ป่าดงพงไพร

ป่าดงพงไพร ป่าวิเวก ถิ่นวิเวก (อังกฤษ: wilderness) หรือ ที่ดินในสภาพธรรมชาติ (อังกฤษ: wild land) คือสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของโลกที่ยังไม่ถูกดัดแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากกิจกรรมของมนุษย์ หรือที่ดินที่ไม่มีการขยายเขตเมืองและไม่ได้มีการใช้ในทางเกษตรกรรมอย่างเข้มข้น[1][2] เดิมคำว่า wilderness มักใช้กับสิ่งแวดล้อมทางบก แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการให้ความสนใจต่อถิ่นวิเวกทางทะเลมากขึ้น และแผนที่ของป่าดงพงไพรล่าสุด[3] แสดงให้เห็นว่าครอบคลุมประมาณหนึ่งในสี่ของพื้นผิวบนบกของโลก แต่กำลังถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วจากกิจกรรมของมนุษย์[4] ส่วนในมหาสมุทร พื้นที่ที่ยังไม่ถูกรบกวนโดยกิจกรรมของมนุษย์อย่างเข้มข้นเหลือเพียงร้อยละ 13.2 เท่านั้น[5]
รัฐบาลบางประเทศมีการออกกฎหมายคุ้มครองพื้นที่ป่าดงพงไพรไม่เพียงเพื่อการอนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่แล้วเท่านั้น แต่ยังเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการแสดงออกและการเติบโตตามธรรมชาติของพื้นที่ด้วย พื้นที่เหล่านี้สามารถจัดให้เป็นพื้นที่สงวน พื้นที่สงวนเพื่อการอนุรักษ์ ป่าไม้แห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และกระทั่งในเขตเมืองตามแนวแม่น้ำ โกรกธารน้อย หรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ในบางครั้งพื้นที่เหล่านี้ได้รับการพิจารณาว่ามีความสำคัญต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ความหลากหลายทางชีวภาพ การศึกษาทางนิเวศวิทยา การอนุรักษ์ธรรมชาติ ความสันโดษ และนันทนาการ[6] และยังช่วยสงวนลักษณะทางพันธุกรรมดั้งเดิมและแหล่งที่อยู่ของพฤกษชาติและสัตวชาติป่าที่อาจเป็นเรื่องยากในการเพาะพันธุ์ขึ้นใหม่ในสวนสัตว์ สวนรุกขชาติ หรือห้องปฏิบัติการ
ขอบเขต
[แก้]
ความพยายามล่าสุดในการจัดทำแผนที่ป่าดงพงไพร[3] แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้เหลือพื้นที่ป่าดงพงไพรเพียงไม่ถึงหนึ่งในสี่ของพื้นที่โลก (ประมาณร้อยละ 23) และเกิดการเสื่อมโทรมอย่างหายนะในป่าดงพงไพร[7]ในช่วงสองศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งป่าดงพงไพรกว่า 3 ล้านตารางกิโลเมตร (ร้อยละ 10) ถูกเปลี่ยนไปใช้เพื่อกิจกรรมของมนุษย์ โดยป่าดิบชื้นแอมะซอนและคองโกได้รับผลกระทบมากที่สุด แรงกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังแผ่ขยายไปเกือบทั่วทุกมุมโลก[8] และการสูญเสียป่าดงพงไพรสามารถส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย
จากการศึกษาก่อนหน้านี้เรื่อง Wilderness: Earth's Last Wild Places ซึ่งดำเนินการโดยองค์การอนุรักษ์ระหว่างประเทศ (Conservation International) พบว่าร้อยละ 46 ของมวลแผ่นดินโลกเป็นป่าดงพงไพร โดยในรายงานนี้ได้ให้คำจำกัดความของ "ป่าดงพงไพร" ว่าเป็นพื้นที่ที่ "มีพืชพรรณต้นกำเนิดสภาพเดิมเหลืออยู่ร้อยละ 70 ขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร (3,900 ตารางไมล์)* และต้องมีประชากรอาศัยอยู่น้อยกว่าห้าคนต่อตารางกิโลเมตร"[9] อย่างไรก็ตาม จากรายงานของไอยูซีเอ็นหรือยูเอ็นอีพีที่ตีพิมพ์ใน ค.ศ. 2003 พบว่าปัจจุบันมีเพียงร้อยละ 10.9 ของมวลแผ่นดินโลกเท่านั้นที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองในหมวดพื้นที่คุ้มครองประเภทที่ 1 ได้แก่ แหล่งสงวนธรรมชาติเข้มข้น (ร้อยละ 5.5) หรือ ป่าดงพงไพรคุ้มครอง (ร้อยละ 5.4)[10] พื้นที่เหล่านี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากมนุษย์มากนัก อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีพื้นที่ขนาดใหญ่ในอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองอื่นที่สามารถจัดว่าเป็นป่าดงพงไพรได้ แต่ในหลายพื้นที่คุ้มครองมีการเปลี่ยนแปลงหรือกิจกรรมของมนุษย์ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว จึงทำให้การประมาณค่าป่าดงพงไพรจริงอย่างเด็ดขาดเป็นเรื่องยาก
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society) ได้จัดทำ ดัชนีร่องรอยมนุษย์ (Human Footprint) โดยใช้ตัวชี้วัดหลายประการ ซึ่งการไม่มีตัวชี้วัดเหล่านี้บ่งชี้ถึงสภาพธรรมชาติ (wildness) ได้แก่ ความหนาแน่นของประชากรมนุษย์ การเข้าถึงของมนุษย์ผ่านทางถนนหนทางและแม่น้ำ โครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์เพื่อการเกษตรและการตั้งถิ่นฐาน และการปรากฏของพลังงานอุตสาหกรรม (แสงไฟที่สามารถมองเห็นได้จากอวกาศ) ทางสมาคมฯ ประมาณค่าว่าร้อยละ 26 ของมวลแผ่นดินโลก เข้าข่ายเป็น "พื้นที่สุดท้ายของธรรมชาติ" (Last of the wild) โดยพื้นที่ที่มีสภาพธรรมชาติมากที่สุดในโลกได้แก่ อาร์กติก ทุนดรา ป่าไทกาแถบไซบีเรีย ป่าดิบชื้นแอมะซอน ที่ราบสูงทิเบต พื้นที่ชนบทห่างไกลของออสเตรเลีย และทะเลทราย เช่น ทะเลทรายสะฮาราและทะเลทรายโกบี[11] อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ได้มีการค้นพบจีโอกลิฟ (geoglyphs – แม่ลายขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบนพื้นดินซึ่งสังเกตได้จากที่สูงเท่านั้น) มากมายบนที่ดินที่ถูกทำลายในป่าดิบชื้นแอมะซอน ซึ่งนำไปสู่การอ้างเกี่ยวกับการมีอยู่ของอารยธรรมก่อนยุคโคลัมบัส (Pre-Columbian era)[12][13] รายการ Unnatural Histories ของบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ (บีบีซี) อ้างว่าป่าดิบชื้นแอมะซอนอาจไม่ได้เป็นป่าดงพงไพรดั้งเดิม หากแต่ถูกปรับเปลี่ยนโดยมนุษย์มาแล้วนานกว่า 11,000 ปี ผ่านการทำสวนป่า (forest gardening) และการใช้ดินดำ (terra preta – ดินสีดำที่อุดมด้วยอินทรียวัตถุจากการปรับปรุงโดยมนุษย์)[14]
ร้อยละพื้นที่ของที่ดินที่ได้รับการกำหนดให้เป็นป่าดงพงไพรไม่ได้สะท้อนถึงระดับความหลากหลายทางชีวภาพโดยตรง ในบรรดาพื้นที่ป่าดงพงไพรที่ยังเหลืออยู่ ป่าไทกา—ที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นป่าดงพงไพร—คิดเป็นร้อยละ 11 ของมวลแผ่นดินทั้งหมดในซีกโลกเหนือ[15] ส่วนป่าดิบชื้นคิดเป็นอีกร้อยละ 7 ของพื้นที่ผิวโดยรวมของโลก[16] การประมาณป่าดงพงไพรที่เหลืออยู่ของโลกเน้นถึงอัตราการพัฒนาของพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงอย่างมากเป็นผลที่ตามมา
ดูเพิ่มเติม
[แก้]- มวลชีวภาพ
- กระแสอนุรักษ์
- การทำลายป่า
- ป่า
- ธรณีวิทยา
- ภาวะโลกร้อน
- การใช้ที่ดิน
- วนศาสตร์เกษตร
- สภาพที่จะอยู่อาศัยได้ของดาวเคราะห์
- พื้นที่คุ้มครอง
- พื้นที่ป่าดงพงไพร (การจัดการประเภทพื้นที่คุ้มครอง)
- ดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ – ศัพท์ที่ใช้ในกฎหมายระหว่างประเทศสำหรับดินแดนที่ไม่เคยตกอยู่ในอำนาจอธิปไตยของรัฐใด
เชิงอรรถและอ้างอิง
[แก้]- ↑ "Glossary". National Weather Service. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 March 2023. สืบค้นเมื่อ 28 December 2019.
- ↑ "What is a Wilderness Area". WILD Foundation. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 December 2012. สืบค้นเมื่อ 2009-02-20.
- 1 2 Allan, James R.; Venter, Oscar; Watson, James E. M. (2017-12-12). "Temporally inter-comparable maps of terrestrial wilderness and the Last of the Wild". Scientific Data (ภาษาอังกฤษ). 4 (1): 170187. Bibcode:2017NatSD...470187A. doi:10.1038/sdata.2017.187. ISSN 2052-4463. PMC 5726312. PMID 29231923.
- ↑ Watson, James E.M.; Shanahan, Danielle F.; Di Marco, Moreno; Allan, James; Laurance, William F.; Sanderson, Eric W.; Mackey, Brendan; Venter, Oscar (November 2016). "Catastrophic Declines in Wilderness Areas Undermine Global Environment Targets". Current Biology. 26 (21): 2929–2934. Bibcode:2016CBio...26.2929W. doi:10.1016/j.cub.2016.08.049. PMID 27618267.
- ↑ Jones, Kendall R.; Klein, Carissa J.; Halpern, Benjamin S.; Venter, Oscar; Grantham, Hedley; Kuempel, Caitlin D.; Shumway, Nicole; Friedlander, Alan M.; Possingham, Hugh P.; Watson, James E. M. (August 2018). "The Location and Protection Status of Earth's Diminishing Marine Wilderness". Current Biology. 28 (15): 2506–2512.e3. Bibcode:2018CBio...28E2506J. doi:10.1016/j.cub.2018.06.010. hdl:10072/417008. PMID 30057308.
- ↑ Botkin, Daniel B. No Man's Garden. pp. 155–157.
- ↑ Watson, James E. M.; Shanahan, Danielle F.; Di Marco, Moreno; Allan, James; Laurance, William F.; Sanderson, Eric W.; Mackey, Brendan; Venter, Oscar (2016-11-07). "Catastrophic Declines in Wilderness Areas Undermine Global Environment Targets". Current Biology (ภาษาอังกฤษ). 26 (21): 2929–2934. Bibcode:2016CBio...26.2929W. doi:10.1016/j.cub.2016.08.049. ISSN 0960-9822. PMID 27618267.
- ↑ Venter, Oscar; Sanderson, Eric W.; Magrach, Ainhoa; Allan, James R.; Beher, Jutta; Jones, Kendall R.; Possingham, Hugh P.; Laurance, William F.; Wood, Peter; Fekete, Balázs M.; Levy, Marc A. (2016-08-23). "Sixteen years of change in the global terrestrial human footprint and implications for biodiversity conservation". Nature Communications (ภาษาอังกฤษ). 7 (1): 12558. Bibcode:2016NatCo...712558V. doi:10.1038/ncomms12558. ISSN 2041-1723. PMC 4996975. PMID 27552116.
- ↑ Conservation International (2002) Global Analysis Finds Nearly Half The Earth Is Still Wilderness. Retrieved on 6 Nov 2017.
- ↑ Chape, S., S. Blyth, L. Fish, P. Fox and M. Spalding (compilers) (2003). 2003 United Nations List of Protected Areas. IUCN, Gland, Switzerland and Cambridge, UK and UNEP-WCMC, Cambridge, UK. PDF เก็บถาวร 1 กรกฎาคม 2004 ที่ Library of Congress Web Archives
- ↑ Wildlife Conservation Society. 2005. State of the Wild 2006: A Global Portrait of Wildlife, Wildlands and Oceans. Washington, D.C. Island Press. pp. 16 &17.
- ↑ Simon Romero (14 January 2012). "Once Hidden by Forest, Carvings in Land Attest to Amazon's Lost World". The New York Times.
- ↑ Martti Pärssinen; Denise Schaan & Alceu Ranzi (2009). "Pre-Columbian geometric earthworks in the upper Purús: a complex society in western Amazonia". Antiquity. 83 (322): 1084–1095. doi:10.1017/S0003598X00099373. S2CID 55741813.
- ↑ "Unnatural Histories – Amazon". BBC Four.
- ↑ University of Manitoba Taiga Biological Station. 2004. Frequently answered questions. Retrieved: 2006-07-04.
- ↑ Rainforest Foundation US. 2006. Commonly asked questions. เก็บถาวร 1 ตุลาคม 2006 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Retrieved: 2006-07-04.
อ่านเพิ่มเติม
[แก้]
- Bryson, B. (1998). A Walk in the Woods. ISBN 0-7679-0251-3
- Casson, S. et al. (Ed.s). (2016). Wilderness Protected Areas: Management Guidelines for IUCN Category 1b (wilderness) Protected Areas ISBN 978-2-8317-1817-0
- Gutkind, L (Ed). (2002). On Nature: Great Writers on the Great Outdoors. ISBN 1-58542-173-1
- Kammer, Sean. "Coming to terms with wilderness: The Wilderness Act and the problem of wildlife restoration." Environmental Law (2013): 83-124. online
- Kirchhoff, Thomas/ Vicenzotti, Vera 2014: A historical and systematic survey of European perceptions of wilderness. Environmental Values 23 (4): 443–464.
- Nash, Roderick Frazier [1967] 2014: Wilderness and the American Mind. Fifth Edition. New Haven & London, Yale University Press / Yale Nota Bene.
- Oelschlaeger, Max 1991: The Idea of Wilderness. From Prehistory to the Age of Ecology. New Haven & London, Yale University Press.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- The Wilderness Society
- Wilderness Information Network
- Wilderness Articles, Survival Techniques, Edible Plants เก็บถาวร 23 ตุลาคม 2020 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- Aldo Leopold Wilderness Research Institute
- Wilderness Task Force/World Commission on Protect Areas[usurped]
- Campaign for America's Wilderness
- The WILD Foundation"American Wilderness Philosophy". Internet Encyclopedia of Philosophy.
การนิยาม
[แก้]- Detailed maps of United States wilderness designations
- What is Wilderness? – Definition and discussion of wilderness as a human construction
- Wilderness and the American Mind – by Roderick Nash
- The Trouble with Wilderness; or, Getting Back to the Wrong Nature by William Cronon.