อัลเฟรท ฟ็อน ชลีเฟิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กราฟ
อัลเฟรท ฟ็อน ชลีเฟิน
หัวหน้าคณะเสนาธิการใหญ่จักรวรรดิเยอรมัน
ดำรงตำแหน่ง
7 กุมภาพันธ์ 1891 – 1 มกราคม 1906
กษัตริย์ จักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2
ก่อนหน้า อัลเฟรท ฟ็อน วัลเดอร์เซ
ถัดไป เฮ็ลมูท โยฮันเนิส ลูทวิช ฟ็อน ม็อลท์เคอ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1833(1833-02-28)
กรุงเบอร์ลิน ราชอาณาจักรปรัสเซีย สมาพันธรัฐเยอรมัน
เสียชีวิต 04 มกราคม ค.ศ. 1913 (79 ปี)
กรุงเบอร์ลิน จักรวรรดิเยอรมัน
คู่สมรส อันนา เกรฟิน ฟ็อน ชลีเฟิน
การเข้าเป็นทหาร
รับใช้ ปรัสเซีย ราชอาณาจักรปรัสเซีย
 จักรวรรดิเยอรมัน
สังกัด กองทัพบก
ปีปฏิบัติงาน 1853–1906
ยศ Generalfeldmarschall (Prussia).gif จอมพล
การยุทธ์ สงครามออสเตรีย-ปรัสเซีย
สงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย

อัลเฟรท กราฟ ฟ็อน ชลีเฟิน (เยอรมัน: Alfred Graf von Schlieffen) เป็นจอมพลและนักยุทธศาสตร์ทหารเยอรมันจากราชอาณาจักรปรัสเซีย ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเสนาธิการใหญ่ระหว่าง ค.ศ. 1891–1906 เขาเป็นผู้คิดค้น "แผนชลีเฟิน" (Schlieffen-Plan) อันเป็นแผนเพื่อบุกโจมตีประเทศฝรั่งเศสและเบลเยียม

ประวัติ[แก้]

อัลเฟรท ฟ็อน ชลีเฟิน เกิดเมื่อ ค.ศ. 1833 ที่กรุงเบอร์ลิน ราชอาณาจักรปรัสเซีย เป็นบุตรของนายทหารบกปรัสเซียนามว่าพันตรีมักนุส (Magnus) ตระกูลชลีเฟินเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ซึ่งครองบรรดาศักดิ์กราฟ (Graf) เด็กชายอัลเฟรทอาศัยอยู่กับบิดาที่คฤหาสน์ในภาคไซลีเซีย และออกจากบ้านเพื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนเมื่อ ค.ศ. 1842 ในช่วงวัยหนุ่มนี้ เขาไม่เคยมีความคิดหรือสนใจที่จะเป็นทหารเลย เขาไม่ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหารปรัสเซีย แต่เข้าศึกษาวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน[1] ระหว่างศึกษาที่เบอร์ลินใน ค.ศ. 1853 เขาก็ถูกบังคับเกณฑ์ทหารเป็นเวลาหนึ่งปี[2] แต่แทนที่เขาจะเลือกเป็นเพียงทหารกองหนุน เขากลับเลือกเส้นทางสู่การเป็นทหารสัญญาบัตร

ใน ค.ศ. 1858 ชลีเฟินเข้าศึกษาที่โรงเรียนการสงครามขณะมีอายุเพียง 25 ปี ซึ่งค่อนข้างหนุ่มกว่าคนอื่น ๆ เขาจบการศึกษาใน ค.ศ. 1861 ด้วยเกียรตินิยม ซึ่งช่วยประกันเส้นทางสู่นายทหารเสนาธิการให้แก่เขา ใน ค.ศ. 1862 เขาได้เข้าสังกัดกรมแผนที่ทหาร[1] ซึ่งทำให้เขามีความรู้ด้านภูมิศาสตร์รวมถึงกลยุทธที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพอากาศ นับเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในอนาคตอย่างมหาศาล เขารับราชการทหารติดต่อกันยาวนานกว่า 53 ปี ผ่านสงครามใหญ่สองครั้ง จนเกษียณตัวเองในจุดสูงสุดของกองทัพบก

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Dupuy 1977, p. 128.
  2. V. J. Curtis, "Understanding Schlieffen," The Army Doctrine and Training Bulletin 6, no. 3 (2003), p. 56.