พระเจ้าแอเทลสแตนแห่งอังกฤษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แอเทลสแตน
พระสาทิสลักษณ์แสดงพระเจ้าแอเทลสเตนถวายหนังสือแด่นักบุญคัธเบิร์ต
พระสาทิสลักษณ์แสดงพระเจ้าแอเทลสเตนถวายหนังสือแด่ นักบุญคัธเบิร์ต นับเป็นพระสาทิสลักษณ์ของกษัตริย์อังกฤษที่เก่าแก่ที่สุด ภาพจากเอกสารของ นักบุญบีด ชีวิตของนักบุญคัธเบิร์ต[1]ซึ่งพระเจ้าแอเทลสเตนถวายให้แท่นบูชาของนักบุญคัธเบิร์ตที่ เซสเตอร์เลอสรีต พระองค์ทรงมงกุฎที่มีลักษณะเดียวกับที่ปรากฏในเหรียญกษาปณ์ร่วมสมัย[2]
กษัตริย์แห่งชนแองโกล-แซกซอน
ครองราชย์ค.ศ. 924–ค.ศ. 927
ราชาภิเษก4 กันยายน ค.ศ. 925
ก่อนหน้าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส หรือ พระเจ้าเอลฟ์เวียร์ด
กษัตริย์แห่งชนอังกฤษ
ครองราชย์ค.ศ. 927 – 27 ตุลาคม ค.ศ. 939
ถัดไปพระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 1
ราชวงศ์เวสเซ็กซ์
พระราชบิดาพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส
พระราชมารดาเอ็กวิน
ประสูติประมาณ ค.ศ. 894
ราชอาณาจักรเวสเซกซ์
สวรรคต27 ตุลาคม ค.ศ. 939 (พระชนมายุประมาณ 45 พรรษา)
กลอสเตอร์ ราชอาณาจักรอังกฤษ
ฝังพระศพมาล์มสบรีแอบบีย์

พระเจ้าแอเทลสแตนแห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Athelstan of England; อังกฤษเก่า: Æþelstān) (ราว ค.ศ. 895 - ค.ศ. 940) กษัตริย์แห่งอังกฤษปีค.ศ.924-940 โอรสของเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส เอเธลสตานนำอังกฤษสู่ความเป็นหนึ่งโดยการปกครองทั้งเมอร์เซียและเวสเซ็กซ์ พระองค์ปราบการรุกรานของชาวสก็อตแลนด์, ชาวไอร์แลนด์ และชาวสแตรธไคลด์ ที่บรูนันเบอร์ในปีค.ศ.937 พระองค์เอาชนะอาณาจักรของชาวสแกนดิเนเวียที่ตั้งรกรานอยู่ในยอร์กและเพิ่มอำนาจของอังกฤษในชายแดนของเวลส์และสก็อตแลนด์

ชีวิตช่วงต้น[แก้]

พระเจ้าแอเทลสแตนเป็นพระราชโอรสพระองค์โตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสกับเอ็กวิน เสด็จพระราชสมภพประมาณปี ค.ศ.894 อันเป็นช่วงปลายรัชกาลของพระอัยกา พระเจ้าอัลเฟรดมหาราช พระราชมารดาของพระเจ้าแอเทลสแตนไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก บางแหล่งข้อมูลบรรยายถึงพระนางว่าเป็น "ภรรยาตามกฎหมายทั่วไป" มีเหตุผลที่ทำให้สงสัยว่าพระนางมีสถานะทางสังคมที่ต่ำต้อยเกินไปสำหรับพระชายาของเจ้าชาย การอภิเษกสมรสหรือความสัมพันธ์ของเอ็ดเวิร์ดกับเอ็กวินปรากฏว่าสิ้นสุดลงก่อนที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจะขึ้นเป็นกษัตริย์

พระเจ้าแอเทลสแตนทรงถูกบันทึกไว้ว่าเป็นคนหนุ่มรูปร่างสูงและหล่อเหลาที่มีผมสีเฟล็กเซ็น (สีเหมือนป่านหรือปอ) อ่อน ในวัยหนุ่มพระองค์ได้รับเกียรติจากพระอัยกาที่ถูกพูดถึงว่าโปรดปรานพระองค์มาก เพื่อแสดงถึงความเป็นคนพิเศษพระเจ้าอัลเฟรดทรงพระราชทานเสื้อคลุมไร้แขนสีม่วงของราชวงศ์, ผ้ารัดเอวที่มีเพชรพลอย และดาบแบบแซกซ็อนที่มีฝักดาบทำจากทองคำให้แก่พระราชนัดดาซึ่งถูกบรรยายไว้ใน เกสตา เรกุม แองโกโลรัม (Gesta Regum Anglorum) ของวิลเลี่ยมแห่งมาล์มสบรี (ค.ศ.1080-1143) ว่า 'มีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและกิริยาท่าทางที่สง่างาม ยังไม่รวมถึงส่วนสูงที่น่าพึงพอใจและร่างกายที่ผอมเพรียว สีผมเช่นที่เราเห็นจากรูปลักษณ์ของเขา สีเฟล็กเซ็น แซมด้วยเส้นด้ายสีทองคำ'

การขึ้นครองบัลลังก์[แก้]

เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พระเจ้าแอเทลสแตนได้รับการเลี้ยงดูโดยพระปิตุจฉาของพระองค์ เอเธลเฟลด เลดี้แห่งชนเมอร์เซีย พระองค์มีพระชนมายุ 30 พรรษาเมื่อพระราชบิดาของพระองค์สวรรคต ตามพงศาวดารแองโกลแซ็กซัน เอลฟ์เวียร์ด (ค.ศ.904-924) พระราชโอรสพระองค์ที่สองในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสได้ขึ้นครองราชบัลลงก์เวสเซกซ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ.924 ขณะที่ตัวพระเจ้าแอเทลสแตนทรงได้ครองอาณาจักรย่อยแห่งเมอร์เซีย พระเจ้าเอลฟ์เวียร์ดทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสจากการอภิเษกสมรสกับเอลฟ์เฟลด พระมเหสีองค์ที่สอง พระองค์อาจจะไม่เคยได้รับการราชาภิเษก และเสด็จสวรรคตในวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ.924 ที่อ็อกฟอร์ด พระเจ้าเอแอเทลสแตนได้สืบทอดราชสมบัติต่อ

พระเจ้าแอเทลสแตนได้รับการสวมมงกุฎในพระราชพิธีอันโอ่โถงที่คิงส์ตันอัพพอนเทมส์ในวันที่ 4 กันยายน ค.ศ.925 คิงส์ตันเป็นสถานที่ราชาภิเษกแต่โบราณของกษัตริย์เวสเซกซ์ กษัตริย์เจ็ดพระองค์ได้รับการราชาภิเษกที่นี้ ตามธรรมเนียมโบราณ พระองค์จะประทับบนพระราชบัลลังก์ที่ตั้งอยู่บนหินขนาดใหญ่ หินยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งอยู่นอกกิลด์ฮอลล์ที่คิงส์ตันอัพพอนเทมส์ ซึ่งมีเหรียญเงินจากรัชสมัยของกษัตริย์เวสเซกซ์แต่ละพระองค์ติดตั้งอยู่ที่ฐาน

การสบคบคิดกันต่อต้านกษัตริย์พระองค์ใหม่ก่อตัวขึ้นในเดือนแรก ๆ ของรัชสมัยของพระองค์ นำโดยอัลเฟรดซึ่งอาจจะเป็นสมาชิกของราชวงศ์แซกซอน เจ้าชายเอ็ดวิน พระอนุชาต่างมารดาของพระองค์ ทรงถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการสมคบคิดกบฎในปี ค.ศ. 933 แม้พระองค์ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

พระเจ้าแอเทลสแตนทรงแคลงใจเป็นอย่างมากว่า พระอนุชาทรงมีส่วนรู้เห็นและทรงตัดสินพระทัยกำจัดพระอนุชาเสียเพื่อรักษาราชบัลลังก์ไว้ เจ้าชายเอ็ดวินทรงถูกส่งออกไปในทะเลบนเรือเก่า ๆ โดยที่ไม่มีทั้งน้ำและอาหาร ทรงถูกปล่อยให้หิวตายอย่างทรมาณ เจ้าชายเอ็ดวินจึงตัดสินพระทัยกระโดดลงทะเลและจมน้ำสิ้นพระชนม์ มีการเล่าลือว่าต่อมาพระเจ้าแอเทลสแตนเสียพระทัยในการกระทำของพระองค์และได้กระทำการทรมาณพระองค์เองเพื่อเป็นการสำนึกบาป

ภายใต้พระเจ้าแอเทลสแตน ราชวงศ์เวสเซ็กซ์ของพระองค์ได้เสริมสร้างอำนาจและบารมีขึ้นจนน่าเกรงขาม เราสามารถนับพระองค์ได้ว่าทรงเป็นปฐมกษัตริย์ของอังกฤษที่รวมเป็นปึกแผ่น พระองค์ทรงใช้พระราชอิสริยยศว่าบาซิลัส อันแปลว่ากษัตริย์ในภาษากรีก

การรวบรวมอังกฤษ[แก้]

เวลาส่วนใหญ่ในรัชสมัยของพระองค์มักจะหมดไปกับการต่อต้านผู้รุกรานชาวไวกิงอย่างต่อเนื่อง พระเจ้าแอเทลสแตนตัดสินพระทัยทำสนธิสัญญากับพวกเขาที่แทมเวิร์ธ โดยมีเงื่อนไขว่าพระองค์จะอภิเษกพระขนิษฐาร่วมพระราชมารดาของพระองค์ อีดิธ กับผู้นำของชาวเดนส์ ซิธริค กษัตริย์แห่งยอร์ก ซิธริคสวรรคตในปีต่อมา พระองค์จึงฉวยโอกาสนี้ยึดนอร์ธัมเบรีย อาณาจักรของพระองค์จึงมีขนาดโดยคร่าว ๆ เท่ากับอังกฤษในปัจจุบัน

เจ้าหญิงชาวเคลต์แห่งเวลส์ถวายการสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ที่แบมบะระในตอนต้นของรัชสมัยของพระองค์ พร้อมกับฮีเวล กษัตริย์แห่งเวลส์, พระเจ้าคอนสแตนตินที่ 2 แห่งสก็อตแลนด์ และโอเว่นแห่งเกว็นท์ พระองค์ทรงประสบความสำเร็จในการขับไล่ชาวคอร์นวอลล์ออกไปจากเอ็กซิเตอร์และสร้างเส้นแบ่งเขตแดนกับคอร์นวอลล์ที่แม่น้ำแทมาร์

ในปี ค.ศ.937 พระเจ้าคอนสแตนตินที่ 2 แห่งสก็อตแลนด์ทรงร่วมมือกับเอียวแกนแห่งสแตรธไคลด์และโอลาฟ กรุธฟริธสัน กษัตริย์แห่งดับลินรุกรานอังกฤษ พระองค์จึงเดินทัพขึ้นเหนือเพื่อประจันหน้ากับพวกเขา ทรงได้รับชัยชนะในยุทธการบรูนันเบอร์ในปี ค.ศ.937 ทรงตีกองกำลังร่วมไวกิง-สก็อตแลนด์จนแตกพ่ายไป จดหมายเหตุของอัลสเตอร์บันทึกเรื่องสมรภูมิไว้ว่า

'เป็นสมรภูมิครั้งใหญ่อันน่าเศร้าและหวาดกลัว การสู้รบเป็นไปอย่างไร้ความปราณี ผู้มาจากแดนเหนือ (ไวกิง) จำนวนนับพัน ๆ คนถูกสังหาร ชาวแซกซอนจํานวนมากก็ถูกสังหารเช่นกัน แต่แอเทลสแตน กษัตริย์แห่งชาวแซกซอนก็ได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ไปครอง'

บรูนันเบอร์ถูกเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดของยุค กษัตริย์ห้าพระองค์กับเอิร์ลเจ็ดคนสูญเสียชีวิตไปกับการถูกสังหารโหด พระญาติของกษัตริย์ อัลฟริกกับเอเธลวินและบิชอปแซ็กซันที่มีชื่อเสียงก็ถูกสังหารโหดเช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมรภูมิยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ตามที่แหล่งข้อมูลบางแห่งบอกมา ชาวเวสเซ็กซ์ใช้ทหารม้าจัดการกับศัตรู ขัดกับความเชื่อยอดนิยมที่ว่าชาวอังกฤษช่วงต้นต่อสู้บนพื้นราบ ทหารม้าในกองกำลังแซ็กซันเป็นไปได้สูงว่าเป็นทหารรับจ้าง ตัวพงศาวดารแองโกลแซ็กซันเองไม่ได้พูดถึงการใช้ทหารม้าและเชื่อกันว่าคำพูดที่ว่าชาวแซ็กซันใช้ทหารม้าเกิดจากการแปลความ eorodcistum ของแองโกลแซ็กซันที่ผิดพลาด ซึ่งหมายความว่ากองทหารไม่ใช่ทหารม้า คอนสแตนตินแห่งสก็อตแลนด์หนีไปจากสมรภูมิหลังจากลูกชายของพระองค์ถูกสังหารในการต่อสู้

แม้จะมีชื่อเสียง แต่ที่ตั้งของสมรภูมินั้นยังไม่ชัดเจนและทฤษฎีต่างๆได้รับการถกเถียง ที่ตั้งถูกเชื่อมโยงเข้ากับเบิร์นสวอร์กในสก็อตแลนด์ตะวันตกเฉียงใต้, ทินสลีย์วู้ดใกล้กับเชฟฟิลด์, ยอร์กเชียร์และเอ็กมินสเตอร์ในเดวอน ทว่าบรอมโบโร่ที่แหลมวิร์รอนยังคงเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้ที่สุด สมรภูมิครั้งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ เนื่องจากการผงาดของเอเธลสตานและการบดขยี้กองกำลังร่วมของชาวนอร์สและชาวเซลต์ทำให้อังกฤษกลายเป็นอาณาจักรแองโกลแซ็กซัน บีบอาณาจักรเซลติกให้ตกอยู่ในสถานะถูกยึดครองมาจนถึงทุกวันนี้

พันธไมตรีทางการเมืองถูกสร้างขึ้นจากการแต่งงานของเหล่าพระขนิษฐาของกษัตริย์ พระองค์อภิเษกสมรสกับหนึ่งในพระขนิษฐาจำนวนมากมายของซิธริค กษัตริย์ไวกิ้งแห่งยอร์วิช (ยอร์ก) ที่ชื่อเซ็ค (แปลว่าตาเข) การอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นที่แทมเวิร์ธและเป็นผลให้ซิธริคยอมรับเอเธลสตานเป็นผู้อยู่เหนือกษัตริย์และเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ พระขนิษฐาของพระองค์ อีดิธ ได้อภิเษกสมรสกับจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ อ็อตโต้ที่ 1 และพระขนิษฐาอีกพระองค์ เอ็ดกิฟู ได้เป็นราชินีแห่งฝรั่งเศสจากการอภิเษกสมรสกับชาร์ลผู้เรียบง่าย พระองค์ยังอภิเษกพระขนิษฐาพระองค์หนึ่งกับไวกิ้ง เอกิล สแกลลากริมสัน ผู้อยู่ใต้การปกครองของวีรชนชาวไอร์แลนด์ และพระขนิษฐาคนต่อมาแต่งงานเพื่อสร้างพันธไมตรีทางการเมืองกับอลันที่ 2 แห่งบริททาเนีย

เอเธลสตานยังสามารถบริหารปกครองและสร้างกฎหมายดีๆมากมายที่ต่อต้านการลักขโมย, การกดขี่ และการฉ้อโกง และลดโทษแก่ผู้กระทำผิดที่อายุน้อย พระองค์มีเมตตาและเป็นที่นิยมและเหมือนเช่นพระปัยกา เอเธลวูล์ฟ ทรงจัดหาเสบียงให้ผู้อยู่ใต้การปกครองที่ยากไร้กว่า เอเธลสตานมีพระราชโองการโดยตรงว่าคฤหาสน์แต่ละหลังที่มีราชวงศ์เป็นเจ้าของต้องเสียภาษีรายปีซึ่งต้องถูกเอาไปใช้ในการบรรเทาความยากจนและขาดแคลน จดหมายเหตุของอุลสเตอร์อ้างอิงถึงเขาว่าเป็น "เสาหลักอันทรงเกียรติของโลกตะวันตก"

การเสด็จสวรรคต[แก้]

พระเจ้าเอเธลสตานสวรรคตในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ.940 ที่กลอสเตอร์ พระชนมพรรษา 44 พรรษา หลังครองราชย์ได้ 16 ปีและเลือกที่จะถูกฝังที่มาล์มสบรีแอบบีย์ในวินต์เชียร์ ที่โปรดของพระองค์ พระองค์ถูกฝังใกล้กับแท่นบูชาของนักบุญอัลด์เฮล์มที่ทรงฝังพระญาติที่สิ้นพระชนม์ที่บรูนันเบอร์ไว้ อ้างอิงตามอนุสรณ์ของครอบครัวของพระองค์ที่วินเชสเตอร์ แม้หลุมฝังพระศพจะยังคงอยู่ แต่พระศพสูญหายไปในช่วงของการปฏิวัติ

วิลเลี่ยมแห่งมาล์มสบรีเขียนถึงพระองค์ในอีกสองร้อยปีต่อมา ความคิดเห็นที่หนักแน่นยังคงอยู่ในหมู่ชาวอังกฤษว่าไม่มีใครเข้าใจเรื่องการบริหารปกครองรัฐดีไปกว่าพระองค์

อ้างอิง[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ สมเด็จพระเจ้าเอเธลสตาน แห่งเวสเซ็กซ์

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าแอเทลสแตนแห่งอังกฤษ ถัดไป
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส 2leftarrow.png Royal Arms of England.svg
พระมหากษัตริย์อังกฤษ
(ราชวงศ์เวสเซ็กซ์)

(ค.ศ. 924ค.ศ. 939)
2rightarrow.png พระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 1


  1. "History by the Month: September and the Coronation of Æthelstan'". Parker Library, Corpus Christi College, Cambridge. 8 September 2015. สืบค้นเมื่อ 6 April 2016.
  2. Foot, Æthelstan: The First King of England, pp. 155–156