ปาทริส เดอ มัก มาอง
ปาทริส เดอ มัก มาอง | |
|---|---|
Patrice de Mac Mahon | |
ภาพอย่างเป็นทางการ | |
| ประธานาธิบดีฝรั่งเศส | |
| ดำรงตำแหน่ง 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1873 – 30 มกราคม ค.ศ. 1879 (ข้อผิดพลาด: แม่แบบ:อายุปีและวัน รองรับเฉพาะปีพุทธศักราช หากใช้ปีคริสต์ศักราช กรุณาใช้ แม่แบบ:Age in years and days) | |
| นายกรัฐมนตรี | อัลแบร์ตแห่งบรอฌิลี แอร์เนสต์ กูร์โตต์ เดอ ซิสเซย์ หลุยส์ บุฟเฟต์ ฌูลส์ ดูโฟร์ ฌูลส์ ซิมง กาเอตอง เดอ รอชบูแอต์ |
| ก่อนหน้า | อาดอลฟ์ ตีแยร์ |
| ถัดไป | ฌูล เกรวี |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 13 มิถุนายน ค.ศ. 1808 จังหวัดโซเนลัวร์ จักรวรรดิฝรั่งเศส |
| เสียชีวิต | 17 ตุลาคม ค.ศ. 1893 (85 ปี) จังหวัดลัวแร สาธารณรัฐฝรั่งเศส |
| คู่สมรส | เอลีซาแบ็ต เดอ ลา ครัว เดอ กัสทร์ |
| บุตร | 5 คน |
| การศึกษา | Special Military School of Saint-Cyr |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| รับใช้ | |
| สังกัด | กองทัพบก |
| ประจำการ | 1827–1873 |
| ยศ | จอมพลแห่งฝรั่งเศส |
| ผ่านศึก | การพิชิตแอลจีเรีย (1827–1857) สงครามไครเมีย (1853–1856) |
ปาทริส เดอ มัก มาอง (ฝรั่งเศส: Patrice de Mac Mahon) เป็นนักการทหารและนักการเมืองชาวฝรั่งเศส ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสระหว่าง ค.ศ. 1875–1879
มัก มาอง เป็นทหารผ่านศึกในหลายสงครามทั้งในแอลจีเรียและในไครเมีย เขาเคยนำทัพฝรั่งเศสในสงครามต่อต้านเยอรมนีใน ค.ศ. 1870 เขาติดกับดักและได้รับบาดเจ็บในยุทธการที่เซอด็องในเดือนกันยายน ค.ศ. 1870 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาวางแผนกลยุทธ์ที่ไม่เด็ดขาดและไม่ชัดเจน ส่งผลให้กองทัพฝรั่งเศสที่นำโดยมัก มาอง และจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ยอมจำนนต่อกองทัพปรัสเซียของจอมพลม็อลท์เคอ จักรพรรดินโปเลียนจำต้องสละราชสมบัติและลี้ภัย ส่งผลให้ระบอบจักรพรรดิล่มสลาย ฝรั่งเศสกลายเป็นสาธารณรัฐอีกครั้ง
ภายหลังระบอบสาธารณรัฐมีความเรียบร้อย มัก มาอง ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพแวร์ซายซึ่งมีส่วนปราบการก่อกำเริบของคอมมูนปารีสในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1871 และเริ่มเข้าสู่การเมือง มัก มาอง เป็นชาวคริสต์คาทอลิกหัวโบราณที่เคร่งศาสนา ทั้งเป็นนักอนุรักษนิยมที่เกลียดชังลัทธิสังคมนิยม ตลอดจนไม่ไว้วางใจการปกครองในระบอบสาธารณรัฐฆราวาส อย่างไรก็ตาม มัก มาอง กลับปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นคงในฐานะผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ และปฏิเสธคำเชิญชวนของกลุ่มนิยมเจ้าให้ก่อรัฐประหาร แต่ตัวเขาก็ไม่ได้ญาติดีกับนักการเมืองหัวสาธารณรัฐนิยม