พูดคุย:สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

การสำเร็จโทษ[แก้]

งงกับข้อความนี้ครับ ย่อหน้าสุดท้าย ว่าทำไมถึงมีการสำเร็จโทษ

สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้ข่างจลาจล จึงยกทัพกลับ ในวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ บรรดาข้าราชการ และ ประชาชนออกต้อนรับและอัญเชิญขึ้นครองราชย์สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จึงได้ไต่สวนโทษ และ สำเร็จโทษสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในวันนั้น
งงอีกคนนึงครับ --aon 15:32, 12 มกราคม 2006 (UTC)
อันนี้มีการแก้ไขแล้วครับ รู้สึก ผู้ใช้:Mda แก้แล้ว
แปลกใจเหมือนกัน --สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ 16:58, 11 มกราคม 2551 (ICT)

รู้สึกว่า การใส่โคลงสี่สุภาพในวิกิพีเดีย มีผู้กลั่นแกล้งนะครับ[แก้]

สังเกตคำว่า "ไอควาย" หลังจบโคลงสี่สุภาพแต่ละบท ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร รบกวนตรวจสอบด้วยครับ --ฮง พีรพัทธ์ 12:27, 15 มีนาคม 2553 (ICT)

ภาพประกอบ[แก้]

อยากได้ภาพประกอบของพระเจ้าตาก ที่ชัดเจนกว่านี้ ภาพปัจจุบันเป็นอนุเสาวรีย์สีดำ ๆ ที่มองเห็นไม่ชัด

ข้อความที่ยกมา[แก้]

ด้านล่างนี้คือข้อความที่ยกมา (ใครเอามาก็ไม่รู้ มาจากที่ไหนก็ไม่รู้) --Octra Dagostino 18:16, 23 กรกฎาคม 2551 (ICT)

วันพระเจ้าตากสินมหาราช ตรงกับวันที่ ๒๘ ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ทรงเป็นวีรกษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่งที่ได้รับการเทิดทูน และเคารพบูชาจากประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ไม่เพียงเพราะพระปรีชาสามารถในการรบที่กอบกู้ชาติไทยให้เป็นเอกราช และสร้างความเป็นปึกแผ่นแก่บ้านเมืองของเราเท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความกตัญญูและเสียสละต่อผืนแผ่นดินไทยอย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมือนเหมือนอีก

วาระสุดท้ายของมหาราชชาตินักรบ?

ดังที่ทราบกันดีว่าหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 แล้ว พระเจ้าตากสินที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน(ซึ่งเป็นที่ดูถูกของคนไทยสมัยนั้น แม้กระทั่งเวลาต่อมาอีกนับร้อยๆปี) ก็นำทัพกอบกู้เอกราชให้แก่ไทย แล้วสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานีใหม่

ทรงรวบรวมไทยให้เป็นปึกแผ่นแล้วปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2311 พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 6 เมษยา 2325 แม้จะมีคำบอกเล่าเชิงตำนานไว้บางสำนวนว่า พระองค์ได้หลีกทางให้พระยาจักรี สถาปนาราชวงศ์ใหม่ด้วยเหตุผลบางประการ และพระองค์ได้ดำรงพระชนม์ชีพอย่างสงบในสมณเพศสืบมา

แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็ชี้ว่าพระองค์ถูกพระยาจักรี สั่งให้สำเร็จโทษเพื่อปราบดาภิเษกราชวงศ์ใหม่ และมีการกำจัดเสี้ยนหนามตามมาอีกหลายระลอก

กรณีของพระเจ้าตากสินมหาราชนั้นนับว่าประหลาดไปจากกรณีอื่นที่กล่าวมาแล้ว คือการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในขณะที่พระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนสวรรคตลง แล้วเกิดปัญหาการสืบราชสมบัติ และการถูกประหารชีวิตนั้นกรณีอื่นๆมีการจับสึกจากสมณเพศก่อน แต่ในกรณีพระเจ้าตากสินนั้นบางหลักฐานชี้ว่า อาจเป็นไปได้ว่าถูกสั่งสำเร็จโทษประหารชีวิตด้วยการตัดพระเศียร ขณะที่ดำรงสมณเพศอยู่ก็เป็นได้

ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวถึงวาระสุดท้ายของพระเจ้าตากสินมหาราชไว้ในหนังสือ”การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี” หน้า 575 ว่า* " ( พระพุทธยอดฟ้าฯ) จึงมีรับสั่งให้เอาไปประหารชีวิตสำเร็จโทษเสีย เพชฌฆาตกับผู้คุม ก็ลากเอาตัวขึ้นแคร่หามไปกับทั้งสังขลิกพันธนาการ เจ้าตากสินจึงว่าแก่ผู้คุมเพชฌฆาตว่า ตัวเราก็สิ้นบุญจะถึงที่ตายแล้ว ช่วยพาเราแวะเข้าไปหาท่านผู้สำเร็จราชการ จะขอเจรจาด้วยสักสองสามคำ ผู้คุมก็ให้หามเข้ามา ครั้น ( พระพุทธยอดฟ้าฯ)ได้ทอดพระเนตร จึ่งโบกพระหัตถ์มิให้นำมาเฝ้า ผู้คุมแลเพชฌฆาตก็ให้หามออกไปนอกพระราชวัง ถึงหน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์ ก็ประหารชีวิตตัดศีรษะเสีย ถึงแก่พิราลัย จึ่งรับสั่งให้เอาศพไปฝัง ณ วัดบางยี่เรือใต้"

ขณะที่ปรีดา ศรีชลาลัย กล่าวถึงวาระสุดท้ายของพระเจ้าตากสินฯไว้ในบทความเรื่อง”ปีสุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนธันวาคม 2524 ว่า”สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกปลงพระชนม์ ณ พระวิหารที่ประทับในวัดแจ้ง (คือวัดอรุณราชวราราม ปัจจุบันนี้) รวมวันตั้งแต่เสด็จออกผนวชจนถึงวันถูกปลงพระชนม์ เป็น 28 วัน โหรจดไว้ว่าดับขันธ์ ไม่ใช้คำว่าสิ้นพระชนม์ หรือสวรรคต ก็เพื่อยืนยันว่า พระองค์ท่านถูกปลงพระชนม์ทั้งที่ทรงเพศเป็นพระภิกษุ จึงใช้คำว่าดับขันธ์ เพื่อให้เข้าใจว่ามิได้สวรรคตเมื่อลาผนวชออกมา ความจริงพระองค์ดำรงสมณเพศจนตลอดพระชนม์ชีพ เมื่อการปลงพระชนม์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เชิญพระศพไปฝังไว้ที่วัดอินทาราม บางยี่เรือ ใกล้ตลาดพลู คลองบางหลวง (เวลานั้นยังเรียกวัดบางยี่เรือ)”

ปรีดานำเสนอว่า ปฐมเหตุนั้นมาจากการที่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองของเวียดนาม เมื่อพวกกบฏไตเซินได้ก่อการรัฐประหารต่อพระเจ้าเวียดนามยาลอง พ่ายแพ้ถอยร่นลงมาทางใต้ แล้วหวังจะได้กำลังฝ่ายเขมรเข้ามาช่วยสู้รบ จึงเข้าไปแทรกแซงการเมืองเขมร ซึ่งเป็นประเทศราชของไทย

พระเจ้าตากสินจึงโปรดเกล้าให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ พระมหาอุปราช องค์รัชทายาทเป็นแม่ทัพใหญ่ เจ้าพระยาจักรี(ด้วง) เจ้าพระยานครสวรรค์ เจ้าพระยาสุรสีห์(บุญมา น้องชายเจ้าพระยาจักรี ด้วง)และพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนรามภูเบศ เหล่านี้เป็นแม่ทัพรองๆลงมา ไปจัดการปราบ และเพื่อมิให้ญวนลุกลามเข้ามายึดเมืองเขมรเป็นที่มั่น โดยโปรดให้กองทัพไทยออกไปในเดือนยี่ ปีฉลู ตรงกับพ.ศ.2324

แทนที่จะจัดการปัญหาได้ตามแผน ปรีดาได้อ้างถึงพงศาวดารญวน ฉบับนายหยงทหารปืนใหญ่ แปล(เล่ม 2 หน้า 378)ว่า เรื่องผิดคาดหมด เพราะกองทัพไทยที่ยกออกไปครั้งนั้นทำงานต่างกัน แม่ทัพใหญ่พยายามจะรุดหน้าไป ฝ่ายแม่ทัพรองบางนายหาทางยับยั้งเสีย เพื่อหน่วงคอยฟังเหตุการณ์ทางกรุงธนบุรี เวลานั้นญวนได้ส่งกองทหารเข้าไปช่วยอยู่ในเมืองเขมรบ้าง แต่ไม่มากนัก ว่ากันตามส่วนกำลังที่ทั้งสองฝ่ายมีและจะต้องสู้กันอย่างแตกหัก อย่างไรเสียก็ควรจะหวังได้ว่ากองทัพไทยต้องทำงานได้ผลดีเป็นแน่ หากงานที่ทำนั้นไม่มีเรื่องอื่นเข้าแทรกแซง เพราะฝ่ายญวนอ่อนเต็มทีแล้ว ย่อมจะต้องการหย่าศึกกับไทยมากกว่า เพราะญวนมีภาระจะต้องสู้รบกับพวกราชวงศ์เล้(กบฏไตเซิน) ซึ่งกำลังตีรุกลงมาจากทางเหนืออย่างรุนแรง ถ้าขืนรบกับไทยเข้าอีก จะถูกตีกระหนาบสองหน้า อาจถึงเหลวแหลกหมดทางตั้งตัว

เพราะฉะนั้นเพื่อหาทางดีกับไทย แม่ทัพญวนชื่อเหงวียงหึวถว่าย จึงลอบแต่งทูตมาทาบทามทางแม่ทัพรองฝ่ายไทย พงศาวดารญวน เล่ม 2 หน้า 382 บันทึกไว้ว่านับเป็นโชคดีของญวน เป็นอันสมประสงค์ของแม่ทัพญวนโดยง่ายดาย เพราะว่าแม่ทัพรองฝ่ายไทยก็ต้องการจะให้กองทัพญวนและเขมรร่วมมือในทางลับอยู่เหมือนกัน และท่านแม่ทัพรองฝ่ายไทยก็ยินดีจะช่วยกำลังแก่ญวนตามสมควรในโอกาสต่อไป เมื่อทำงานลับเสร็จสมหมายแล้ว แม่ทัพญวนกับแม่ทัพรองฝ่ายไทยได้ลอบทำสัญญาลับทางทหารต่อกัน ฝ่ายแม่ทัพญวนหักกระบี่และคันธงออกเป็น ๒ ท่อน แล้วแบ่งให้ไว้ฝ่ายละครึ่งตามธรรมเนียม เพื่อเป็นเครื่องหมายในการทำสัญญา ต่อจากนั้น แม่ทัพรองฝ่ายไทยก็ให้ญวนล้อมกองทัพสมเด็จพระมหาอุปราช เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ และทัพพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนรามภูเบศ ไว้อย่างแน่นหนา ตรึงทัพทั้งสองมิให้เคลื่อนที่ได้ ส่วนตนรีบเดินทัพย้อนกลับมากรุงธนบุรีโดยด่วน

ส่วนทางด้านกรุงธนบุรี มีผู้ยุยงชาวกรุงเก่าให้เกิดเข้าใจผิดในสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และชักชวนทำการกบฏย่อยๆขึ้น ผู้ยุยงตัวสำคัญซึ่งแอบขึ้นไปตั้งทำการยุที่กรุงเก่า มี 3คน คือ นายบุนนาค, หลวงสุระ,หลวงชะนะ รวบรวมผู้คนตั้งเป็นกองรบเข้ารุมทำร้ายผู้รักษากรุงเก่า แล้วเดินทางมายังกรุงธนบุรี ในเดือน 4 แรม 11 ค่ำ ถึงกรุงธนบุรีในตอนดึก ก็เริ่มยิงพระนครทันที ยังมีพวกกบฏแอบแฝงซ่องสุมอยู่ในกรุงธนบุรีอีก มีหลวงสรวิชิต (หน) เป็นต้น ก็ก่อการจลาจลขึ้นรับกับพวกกบฏที่ยกมาจากกรุงเก่า

ในชั้นต้น พวกกบฏขอให้พระสงฆ์เข้าไปถวายพระพร ทูลขอให้พระองค์เสด็จออกผนวชเพื่อสะเดาะพระเคราะห์เมืองสัก 3 เดือน สมเด็จพระเจ้าตากสินฯทรงรับคำทูล โปรดให้ข้าราชการผู้ใหญ่ปรึกษาดูตามความสมควร เวลานั้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีพระยาสรรคบุรี (บรรพบุรุษแห่งสกุลแพ่งสภา) พระยารามัญวงศ์ (มะซอน บรรพบุรุษแห่งสกุลศรีเพ็ญ) เป็นต้น ล้วนแต่ซื่อสัตย์จงรักภักดีในพระองค์อย่างยิ่งยวด ข้าราชการเหล่านั้นคงจะได้คำนึงถึงกำลังส่วนใหญ่ที่ต้องส่งออกไปภาคตะวันออก จะทำผลีผลามลงไปในขณะนี้ ฉวยว่ามีการผันแปรต่างประเทศด้านอื่นเกิดขึ้นแทรกแซง จะเรียกกำลังจากภาคตะวันออกกลับมาไม่ทันท่วงที

อีกประการหนึ่งพวกราษฎรก็ถูกปลุกปั่นให้เข้าใจผิดโดยการโฆษณาชวนเชื่อว่าพระเจ้าตากสินมีพระสัญญาณวิปลาส คือเป็นบ้า หลงผิดว่าบรรลุโสดาบัน ทำการสั่งสอนพระสงฆ์ หากพระสงค์องค์ใดไม่ยินยอมก็ถูกจับเฆี่ยนตี(ซึ่งเป็นกล่าวหาที่ร้ายแรงมากที่สุดในเวลานั้น เป็นโทษฐานอนันตริยกรรมทีเดียว) ความเข้าใจผิดอาจลุกลามไปมาก ในเมื่อไม่รีบหาทางแก้ไข เสียแต่ในชั้นต้น ฉะนั้นควรจะมีทางมองเห็นทางเดียวที่ควรกระทำก่อน คือขอให้ทรงยอมตามความประสงค์ ดังที่พวกกบฏขอให้พระสงฆ์ทูลแล้วนั้น

พระเจ้าตากสินฯซึ่งสิ้นไร้ทั้งกำลัง และถูกโฆษณาชวนเชื่อว่าร้ายอย่างหนักหน่วงให้ขาดการสนับสนุนจากมวลชน ก็ได้ตกลงเสด็จออกผนวช วันอาทิตย์ เดือน 4 แรม 12 ค่ำที่วัดแจ้ง อันเป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง (เช่นเดียวกับวัดพระแก้วมรกตในวังหลวงทุกวันนี้) ในการเสด็จออกผนวชนี้ ความจริงหาขาดจากพระราชตำแหน่งไม่ เพราะมีกำหนดแน่นอน ว่าจะเสด็จนิวัติกลับสู่ราชบัลลังก์ ภายหลังเมื่อผนวชแล้ว 3 เดือน ส่วนราชการบ้านเมืองก็มีข้าหลวงรักษาพระนครตามธรรมเนียม

พระเจ้าตากสินผนวชแล้ว 12 วัน พระยาสุริยอภัย (ทองอิน) หลานเจ้าพระยาจักรี (ด้วง) ซึ่งโปรดให้ออกไปเป็นเจ้าเมืองนครราชสีมา ยกทัพมาจากนครราชสีมา โดยมิได้รับพระบรมราชานุญาต (ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์กบฏในสมัยนั้น แม้กระทั่งสมัยนี้หากเคลื่อนย้ายกำลังโดยไม่มีคำสั่ง)

แต่ในพงศาวดารว่าเจ้าพระยาจักรี (ด้วง) ให้รีบยกเข้ามาฟังเหตุการณ์ในกรุงก่อน (ดูพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 3) พวกกบฏมีนายบุนนาค หลวงสุระเป็นต้น เข้าสมทบกับพระยาสุริยอภัย (ทองอิน)

กาลครั้งนั้นพระเจ้าหลานเธอ กรมขุนอนุรักษ์สงครามจึงระดมกำลังเท่าที่จะหาได้ในเวลานั้น รีบยกไปตีกองทัพพระยาสุริยอภัย (ทองอิน) ที่ตำบลบ้านปูน ณ วันอังคาร ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2325 เป็นเวลาภายหลังที่พระยาสุริยอภัย (ทองอิน) เดินทัพเข้ามาในกรุง และตั้งมั่นอยู่ 11 วัน แต่กำลังของกรมขุนอนุรักษ์สงครามไม่สามารถตีทำลายกองทัพพระยาสุริยอภัย (ทองอิน) ลงได้ตามความประสงค์ เพราะกำลังน้อยกว่า ต้องล่าถอยไปทางวัดยาง ในที่สุดถูกพวกพระยาสุริยอภัย (ทองอิน) จับได้ พระยาสุริยอภัย (ทองอิน)จึงขยายวงค่ายแผ่กว้างออกมา จนใกล้พระราชวังหลวง

เมื่อกรมขุนอนุรักษ์สงครามถูกจับแล้ว 3 วัน พอเช้าวันที่ 6 เมษายน 2325 เจ้าพระยาจักรี (ด้วง) ก็รีบเดินกองทัพใหญ่มาถึงพระนคร ได้มีการสอบถามความเห็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก(ซึ่งส่วนมากก็ล้วนอยู่ในสายของพระยาจักรีนั่นเอง) ว่าเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้วจะควรทำอย่างไรต่อไป

บรรดาข้าราชการที่ยังจงรักภักดีในพระองค์สมเด็จพระเจ้าตากสิน และเชื่อในพระราชปรีชาสามารถ ของพระองค์ ก็ยืนคำว่าควรไปกราบทูลอัญเชิญเสด็จ ขอให้ทรงลาผนวชออกมาครองราชสมบัติบริหารการแผ่นดินโดยด่วน หาไม่ก็ควรยกราชสมบัติให้รัชทายาทของพระองค์แทน ในเรื่องนี้ได้ความตามคำบอกเล่าจากเจ้านายบางองค์ในราชวงศ์จักรีว่า ข้าราชการพวกที่กล้าพูดเช่นนั้น ในที่สุดก็ถูกคุมตัวไปประหารชีวิตทั้งหมด

ส่วนสมเด็จพระเจ้าตากก็ถูกปลงพระชนม์ในวันนั้นเอง ณ พระวิหารที่ประทับในวัดแจ้ง (คือวัดอรุณราชวราราม ปัจจุบันนี้) รวมวันตั้งแต่เสด็จออกผนวช จนถึงวันถูกปลงพระชนม์ เป็น ๒๘ วัน โหรจดไว้ว่าดับขันธ์ ไม่ใช้คำว่าสิ้นพระชนม์หรือสวรรคต ก็เพื่อยืนยันว่า พระองค์ท่านถูกปลงพระชนม์ทั้งที่ทรงเพศเป็นพระภิกษุ จึงใช้คำว่าดับขันธ์ เพื่อให้เข้าใจว่ามิได้สวรรคตเมื่อลาผนวชออกมา ความจริงพระองค์ดำรงสมณเพศจนตลอดพระชนม์ชีพ

เมื่อการปลงพระชนม์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เชิญพระศพไปฝังไว้ที่วัดอินทาราม บางยี่เรือ ใกล้ตลาดพลู คลองบางหลวง (เวลานั้นยังเรียกวัดบางยี่เรือ) บรรดาศพข้าราชการที่จงรักภักดีในพระองค์ มีเจ้าพระยานครราชสีมา (บุญคง ต้นสกุลกาญจนาคม) พระยาสรรค์ (บรรพบุรุษสกุลแพ่งสภา) พระยารามัญวงศ์ (ต้นสกุลศรีเพ็ญ) พระยาพิชัยดาบหัก (ทองดี ต้นสกุลวิชัยขัทคะ และพิชัยกุล) เป็นต้น จำนวนมากกว่า 50 นาย ก็ถูกฝังเรียงรายใกล้พระศพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น

ฝ่ายพระราชวงศ์ของพระเจ้าตากสินที่ยังเหลือ ถ้าเป็นเจ้าชายชั้นทรงพระเจริญวัยก็ถูกจับปลงพระชนม์หมด เอาไว้แต่ที่ทรงพระเยาว์ และเจ้าหญิง ถอดพระยศออกแล้วเรียกว่าหม่อม เหมือนกันทุกพระองค์ แม้จนกระทั่งสมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระน้านาง เป็นการถอดอย่างที่ไม่เคยมีมา ฝ่ายเจ้าพระยาอินทวงศา อัครมหาเสนาธิบดีฝ่ายกลาโหม ขณะนั้นตั้งวังปราบบัญชาการทัพอยู่ที่ปากพระ ใกล้เมืองถลาง ทราบว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินฯถูกปลงพระชนม์แล้ว ก็ฆ่าตัวตายตามเสด็จ เพราะไม่ยอมเป็นข้าคนอื่น

ยังเหลือไว้แต่กรมขุนกษัตรานุชิต(เจ้าฟ้าเหม็น)ราชโอรสที่เกิดแต่ลูกสาวของพระยาจักรีที่ไว้ชีวิต(แต่เมื่อรัชกาลที่1สวรรคตลง ก็มีการหาเหตุขจัดเสี้ยนหนามในที่สุด โดยอ้างว่าเจ้าฟ้าเหม็นจะทำการกบฏ)

ส่วนความเกี่ยวข้องกับญวน ตามสัญญาลับ ไทยต้องช่วยญวนต่อรบกับพวกราชวงศ์เล้ (ที่เรียกพวกกบฏไตเซิน) 2 ครั้ง และช่วยอาวุธยุทธภัณฑ์อีกนับไม่ถ้วน ผลสุดท้ายเมื่อญวนกลับตั้งราชวงศ์องเชียงสือสำเร็จ มีอำนาจใหญ่โตขึ้น ไทยต้องเสียเมืองพุทไธมาศแก่ญวน

พระนามาภิไธย[แก้]

ทำไมจึงมีการเปลี่ยนชื่อบทความ โดยใช้เป็น "พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ดิฉันเข้าใจว่าการใช้ "พระบาทสมเด็จ" นำหน้าพระนามนั้นเริ่มในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ไม่ใช่หรือคะ --Tinuviel | พูดคุย 18:41, 5 กรกฎาคม 2551 (ICT)

การถวายพระราชสมัญญานาม[แก้]

จำได้ว่า การถวายพระราชสมัญญานาม "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ไม่ได้เกิดในสมัย จอมพล ป. ไม่ใช่หรือคะ ยังไม่มีการตรวจสอบแก้ไขหรือคะ ในบทความยังระบุว่าเป็นสมัยจอมพล ป. อยู่เลย (อ้างอิง 74 ไม่ถูกต้อง เพราะเนื้อหาในอ้างอิงเป็นเรื่องรัฐพิธีเปิดพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ไม่ใช่การถวายพระราชสมัญญานาม) --Tinuviel | พูดคุย 12:39, 8 ตุลาคม 2551 (ICT)

    • อันนี้ไม่แน่ใจ ดังนั้นผมจึงขอตัดเอาข้อความนี้ออกไปก่อนครับ --นักรบมือตบ 22:51, 16 ตุลาคม 2551 (ICT)

อ้างอิง Blacklist[แก้]

รู้สึกตอนมีการก่อกวนวันนี้ แล้วผมย้อนกลับ อ้างอิงตั้มศรีวิชัยถูกขึ้นบัญชีดำ ทำให้หน้า Save ไม่ได้ ผมเลยเอาออกมาก่อน ดูลิงก์เว็บได้ที่หน้า Revision รุ่น VolkovBot ครับ --Chris Vineyard Chat Contribs 16:03, 11 กุมภาพันธ์ 2552 (ICT)

พระนาม[แก้]

สงสัยว่าเหตุใดจึงใช้ "สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี" ทั้ง ๆ ที่หลายหน้าและแม่แบบวิกิพีเดียใช้ "พระเจ้าตากสินมหาราช"? --Horus | พูดคุย 19:53, 14 กันยายน 2552 (ICT)

นำโคลงออก : ทำให้ยาว[แก้]

เช้าวันหนึ่งพระภิกษุทั้งสองเดินไปตามถนน เพื่อรับบิณฑบาตจากพระราชวังหลวง มีชายจีนผู้หนึ่งเดินผ่านพระภิกษุทั้งสองไปได้ 3-4 ก้าว ก็หยุดชะงักหันกลับมาดูแล้วก็หัวเราะ ทำเช่นนี้ถึง 5-6 ครั้ง สองภิกษุมองหน้าแล้วถามว่าหัวเราะเรื่องอะไร ชายจีนผู้นั้นบอกว่าตนเป็นซินแสหมอดู สามารถทายลักษณะของบุรุษหรือสตรีได้ แล้วทำนายให้พระภิกษุทั้ง 2 รูปว่า [1]

ซินแสทายพระภิกษุองค์ที่ 1

ชายใดไกรลักษณ์พร้อม เพราองค์
ศักดิ์กษัตร์ถนัดทรง ส่อชี้
สมบัติขัติยมง คลครอบ ครองแฮ
ชายนั้นคือท่านนี้ แน่ข้าพยากรณ์ฯ

ซินแสทายพระภิกษุองค์ที่ 2

ท่านเป็นบุรุษต้อง ตามลักษณ์ ล้วนแล
บุญเด่นเห็นประจักษ์ เจิดกล้า
จักสู่ประภูศักดิ์ สุรกษัตร์
สืบศุภวงษ์ทรงหล้า สฤษฎ์เลี้ยง เวียงสยาม
เกิดมาข้าพเจ้าไม่ เคยเห็น
สองสหายหลายประเด็น เด่นชี้
ภายหน้าว่าจักเป็น ปิ่นกษัตร์
นั่งอยู่ คู่กันฉนี้ แน่ล้วน ชวนหัว

สองภิกษุว่า

สองข้าอายุใกล้ เคียงกัน
ทั้งคู่จะทรงขัณฑ์ ผิดเค้า
เป็นกษัตร์ร่วมรัฐบัล ลังก์ร่วม ไฉนนอ
เห็นจะสัดตวงข้าว แน่แท้คำทายฯ

อ้างอิง[แก้]

  1. พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์, สามกรุง (พระนคร:คลังวิทยา 2511) หน้า 54-58

ปลายรัชสมัย[แก้]

เรื่องสั้นชุด ใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน โดย หลวงวิจิตรวาทการ และ นวนิยาย ผู้อยู่เหนือเงื่อนไข? โดย สุภา ศิริมานนท์ และในหนังสือเรื่อง พระราชประวัติ 5 มหาราช นั้นได้กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผนวช ณ เขาขุนพนม จ.นครศรีธรรมราช และทรงปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานอย่างอุกฤษฏ์ จนเสด็จสวรรคต สิริรวมพระชนมายุ 96 ปี และสมัยที่ พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้อ้างว่าพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินได้มาพบ และขอให้ท่านช่วยสวดเปลี่ยนภพภูมิจากพุทธภูมิมาสู่อรหันตภูมิ เพราะหากต้องรอเข้าสู่พุทธภูมิ พระองค์จะต้องสั่งสมพระบารมีอีกหลายแสนกัป พระราชพรหมยานจึงช่วยสวดเปลี่ยนภพภูมิให้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาเป็น อรหันตภูมิ ศิษยานุศิษย์ของพระราชพรหมยานจึงเชื่อว่าปัจจุบันพระองค์เป็นพระอรหันต์ พระองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม เหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อของชาวไทยพุทธบางกลุ่มเท่านั้น ยังไม่พบหลักฐานทางวิชาการที่เชื่อถือได้ยืนยัน จึงไม่เป็นที่ยอมรับของนักประวัติศาสตร์ไทย

เนื้อหาข้างต้นผมเห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่มีในนโยบายของวิกิพีเดีย ไม่รู้ว่าจะเอามาลงทำไม? --Pitt 11:19, 26 มีนาคม 2553 (ICT)

ข้อมูลที่นำออก[แก้]

  • พระราชบิดา ชื่อ ไหฮอง [1]
  • ไม่ปรากฏว่าพระมารดามีชื่อใน อภินิหารบรรพบุรุษ, ก.ศ.ร.กุหลาบ เหมือนกับว่าจะเป็นคนแรกที่กล่าวถึงนาม นกเอี้ยง [2]
  • (บิดามีบุตร) ชื่อ หยง[3]
  1. Bertil Lintner. Blood Brothers: The Criminal Underworld of Asia. Macmillan Publishers. ISBN 1403961549.
  2. นิธิ เอียวศรีวงศ์. หน้า 67.
  3. ชนสวัสดิ์ ชมพูนุท, หม่อมราชวงศ์. พระราชประวัติ 9 มหาราช (พระนคร : พิทยาคาร 2514) หน้า 241.

พระมหากษัตริย์[แก้]

ขอทราบเหตุผลที่นำเอาคำว่า พระมหา ออกจากคำว่า กษัตริย์ ด้วยครับ --Pitt 21:46, 22 เมษายน 2553 (ICT)

เพราะฐานันดรศักดิ์ของ King ทั่วโลกเท่ากัน ไม่ใช่ว่าของไทยจะเป็น The Great King หรืออะไรทำนองนั้น ผมหวังว่าคุณจะไม่ยึดติดกับ "พระมหากษัตริย์เท่านั้น" นะ เพราะวิกิพีเดียไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้อยู่แล้วนี่ --Horus | พูดคุย 21:57, 22 เมษายน 2553 (ICT)
กษัตริย์ [กะสัด] น. พระเจ้าแผ่นดิน, ใช้เต็มว่า พระมหากษัตริย์, คนในวรรณะ ที่ ๒ แห่งสังคมฮินดู ซึ่งมีอยู่ ๔ วรรณะ ได้แก่ วรรณะพราหมณ์ วรรณะกษัตริย์ วรรณะแพศย์ และวรรณะศูทร. (ส. กฺษตฺริย ว่า ผู้ป้องกันภัย, ชาตินักรบ; ป. ขตฺติย). ว. แท้ไม่มีอื่นปน เช่น ทองเนื้อกษัตริย์, เรียก รูปพรรณที่ทําด้วยโลหะมีราคา เช่น ถ้าทําด้วยเงิน ทอง นาก สลับกัน เรียกว่า สามกษัตริย์. จากพจนานุกรม ดังนั้น ถ้าเราจะใช้เต็มก็ไม่ผิดและเป็นที่นิยมมากกว่า สนับสนุนการใช้คำว่าพระมหากษัตริย์ในบทความนี้ ส่วน The Great King ควรจะหมายความถึง มหาราช ไม่ใช่ พระมหากษัตริย์ --ScorpianPK Nuvola apps kmahjong.png คุยแค่ "คลิก" 09:12, 23 เมษายน 2553 (ICT)

เศรษฐกิจ[แก้]

ทรงนำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และของพระราชชนนีรวมทั้งของพระญาติที่สะสมไว้ เอามาช่วยในราชการทั้งสิ้นเพราะพระองค์ได้ครองแผ่นดินอันว่างเปล่า ปราศจากปราสาทพระราชวัง ปราศจากสิ่งของอันมีค่า และท้องพระคลังที่ว่างเปล่า[1] อีกทั้งพวกทหารของพระองค์ที่มีเชื้อสายจีนได้ติดต่อญาติมิตรซึ่งเป็นคนค้าขาย ได้เงินรวมกันประมาณหมื่นตำลึง บางคนให้ข้าวสาร ปลาเค็ม ฯลฯ แต่ไม่ได้ลงบัญชีเอาไว้ ต่อมาได้พระญาติของพระองค์ (เจียนจิ้น) ทำหนังสือเพื่อจะขอยืมเงินข้าราชการจีนหรือจักรพรรดิเฉียนหลงมาซื้อปืน,เหล็กตีดาบ และดาบที่ดีจากเมืองใกล้ๆ มาใช้ พร้อมทั้งหอก ง้าว และทวนด้วย รวมกันได้หกหมื่นตำลึง พระราชทรัพย์ที่ทรงนำมาจับจ่าย ในการซื้อข้าวสารเสื้อผ้านั้น ได้พระราชทานแก่บรรดาข้าราชการและประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักอยู่ในเวลานั้น สมเด็จพระปิยมหาราชทรงสันนิษฐานว่า "ซื้อข้าวเลี้ยงคนโซ คงจะได้เงินจากค่ายโพธิสามต้น"

สุรีย์ ภูมิภมร กล่าวถึงการหาพระราชทรัพย์ที่นำมาใช้จ่ายว่า "...ขายดีบุก งาช้าง และไม้ซุง เพื่อเอาเงินมาช่วยในการซื้ออาหารและเครื่องนุ่งห่ม …"[2] อีกตอนหนึ่ง สมเด็จพระปิยมหาราชได้ทรงพระราชนิพนธ์ใจความตอนหนึ่งว่า "...เงินจะได้มาทางใดไม่ว่า เจ้ากรุงธนบุรีเป็นผู้ซื้อข้าวมาแจกเฉลี่ยเลี้ยงชีวิตกันในเวลาขัดสน อิ่มก็อิ่มด้วยกัน อดก็อดด้วยกัน..." ในจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี มีกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ตอนหนึ่งว่า "...ได้ปืนใหญ่พม่าที่ขนไปไม่ได้ค้างอยู่ ให้ระเบิดเอาทองลงสำเภา ซื้อข้าวถังละ 6 บาท เลี้ยงคนโซไว้ได้กว่าพัน..."

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขเศรษฐกิจและสภาพบ้านเมือง ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ดังที่บาทหลวงชาวฝรั่งเศส ชื่อ มองเซนเยอร์ เลอบอง ซึ่งเข้ามาในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. 2318 จดบันทึกไว้ในช่วง พ.ศ. 2318 ดังนี้[3]

...จนถึงเวลาเดี๋ยวนี้ อาหารการกินในเมืองนี้ยังแพงมาก เพราะบ้านเมืองไม่เป็นอันทำมาหากินมาเป็นเวลา 15 ปีแล้วและในเวลานี้ยังหาสงบทีเดียวไม่...

— มองเซนเยอร์ เลอบอง

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงกังวลพระทัยในเรื่องนี้จึงมีพระราชดำรัสว่า[4]

...บุคคลผู้ใดเป็นอาทิคือเทวดา บุคคลผู้มีฤทธิ์มาประสิทธิ์มากระทำให้ข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ขึ้น ให้สัตว์โลกเป็นสุขได้ แม้นผู้นั้นจะปรารถนาพระพาหาแห่งเราข้างหนึ่ง ก็อาจตัดบริจาคแก่ผู้นั้นได้ ความกรุณาเป็นสัตย์ฉะนี้...

— สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
  1. วรมัย กบิลสิงห์,ภิกษุณี. ใครฆ่าพระเจ้าตากสิน?. กรุงเทพฯ : ส่องสยาม, 2540. (ISBN 974-260-135-6) หน้า 61
  2. สุรีย์ ภูมิภมร. ต้นไม้ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าว พืชโปรดของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช,ศิลปวัฒนธรรม 17, 6 เม.ย. 2539. หน้า 78
  3. กรมศิลปากร, จดหมายเหตุและบาดหลวงฝรั่งเศสในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์กรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น, 2511 หน้า 85
  4. จาก ประชุมพงศาวดารภาคที่ 65 หน้า 87

หลวงพ่อตากสิน[แก้]

ย้ายมาจาก พูดคุย:หลวงพ่อตากสิน

ผมขอชี้แจงเหตุผลดังนี้ว่า ประวัตินั้นจริงอยู่เหมือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แต่ท่านบวช และมรณภาพผมไปศึกษามาจากหนังสืออีกเล่มหนึ่งไม่ได้คัดลอกมา และปีที่มรณภาพ คือปีพ.ศ.2368 และท่านบวชแค่ 43 พรรษา เนื่องจาก ตอนท่านบวช ท่านมีพระชนมายุได้ 48 พรรษา ถือว่าชราแล้ว จึงได้เขียนเป็นหลวงพ่อตากสิน และผมไม่ได้คัดลอกด้วย--ความเห็นที่มิได้ลงชื่อโดย  124.120.187.190 (พูดคุยตรวจ) 21:55, 11 เมษายน 2011 (ICT)

อาจจะไม่ชัดเจนเรื่องชื่อนะครับ หากจะตั้งชื่อเอาเองก็ไม่ได้ด้วย เพราะในวงการพระเครื่องผมค้นพบว่า "หลวงพ่อตากสิน (แซ่แต้)" ก็คือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั่นเอง มิได้หมายถึงพระรูปนี้ คนที่เข้ามาอ่านบทความนี้อาจเกิดความสับสนได้ --octahedron80 22:01, 11 เมษายน 2554 (ICT)
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับตำนานพระเจ้าตากสินหนีไปบวชที่นครศรีฯ มันเป็นตำนานความเชื่อพื้นบ้านในแถบเมืองใต้ที่ทางนั้นเขาเชื่อมากพอตัว ว่ากันว่าพระเจ้าตากที่ถูกประหารนั้นเป็นองค์ปลอม องค์จริงหนีมากับมหาดเล็ก ล่องเรือจนมาถึงทางปักษ์ใต้ ขึ้นฝั่งที่นครศรีฯ แล้วออกบวชที่วัดเขาขุนพนมจนมรณภาพ อันนี้ก็ยังเล่าจุดจบต่างออกไปอีก 2 ทาง ทางหนึ่งทว่าท่านสิ้นไปตามอายุขัย อีกทางหนึ่งคือมีคนอยากได้หน้าเลยจัดการส่งคนมาลอบสังหารพระภิกษุพระเจ้าตากเสีย เรื่องราวค่อนไปในทางตำนานหรือบันทึกเชิงอภินิหารเสียมาก ซึ่งควรเขียนรวมไปในการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี --octahedron80 22:29, 11 เมษายน 2554 (ICT)

ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์[แก้]

ผมขอถามหน่อยครับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2310ไม่ใช่หรอครับ ทำไมพวกคุณบางครั้งเขียนว่า ปี พ.ศ.2311 ขอโทษนะครับ ปี พ.ศ.2311 ท่านได้ปราบชุมนุมแรกแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.2311 --ความเห็นที่มิได้ลงชื่อโดย  115.87.74.19 (พูดคุยตรวจ) 15:39, 17 เมษายน 2011 (ICT)

ในหน้านี้ก็ระบุว่า พ.ศ. 2310 ? --Horus | พูดคุย 15:59, 17 เมษายน 2554 (ICT)

พระนามที่ใช้ในวิกิพีเดีย[แก้]

ผมอยากรู้ว่า ทำไมคุณถึงใช้พระนามในวิกิพีเดียว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ผมว่าคุณน่าจะเปลี่ยนชื่อวิกิพีเดียเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช --ความเห็นที่มิได้ลงชื่อโดย  115.87.74.19 (พูดคุยตรวจ) 15:43, 17 เมษายน 2011 (ICT)

บทความนี้เคยเปลี่ยนชื่อไปๆมาๆระหว่าง "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" กับ "สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี" อยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่เพื่อไม่ให้เกิดสงครามแก้ไขและกระทบกับบทความอื่นๆในพระนามของพระองค์ จึงจำเป็นต้องล็อกย้ายเอาไว้ ความจริงคือสามารถใช้ชื่อใดก็ได้ (และยังมีอีกหลายชื่อที่ใช้ได้เพราะพระนามของพระองค์มีมาก) แต่เหตุที่เลือก "สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี" ให้ดูรายละเอียดการอภิปรายเรื่องพระนามได้ที่ วิกิพีเดีย:เสนอบทความคัดสรร/สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี --octahedron80 12:02, 21 ตุลาคม 2554 (ICT)

ปลดล็อก[แก้]

กรุณาปลดล็อกบทความนี้เดี๋ยวนี้เพื่อเปลี่ยนส่วน ปลายรัชสมัย ให้เป็น "เสด็จสวรรคต" ด้วยครับ--49.49.148.4 18:45, 19 พฤศจิกายน 2554 (ICT)

ไม่ต้องปลดล็อก ผมแก้ให้คุณแล้วครับ --ฟหกด่ีาสว | คุย 11:43, 22 พฤศจิกายน 2554 (ICT)

ภาพ[แก้]

มีข้อโต้แย้งเรื่องความถูกต้องของภาพ ไฟล์:King Taksin of Thonburi.jpg อภิปรายอยู่ที่ http://www.facebook.com/www.thaiflag.org/posts/578255122240982 ว่าในรัชสมัยของพระองค์ไม่ได้ใช้ธงช้างเป็นธงชาติ แต่ในภาพวาดประกอบมีธงช้าง จึงขอเปลี่ยนภาพประกอบบทความเป็นภาพอื่นนะครับ -- 2T

ข้อควรปรับปรุงของบทความ[แก้]

  1. เนื้อหาบางส่วนละเอียดเกินไป ควรแบ่งไปอยู่ในบทความย่อย เช่น เส้นทางเดินทัพเพื่อ "กอบกู้เอกราช"
  2. เนื้อหาบางส่วนไม่จำเป็น เช่น การสงครามในรัชกาล ควรใส่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับชีวประวัติ เช่น สงครามที่ทรงนำทัพไปเอง สงครามที่มีผลทางการเมืองที่สำคัญ ส่วนที่เหลือไปเขียนในหน้าอาณาจักรธนบุรีแทนได้ แล้วสรุปย่อ ๆ เอา เช่น "ในปี 23xx ประเทศ x ยกมาตี แต่ไม่สำเร็จ"
  3. ควรเพิ่มเนื้อหาส่วนปลายรัชกาลให้ละเอียด ทั้งฝ่ายที่ว่าวิปลาส ฝ่ายที่ว่าไม่วิปลาส
  4. อาจจะเพิ่มความเป็นมาของกลุ่มขุนนางที่พยายามล้มบัลลังก์ว่ามีพื้นเพอย่างไร มีใครสนับสนุน มีแนวคิดอย่างไร เช่น กรณีพระยาสรรค์ กรณีสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
  5. อ้างอิง ส่วนที่ไม่ได้รู้จากตำราหรือประวัติศาสตร์กระแสหลััก ควรระบุ (ได้แจ้งไปบ้างแล้ว)
  6. ถึงแม้พระองค์จะเด่นด้านการสงคราม แต่คิดว่าน่าจะหาบริบทและความสำเร็จในด้านกิจการภายในมากกว่านี้
  7. อ้างอิงที่เป็นพงศาวดาร อาจถือเป็น primary source ซึ่งผิดหลัก เพราะวิกิพีเดียเน้นใช้ secondary source

--Horus (พูดคุย) 19:40, 29 มกราคม 2561 (ICT)