชนชั้นปกครองฝ่ายพลเรือน

"คาริกินุ" มี โซเดะคุคุริ 袖括り Sodekukuri เป็นสายรั้งชายแขนเสื้อ(รวมทั้งมีใช้กับชายแขนเสื้อชุดมิโกะด้วย)มีการแบ่งรูปแบบตามอายุและฐานะเช่นกัน ในเรื่องผู้ที่ใส่ชุดเสื้อคลุมรูปแบบนี้ ได้แก่ จาเก็น อิซุโมะ คาโอ

ถึงปัจจุบันยังคงมี "คาริกินุ" ใช้สำหรับสวมไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของญี่ปุ่น เป็นชุดพิธีสืบทอดกันมาในหมู่อนเมียวจิ ชุดคลุมสีขาวนี้ เรียกว่า "โจเอะ" Jōe (浄衣) ซึ่งใส่ได้ทั้งฆราวาสและนักบวชที่ไปร่วมพิธี ในเรื่องนี้ผู้ที่สวมใส่โจเอะเป็นอนเมียวจิอย่างอาจารย์ของสึบากิ อาจารย์ของฮิโตมิโกะ และจิตวิญญาณแห่งเขาอัซซึสะ


คารากินุ Karaginu 唐衣[แก้]

ชุดรูปแบบการแต่งกายแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น "คารากินุ" เป็นชุดฝ่ายสตรีที่มีความสำคัญเข้าคู่กับ "คาริกินุ" ของฝ่ายบุรุษ คารากินุคือกิโมโนชั้นนอกสุดในชุดกิโมโนชนชั้นสูงในราชสำนัก (การแต่งกายเต็มรูปแบบจะเป็น 十二単 กิโมโน12ชั้นที่มีความซับซ้อนงดงามและหนักถึง20กิโลกรัม นักวิชาการเรียกชุดรูปแบบนี้ว่า จูนิฮิโตเอะ Jūnihitoe 五衣唐衣裳 ) ต้องมีตำแหน่งตั้งแต่นางกำนัลขึ้นไปถึงจะเป็นผู้ที่มีสิทธิสวมคารากินุในสมัยศักดินาของเฮอัน ในเรื่องนี้ผู้ที่สวมคลุมคารากินุคือ เจ้าหญิงอิซาโยอิท่านแม่ของอินุยาฉะ และพวกท่านหญิงในปราสาทหรือราชวัง



โคโรโมะ koromo 衣[แก้]

ชุดสีดำยาวของนักบวชพุทธศาสนาในญี่ปุ่น



จีวร Kesa 袈裟[แก้]

ผ้ากาษายะในญี่ปุ่น เป็นไตรจีวรในแบบของญี่ปุ่น สวมใส่โดยนักบวชพุทธชินโต



ซุยคัน Suikan 水干(すいかん)[แก้]

เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เป็นแบบผ้าที่เรียบง่ายกันน้ำที่นิยมในจำพวกนักรบช่วงปลายสมัยเฮอัน มีลักษณะคล้ายคาริกินุแต่มีความสั้นกว่าและนิยมสวม "ซาชินุกิ" หรือ "ฮากามะ" ทับชายชุด "ซุยคัน" เป็นชุดของนักรบซามูไร คุณภาพของผ้าที่ใช้ขึ้นอยู่กับระดับฐานะของผู้สวม (รัฐบาลโชกุนคามาคุระอนุมัติให้ใช้ชุดนี้ในพิธีบรรลุภาวะของเด็กชาย และได้รับการตราให้ถูกใช้เป็นชุดนักบวชหญิงมิโกะในศาลเจ้าชินโตหลังสมัยสงครามโลกครั้งที่2) ในเรื่องผู้ที่ใส่ชุดเสื้อคลุมรูปแบบนี้ ได้แก่ อินุยาฉะ สึบากิและฮักคุโดชิ



ฮิตาตาเระ Hitatare 直垂[แก้]

เครื่องแต่งกายชุดสำหรับนักรบที่จะใช้ใส่เกราะทับชุด รูปแบบชุดนี้ใช้กับทหาร ข้ารับใช้ทั่วไป พลเรือนชาวบ้านในสมัยเฮอัน นักรบและคนที่มีฐานะจะใช้ผ้าอย่างดี ชาวบ้านธรรมดาจะเป็นผ้าอย่างหยาบ ขุนนางข้าราชการมีหมวก "เอะโบชิ" eboshi 烏帽子 ทุกสิ่งสวมใส่ในตามตำแหน่งฐานะของบุคคล ในยุคต่อมาเอโดะได้ใช้ชุด "ฮิตาตาเระ" กันเป็นชุดของนักรบซามูไร(เพิ่งมี ซามูไร คำนี้ในช่วงปลายเฮอัน)และมีการปรับปรุงรูปแบบเครื่องชุดไปตามยุคสมัย ในเรื่องนี้ผู้ที่สวมใส่ "ฮิตาตาเระ" คือ พวกนักรบทหารเฝ้าปราสาท ชาวบ้านธรรมดาบางคน และแทบทั้งหมดไม่ได้มีการใส่หมวก รวมทั้ง นาราคุ อากิโทกิ โฮโจ เจ้าของปราสาท และขุนนางกินตำแหน่ง ในแบบชุดของซามูไร



ซาชินุกิ Sashinuki 指貫[แก้]

ชุดรูปแบบการแต่งกายแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซาชินุกิมีลักษณะในการคงรูปทรงของกางเกงและมีการผูกที่ข้อเท้าเพื่อให้ผ้ารวบเข้ากับข้อเท้ารองเท้าผู้สวมใส่ เป็นชุดส่วนล่างที่ปกติมักใช้คู่กับคาริกินุหรือกับชุดแต่งกายลำดับสำคัญอื่นๆของบุรุษในราชสำนักสมัยเฮอัน แบบชุดกางเกงที่อินุไทโช เส็ตโชมารูและอินุยาฉะใส่คือซาชินุกิ (จนถึงปัจจุบันยังคงมีชุดเต็มรูปแบบนี้ "คาริกินุ" คู่กับ "ซาชินุกิ" ใช้เป็นชุดพิธีการของนักบวชอนเมียวจิสืบทอดกันเรื่อยมา)

* อาจารย์รูมิโกะ ทาคาฮาชิ ระบุว่าชุดของพวกอินุยาฉะ ออกแบบอิมเมจมาจากชุดของนักบวชอนเมียวจิ



ฮากามะ Hakama 袴[แก้]

เครื่องแต่งกายชุดส่วนล่างรูปแบบเหมือนกางเกงซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้กันอย่างแพร่หลายหลังระบอบศักดินาถูกโชกุนยึดครองอำนาจการปกครอง (สมัยนี้ยังคงมีใช้ฮากามะคู่กับกิโมโนในวันสำคัญๆ และแบบ "อนนะ บากามะ" On'nabakama 女袴 ในงานรับปริญญา) ฮากามะมี "โอบิ" สำหรับเป็นสายรัด ที่สวมใส่ฮากามะในเรื่องคือบุคคลทั่วไป นักรบ ขุนนาง นักบวช และทั้งมิโกะซึ่งใช้เป็นฮากามะสีแดง

(มีชุดรูปแบบกางเกงอีกอย่างที่ใกล้เคียงกับ "ฮากามะ" คือ "นากะบากามะ" Naga-bakama 長袴 ที่มีชายส่วนหลังยาวลากพื้น)



โอบิ Obi 帯[แก้]

โอบิ เป็นคำเรียกรวมของผ้ารัดเอวโดยไม่ได้อ้างอิงว่าเป็นชนิดใดซึ่งมีหลายแบบเฉพาะเจาะจงกับชุดที่ใส่ โอบิเป็นผ้าที่สำคัญมากในการจัดชุดให้พอดี(รัดไม่ให้เสื้อผ้าหลุด) อาจจะเป็นแบบที่ใช้ผูกโชร์อยู่ให้เห็นด้านนอกหรือผูกอยู่ด้านในถ้าคนผู้นั้นสวมเกราะหรือคาดผ้าคาดเอวทับอีกชั้น นักรบซามูไรจะใช้ "ยูวะโอบิ" Uwa-obi 上帯 แนบไปด้วยกับสายคล้องดาบ เป็น(เข็มขัด)ผ้ารัดเกราะ


โคชิมากิ Koshimaki 腰巻(こしまき)[แก้]

วัฒนธรรมการแต่งกายนี้เกิดขึ้นโดยสตรีชั้นสูงในราชวังยุคแรกๆโดยหนาวใช้คลุมเพิ่มความอบอุ่น ร้อนนำมาพันเอวและนี่คือจุดเริ่มต้นของ "โคชิมากิ" แล้วมันจึงถูกสวมใส่โดยชนจำพวกนักรบระดับสูงที่มีฝีมือแต่ยังคงเป็นสิ่งเฉพาะนิยมในชนชั้นสูงมากกว่าใช้ในหมู่สามัญชน (และได้เป็นวัฒนธรรมที่เสื่อมถอยลงสมัยปัจจุบันนี้ไม่มีการนิยมใช้อีกต่อไปเนื่องจากมองว่าโบราณล้าสมัย(แต่ในความจริงยังคงมีให้เห็นคนที่ใช้ผืนผ้าในลักษณะเช่นนี้อยู่ ทั้งในคนรุ่นใหม่ได้ยังมีความนิยมนำเสื้อคลุมมาผูกเอวด้วยเหมือนกัน)) กระนั้น"โคชิมากิ" จัดเป็นรูปแบบการจัดแต่งกายใกล้เคียงกับ "โอบิ" จนบางครั้งก็ถูกเหมารวมไปกับโอบิ ผู้ที่ใช้โฮชิมากิในเรื่องนี้ซึ่งมีเรื่องราวอยู่ในยุคสงครามประมาณ500ปีก่อนเป็น

การใช้ "โคชิมากิ" แบบผ้าผืนยาวเนื้อผ้าดีพันคาดเอวลักษณะผูกรอบเอวแล้วปล่อยชายผ้ายาวใช้ในหมู่นักรบ ในเรื่องพบผู้ที่ใช้เครื่องแต่งกายชิ้นนี้ อาทิเช่น อินุไทโช เส็ตโชมารู นาราคุ สึคิโยมิ บังโกซึ เคียวระ ริวระ

การใช้ "โคชิมากิ" แบบผ้าผืนใหญ่เนื้อผ้าหาง่ายอย่างชาวบ้านๆใช้คลุมด้านนอกชุดโคโซเดะหรือกิโมโนจากเอวลงมาเป็นผ้าอีกชิ้นหนึ่งที่สวมแต่จะสั้นกว่าชุดหลัก ในเรื่องพบผู้ที่ใช้เครื่องแต่งกายชิ้นนี้ เช่น ซังโกะ แม่ของจิเน็นจิ และชาวบ้านคนทั่วไปใช้สวมทำงานบ้านงานสวนงานไร่

* ในภาษาไทย 腰巻 แปลแล้ว เปรียบ โคชิมากิ เป็นผ้าขาวม้า(.- " -.)



มากาทามะ Magatama 勾玉[แก้]

ลูกปัดมากาทามะ ลักษณะทรงของมากาทามะคล้ายจุลภาคมองแล้วเป็นด้านใดด้านหนึ่งของสัญลักษณ์หยินหยาง เครื่องประดับชิ้นนี้ปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานและมีความสำคัญทางด้านจิตวิญญาณเป็นหนึ่งในวัตถุพิธีกรรมทางศาสนาของญี่ปุ่น จีน เกาหลี วัสดุแรกเริ่มทำจากดินและพัฒนาเรื่อยมาเป็น หิน เขี้ยว หยก ในเรื่องนี้ที่ "มากาทามะ" เห็นใช้อย่างชัดเจนคือ มากาทามะที่ประดับอยู่เป็นส่วนหนึ่งบนสร้อยประคำสยบวิญญาณที่อินุยาฉะใส่


พู่ Tasseru 英語(タッセル)[แก้]

พู่ประดับ เครื่องประดับชิ้นนี้การใช้งานหลากหลายตามแต่เจ้าของจะนำไปห้อยตกแต่งกับอะไรเสื้อผ้าดาบพัดเครื่องรางประคำ ในเรื่องที่เห็นใช้พู่ประดับอย่างชัดเจนคือ เส็ตโชมารูซึ่งใช้พู่สีแดงประดับเกราะ ซังโกะซึ่งใช้พู่สีเหลืองประดับอาวุธกระดูกบิน ฮิโตมิโกะซึ่งใช้พู่สีม่วงอ่อนประดับกับสร้อยประคำ



คิคูโทจิ Kikutoji 菊綴[แก้]

เครื่องตกแต่งประดับชุดเป็นช่อดอกไม้หรือปุยผ้าที่มีการทำช่อคล้ายดอกเบญมาศ มีหลายสีสันแต่จะเลือกใช้เป็นสีเดียวกันหรือคู่สองสีเย็บติดประดับชุด5ตำแหน่งตะเข็บ ติดเป็นแนวกลางตัวด้านหน้า ด้านหลังสองข้าง แขนเสื้อสองข้าง และบางทีสองข้างของซาชินุกิ สำหรับเด็กชนชั้นสูงซามูไรเจ้าหน้าที่ขุนนางศาล จะติดในชุด"ซุยคัน" ในเรื่องนี้คิคูโทจิที่มีให้เห็น คือที่ชุดของฮักคุโดชิ



ฟุโรชิคิ Furoshiki 風呂敷[แก้]

ห่อผ้าแบบญี่ปุ่น ใช้ในการใส่เสื้อผ้า ขนของ ห่อกล่องข้าว ห่อของขวัญและอื่นๆ



ปลอกแข้ง Kyahan 脚絆(きゃはん)[แก้]

สวมใส่ใต้เกราะหน้าขาหรือที่เรียกว่าสนับแข้ง ใช้โดยนักรบ ซามูไร มีประโยชน์ในการลดการเสียดสีของเกราะกับเนื้อหนังผู้สวมใส่มันและเป็นการลดความหนาวเย็นกันแมลงกันเกี่ยวกิ่งไม้ สมัยยุคสงครามใช้เป็นแบบผูกสายผ้าและมีการเลือกใช้เนื้อผ้าตามฤดูกาล (ปัจจุบันนิยมโดยคนที่อยู่ในเขตอากาศหนาว) ผู้สวมใส่มันในเรื่องนี้ ได้แก่ ซังโกะ โกฮาคุ


โซริ Zōri 草履(ぞうり)[แก้]

รองเท้าแตะที่ทำมาจากฟางข้าวหรือใยพืชอื่นๆ ผู้สวมใส่โซริในเรื่องนี้ ได้แก่ อนเมียวจิ มิโกะ และคนที่พอมีฐานะ เช่น คิเคียว ฮิโตมิโกะ ซังโกะ ชาวบ้านบางคน


ทาบิ Tabi 足袋(たび)[แก้]

ถุงเท้า"ทาบิ"เป็นรูปแบบถุงเท้าแยกนิ้วโป้ง ใส่คู่กับ "โซริ" ผู้สวมใส่ทาบิในเรื่องนี้ ได้แก่ อนเมียวจิ มิโกะและคนที่พอมีฐานะ เช่น คิเคียว ฮิโตมิโกะ


รองเท้าฟาง Waraji 草鞋[แก้]

รองเท้าแตะทำจากหญ้าฟาง ผู้สวมใส่ในเรื่องนี้คือนักรบทั่วไป และนักบวช เช่น มิโรคุ อุนไก มุชิน


รองเท้า Kutsu 靴(くつ)[แก้]

คำเรียกรองเท้าแบบรวมๆโดยยังไม่แยกย่อย ในเรื่องยุคของอินุยาฉะปกติรองเท้าหญ้าฟางรองเท้าแตะธรรมดามีใช้กันเฉพาะผู้พอมีฐานะอยู่บ้างอยู่แล้ว แต่ยังมีชนชั้นที่มีฝีมือส่วนหนึ่งได้พัฒนาการแต่งกายไปอีกขั้นมีรองเท้าแบบอื่นที่ดีกว่า ซึ่งผู้ที่สวมใส่รองเท้าอย่างดีในเรื่องนี้มีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. อสูรปีศาจและเทพ ที่มีระดับฐานะ (มีดินแดนปราสาทพร้อมบริวาร) และบริวารใกล้ชิดบางตน การแต่งตัวบางส่วนมีวัฒนธรรมจากแผ่นดินใหญ่พวกเขาใช้เป็นรองเท้าบูท Būtsu ブーツ เช่น อินุไทโช เส็ตโชมารู นาราคุ โฮชิโยมิ เนโนมารุ รูริ ฮาริ ฮิเต็น มันเต็น ชิชินคิ เป็นที่แน่นอนสำหรับพวกระดับสูงของใช้ของพวกเขาต้องเป็นของดีที่สุดเสมอไม่ทราบว่าทำมาจากวัสดุอสูรปีศาจเทพมารอะไรแต่มันมีคุณสมบัติซ่อมแซมตัวเองได้

2. มนุษย์ ซึ่งมีระดับฐานะและกำลังช่างฝีมือสร้าง (รายได้ดีมีวัตถุดิบ) เช่น รองเท้าบูท Būtsu ブーツ หรือ ทาบิบูท Tabi Būtsu 足袋ブーツ โดยหมู่บ้านนักล่าปีศาจของซังโกะที่มีใช้ในชุดรบ และ รองเท้าหนังส้นเตี้ย Rōfā ローファー คาโกเมะที่ใส่กับชุดนักเรียนชุดอยู่บ้านของคนยุคสมัยปัจจุบัน





พลังโจมตีและท่าไม้ตาย[แก้]

กรงเล็บคร่าวิญญาณ Sankontessou 散魂鉄爪 (ซันคอนเทซโซ) Soul-Scattering Iron Claws, "Claws of Steel", "Iron Reaver Soul Stealer"[แก้]

ท่าของอินุยาฉะเป็นการโจมตีด้วยกรงเล็บ



กรงเล็บดาบโลหิต 飛刃血爪 Hijinkessou (ฮิจินเคซโซ) Flying Blade Blood Claws, "Claws of Blood", "Blades of Blood"[แก้]

ท่าของอินุยาฉะเป็นการโจมตีด้วยกรงเล็บพร้อมด้วยเลือดของเขา ทำให้การโจมตีแรงขึ้นระดับหนึ่ง




+แผลแห่งลม 風の傷 Kaze no kizu (คาเสะ โนะ คิสึ) "Wind Scar"[แก้]

ท่านี้นับเป็นพลังโจมตีอย่างรุนแรงในขั้นต้นของดาบเขี้ยวอสูร "ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวสามารถสังหารปีศาจได้เป็นร้อย" ในการมาเล่น(งาน)อินุยาฉะผู้ที่ใช้ท่านี้ได้คนแรกในเรื่องคือเส็ตโชมารูที่ได้ตวัดฟันปีศาจนับร้อยพร้อมภูเขาที่หายไปทั้งลูก ต่อมาไม่นานอินุยาฉะก็หัดจนใช้ท่านี้เป็นเช่นกัน และภายหลังสังหารภูติมังกรกระดูกลงมีผลพวงทำให้ดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะสามารถใช้แผลแห่งลมได้ง่ายดายทุกเวลาโดยไม่ต้องเล็งตามเคล็ดดาบอีก



+พลังคลื่นระเบิด 爆流破 Bakuryuuha (บาคุริวฮะ) Backlash Wave, "Explosive Stream Blast"[แก้]

ท่าของดาบเขี้ยวอสูรที่ใช้เพื่อสะท้อนกลับพลังอสูรเมื่อศัตรูโจมตีมาด้วยการฟันไปที่ไอปีศาจของฝ่ายศัตรู อินุยาฉะได้มาจากการสังหารมังกรกระดูกคู่อริเก่าของบิดา



+ดาบเขี้ยวอสูรสีแดง 赤い鉄砕牙 Akai tessaiga (อะไค เท็ตไซกะ), 結界破りの赤い鉄砕牙 Kekkai yaburi no Akai Tessaiga (เคกไค ยาบุริโนะ อะไค เท็ตไซกะ), "Red Tessaiga Barrier Shattering" [แก้]

อินุยาฉะจะใช้เมื่อต้องฝ่าเขตอาคม ดาบเขี้ยวอสูรสีแดงนี้สำหรับตัดเขตอาคมโดยเฉพาะ ได้มาจากการทำลายลูกแก้วอาคมของปีศาจค้างคาว



+ดาบเขี้ยวอสูรลิ่มเพชร 金剛槍破鉄砕牙 Kongousouha tessaiga (คอนโกโซฮะ เท็ตไซกะ) Adamant Barrage Tessaiga, "Diamond Spear Blast"[แก้]

สามารถโจมตีผ่านเขตอาคมของนาราคุที่แกร่งขึ้นได้ ไม้ตายประจำดาบเขี้ยวอสูรลิ่มเพชรคือ พลังคลื่นอสูรลิ่มเพชร พลังคลื่นระเบิดลิ่มเพชร และพลังคลื่นสะท้อนกลับวิญญาณ(ท่าต้องใช้แผลแห่งลมร่วมกับธนูของคาโงเมะ) อินุยาฉะพลังนี้ได้มาจากการฟันโฮเซนกิสหายของอินุไทโชบิดาตน โดยฝ่ายโฮเซนกิในที่สุดยินยอมให้อินุยาฉะฟันเขาเพื่อให้ได้พลังสู้กับนาราคุที่มาเพื่อเอาเศษลูกแก้วสี่วิญญาณจากเขา



+ดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกร 龍鱗の鉄砕牙 Ryuuroko no tessaiga (ริวโรโค โนะ เท็ตไซกะ) Dragon Scaled Tessaiga [แก้]

ดาบเขี้ยวอสูรเกร็ดมังกรเป็นประโยชน์ในการดึงพลังปิศาจอสูรออกจากศัตรู และดูดพลังนั้นมาเป็นของดาบเขี้ยวอสูรได้โดยตรง อินุยาฉะได้มาจากดาบปีศาจดักคิที่โทชูสร้างมาจากเกล็ดและชีวิตของมนุษย์มังกร



+ดาบเขี้ยวอสูรสีดำ|จันทร์เสี้ยวปรภพ 冥道残月破鉄砕牙 Meidōzangetsuha tetsusaiga (เมโดซันเกตสึฮะ เท็ตไซกะ), "Dark Path of the Dawn Moon's Wave" [แก้]

ดาบเขี้ยวอสูรรูปแบบพลังจันทร์เสี้ยวปรภพ จะดูดกลืนทุกอย่างที่อยู่ในระยะเข้าไปในปรภพ อินุยาฉะได้มาจากการต่อสู้กับเส็ตโชมารูพี่ชายของเขาที่ต้องการทดสอบผู้สืบทอดดาบเขี้ยวอสูรที่แท้จริงและได้หักดาบเขี้ยวฟ้าฟื้น(ที่อยู่ในรูปเดียวกับดาบเขี้ยวอสูรด้วยพลังของเศษกระจกคันนะ) ทำให้ดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะได้พลังจันทร์เสี้ยวปรภพมา




จันทร์เสี้ยวปรภพ 冥道残月破 Meidō Zangetsuha (เมโด ซันเกตสึฮะ) "Dark Path of the Dawn Moon's Wave"[แก้]

การโจมตีคือเมื่อฟันดาบออกไปจะเปิดหลุมดำทางแห่งปรภพออกมาขนาดมหึมาและดูดคู่ต่อสู้แบบทั้งที่ยังมีชีวิตไปยังปรภพ แรกทีพลังนี้เป็นหนึ่งในพลังของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นซึ่งเป็นเทคนิคที่เส็ตโชมารูได้ฝึกฝนจากจันทร์เสี้ยวจนกลายเป็นจันทร์เต็มดวง แต่สุดท้ายก็พลังวิชาของดาบชนิดนี้ก็ได้ไปย้ายที่อยู่ไปที่ดาบเขี้ยวอสูรของอินุยาฉะ



พลังคลื่นมังกรฟ้า 蒼竜破 Souryuuha (โซริวฮะ) Dragon Strike, "Blue Dragon Blast"[แก้]

ท่าโจมตีที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดจากดาบมารสมิง(โทคิจิน) เมื่อเส็ตโชมารูใช้จะเกิดการระเบิดของพลังปีศาจอย่างรุนแรง โดยตัวดาบดึงพลังงานมาจากเส็ตโชมารูปลดปล่อยปล่อยเป็นแสงสีฟ้าในรูปแบบสายฟ้ามังกรคราม โซริวฮะเป็นเพียงทักษะเดียวของดาบมารสมิงที่มีชื่อเรียกใช้เฉพาะ




คลื่นมังกรทมิฬ 獄龍破 Gokuryūha (โกคุริวฮะ) "Prison Dragon Blast"[แก้]

ท่าไม้ตายของดาบโซอุนกะ ปลดปล่อยพายุทอร์นาโดสีม่วงดำรูปแบบมังกรนรกสองหัวขนาดใหญ่ที่มีพลังรุนแรงและทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในในเส้นทางของมัน




พิษ, ไอพิษ, อากาศพิษ 瘴気 Shouki (โชคิ) "Swamp Gas"[แก้]

ผู้ใช้พิษมีทั้งในมนุษย์และอสูรปีศาจ


1.) ฝ่ายมนุษย์เมื่อจะใช้งานต้องซื้อหาหรือปรุงเลือกเฟ้นในการใช้ ผู้ใช้พิษฝ่ายมนุษย์ที่โดดเด่นในเรื่องนี้คือ

หนึ่งในเจ็ดสังหาร มูโกสึที่ใช้เล่นงานพวกคาโกเมะ

นักล่าปีศาจ ซังโกะและโกฮาคุใช้พิษเพื่องานการล่า


2.) ฝ่ายปีศาจอสูรถ้าเป็นผู้ใช้พิษ ปีศาจอสูรตนนั้นๆมักจะมีทักษะพิษติดตัวมาแต่แรกซึ่งเมื่อใช้ออกมาจะให้ผลสัมฤทธิ์ตามคุณลักษณะพิษของปีศาจนั้นๆ อาทิ

พิษของนาราคุ ให้ผลคือเมื่อใครหรืออะไรสัมผัสโดนมันจะติดพิษอ่อนแอลงตามสภาวะความแข็งแกร่งของแต่ละคน แต่แพ้ทางพลังชำระล้างของคิเคียวกับคาโงเมะและไม่สามารถทำอะไรอสูรผู้ใช้พิษขั้นสูงกว่าเช่นเส็ตโชมารู

พิษของเส็ตโชมารู เมียวกะได้อธิบายไว้ในตอนแรกๆ มันให้ผลกัดกร่อนละลายทุกสิ่งแม้กระดูกอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถละลายคาโกเมะที่ถือดาบเขี้ยวอสูรอยู่ได้เพราะการปกป้องจากเขตอาคมของดาบเขี้ยวอสูร




เกราะอาคมของนาราคุ 奈落の結界 Naraku no kekkai (นาราคุ โนะ เค็กไค) Naraku's Barrier[แก้]

เกราะอาคมในลักษณะสีแดงอมม่วงที่นาราคุใช้มันสำหรับจำกัดพลังโจมตีของฝ่ายศัตรูที่จะเข้าถึงตัว ในตอนแรกๆเกราะอาคมนี้ถูกใช้ครอบคลุมทั้งบริเวณของปราสาทฮิโตมิ แต่ภายหลังจากที่สู้กับสองพี่น้องตระกูลสุนัขอสูร นาราคุดูจะจับทางใช้งานพลังนี้ได้ส่วนมากจากนั้นขนาดของเกราะอาคมที่แสดงลดลงเพียงคลุมโดยรอบตัวนาราคุเท่านั้น




ศรศักดิ์สิทธิ์ 破魔の矢 Hama no Ya (ฮามะ โนะ ยะ) Sacred arrows, "Arrows of exorcism"[แก้]

เป็นการแปรรูปการใช้พลังวิญญาณบริสุทธิ์ของมิโกะเพื่อชำระล้างสิ่งชั่วร้ายโดยผ่านอาวุธ ธนู+ลูกศรธนู+พลังวิญญาณ ในเนื้อเรื่องผู้ใช้วิชาอาวุธนี้คือ คิเคียวและสืบทอดพลังมาถึงคาโงเมะซึ่งเป็นคิเคียวกลับชาติมาเกิดและมีพลังวิญญาณในแบบเดียวกัน พวกปีศาจอสูรยิ่งกับนาราคุหวาดกลัวศรนี้ที่สุด(จนต้องไปพัฒนาเกราะพลังอาคมให้ตนเอง) แต่ (ในตอนหนึ่งในอินุยาฉะปีแรก)ลูกธนูศรศักดิ์สิทธิ์ของคาโกเมะถูกเส็ตโชมารูหยุดได้ด้วยการใช้นิ้วคีบรับและลูกธนูถูกสลายไปด้วยพิษ จึงเป็นไปได้ว่าการมีผลของศรศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอยู่กับการใส่ความตั้งใจลงไปกับพลังวิญญาณของผู้ใช้และแปรผันตามรากฐานพลังของอสูรตนนั้นๆด้วยเช่นกัน




ช่องว่างแห่งลม 風穴 Kazanaa (คาซานา) Wind Tunnel[แก้]

ท่าไม้ตายของมิโรคุ ช่องว่างแห่งลมนี้เกิดจากบรรพบุรุษของเขารุ่นหนึ่งถูกนาราคุสาปและสืบทอดต่อมาในสายตระกูลของเขาจนกว่านาราคุจะถูกกำจัด เมื่อใช้มีผลดูดศัตรูเข้าไปที่ช่องว่างที่มือ ทุกครั้งที่ใช้ช่องว่างจะค่อยๆเปิดขยายกว้างขึ้นซึ่งเท่ากับผู้ใช้ใกล้จบชีวิตขึ้นมาเรื่อยๆ




กระดูกบิน 飛来骨 Hiraikotsu (ฮิไรโกซึ) Flying Return Bone [แก้]

ท่าขว้างกระดูกบินของซังโกะ ใช้กำจัดปีศาจอสูรทั่วไป ประสิทธิภาพพลังโจมตีเพิ่มขึ้นหลังการนำไปซ่อมทุกครั้งหลังสุดอัพเกรดจนโจมตีผ่านเขตอาคมนาราคุเข้า



คมดาบวายุ 風突風 Kaze toppū (คาเสะ ท๊ปโปะ) Wind Gust [แก้]

ท่าพื้นฐานที่เรียบง่ายของคากุระ ตวัดพัดอย่างรวดเร็วสร้างลมกรรโชกโจมตีหรือส่งไปสกัดท่าของศัตรูที่จะมาถึงตัว



ระบำดาบวาตะ 風刃の舞 Fujin no mai (ฟูจิน โนะ ไม) Dance of Blades, "Dance of the Wind Blades"[แก้]

ท่าของคากุระ ใช้โดยการโบกพัดจะมีคลื่นลมอากาศรูปเสี้ยววงกลมไปตัดเฉือนศัตรู



มังกรเริงระบำ 竜蛇の舞 Ryuuja no mai ( ริวจา โนะ ไม) Dance of the Dragon, "Dance of the Dragon and Serpent"[แก้]

ท่าของคากุระ เมื่อใช้ออกจะแปรสายลมเป็นพายุหมุนทอร์นาโดขนาดย่อมตรงเข้าทำลายศัตรูโดยการส่งขึ้นไปบนอากาศแล้วตัวพายุจะฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆ



ระบำซากศพ 屍舞 Shikabane-mai (ชิคาบาเนะ ไม) Dance of the Dead , "Corpse Dance"[แก้]

ท่าของคากุระ ใช้เพื่อควบคุมซากศพ ชักใยศพเพื่อโจมตีหรือตีล้อมป้องกันตัวเธอ




ไฟจิ้งจอก 狐火 Kitsune-bi (คิซึเนะ บิ) Foxfire[แก้]

ท่าโจมตีของชิปโป ส่วนมากไว้ล่อลวงความสนใจของศัตรู หรือใช้เป็นไฟส่องสว่างในยามฉุกเฉิน แต่ท่านี้เหมือนไม่ค่อยมีประโยชน์กับการโจมตีนักอาจเพราะเขายังเด็กอยู่



กลมายาจิ้งจอก 狐妖術 Kitsune Youjutsu (คิซึเนะ โยจุซึ) Fox Magic[แก้]

ท่าของปีศาจเผ่าจิ้งจอก ทักษะสร้างภาพลวงตาให้เหมือนจริงหรือเกิดขึ้นจริงชั่วขณะหนึ่ง ชิปโปมักใช้แปลงร่างหรือใช้เสกของหลอกคน เช่นใช้กับ อินุยาฉะ





สถานที่สำคัญ[แก้]

ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์[แก้]

ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ご神木 (Goshinboku) The Sacred Tree

ต้นไม้ที่อินุยาฉะถูกลูกธนูของคิเคียวปักตรึงไว้ 50 ปี และมีการเรียกเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใน 500 ปีต่อมาที่ศาลเจ้าฮิงุราชิ

ในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่1 มีการเปิดเผยข้อมูลจากคิเคียวแก่คาโกเมะว่าต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นจิไดจิ( 時代時 "Jidai-ji" กาลเวลา) ต้นไม้แห่งกาลเวลาที่มีชีวิตอยู่ในแบบคนละมิติกับพวกเธอ ต้นไม้นี้จะดูดซึมพลังงานความร้อนจากยุคต่างๆมาเพื่อการเติบโตของมันเอง เป็นต้นไม้ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อยุคสมัย และบ่อกินกระดูกได้สร้างขึ้นมาจากส่วนของต้นจิไดจิเช่นนี้เช่นกัน




บ่อกลืนกระดูก[แก้]

บ่อกลืนกระดูก 骨喰いの井戸 (Honekui no Ido) The Bone-Eater's Well 

บ่อกินกระดูก เป็นบ่อน้ำแห้งที่คาโกเมะใช้ในการข้ามไปกลับจากยุคสงครามและยุคปัจจุบันซึ่งเป็นบ่อน้ำเก่าในเขตศาลเจ้าฮิงุราชิ

บ่อกินกระดูกที่ได้ชื่อนี้เพราะเมื่อนำกระดูกของปีศาจทิ้งลงไปกระดูกเหล่านั้นจะถูกกลืนหายไป ซึ่งหลังจากคาโกเมะถูกปีศาจตะขาบจับตัวผ่านบ่อน้ำแห้งมาที่ยุคสงครามก็เป็นการพิสูจน์ว่ากระดูกที่หายไปหายไปในมิติของเวลาที่อยู่ในบ่อ และมีการเปิดเผยในอินุยาฉะเดอะมูฟวี่1 โดยคิเคียว บอกว่าไม้ที่นำมาสร้างบ่อน้ำนี้คือต้นไม้กาลเวลาไม้ชนิดเดียวกับต้นไม้ที่อินุยาฉะได้ถูกลูกธนูตรึงไว้กับมัน




ศาลเจ้าฮิงุราชิ[แก้]

 ศาลเจ้าฮิงุราชิ 日暮神社 (Higurashi-jinja) The Higurashi shrine 

ศาลเจ้าฮิงุราชิสืบทอดมาในตระกูลฮิงุราชิ เป็นศาลเจ้าในแบบชินโตโดยคุณปู่ของของคาโกเมะเป็นผู้ดูแลศาลเจ้ารุ่นปัจจุบัน

คาโกเมะเรียกรวมๆว่าบ้านศาลเจ้า โดยบ้านที่มีการอยู่อาศัยของครอบครัวฮิงุราชิเป็นตัวบ้านทรงสมัยใหม่สองชั้นซึ่งอยู่ในบริเวณของศาลเจ้า สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่คาโกเมะเกิด เติบโตและอยู่ร่วมกันมากับคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ โซตะน้องชายและแมวเลี้ยงปุโย




ดินแดนระหว่างโลกนี้กับโลกหน้า สุสานของอินุไทโช[แก้]

ดินแดนระหว่างโลกนี้กับโลกหน้า 
あの世との境 (Anoyo to no sakai) The Border of the Afterlife  

ดินแดนนี้มีภูมิศาสตร์เป็นยอดเขาสูงชันสลับกับพื้นที่ว่างซึ่งมีโครงกระดูกอสูรปีศาจมากมาย เป็นสถานที่ที่อินุไทโชเลือกที่จะให้ร่างสังขารได้พักผ่อนอยู่หลังความตายและเป็นสถานที่ที่เศษลูกแก้วชิ้นสุดท้ายมาอยู่ที่กระโหลกของโฮเซนกิที่ตายตามหลังสหายแล้วเลือกมาอาศัยอยู่ด้วย และเหล่าปีศาจที่ตายจะต้องผ่านดินแดนนี้ก่อนจะไปยังโลกหน้า



สุสานของอินุไทโช 
犬の大将の墓場 (Inu no taishō no hakaba) The Inu no Taishō's tomb 

สุสานของบิดาของเส็ตโชมารูและอินุยาฉะ อยู่ในดินแดนที่ตั้งอยู่ในระหว่างช่องว่างของโลกนี้กับโลกหน้า โครงกระดูกของจอมขุนพลสุนัขอสูรอินุไทโชอยู่ในขนาดของร่างที่แท้จริงซึ่งใหญ่โตมโหฬาร และรายรอบด้วยโครงกระดูกอสูรปีศาจที่ตายแล้วอยู่ทั่วพื้นที่



หนทางที่จะเข้าไปยังดินแดนและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง :


1. ใช้ไม้เท้าหัวมนุษย์กับไข่มุกดำที่ผลิตโดยโฮเซนกิ

อินุไทโชเคยซ่อนไข่มุกดำไว้ในนัยต์ตาข้างขวาของอินุยาฉะและเส็ตโชมารูได้ดึงมันออกไปใช้เปิดทางเข้าสุสานซึ่งผลทำให้อินุยาฉะได้ดาบเขี้ยวอสูรมา จากนั้นตอนที่พวกอินุยาฉะจะหาทางไปเอาลูกแก้วสี่วิญญาณชิ้นสุดท้ายที่โลกด้านนั้นพวกเขาพบว่าโฮเซนกิอสูรผู้ผลิตไข่มุกตายไปแล้ว และไข่มุกดำเม็ดใหม่ต้องรอลูกชายของโฮเซนกิใช้เวลาผลิต100ปี


2. แม่น้ำเลือดของเผ่าวิหคอสูรที่มีความเชื่อมโยงกับโลกหลังความตาย

เท็กเคและเอบิฮิเมะสมาชิกสายเลือดเข้มข้นเพียงสองตนของเผ่าพันธุ๋ถูกนาราคุฆ่าและใช้แม่น้ำเลือดเป็นทางผ่านเพื่อหาเศษลูกแก้วชิ้นสุดท้าย อินุยาฉะและคาโกเมะเข้าสู่ดินแดนนี้เป็นครั้งที่2 จากเส้นทางนี้ตามหลังนาราคุ พร้อมกับพวกมิโรคุ ซังโกะ ชิปโป คิราร่า


3. ผ่านประตูระหว่างภพที่มีผู้เฝ้าพิทักษ์ โกสุ เมสุ

ในเนื้อเรื่องปรากฏเพียงผู้เป็นเจ้าของดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นที่ผ่านประตูนี้ไปยังดินแดนที่ตั้งสุสานได้


4. ใช้ศิลาปรภพ

ศิลาปรภพที่ประดับบนสร้อยคอของท่านแม่ของเส็ตโชมารู สามารถใช้ในการเปิดทางเข้าออกระหว่างภพ


5. พลังจันทร์เสี้ยวปรภพ

พลังจันทร์เสี้ยวปรภพสามารถใช้เปิดทางเข้าออกปรภพ และไปยังที่ตั้งสุสานนี้ได้


[ เรื่องราวในเนื้อเรื่องของ Inuyasha CD Drama - Asatte ] หลังจากจบการตามล่านาราคุที่ลูกแก้วสี่วิญญาณได้หายไปอย่างหมดจดแล้ว เส็ตโชมารูยังคงแวะเวียนไปเยี่ยมเยือน(ไปรำพันความในใจกับท่านพ่อ)ที่สุสาน กับจาเก็นปีศาจน้อยผู้ติดตามเส็ตโชมารูที่ไปไหนไปกันเช่นที่เคย และอินุยาฉะที่เปิดปรภพหลบไปที่นั่นพร้อมมิโรคุโดยมีพวกคาโกเมะรินซังโกะชิปโปตามไปด้วย




ถ้ำหินปูน[แก้]

ถ้ำหินปูน 鍾乳洞 (Shōnyūdō) Midoriko's cave

ถ้ำหินปูนที่มีร่างของมิโดริโกะกับกลุ่มปีศาจที่ต่อสู้กัน ในสภาพร่างกายที่ยังคงมีรายละเอียดสมบูรณ์เป็นมัมมี่หินอยู่กลางโถงถ้ำ

หมู่บ้านนักล่าปีศาจของซังโกะตั้งอยู่ใกล้กับถ้ำแห่งนี้และเรื่องราวของมิโดริโกะเล่าสืบทอดกันในหมู่พวกเขา ซังโกะเป็นผู้พาพวกอินุยาฉะเข้ามาที่ถ้ำและถ่ายทอดเรื่องราวการเกิดขึ้นของลูกแก้วสี่วิญญาณ




ภูเขาฮักคุเร[แก้]

ภูเขาฮักคุเร 白霊山 (Hakurei-zan) Mount Hakurei, "White Spirit Mountain"

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ฮักคุเร ล่ำลือกันว่าสถานที่แห่งนี้สามารถชำระล้างความชั่วร้ายทั้งปวงให้หมดไป โดยเขตอาคมที่ครอบคลุมทำให้เขาแห่งนี้บริสุทธิ์ตลอดเวลามาจากพลังอาคมของพระสงฆ์ระดับสูงฮาคุชินที่ได้เสียสละตัวเองสร้างขึ้น

พวกปีศาจอสูรสิ่งที่มีความชั่วร้ายต่างๆไม่สามารถเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้และที่เข้ามาในบริเวณอาณาเขตได้จะถูกลดพลังจนอาจถึงขั้นหายสลายไป


ผู้ที่มีบทบาทสะท้อนผลของเขตอาคมชำระล้างแห่งเขาฮักคุเรและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องในสถานที่

1. โคงะ ไม่ได้เข้าไปร่วมวงการฝ่าเขตอาคมตั้งแต่เจอเข้ากับกำแพงเขตอาคม และได้ถูกเล่นงานจนเจ็บหนักไม่สามารถทำอะไรเสี่ยงกว่านั้น

3. ชิปโป และ คิราร่า รออยู่ภายนอกเขตอาคม จนเขตอาคมเกิดการเปลี่ยนแปลง

2. จาเก็น และ อะอุน รออยู่ภายนอกเขตอาคม ทีแรกจาเก็นตามเข้าไปแต่ก็ได้ออกมารออยู่รอบนอกเมื่อทนไม่ไหว

4. อินุยาฉะ ถูกล่อเข้าไปในพื้นที่ซึ่งมีพลังอาคมรุนแรงในการสู้กับจาโกซึและถูกอาคมผลักดันจนกลายเป็นอยู่ในร่างมนุษย์ธรรมดา แต่เมื่ออยู่ในที่ซึ่งอาคมอ่อนแรงอินุยาฉะก็กลับมาอยู่ในร่างครึ่งอสูรและใช้พลังอสูรได้ดังเดิมและได้สู้กับบังโกซึที่เกาะฮิจิริในบริเวณวิหารของพระฮาคุชิน ระหว่างกลับมารวมกลุ่มอยู่กับคาโกเมะเขาเกิดสังหรณ์ใจเรื่องคิเคียวจึงรีบมุ่งหน้าไปดูเหตุการณ์แต่ไปไม่ทัน เป็นที่มาของวลี "ทำไม(ท่านพี่)เส็ตโชมารูเจ้าไม่ช่วย" แล้วอินุยาฉะจึงได้รับคำตอบเรียบๆสวนกลับอย่างเจ็บซึ้งตราตรึงเพิ่มไปอีกสองประโยค สุดท้ายอินุยาฉะได้แต่เจ็บใจตัวเองที่มาช่วยคิเคียวไม่ทัน

5. ซุยโกซึ ผู้ที่มีสองบุคคลิกเช่นสองวิญญาณในร่างหนึ่งเมื่อถูกอาคมชำระล้างเขาได้กลายเป็นบุคคลิกที่เป็นคุณหมอใจดีคอยดูแลชาวบ้านกับเด็กๆ แต่เมื่อเศษลูกแก้วสี่วิญญาณที่อยู่กับเขากลายเป็นสีดำสนิทเขาได้กลายเป็นซุยโกซึหนึ่งในเจ็ดสังหารซึ่งฆ่าชาวบ้านและพยายามจะฆ่าเด็กๆ

6. เส็ตโชมารู เข้าไปในพื้นที่ซึ่งมีพลังอาคมรุนแรงระหว่างสู้กับจาโกซึและเพราะรินตกสะพานบนผาสูงลงน้ำไปพร้อมกับซุยโกซึ เส็ตโชมารูจึงเข้าไปในพื้นที่อาคมเข้มข้นขึ้นนอกจากเรื่องที่มีความเร็วตกเคลื่อนไหวได้ช้าลง(ท่าทางจะทรมานอยู่มิใช่น้อย)ไม่พบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเส็ตโชมารูเขายังคงดูเหมือนปกติดี ไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนร่างแต่อย่างใด เมื่อเสร็จเรื่องช่วยเด็กน้อยของเขาเส็ตโชมารูก็พารินไปส่งข้างนอกให้อะอุนเฝ้า แล้วพกพาจาเก็นกลับเข้าเขตอาคมเพื่อไปเดี่ยวกับนาราคุ ที่เพิ่งทำการฆ่าส่งคิเคียวลงหุบเหว

7. โกฮาคุมีเศษลูกแก้วสี่วิญญาณและพวกปีศาจลูกน้องของนาราคุอยู่ในเขตเขาฮักคุเรได้ตามคำสั่งการของนาราคุ ซังโกะกับมิโรคุที่เข้าไปตามหาในถ้ำถูกโกฮาคุล่อให้ตามออกไปในที่ปลอดภัย

8. นาราคุ ตรงเข้าไปในพื้นที่ซึ่งมีพลังอาคมรุนแรงที่สุดแต่ไม่เกิดอะไรขึ้นกับนาราคุเพราะนาราคุมีเศษลูกแก้วสี่วิญญาณอยู่เป็นจำนวนมาก และด้วยการไปเจรจากับเจ้าของผู้สร้างเขตอาคม เขาได้ใช้เล่ห์ร้ายในการอาศัยช่องว่างของสิ่งที่ยังติดค้างจิตใจพระฮาคุชินมาใช้ประโยชน์จากเขาฮักคุเรเพื่อการปรับเปลี่ยนพัฒนาร่างอีกขั้น

9. คิเคียว มาที่เขาฮักคุเรตามการสั่งเสียของชาวนาชราและมุ่งเข้าเขตอาคมส่วนลึกเพื่ออยากเห็นจุดจบของคนตายเช่นเดียวกับเธอหลังจากได้สวนทางไปพูดคุยกับบังโกซึ แม้ดูเหมือนท่าทางจะไม่ไหวแต่อาจเพราะคิเคียวมีการเชื่อมโยงกับร่างหุ่นดินทั้งเป็นเป็นมิโกะซึ่งมีพลังวิญญาณบริสุทธ์ที่แข็งแกร่ง(แม้จะโดนชะล้างวิญญาณหญิงสาวที่ใช้คงสภาพไปเยอะมาก)คิเคียวยังปลอดภัยจนไปช่วยหยุดซุยโกสึทัน ภายหลังที่ใจกลางเกาะฮิจิริคิเคียวยังได้เป็นผู้ที่ช่วยเหลือจิตวิญญาณของพระฮาคุชิน แต่เมื่อคิเคียวเจอกับนาราคุในที่แห่งนั้นคิเคียวก็ได้อยู่ในสภาพที่อ่อนแออย่างที่สุด


สุดท้ายหลังเรื่องราวการต่อสู้ในเขาฮักคุเร เมื่อพระฮาคุชินเจ้าของเขตอาคมคลายอาคมออกและสละโลกไปเขาฮักคุเรจึงได้ล่มสลาย




เขาอัซซึสะ[แก้]

เขาอัซซึสะ 梓山 (Azusa-yama) Mount Azusa

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อัซซึสะ เป็นสถานที่ซึ่งมีจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ อัซซึสะยามะ โนะ เซเรย์ ปกปักษ์รักษา มีศาลเจ้าบนเขาซึ่งภายในเก็บรักษาคันธนูศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาอัซซึสะ คันธนูนี้เป็นสิ่งที่คาโกเมะได้มานำไปใช้ในการช่วยเหลือคิเคียว และใช้ต่อสู้ในการปิดฉากกับนาราคุ




หมู่บ้านของคาเอเดะ[แก้]

หมู่บ้านของคาเอเดะ 楓の村 (Kaede no mura) Kaede's village

หมู่บ้านที่คิเคียวเคยเป็นมิโกะผู้ดูแลและได้ส่งต่อตำแหน่งหน้าที่มิโกะให้แก่คาเอเดะน้องสาว

คนทั่วไปเรียกกันอย่างยกย่องในตำแหน่งมิโกะว่า "หมู่บ้านของท่านคาเอเดะ" หรือ กับคนไม่ถือสาเรื่องตำแหน่งมิโกะ เรียกกันว่า "หมู่บ้านของคาเอเดะ" หรือ "หมู่บ้านของยายแก่คาเอเดะ"ตามที่อินุยาฉะเรียก

แรกเริ่มของเรื่องอินุยาฉะได้ถูกคิเคียวปิดผนึกในบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้ และเมื่อพวกอินุยาฉะต้องออกไปตามหาเศษลูกแก้วสี่วิญญาณก็มักจะแวะกลับมาพักที่หมู่บ้านแห่งนี้ ภายหลังจบเรื่องนาราคุ ซังโกะกับมิโรคุได้สร้างครอบครัวขึ้นที่นี่ อินุยาฉะและคาโกเมะอยู่ด้วยกันที่นี่ รินก็ถูกฝากให้เรียนรู้ชีวิตมนุษย์กับคาเอเดะที่นี่เช่นกันโดยที่เส็ตโชมารูได้มาหาที่หมู่บ้านเสมอพร้อมจาเก็น ทางด้านชิปโป โกฮาคุ และคิราระที่ออกไปผจญภัยก็ต้องแวะกลับมาเยี่ยมพวกพ้องที่หมู่บ้านแห่งนี้




การดัดแปลง[แก้]

โครงเรื่องของอินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน ได้ถูกดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์แนวกำลังภายใน-แฟนตาซี ของจีนแผ่นดินใหญ่ ในปี ค.ศ. 2011 เรื่อง The Holy Pearl (อภินิหารดาบมังกรสะท้านพิภพ[2])


ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ปกดีวีดี
  2. "ตำนานเทพหนี่วา ตอน มุกเทพฤทธิ์". fongfei.exteen.com/. 2011-08-10. สืบค้นเมื่อ 2015-08-06. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]