สุชาติ จันทรโชติกุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุชาติ จันทรโชติกุล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 มีนาคม พ.ศ. 2493 (72 ปี)
อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
พรรค ความหวังใหม่ (2535 - ?)
พลังประชารัฐ (2561 - 2564)
กล้า (2564 - 2565)
รวมไทยสร้างชาติ (2565 - ปัจจุบัน)
ศิษย์เก่า โรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 12
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่น 23
การเข้าเป็นทหาร
ยศ RTA OF-5 (Colonel).svg พันเอก

พันเอก สุชาติ จันทรโชติกุล (เกิด 3 มีนาคม พ.ศ. 2493) ผู้ประสานงาน พรรครวมไทยสร้างชาติ ดูแลพื้นที่ภาคใต้[1] แกนนำกลุ่มด้ามขวานไทย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 1 สมัยและอดีต สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สายการปกครองท้องถิ่น

ประวัติ[แก้]

พันเอกสุชาติ จันทรโชติกุล เกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2493[2] สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต จาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

การทำงาน[แก้]

พันเอกสุชาติ เคยดำรงตำแหน่งเป็น ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 5[3] และ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 จังหวัดนราธิวาส ในช่วงปี พ.ศ. 2533 ถึง พ.ศ. 2535[4]

งานการเมือง[แก้]

พันเอกสุชาติ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรกใน เดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 สังกัดพรรคความหวังใหม่ ซึ่งได้รับเลือกตั้งครั้งเดียว

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

พันเอกสุชาติ จันทรโชติกุล ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 1 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป มีนาคม พ.ศ. 2535 จังหวัดสงขลา สังกัดพรรคความหวังใหม่

สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ[แก้]

พันเอกสุชาติได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558 กระทั่งได้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ในวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561 พันเอกสุชาติได้จับมือกับนาย ชวน ชูจันทร์ ประธานประชาคมตลาดน้ำคลองลัดมะยมยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และไปสมัครเป็นสมาชิก พรรคกล้า เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2564 และรับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ ก่อนจะลาออกจากรองหัวหน้าพรรคกล้า และมาสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ รับตำแหน่งผู้ประสานงานพรรค ดูแลพื้นที่ภาคใต้[5]

อ้างอิง[แก้]