สโมสรฟุตบอลฌีรงแด็งเดอบอร์โด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บอร์โด
Logo
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลฌีรงแด็งเดอบอร์โด
ฉายาLes Girondins (The Girondins)[1]
Le club au scapulaire (The Club with the Chevron)[2]
Les marine et blanc (The Navy-and-Whites)[3]
ก่อตั้ง1881; 138 ปีที่แล้ว (1881)
สนามนูโวสตาดเดอบอร์โด, บอร์โด
(ความจุ: 41,458)
ประธานสโมสรFrédéric Longuépée
ผู้จัดการทีมRicardo Gomes
ลีกลีกเอิง
2017–18Ligue 1, 6th
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
สีชุดที่ 3
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลฌีรงแด็งเดอบอร์โด (ฝรั่งเศส: Football Club des Girondins de Bordeaux) เป็นสโมสรที่เล่นในลีกเอิง ก่อตั้ง ปี ค.ศ.1881 คว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 6 สมัย ในฐานะสโมสรกีฬาหลายสโมสรและเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศฝรั่งเศส สโมสรได้รับชัยชนะจากลีกเอิง ตำแหน่งซึ่งเป็นอันดับที่สี่ในประวัติศาสตร์มากที่สุด บอร์โดยังได้รับรางวัลสี่ Coupe de France ชื่อสาม Coupe de la Liguetitles และสามTrophée des championstitles เช่นกัน สโมสรได้รับเกียรติให้ได้ปรากฏตัวในรอบชิงชนะเลิศมากที่สุดใน Coupe de la Ligue มีจุดเด่นในหกของผู้ที่เข้าร่วมแข่งขัน จากปีที่ผ่านมาสนามกีฬาของสโมสรคือสนามกีฬา Stade Chaban-Delmas แต่ตั้งแต่ปี 2015 บ้านเกิดของบอร์โดได้รับการ Matmut Atlantique

ประวัติของสโมสร[แก้]

ช่วงยุคแรก[แก้]

บอร์โดก่อตั้งขึ้น ในปี ค.ศ.1881 โดยเป็นสโมสรที่มีกีฬาหลายชนิด แต่กีฬาฟุตบอลประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยทีมได้แชมป์ ลีกเอิง 1 จำนวน 6 ครั้ง มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ได้แชมป์ Coupe de la Ligue 3 ครั้ง แชมป์ Coupe de France 4 ครั้ง และแชมป์ Trophee des champions 3 ครั้ง มีสนาม the Stade Chaban-Delmas ในปี 2015 ก่อนหน้านี้ใช้สนาม Matmut Atlantique เป็นสนามเหย้า แต่เดิมสโมสรถูกตั้งในชื่อ Girondins จากกลุ่มนักปฏิรูปฝรั่งเศสภูมิภาค และก่อตั้งขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม 1881 โดยมีกรีฑา และยิงปืนเป็นกีฬาตอนต้น มี อันเดร ชาโวอิส เป็นประธาน ต่อมาได้เพิ่มกีฬาอีก เช่น การพายเรือ,ขี่ม้า,ว่ายน้ำ และอื่นๆอีกหลายอย่าง จนกระทั่งปี ค.ศ.1910 ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาที่โดดเด่นที่สุด และได้ก่อตั้งเป็นสโมสรฟุตบอลโดยมี เรย์มอนด์ แบรร์ด เป็นประธานพร้อมด้วยสมาชิกในทีม ค.ศ.1919 สโมสรได้ทดลองเกี่ยวกับการอยู่รอดสำหรับฟุตบอลอย่างเดียวได้ 1 ปี ปี ค.ศ.1920 พวกเขาก็มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยชนะทีม เบอร์ดิกาเลียนเน่ 12-0 วันที่ 2 กรกฎาคม 1936 พวกเขาได้รับการรับรองให้เป็นสโมสรระดับอาชีพเต็มตัว ส่วนนึงเกิดจากที่พวกเขารวมเข้ากับสโมสรของชาวบอร์เดเลส คือ Girondins Guyenne Sport จนถึงปัจจุบันนี้ พวกเขาได้ลงแข่งในระดับ ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1937-1938 มี เบนิโต้ ดิแอซ ชาวสเปนเป็นผู้จัดการทีมคนแรก เขาได้เซ็นสัญญานักเตะเข้ามาหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนักเตะสเปนอย่าง ซานติเอโก อูร์ติซเบเรีย และ จาอิเม แมนคิซิเดอร์ นักเตะตัวรุกชื่อดังชาวฝรั่งเศส อองรี อาร์นัวเดา และผู้รักษาประตู อันเดร เจราร์ด บอร์โดลงแข่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พฤษภาคม 1937 โดยเอาชนะทีม เอฟซี สโญเนเซียร์ 2-1 ที่สนาม the Stade de Colombes การแข่งขันครั้งแรกในฟุตบอลลีกคือ วันที่ 22 สิงหาคม โดยแพ้ต่อ ตูลูส 2-3 แต่บอร์โดบันทึกว่าพวกเขาชนะ นีมส์ ในนัดแรก ฤดูกาลแรกนั้นพวกเขาได้อันดับที่ 6 ในรายการ the Southern region of the division ปีถัดมาพวกเขาย้ายสนามเหย้าไปอยู่ที่ The Stade Chaban-Delmas สนามที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับฟุตบอลโลกปี ค.ศ.1938 ปัจุจบันใช้สนามแห่งนี้เป็นสนามซ้อม วันที่ 15 ตุลาคม 1940 บอร์โด ได้ร่วมเข้ากับสโมสรท้องถิ่น เอเอส พอร์ต และรู้จักกันในชื่อ บอร์โด เอเอส ปี ค.ศ.1941 พวกเขาได้เข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขัน the Coupe de France และเอาชนะทีม เอสซี ไฟว์ 2-0 ได้แชมป์รายการหลักเป็นครั้งแรกของสโมสร

ยุคหลังสงคราม[แก้]

หลังได้รับการปลดปล่อยจากฝรั่งเศส บอร์โดก็กลับมาแข่งในลีก และได้เลื่อนชั้นในฤดูกาล 1948-1949 ในฐานะอันดับ 2 หลังจบฤดูกาล ได้แต่งตั้ง อันเดร เจราร์ด เป็นผู้จัดการทีม เขาได้เซ็นสัญญา เบอร์ตัส เด ฮาร์เดอร์ อีดัวอาร์ด การ์กู และ คามิลเล่ ลิบาร์ สามประสานที่ได้ฉายาว่า ปีศาจ 3 หัว ช่วยให้บอร์โดได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันในระดับสูงสุดในฤดูกาลแรก มากกว่าอันดับ 2 อย่างลีลล์ ถึง 6 คะแนน จะการคว้าแชมป์ทำให้ทีมได้เข้าร่วมการแข่งขัน the Latin Cup ทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะเสมอกับ เบนฟิก้า 3-3 แต่แพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากนั้น 2 ฤดูกาลพวกเข้าก็ได้รองแชมป์ โดยนีซเป็นแชมป์ทั้ง 2 ปี และทีมทำผลงานได้ดีในฟุตบอลรายการ the Coupe de France โดยเข้าชิงในปี ค.ศ.1952,1955 แต่ได้แค่รองแชมป์ โดยนีซ และลีลล์เป็นแชมป์ตามลำดับ ฤดูกาล 1955-1956 บอร์โด ตกชั้น ก่อนจะกลับมาแข่งในลีกเอิง 1 ได้ในฤดูกาล 1959-1960 แต่แค่ปีเดียว พวกเขาก็ตกชั้นอีกครั้งหลังทำได้แค่ 21 คะแนน ปี ค.ศ.1960 ได้แต่งตั้งผู้จัดการทีมชาวซัลวาดอร์ อาร์ติกัส ฤดูกาล 1962-1963 เขานำทีมเลื่อนชั้นกลับไปแข่งใน ลีกเอิง 1 และได้อันดับ 4 ในฤดูกาลแรกหลังเลื่อนชั้น และทีมได้เข้าชิง the Coupe de France อีกครั้ง แต่ก็แพ้ต่อ ลียง ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ทีมก็ได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลรายการ Inter-Cities fairs Cup ในฤดูกาล 1964-1965 แต่ก็แพ้ต่อทีมจากเยอรมันอย่าง โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 4-3 หลังจากนั้น 4 ฤดูกาลทีมได้เข้าชิง the Coupe de France แต่ก็แพ้ต่อ แซง เอเตียนต์ 1-2 ได้แค่รองแชมป์ ฤดูกาลัดมาก็เข้าชิงอีกครั้ง แต่ก็แพ้ต่อทีมมาร์กเซย

คริสต์ทศวรรษ 1970-1990[แก้]

หลังปี ค.ศ.1970 ทีมเริ่มถอถอยลง นักเตะต้องลงแข่งภายใต้การเปลี่ยนแปลงของผู้จัดการทีมถึง 7 คน จนกระทั่งปี ค.ศ.1979 ทีมถูกขายให้กับเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ เคล้าซ์ เบซ เข้ามาเป็นประธานสโมสร ในช่วงหน้าร้อนปี ค.ศ.1983 บอร์โดได้จัดการแข่งขันฉลอง 100 ปีของสโมสร พวกเขาชนะบาร์เซโลนา 2-0 ก่อนจะไปแพ้ วีเอฟบี สตุตการ์ต ในรอบชิงชนะเลิศ ภายใต้ประธานสโมสร เคล้าซ์ เบซ ซึ่งอัดฉีดเงินหลายล้านยูโรเข้าสโมสร บอร์โดได้แชมป์ลีกจำนวน 3 ครั้ง the Coupe de France ครั้ง และเข้าร่วมในรายการระดับยุโรป ทีมได้แชมป์ลีกครั้งแรกในปี ค.ศ.1950 ฤดูกาล 1983-1984 บอร์โดมีคะแนนเท่ากับทีมโมนาโก แต่เฮดทูเฮด ดีกว่าทำให้ทีมเป็นฝ่ายได้แชมป์ ปีต่อมาก็ได้แชมป์ลีกโดยมีคะแนนมากกว่าอันดับสองอย่าง นีมส์ 4 คะแนน ในระดับยุโรป บอร์โดเข้าถึงรอบรองชนะเลิศรายการ ยูโรเปียนคัพ ได้ในฤดูกาล 1984-1985 ก่อนจะแพ้ต่อทีมจากประเทศอิตาลี ยูเวนตุส ไปด้วยสกอร์ 1-2 ปี ค.ศ.1986 พวกเขาเข้าชิง the Coupe de France และชนะต่อมาร์กเซยได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของสโมสร หลังจากเข้าชิงมาถึง 8 ครั้ง ปีต่อมา บอร์โดได้แชมป์อีกครั้งโดยการชนะมาร์กเซย เหมือนที่เจอกันปีที่แล้ว ต่อด้วยฤดูกาล 1986-1987 พวกเขาได้แชมป์ฟุตบอลลีก เป็นครั้งที่ 4 และแชมป์ the Coupe de France ปี ค.ศ 1989 บอร์โดซ์ ได้รองแชมป์ลีกเอิง 1 พร้อมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในการแข่งขัน ยูโรเปียนคัพ ด้วยปัญหาทางการเงินของสโมสร หลังจากนั้น 2 ปี พวกเขาตกชั้นสู่ลีกเอิง 2 อย่างไรก็ตามปี ค.ศ. 1992 บอร์โดได้แชมป์ลีกเอิง 2 เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้เหมือนเดิม และได้เกิดดาวรุ่งคนสำคัญขึ้นคือ ซีนาดีน ซีดาน และคริสตอฟ ดูการ์รี และ บิเซนเต้ ลิซ่าราซู ปี ค.ศ.1995 พวกเขาได้แชมป์ อินเตอร์โตโต้ คัพ โดยชนะทีม เอฟซี โวลโกการ์ด ได้แชมป์ยูฟ่า คัพ ในปี ค.ศ.1996 บอร์โดได้แชมป์ลีกเอิง 1 นักเตะอย่าง ซิลแวงน์ วิลตอร์ ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ จากการทำได้ 22 ประตู

คริสต์ทศวรรษ 2000-2010[แก้]

ฤดูกาล 1999-2000 บอร์โดลงแข่งยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในปีนี้ ปี ค.ศ.2002 พวกเขาได้แชมป์ the Coupe de France โดยเอาชนะทีม ลอริยองต์ 3-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ปี ค.ศ.2004 เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศยูฟ่า คัพ ก่อนแพ้ให้กับบาเลนเซีย ปี 2007 พวกเขาได้แชมป์ the Coupe de France อีกครั้ง ฤดูกาล 2008-2009 ได้แชมป์ลีกเอิง 1 และ the Coupe de France ปี ค.ศ.2013 เอาชนะทีม เอวิยองน์ 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ the Coupe de France ฤดูกาล 2013-2014 ทีมได้อันดับที่ 7 ปี ค.ศ.2015 ได้แต่งตั้ง วิลลี่ ซาโยล์ เป็นโค้ช แต่คุมทีมชนะได้1นัดจาก 8 นัด ทำให้ถูกไล่ออกและแทนที่ด้วย อุลริช ราเม่ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2016 และต่อมาถูกแทนที่ด้วย จัวร์เวนเนค ในวันที่ 20 มกราคม 2018 กุส โปเยต์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม วันที่ 14 กรกฎาคม 2018 ทีมถูกซื้อโดยกลุ่มทุนจากอเมริกา ในราคา 70 ล้านยูโร และวันที่ 5 กันยายน 2018 ได้แต่งตั้ง ริคาร์โด แทนโปเยต์ที่มีปัญหากับบอร์ดบริหารทีม โดยริคาร์โด ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมทั่วไป เพราะเขายังไม่มีใบอนุญาตในการเป็นโค้ช

เกียรติประวัติ[แก้]

ระดับประเทศ[แก้]

ระดับทวีปยุโรป[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Live Bordeaux Monaco". Le Figaro (in French). France. 23 May 2009. สืบค้นเมื่อ 31 December 2010.
  2. "Les derniers pas de Chamakh" (in French). Europe 1. 1 February 2009. สืบค้นเมื่อ 31 December 2010.
  3. "Pele reve de Bordeaux" (in French). L'Equipe. 23 May 2009. Archived from the original on 3 September 2009. สืบค้นเมื่อ 31 December 2010.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]