วิกิพีเดีย:ทดลองเขียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วิกิพีเดีย:กระบะทราย)

ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าทดลองเขียน! พื้นที่เพื่อทดลองเขียนหรือแก้ไขวิกิพีเดีย ในหน้านี้ คุณสามารถทดลองเขียน แก้ไข จัดรูปแบบและอื่น ๆ ได้อย่างอิสระ เนื้อหาในหน้านี้จะไม่ถูกเก็บไว้อย่างถาวร แต่จะถูกลบเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถใช้หน้านี้เพื่อทดลองเขียนโดยเสมอกัน ทุกคนสามารถลบการทดลองเขียนก่อนหน้าตนได้ทุกเมื่อ

วิธีใช้
  1. กด ที่นี่ หรือแท็บ แก้ไข ตรงแถบด้านบน
  2. พิมพ์ข้อความ
  3. กด บันทึก ที่ด้านล่างของหน้า เพื่อบันทึกการแก้ไข (หรือคลิก ดูตัวอย่าง เพื่อดูผลการแก้ไขก่อนบันทึก)

หน้าทดลองเขียนอื่น ๆ ดูได้ที่ ทดลองเขียนทดลองแก้ไขทดลองจัดรูปแบบทดลองใส่วิกิพีเดียลิงก์ทดลองใส่แหล่งข้อมูลอื่น

ถ้าคุณมีบัญชีผู้ใช้ คุณสามารถสร้างหน้าทดลองเขียนส่วนตัวได้ คลิกที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม: เริ่มต้นกับวิกิพีเดียสอนการแก้ไข

เว็บย่อ:

รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government)[แก้]

ความหมายของ E-Government[แก้]

ความหมายของ e-government มีความแตกต่างค่อนข้างหลากหลาย และบางคนได้ให้ความหมายอย่างแคบๆไว้ว่าเน้นการใช้สื่อสารโทรคมนาคมโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต เพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และได้ให้ความหมายกว้างๆว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาครัฐ โดยสรุป e-government หมายถึง การให้บริการของภาครัฐผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มการเข้าถึงบริการของภาครัฐ เสริมสร้างความโปร่งใสของการดำเนินงานของภาครัฐ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน และทำให้หน่วยงานของรัฐรับผิดชอบต่อประชาชนมากขึ้น[1]

วิสัยทัศน์ของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์[แก้]

วิสัยทัศน์รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เป็นการสร้างระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชาคมในรัฐบาล ธุรกิจ และชุมชนต่างๆ ในประเทศไทยโดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะได้ปรับปรุงระบบการบริหารและบริการภาครัฐ ด้วยการใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ และ การสื่อสาร (ICT) ดำเนินการบริการให้บริการต่างๆ ของรัฐจำนวนมาก สามารถดำเนินการออนไลน์ในระบบอินเตอร์เน็ต และสามารถให้บริการได้แบบ 7 x 24 โดยไม่มีวันและเวลาหยุด ในการดำเนินการต่างๆ ของรัฐบาลไทยจะเน้นที่ระบบสารสนเทศมากกว่าการเน้นที่ระบบเทคโนโลยีแต่เพียงอย่างเดียว และการที่มีการประยุกต์ระบบสารสนเทศเข้าไปในเนื้องานของรัฐบาลนั้น ไม่ใช่เพียงการนำคอมพิวเตอร์เข้าไปใช้ในองค์กรเดิมเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีการปรับองค์กรให้เหมาะสมเพื่อที่จะได้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมายของการปฏิรูประบบราชการให้มีขนาดที่เหมาะสม (Right Sizsing) อีกด้วย[2]

ความเป็นมาของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์[แก้]

รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้มีมาตั้งแต่การมีคอมพิวเตอร์ขึ้นมาในโลก โดยเริ่มใช้ในกิจการทางทหารก่อนเป็นที่แรก และได้แปรมาเป็นเครื่องมือเก็บและประมวลข้อมูลสถิติต่างๆของรัฐบาล เช่น การทำสำมะโนประชากร เป็นต้น และเมื่อคอมพิวเตอร์สามารถที่จะประมวลผลทางบัญชีได้นั้นก็ได้นำมาใช้ในกิจการบัญชีของรัฐด้วย ดังนั้น รัฐบาลกับระบบประมวลผลด้วยอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีมานานแล้ว แต่เมื่อมีระบบอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นพร้อมๆกับการมีพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถให้บริการแบบไม่มีการหยุดพัก จึงได้มีแนวความคิดในการให้บริการภาครัฐในรูปแบบของเทคโนโลยีเดียวกัน และให้ชื่อว่า e-Government[3]

ประโยชน์ของ e-Government[แก้]

จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของการมีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีคร่าวๆดังนี้
1.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้มีการกำหนดกระบวนการทำงาน มีความชัดเจน ง่ายต่อการปรับปรุงกระบวนการทำงานในการลดขั้นตอน ลดเวลา และลดต้นทุน เป็นต้น

2.เพิ่มคุณภาพในการบริการประชาชน ทำให้ประชาชนมีช่องทางในการรับบริการที่รวดเร็ว และบริการได้ทุกที่ ตลอดเวลา ทำให้ประชาชนมีความพอใจมากขึ้น

3.เพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน เพิ่มประสิทธิผลของนโยบาย โดยเพิ่มความสามารถการสร้างผลผลิตที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์

4.เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานและให้บริการข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับกฎระเบียบนโยบาย การดำเนินงานรวมไปถึงการให้บริการจะเผยแพร่ลงบนอินเตอร์เน็ต ทำให้ประชาชนได้ทราบถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

5.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันธุรกิจได้

6.ส่งเสริมประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมในสังคมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย ปรึกษาหารือและลงมติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบออนไลน์
[4]

ประเภทของ e-Government[แก้]

มี 4 รูปแบบดังนี้
1.รัฐกับประชาชน เป็นการให้บริการที่รัฐจัดให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลจากที่ใดก็ได้ เช่น การให้ข้อมูล การสมัครงาน การชำระภาษี อินเทอร์เน็ตจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สามารถรองรับและโต้ตอบกับกิจกรรมที่ประชาชนขอใช้บริการได้

2.รัฐกับธุรกิจ เป็นการทำธุรกรรมระหว่างหน่วยงานของรัฐกับหน่วยงานธุรกิจเป็นการที่รัฐช่วยปรับปรุงหรืออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจของเอกชน เช่น การให้ข้อมูล การจัดซื้อจัดจ้าง การจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น

3.รัฐกับรัฐ เป็นการทำธุรกรรมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาครัฐ การให้บริการในลักษณะนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการให้ข้อมูล ช่วยทำให้บทบาทการเข้าสู่ตลาดโลกได้กว้างไกลยิ่งขึ้น และมีโอกาสในการพัฒนาไปสู่การทำธุรกรรมที่เต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบ GFMIS

4.รัฐกับบุคลากรของรัฐ เป็นการทำธุรกรรมระหว่างหน่วยงานของรัฐและบุคลากรของรัฐ เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งหมดของภาครัฐเพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารงาน เช่น การให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อบังคับของหน่วยงานในกับบุคลากรของหน่วยงานผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บไซต์ของกรมศุลกากรซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูข้อมูลของกรมโดยใส่รหัส
[5]

พัฒนาการของ e-Government[แก้]

การให้บริการของ e-Government มีระดับที่แตกต่างกัน ซึ่ง สามารถแบ่งได้เป็น 5 ระดับ ดังนี้
1.ระดับการเผยแพร่ข้อมูล (Information) การมีเว็บไซต์ที่ให้บริการข่าวสารสู่ประชาชน เช่น ให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด

2.ระดับที่มีการตอบโต้ (interaction) การมีเว็บไซต์ที่สามารถสร้างปฎิสัมพันธ์กับประชาชน เช่น มีบริการสืบค้นข้อมูล การมี wed board เพื่อสอบถามข้อมูล เป็นต้น

3.ระดับที่มีการทำธุรกรรม (interchange transaction) เว็ปไซต์ที่สามารถดำเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยสมบูรณ์ในตัวเอง เช่น การชำระภาษีออนไลน์

4.ระดับการบูรณาการข้ามหน่วยงาน (integration) มีการบูรณาการงาน บริการระหว่างหน่วยงานไว้ที่เดียว ทำให้ประชาชนสามารถคลิ๊กได้ทีเดียวแต่สามารถที่จะติดต่อรับบริการได้จากหลายหน่วยงาน

5.ระดับอัจฉริยะ (intelligence) เว็บไซต์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของประชาชนที่มาใช้บริการ และเลือกรูปแบบที่ตนต้องการได้ รวมทั้งการสามารถที่จะพยากรณ์ในอนาคต
[6]

ปัญหาของการทำโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์[แก้]

โครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์มีปัญหาที่ต้องปรับปรุงแก้ไขมีดังนี้ (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย,2547)
1.ความพร้อมของบุคลากรภาครัฐ ซึ่งได้แก่การขาดแคลนบุลากรในสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งปัญหาด้านภาษาอังกฤษทำให้เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้เทคโนโลยี

2.ประชาชนยังยึดติดกับการให้บริการแบบเดิม เนื่องจากาการเคยชินกับการติดต่อราชการต่างๆ ด้วยวิธีเดิม เช่น การติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่โดยตรง (Face To Face) หรือการสอบถามพูดคุยผ่านโทรศัพท์

3.โครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายสารสนเทศขาดแคลนและมีราคาสูง แม้รัฐบาลจะได้มีนโยบายสนับสนุน แต่หลายโครงการยังเป็นเพียงการเริ่มต้น ยังไม่มีปริมาณมากพอที่จะทำห้ต้นทุนเหล่านี้ลดลง

4.ความไม่มั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งขั้นตอนในการจัดเก็บและความไม่มั่นใจเทคโนโลยีที่อาจจะถูกโจรกรรม หรือปัญหาเกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์

5.ปัญหาด้านเทคนิค เช่น ความล่าช้าในการเผยแพร่ข้อมูล การดาวน์โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต เนื้อหาและรูปแบบหน้าเว็บไซต์แต่ละหน่วยงานไม่เหมาะสม ไม่มีการเชื่อมโยงเกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้ต้องใช้เวลาในการเปิดหาข้อมูล
[7]

สรุป[แก้]

แม้ว่า e-Government จะเป็นกระแสสากลที่เกิดขึ้นทั่วโลกและทำให้การบริหารภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจนแทบกล่าวได้ว่า e-Government ทำให้เกิดแนวคิด e-Public Administration ขึ้นในยุคนี้ ประโยชน์ของ e-Government มีหลายประการ นับแต่เรื่องประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความโปร่งใส และการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อย่างไรก็ตามจะเห็นว่า e-Government ไม่ใช่เรื่องที่มีคำตอบสำเร็จรูป สามารถใช้เป็นสูตรตายตัวได้ แต่ละประเทศจะต้องนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ให้เหมาะสมสภาพสังคมและบริบทของตน (Socio-Techonical Systems)เพื่อใหเกิดสมดุลระหว่างประสิทธิภาพระบบการทำงานและความพึงพอใจของผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าด้วย นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าแนวคิด e-Government ได้มีการนำไปใช้ปฎิบัติในประเทศต่างๆในระดับที่แตกต่างกัน ประเทศที่น่าจะได้รับประโยชน์จากแนวคิดนี้มาก น่าจะเป็นประเทศที่มีความพร้อมในด้านต่างๆเป็นอย่างดี รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มที่สามารถเข้าถึงระบบการสื่อสารโทรคมนาคมมีปริมาณมาก จึงจะทำให้การลงทุนคุ้มค่า แต่ในประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านทรัพยากร ด้านความพร้อม และมีปัญหาเร่งด่วนหลายประการ ยิ่งจำเป็นต้องพิจารณาแนวคิดนี้ให้รอบคอบและให้อยู่ภายใต้วัฒนธรรมแห่งปัญญา ไม่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยี[8] หากต้องการที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.ega.or.th/

อ้างอิง[แก้]

[หน้า53.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549] [หน้า20.สำนักงานคณะกรรมการปฎิรูประบบราชการ สำนักงานก.พ. ,การปฎิรูประบบราชการ : รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government),หจกสำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 45, 47 ซอยจรัญสนิทวงค์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. 10700] [หน้า20,21สำนักงานคณะกรรมการปฎิรูประบบราชการ สำนักงานก.พ. ,การปฎิรูประบบราชการ : รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government),หจกสำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 45, 47 ซอยจรัญสนิทวงค์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. 10700] 1.[หน้า56-57.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549] 2.[หน้า63-64.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549] 3.[หน้า66.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549] 4.[หน้า132.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549] 5.[หน้า276.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549]

6.https://www.ega.or.th/

  1. [หน้า53.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549],.
  2. [หน้า20.สำนักงานคณะกรรมการปฎิรูประบบราชการ สำนักงานก.พ. ,การปฎิรูประบบราชการ : รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government),หจกสำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 45, 47 ซอยจรัญสนิทวงค์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. 10700],.
  3. [หน้า20,21สำนักงานคณะกรรมการปฎิรูประบบราชการ สำนักงานก.พ. ,การปฎิรูประบบราชการ : รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government),หจกสำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 45, 47 ซอยจรัญสนิทวงค์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. 10700],.
  4. [หน้า56-57.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549],.
  5. [หน้า63-64.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549],.
  6. [หน้า66.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549],.
  7. [หน้า132.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549],.
  8. [หน้า276.รศ.ดร ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์,e-Government,สำนักพิมพ์รัตนไตร กรุงเทพฯ,พิมพ์ครั้งที่ 2 : มกราคม 2549],.