ยุทธนาวีที่ซาลามิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ยุทธนาวีที่ซาลามิส
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามกรีก-เปอร์เซีย
Kaulbach, Wilhelm von - Die Seeschlacht bei Salamis - 1868.JPG
ยุทธนาวีที่ซาลามิส
วันที่ กันยายน ปีที่ 480 ก่อนคริสต์ศักราช
สถานที่ เกาะซาลามิส
ผลลัพธ์ ชัยชนะเด็ดขาดของฝ่ายกรีก
ดินแดน
เปลื่ยน
เปอร์เซียล้มเหลวในการบุกยึดครองเพโลพอนนีส
คู่ขัดแย้ง
นครรัฐกรีก จักรวรรดิอะคีเมนิด (Achaemenid Empire)
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
* ยูรีไบอาดีส * เซอร์ซีสที่ 1 แห่งเปอร์เซีย
กำลัง
เรือ 371–378 ลำ[1] * เรือ ~900–1207 ลำ
  • 600–800 ships (การประเมินสมัยใหม่)[2]
กำลังพลสูญเสีย
40 ลำ 200–300 ลำ?
การรุกรานครั้งที่ 2 ของเปอร์เซีย

ยุทธนาวีที่ซาลามิส (กรีกโบราณ: Ναυμαχία τῆς Σαλαμῖνος, เนามาเคีย แตส ซาลามินอส) เป็นยุทธนาวีระหว่างฝ่ายพันธมิตรนครรัฐกรีก ภายใต้การนำของเธมิสโตคลีส กับจักรวรรดิเปอร์เซีย ภายใต้จักรพรรดิเซอร์ซีสมหาราช เมื่อ ปีที่ 480 ก่อนคริสต์ศักราช โดยฝ่ายกรีกที่จำนวนเรือรบน้อยกว่าได้รับชัยชนะแบบเด็ดขาด ยุทธนาวีนี้เกิดขึ้นที่ช่องแคบระหว่างดินแดนใหญ่ของกรีซ กับเกาะซาลามิสในอ่าวซาโรนิค ใกล้กรุงเอเธนส์ และถือเป็นจุดสูงสุดของการบุกครองกรีซครั้งที่สองของเปอร์เซีย

ในการทัพรุกรานกรีกครั้งที่ 2 ของเปอร์เซีย กองกำลังเล็ก ๆ ของกรีก นำโดยทหารสปาร์ตา เข้าขวางทางเดินทัพของเปอร์เซียที่ช่องเขาเทอร์มอพิลี (Thermopylae) ในขณะที่กองกำลังพันธมิตรทางนาวี ประกอบด้วยกองเรือของเอเธนส์เป็นหลัก เข้าปะทะกองเรือเปอร์เซียน ที่ช่องแคบอาร์เตมีเซียม (Artemisium) ห่างออกไปไม่ไกล กองกำลังระวังหลังของกรีกถูกสังหารหมดสิ้นในยุทธการที่เทอร์มอพิลี ในขณะที่ฝ่ายพันธมิตรกรีกในยุทธนาวีที่อาร์เตมีเซียม ก็ได้รับความเสียหายหนัก และต้องถอยกลับไปเมื่อช่องเขาเทอร์มอพิลีเสียให้แก่ข้าศึก ทัพเปอร์เซียจึงสามารถเข้ายึดครองบีโอเชีย (อังกฤษ: Boeotia, กรีก: Βοιωτία, บอยยอเทีย) และแอตทิกาได้ เมืองเอเธนส์ถูกกองทัพเปอร์เชียเผาราบ ประชาชนต้องอพยพทิ้งเมือง แต่กำลังฝ่ายพันธมิตรกรีกสามารถเข้าป้องกันคอคอดคอรินท์ ซึ่งเชื่อมแอตทิกากับเพโลพอนนีสไว้ได้ ระหว่างนั้นทัพเรือของกรีกถูกถอยไปใช้เกาะซาลามิสเป็นฐานปฏิบัติการ

แม้ว่ากำลังทางนาวีของกรีกจะน้อยกว่าเปอร์เซียมาก แต่เธมิสโตคลีสแม่ทัพชาวเอเธนส์ สามารถล่อให้กองกำลังพันธมิตรเข้าทำศึกกับทัพเรือเปอร์เซียอีกครั้ง โดยหวังว่าชัยชนะจะป้องกันคาบสมุทรเพโลพอนนีสอันเป็นแผ่นดินใหญของกรีกไว้ได้ พระเจ้าเซอร์ซีสกษัตริย์เปอร์เซีย ทรงกระหายจะได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดเช่นกัน ทำให้ติดกับแผนลวงพรางของเธมิสโตคลีส ซึ่งล่อทัพเรือของเปอร์เซียให้ออกมาปิดกั้นทางเข้า-ออกของช่องแคบซาลามิส แต่ด้วยสภาพที่คับแคบของพื้นที่ ทัพเรือใหญ่ของเปอร์เซียไม่อาจแปรขบวนได้และตกอยู่ในสภาพขาดระเบียบ กองเรือพันธมิตรกรีกฉวยโอกาสจัดแถวเป็นแนวประจัญบานเข้าโจมตีและได้รับชัยชนะแบบพลิกความคาดหมาย

ยุทธนาวีที่ซาลามิสกลายเป็นการรบที่มีความสำคัญต่ออารยธรรมกรีกในระดับเดียวกับ ยุทธการที่มาราธอน และยุทธการที่เทอร์มอพิลี โดยเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามกรีก-เปอร์เซีย [3] หลังยุทธการซาลามิส คาบสมุทรเพโลพอนนีสและอารยธรรมกรีก ก็ปลอดภัยจากการรุกรานของเปอร์เซีย ในขณะที่อาณาจักรเปอร์เซียต้องสูญเสียทรัพยากรมหาศาล ขวัญกำลังใจตกต่ำ และเสียความน่าเกรงขาม [4] หลังการศึกในยุทธการที่พลาตีอา (กรีก: Πλάταια) และยุทธการที่มิกาลี (กรีก: Μυκάλη) ทัพของเปอร์เซียก็ไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป ฝ่ายพันธมิตรกรีกจึงรุกกลับได้ และยังส่งผลให้อาณาจักรมาเซดอนลุกฮือเพื่อปลดแอกตนเองจากการปกครองของเปอร์เซีย โดยเธรซ หมู่เกาะในทะเลอีเจียน และไอโอเนีย จะทยอยหลุดจากความควบคุมของเปอร์เซียในอีกสามสิบปีต่อมา เนื่องจากการเกิดขึ้นของสันนิบาตดีเลียนภายใต้การนำโดยเอเธนส์

อนุสรณ์รำลึกยุทธการที่ซาลามิส, เกาะซาลามิส ประเทศกรีซ, โดยประติมากร Achilleas Vasileiou

ยุทธนาวีที่ซาลามิสจึงนับว่าเป็นการเปลี่ยนสมการของอำนาจให้มาอยู่ที่ฝ่ายกรีก โดยลดอำนาจของจักรวรรดิเปอร์เซียในทะเลอีเจียนลงอย่างเฉียบพลัน พร้อม ๆ กับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งความมั่งคั่ง และความเป็นมหาอำนาจทางทะเลของจักรวรรดิเอเธนส์

อารัมภบท: ที่มาที่ไปของสงคราม[แก้]

กำลังรบของทั้งสองฝ่าย[แก้]

กำลังทางเรือของฝ่ายกรีก[แก้]

โอลิมเปียอัส, เรือที่สร้างขึ้นตามแบบของเรือสามแถวพาย (เรือไตรรีม) ของชาวเอเธนส์โบราณ
โมเดลเรือไตรรีม Trireme ของกรีก
เมือง จำนวนเรือ เมือง จำนวนเรือ เมือง จำนวนเรือ
Athens[5] 180 Corinth[6][7] 40 Aegina[8] 30
Chalcis[8][6] 20 Megara[6][9] 20 Sparta[7] 16
Sicyon[7] 15 Epidaurus[7] 10 Eretria[8] 7
Ambracia[9] 7 Troezen[7] 5 Naxos[8] 4
Leucas[9] 3 Hermione[7] 3 Styra[8] 2
Cythnus[8] 1 (1) Ceos[8] 2 Melos[10][8] (2)
Siphnus[10][8] (1) Serifos[10][8] (1) Croton[11] 1
รวม 371 or 378[10] (5)

ความเป็นไปของการรบ[แก้]

Battle of salamis.png

การอ้างอิง[แก้]

  1. Herodotus, Histories, VIII:48
  2. Lazenby p.174
  3. Lazenby 1993, p. 197.
  4. Holland 2005, pp. 333-335.
  5. Herodotus VIII, 44
  6. 6.0 6.1 6.2 Herodotus VIII, 1
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 Herodotus VIII, 43
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 8.5 8.6 8.7 8.8 8.9 Herodotus VIII, 46
  9. 9.0 9.1 9.2 Herodotus VIII, 45
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 Herodotus VIII, 48
  11. Herodotus VIII, 47

ข้อมูลปฐมภูมิ[แก้]

ข้อมูลทุติยภูมิ[แก้]

  • Burn, A. R. (1985). "Persia and the Greeks" in The Cambridge History of Iran, Volume 2: The Median and Achaemenid Periods, Ilya Gershevitch, ed. Cambridge University Press.
  • Fehling, D. (1989). Herodotus and His "Sources": Citation, Invention, and Narrative Art. Translated by J.G. Howie. Leeds: Francis Cairns.
  • Finley, Moses (1972). "Introduction". Thucydides – History of the Peloponnesian War (translated by Rex Warner). Penguin. ISBN 0-14-044039-9.
  • Green, Peter (1970). The Year of Salamis, 480–479 BC. London: Weidenfeld and Nicolson (ISBN 0-297-00146-9).
  • Green, Peter (1998). The Greco-Persian Wars. Berkeley: University of California Press (hardcover, ISBN 0-520-20573-1) (paperback, ISBN 0-520-20313-5).
  • Hale, John R. (2009) Lords of the Sea. Viking Press. ISBN 978-0-670-02080-5
  • Hanson, Victor Davis (2001). Carnage and Culture: Landmark Battles in the Rise of Western Power. New York: DoubleDay, 2001 (hardcover, ISBN 0-385-50052-1); New York: Anchor Books (paperback, ISBN 0-385-72038-6).
  • Ιστορία του Ελληνικού Έθνους (History of the Greek nation) vol Β, Εκδοτική Αθηνών (Editorial Athens) 1971.
  • Holland, Tom (2005). Persian Fire. London: Abacus (ISBN 978-0-349-11717-1).
  • Köster, A. J. (1934). Studien zur Geschichte des Antikes Seewesens. Klio Belheft 32.
  • Lazenby, J. F. (1993). The Defence of Greece 490–479 BC. Aris & Phillips Ltd. (ISBN 0-85668-591-7).
  • Lee, Felicia R. (2006). A Layered Look Reveals Ancient Greek Texts The New York Times, 27 November 2006.
  • Pipes, David (1998). "Herodotus: Father of History, Father of Lies". Archived from the original on January 27, 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-01-18.
  • Strauss, Barry (2004). The Battle of Salamis: The Naval Encounter That Saved Greece—and Western Civilization. New York: Simon and Schuster (hardcover, ISBN 0-7432-4450-8; paperback, ISBN 0-7432-4451-6).

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]