วิลเฮ็ล์ม เกรอเนอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วิลเฮ็ล์ม เกรอเนอร์
หัวหน้าคณะเสนาธิการใหญ่จักรวรรดิเยอรมัน
ดำรงตำแหน่ง
3 กรกฎาคม 1919 – 7 กรกฎาคม 1919
ก่อนหน้า เพาล์ ฟ็อน ฮินเดินบวร์ค
ถัดไป ฮันส์ ฟ็อน เซคท์
รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม
ดำรงตำแหน่ง
25 มิถุนายน 1920 – 12 สิงหาคม 1923
หัวหน้ารัฐบาล ค็อนสตันทีน เฟเรินบัค
โยเซ็ฟ เวียร์ท
วิลเฮ็ล์ม คูโน
ก่อนหน้า กุสทัฟ เบาเออร์
ถัดไป รูดอร์ฟ เออเซอร์
รัฐมนตรีกระทรวงไรชส์แวร์
ดำรงตำแหน่ง
20 มกราคม 1928 – 13 พฤษภาคม 1932
หัวหน้ารัฐบาล วิลเฮ็ล์ม มาคส์
แฮร์มัน มึลเลอร์
ไฮน์ริช บรือนิง
ก่อนหน้า อ็อทโท เก็สเลอร์
ถัดไป ควร์ท ฟ็อน ชไลเชอร์
รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
9 ตุลาคม 1931 – 30 พฤษภาคม 1932
หัวหน้ารัฐบาล ไฮน์ริช บรือนิง
ก่อนหน้า โยเซ็ฟ เวียร์ท
ถัดไป วิลเฮ็ล์ม ฟ็อน ไกล์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1867(1867-11-22)
ลูทวิชส์บวร์ค ราชอาณาจักรเวือร์ทเทิมแบร์ค
เสียชีวิต 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1939 (71 ปี)
พ็อทส์ดัม-บอร์นชเต็ท มณฑลบรันเดินบวร์ค นาซีเยอรมนี
พรรคการเมือง อิสระ
การเข้าเป็นทหาร
รับใช้  จักรวรรดิเยอรมัน
สังกัด Kaiserstandarte.svg กองทัพบกจักรวรรดิเยอรมัน
ปีปฏิบัติงาน 1884–1919
ยศ พลโท
การยุทธ์ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

พลโท คาร์ล เอดูอาร์ท วิลเฮ็ล์ม เกรอเนอร์ (เยอรมัน: Karl Eduard Wilhelm Groener) เป็นทหารและนักการเมืองชาวเยอรมัน เขาเป็นนายทหารฝ่ายแนวหลังที่ประสบความสำเร็จทั้งก่อนและในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เกรอเนอร์เติบโตทางราชการในสายงานรถไฟทหาร เขาทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ยาวนานถึง 17 ปีตั้งแต่ค.ศ. 1899[1] จนได้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมรถไฟทหารในยศพลโท และมีส่วนสำคัญในการขยายโครงข่ายทางรถไฟและพัฒนาเส้นทางรถไฟในเยอรมนี การพัฒนาทางรถไฟทำให้เยอรมนีสามารถขนทหารนับล้านไปยังชายแดน ทำให้ได้รับเหรียญพัวร์เลอเมรีทในปีค.ศ. 1915

พลโทเกรอเนอร์เป็นมือร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมปิตุภูมิ ค.ศ. 1916 (Gesetz über den vaterländischen Hilfsdienst) เพื่อเกณฑ์ทหารจากจากชายวัยฉกรรจ์ จนตัวเขาตกเป็นเป้าโจมตีจากบรรดาเจ้าของโรงงานและสหภาพแรงงาน กลุ่มปฏิวัติได้ฉกฉวยคำพูดของเกรอเนอร์ที่ว่า "พวกแรงงานหยุดงานประท้วง ขณะที่ทหารแนวหน้ากำลังตาย" มาเป็นคำปลุกปั่นในหมู่แรงงาน และนั่นทำให้พลเอกเอริช ลูเดินดอร์ฟ แม่ทัพพลาธิการแห่งกองทัพบกเยอรมัน รู้สึกไม่พอใจมาก เมื่อได้โอกาสก็ส่งตัวเกรอเนอร์ไปเป็นผู้บัญชาการภาคสนามในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1917[1] โดยได้เป็นผบ.กองพลที่ 33 (33. Division) ต่อมาเป็นผบ.กองหนุนที่ 25 (XXV. Reserve-Korps) และตามด้วยเป็นผบ.กองทัพน้อยที่ 1 (I. Armee-Korps) ในยูเครน

เยอรมนีกำลังแพ้สงคราม ลูเดินดอร์ฟถูกจักรพรรดิบีบให้ลาออกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1918 พลโทเกรอเนอร์ก็ถูกเรียกตัวมาแทนที่ลูเดินดอร์ฟที่ตำแหน่งแม่ทัพพลาธิการ ซึ่งเป็นเบอร์สองรองจากจอมพลฮินเดินบวร์ค[2] ขณะนั้นสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มคุมไม่อยู่ การจลาจลเกิดขึ้นทั้งในหมู่ทหารและพลเรือนจนรัฐบาลเกรงว่าจะบานปลายเป็นการปฏิวัติ พลโทเกรอเนอร์เริ่มเตรียมการถอนกำลังทหารและปลดประจำการกองทัพทันที[3][4]:51[2] การปฏิวัติปะทุขึ้นทั่งประเทศในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1918 เกรอเนอร์พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาระบอบกษัตริย์และความสมานฉันท์ในกองทัพไว้ เขามองว่าอุปสรรคที่ขวางทางอยู่คือองค์จักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 เขารู้สึกว่าจักรพรรดิควรจะปลงพระชนม์ตนเองอย่างองอาจเช่นทหารแนวหน้า[4]:75

6 พฤศจิกายน 1918 เกรอเนอร์โกรธเมื่อทราบว่าพรรคสังคมประชาธิปไตยถวายคำแนะนำให้จักรพรรดิทรงสละบัลลังก์[2] แต่สุดท้าย ในวันที่ 9 พฤศจิกายน เกรอเนอร์ทูลแนะนำจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 ทรงสละบัลลังก์ เนื่องจากกองทัพไม่เหลือความไว้วางใจพระองค์อีกแล้ว เกรอเนอร์ยังคงต้องการจะพิทักษ์ระบอบกษัตริย์ไว้ แต่เป็นภายใต้เจ้าเหนือหัวคนใหม่[3]

ในคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน พลโทเกรอเนอร์ติดต่อกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ฟรีดริช เอเบิร์ท ทั้งสองแอบทำข้อตกลงกัน นายกรัฐมนตรีเอเบิร์ทยินยอมให้เกรอเนอร์ปราบปรามพวกบอลเชวิคหัวปฏิวัติและรักษาขนบธรรมเนียมในกองทัพเยอรมัน เกรอเนอร์ให้สัญญาว่ากองทัพจะสนับสนุนรัฐบาลใหม่[5][2] ข้อตกลงนี้ทำให้เกรอเนอร์ถูกเกลียดขี้หน้าโดยทหารยศสูงจำนวนมากที่ต้องการปกป้องระบอบกษัตริย์ เกรอเนอร์เป็นผู้บัญชาการกำลังทหารในการปฏิวัติเยอรมัน ค.ศ. 1918–1919 และสามารถปราบปรามการลุกฮือของประชาชนทั่วทั้งประเทศลงได้

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Biografie Wilhelm Groener (German)". Bayerische Staatsbibliothek. สืบค้นเมื่อ 26 June 2013.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Dupuy, Trevor (1984). A genius for war: the German army and General Staff 1807-1945. United Kingdom: Hero Books Ltd.
  3. 3.0 3.1 "Biografie Wilhelm Groener (German)". Deutsches Historisches Museum. Archived from the original on July 11, 2014. สืบค้นเมื่อ 22 May 2013. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. 4.0 4.1 Haffner, Sebastian (2002). Die deutsche Revolution 1918/19 (German). Kindler. ISBN 3-463-40423-0.
  5. William L. Shirer, The Rise and Fall of the Third Reich: A History of Nazi Germany, New York, NY, Simon & Schuster, 2011, p. 54
ก่อนหน้า วิลเฮ็ล์ม เกรอเนอร์ ถัดไป
จอมพล เพาล์ ฟ็อน ฮินเดินบวร์ค 2leftarrow.png หัวหน้าคณะเสนาธิการใหญ่
(3 กรกฎาคม 1919 – 7 กรกฎาคม 1919)
2rightarrow.png พลตรี ฮันส์ ฟ็อน เซคท์