พระรัตนธัชมุนี (จู อิสฺสรญาโณ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระรัตนธัชมุนี
(จู อิสฺสรญาโณ)
190px
เกิด 19 มกราคม พ.ศ. 2415
มรณภาพ พ.ศ. 2505
อายุ 90 ปี
อุปสมบท พ.ศ. 2436
วัด วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด ธรรมยุติกนิกาย
วุฒิการศึกษา เปรียญธรรม 7 ประโยค
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
เจ้าคณะจังหวัดสงขลา

พระรัตนธัชมุนี นามเดิม จู ฉายา อิสฺสรญาโณ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เจ้าอาวาสรูปที่ 9 ของวัดมัชฌิมาวาส (จังหวัดสงขลา)[1] และอดีตเจ้าคณะจังหวัดสงขลา

ประวัติ[แก้]

พระรัตนธัชมุนี มีนามเดิมว่า จู เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2415 ภูมิลำเนาอยู่ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา เรียนหนังสือกับบิดาจนมีอายุได้ 11 ปี จึงเรียนภาษาบาลีกับพระอาจารย์ตุ้ย วัดท้ายยอ พระปาน และพระอธิการรอด[2] อายุ 15 ปี ท่านบวชเป็นสามเณรอยู่ 1 ปี จึงลาสิกขาไปเรียนวิชาแพทย์และพาณิชกับครอบครัว และช่วยครอบครัวทำธุรกิจ จนถึง พ.ศ. 2436 ท่านได้อุปสมบทที่วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา โดยมีพระภัทรธรรมธาดา (แจ้ง ภทฺทิโย) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยธรรมธร (หนู) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พ.ศ. 2441 ได้เข้ามาถวายตัวเป็นศิษย์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เข้าศึกษาที่มหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร อยู่ 3 ปี เข้าสอบได้เปรียญเอก (เทียบเท่าเปรียญธรรม 3 ประโยค) แต่นั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ก็ทรงฝึกสอนเอง ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรมในสนามหลวง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นเปรียญธรรม 4 ประโยค เมื่อ พ.ศ. 2444 และเข้าสอบได้อีกปีละประโยค จนได้เปรียญธรรม 5 ประโยคในปี ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445)[3] ได้เปรียญธรรม 6 ประโยคในปี พ.ศ. 2446[4] ต่อมาถึงปี ร.ศ. 124 (พ.ศ. 2448) เข้าแปลพระปริยัติธรรมอีกครั้งได้เป็นเปรียญธรรม 7 ประโยค[5]

ต่อมาท่านทุพพลภาพและอาพาธด้วยโรคเส้นประสาทพิการ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาสและเจ้าคณะจังหวัดสงขาตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2472[6] แล้วกลับมาจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร

สมณศักดิ์[แก้]

  • 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 ตั้งเป็นพระราชาคณะที่ พระอโนมคุณมุนี มีนิตยภัตเดือนละ 5 ตำลึง ได้รับพัดแฉกพื้นกำมะหยี่ปักทองแล่งหน้าราหูใหญ่เป็นเครื่องยศ[7]
  • 24 กันยายน พ.ศ. 2464 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเมธี ศรีประสาธน์สุตาคม อุดมมติปกร ยติคณิศร บวรสังฆาราม คามวาาสี[8]
  • 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธี ศรีวิบุลยนายก ตรีปิฎกธาดา มหาคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี[9]
  • 4 ธันวาคม พ.ศ. 2491 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระรัตนธัชมุนี ชินสีห์ธรรมสาธก ตรีปิฎกคุณาลังการ เถรธรรมสมาจาร วินัยสุนทร ยติคณิศรบวรสังฆาราม คามวาสี[10]

มรณภาพ[แก้]

พระรัตนธัชมุนี มรณภาพเมื่อ พ.ศ. 2505 สิริอายุได้ 90 ปี สำนักอยู่ ณ กุฏิลออ หลิมเซ่งพ่าย ข้างพระวิหารพระศาสดา วัดบวรนิเวศวิหาร[2]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. ประวัติพระอารามหลวง เล่ม ๒, หน้า 589
  2. 2.0 2.1 "พระเถระวัดบวรนิเวศวิหาร: พระรัตนธัชมุนี (จู อิสฺสรญาโณ)". วัดบวรนิเวศวิหาร. http://www.watbowon.com/Monk/oldmonks/index6.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 1 เมษายน 2559. 
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกสังฆการี เรื่อง พระสงฆ์สามเณรที่สอบไล่พระปริยัติธรรมได้, เล่ม 20, ตอน 4, 26 เมษายน ร.ศ. 122, หน้า 50
  4. ราชกิจจานุเบกษา, บัญชีพระสงฆ์สามเณร ที่แปลพระปริยัติธรรมได้ใน ศก๑๒๒, เล่ม 21, ตอน 4, 24 เมษายน ร.ศ. 123, หน้า 40
  5. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกกรมสังฆการี [เรื่อง ประชุมสอบไล่พระสงฆ์สามเณรแปลพระปริยัติธรรม ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และรายนาม], เล่ม 23, ตอน 3, 15 เมษายน ร.ศ. 125, หน้า 57
  6. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกกรมธรรมการ เรื่อง พระราชาคณะเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดขอลาออกจากตำแหน่ง, เล่ม 46, ตอน 0 ง, 28 เมษายน 2472, หน้า 282
  7. ราชกิจจานุเบกษา, การตั้งพระราชาคณะและพระครู, เล่ม 25, ตอนที่ 15, 12 กรกฎาคม ร.ศ. 127, หน้า 454
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ, เล่ม 38, ตอนที่ 0 ง, 2 ตุลาคม 2464, หน้า 1,833
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 42, ตอนที่ 0 ก, 15 พฤศจิกายน 2468, หน้า 209-210
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 65, ตอนที่ 71, 7 ธันวาคม 2491, หน้า 3,963
บรรณานุกรม
  • กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. ประวัติพระอารามหลวง เล่ม ๒. กรุงเทพฯ : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2548. 622 หน้า. หน้า 313-314.