หม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุช
บทความนี้อาจต้องการตรวจสอบต้นฉบับ ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
| หม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุช | |
|---|---|
| หม่อมเจ้า ชั้น 4 | |
| ประสูติ | 10 สิงหาคม พ.ศ. 2440 วังสงัด อุบลราชธานี หม่อมเจ้าจิรบุญญ์ณี |
| ชีพิตักษัย | 19 มีนาคม พ.ศ. 2523 (82 ปี) |
| สวามี | สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย (พ.ศ. 2465-2466) |
| ราชสกุล | ชุมพล (ประสูติ) จุฑาธุช (เสกสมรส) |
| ราชวงศ์ | จักรี |
| พระบิดา | พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ |
| พระมารดา | หม่อมบุญยืน ชุมพล ณ อยุธยา |
หม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุช (เดิม หม่อมเจ้าจิรบุญญ์ณี; 10 สิงหาคม พ.ศ. 2440 – 19 มีนาคม พ.ศ. 2523) เป็นพระชายาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ประสูติแต่หม่อมบุญยืน ชุมพล ณ อยุธยา
พระประวัติ
[แก้]หม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุช มีพระนามลำลองว่า “ท่านหญิงลาว” เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ประสูติแต่หม่อมบุญยืน ชุมพล ณ อยุธยา (อัญญานางบุญยืน บุญรมย์) บุตรีท้าวไชยบุตร์ (บุดดี บุญรมย์) และอัญญาแม่คำพ่วย บุญรมย์ สืบเชื้อสายจากเจ้าพระวอพระตา แห่งเมืองหนองบัวลุ่มภู[1]
หม่อมเจ้าบุญจิราธรประสูติเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2440 ณ วังสงัด จังหวัดอุบลราชธานี[2] เดิมมีพระนามว่า “หม่อมเจ้าจิรบุญญ์ณี” มีโสทรานุชาและพระโสทรขนิษฐาสามองค์ คือ หม่อมเจ้าฐิตศักดิ์วิบูลย์, หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล และหม่อมเจ้านงนิตย์จำเนียร ต่อมาเมื่อเสด็จเข้ามายังกรุงเทพมหานครในช่วงพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระนามใหม่ว่า “บุญจิราธร” โดยทรงตรวจสอบปฏิทินโหราศาสตร์ประกอบแล้วจึงมีพระราชดำริพระราชทานพระนามนี้[3]
เมื่อมีพระชันษา 9 ปี ได้เสด็จเข้ามาในพระนครพร้อมพระบิดา เพื่อเข้าเฝ้าในงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก หลังพิธีสิ้นสุด พระบิดาประสงค์จะพากลับอุบลราชธานี แต่หม่อมเจ้าบุญจิราธรประทับอยู่กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา ศิรินิภาพรรณวดี กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา จึงมิได้เสด็จกลับไป และภายหลังได้เข้าประทับในสำนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ณ วังสวนสุนันทา
หม่อมเจ้าบุญจิราธรทรงศึกษาที่โรงเรียนราชินี มีความสามารถด้านงานฝีมือและวาดเขียนเป็นอย่างดี ครั้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยเบญจเพส ได้เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ซึ่งภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปสู่ขอโดยพระองค์เอง และได้เสกสมรสกันในเวลาต่อมา
ระหว่าง พ.ศ. 2465–2467 หม่อมเจ้าบุญจิราธรต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักถึงสามพระองค์ ได้แก่ พระบิดา พระสวามี และสมเด็จเจ้าฟ้ามาลินีนพดารา ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดู จึงเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าอย่างยิ่ง
หลังเสกสมรส ทรงประทับที่วังเพ็ชรบูรณ์ พร้อมด้วยหม่อมบุญยืน พระมารดา ซึ่งเชี่ยวชาญงานทอผ้าแบบราชสำนักอุบล และได้ก่อตั้งโรงทอผ้าที่วังดังกล่าว ทำกิจการจนถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2505
เมื่อเข้าสู่วัยชรา หม่อมเจ้าบุญจิราธรทรงประชวรด้วยพระโรคต่าง ๆ แต่ยังทรงสนพระทัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุข โดยเคยประทานที่ดินให้แพทย์ชาวจีนเช่าทำสถานพยาบาล และภายหลังประทานเครื่องมือแพทย์แก่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์
หม่อมเจ้าบุญจิราธรทรงห่วงใยบ้านเกิดจังหวัดอุบลราชธานีอย่างมาก มักเสด็จกลับไปทรงเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ ทั้งยังประทานทรัพย์เพื่อสร้างอาคารในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เป็นที่ระลึกและเคารพรักจากประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานราชการและประชาชนได้ร่วมกันสร้างพระอนุสาวรีย์หม่อมเจ้าบุญจิราธร ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์
หม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุช สิ้นชีพิตักษัยด้วยพระโรคมะเร็งในลำไส้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2523 สิริพระชันษา 83 ปี พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระโกศมณฑปทรงพระศพ ประดิษฐานพระโกศ ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2523 และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ไปในการพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปีเดียวกัน ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร[4]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2493 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 2 ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) (ฝ่ายใน)[5] - พ.ศ. 2523 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[6] - พ.ศ. 2493 –
เหรียญพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 (ร.ร.ศ.9)
อนุสรณ์
[แก้]- อนุสาวรีย์หม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุช ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
- วัดบุญจิราธร ตำบลยางสักกะโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
- อาคารบุญจิราธร ซอยสุขุมวิท 51
- กองทุนหม่อมเจ้าหญิงบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ในมูลนิธิสถาบันพระบรมราชชนก
พงศาวลี
[แก้]| พงศาวลีของหม่อมเจ้าบุญจิราธร จุฑาธุช | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ที่ระลึกครบรอบ 150 ปี พลตรี กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์[ลิงก์เสีย]
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-01-16. สืบค้นเมื่อ 2012-03-23.
- ↑ http://www.reurnthai.com/index.php?topic=4874.0
- ↑ ข่าวในพระราชสำนัก
- ↑ "แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ประจำปี 2493" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 67 (25): 1807. 2 พฤษภาคม 2493.
- ↑ สำนักนายกรัฐมนตรี (22 เมษายน 2523). "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์" (PDF). ratchakitcha.soc.go.th. เล่ม 97 (ตอน 65 ง). ราชกิจจานุเบกษา: หน้า 1315. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2564.