ปลาซีลาแคนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปลาซีลาแคนท์
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ดีโวเนียน-ครีเตเชียส (แต่สูญพันธุ์)
Latimeria chalumnae
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Sarcopterygii
ชั้นย่อย: Actinistia
Infraclass: Coelacanthimorpha
อันดับ: Coelacanthiformes
Berg, 1937
วงศ์

ดูในบทความ

ซีลาแคนท์ (อังกฤษ: Coelacanth, เสียงอ่านภาษาอังกฤษ: /ˈsiːləkænθ/ ดัดแปลงมาจากคำละตินสมัยใหม่ Cœlacanthus เมื่อ cœl-us + acanth-us จากภาษากรีกโบราณ κοῖλ-ος [โพรง] + ἄκανθ-α [กระดูกสันหลัง]) เป็นชื่อสามัญของปลาออร์เดอร์หนึ่งที่รวมถึงสายพันธุ์ของปลาในปัจจุบันที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักในปัจจุบันพวก gnathostomata นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าปลาซีลาแคนท์มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับปลาปอดและเตตราพอดที่เคยเชื่อกันว่าสูญพันธุ์ไปเมื่อครั้งสิ้นสุดยุคครีเทเชียส จนกระทั่งมีการพบปลา แลติเมอเรีย ครั้งแรกที่นอกชายฝั่งด้านตะวันออกของแอฟริกาใต้เลยแม่น้ำชาลัมนาออกมาในปี ค.ศ. 1938 และปลาเหล่านั้นจึงเป็นพวกลาซูรัส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 เป็นต้นมา ปลาซีลาแคนท์ Latimeria chalumnae ก็มีการถูกค้นพบในคอโมโรส เคนยา แทนซาเนีย โมซัมบิก มาดากัสการ์ และในอุทยานป่าชุ่มน้ำซิแมงกาลิโส กวาซูลู-นาทัล ในแอฟริกาใต้ สายพันธุ์ที่สอง Latimeria menadoensis พบที่เกาะซูลาเวซี อินโดนีเซีย ในปี ค.ศ. 1999[1][2] ทำให้ทราบว่าปลาซีลาแคนท์ไม่มีปอดและมีโครงสร้างที่ไม่เกี่ยวข้องกับเตตราพอดแต่อย่างใด ปลาซีลาแคนท์ไม่มีคุณค่าทางการค้าอย่างแท้จริงนอกเสียจากจะแปรสภาพเป็นวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และการเก็บสะสมส่วนตัว ในแง่ของการเป็นอาหารแล้ว ปลาซีลาแคนท์เกือบไม่มีค่าเอาเสียเลยด้วยเนื้อเยื่อของมันมีน้ำมันไหลซึมออกมาแม้ว่าจะตายไปแล้วก็ตาม และเนื้อของมันทั้งเหนียวและมีกลิ่นเหม็นด้วย[3]

ประวัติธรรมชาติ[แก้]

ปลาซีลาแคนท์พบเป็นฟอสซิลครั้งแรกในยุคดีโวเนียนตอนกลาง[4] ปลาซีลาแคนท์ดึกดำบรรพ์อาศัยอยู่ในน้ำในช่วงปลายของมหายุคพาลีโอโซอิกและมีโซโซอิก

ซีลาแคนท์เป็นปลาที่มีครีบมีลักษณะเป็นพลูอยู่ที่ทรวงอกและก้นอยู่บนแท่งก้านเนื้อเยื่อที่รองรับโดยกระดูกและมีครีบหางที่แตกออกแยกเป็น 3 พลู โดยที่พลูตรงกลางจะรวมถึงชุดของโนโตคอร์ด ปลาซีลาแคนท์มีเกล็ดที่บางกว่าเกล็ดของปลาพวกคอสมอยด์จริง ๆ ปลาซีลาแคนท์มีอวัยวะพิเศษสำหรับตอบรับทางไฟฟ้าที่เรียกกันว่าอวัยวะคล้ายตะขออยู่ทางด้านหน้าของกะโหลกที่อาจจะใช้ช่วยในการตรวจจับเหยื่อ อวัยวะเล็ก ๆ นี้อาจช่วยรักษาสมดุลของตัวปลาได้ด้วย การค้นหาตำแหน่งด้วยคลื่นเสียงสะท้อนก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในวิถีทางการเคลื่อนที่ของตัวปลา

ซากดึกดำบรรพ์[แก้]

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการค้นพบรู้จักปลาซีลาแคนท์ที่มีชีวิตอยู่เพียง 2 ชนิดเท่านั้น แต่พบว่าครั้งหนึ่งพวกมันกลับเคยประสบความสำเร็จด้วยการพบเป็นฟอสซิลที่หลากหลายสกุลและหลากหลายชนิดจากยุคดีโวเนียนจนถึงสิ้นสุดยุคครีเทเชียสซึ่งเป็นจุดช่วงเวลาที่พวกมันต้องเผชิญกับความยากลำบากจนเกือบต้องสูญพันธุ์ไปทั้งหมด มักจะมีความเข้าใจกันว่าปลาซีลาแคนท์แทบจะไม่มีลักษณะที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆตลอดช่วงระยะเวลาหลายล้านปีมานี้ แต่ที่แท้จริงแล้วชนิดที่มีชีวิตทั้งสองชนิดหรือแม้แต่สกุลก็ตามไม่เคยพบในรูปของฟอสซิลเลย อย่างไรก็ตามสายพันธุ์ฟอสซิลบางชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอสซิลยุคครีเทเชียสสกุล มาโครโปมา ที่มีลักษณะใกล้ชิดกันกับสกุลมีชีวิตในปัจจุบันมาก[ต้องการอ้างอิง] เหตุผลในเรื่องนี้เป็นไปได้ว่าพวกที่สูญพันธุ์ไปนั้นเป็นพวกที่อาศัยอยู่ในน้ำตื้น ขณะที่สายพันธุ์ฟอสซิลชนิดที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกพบว่าเป็นการยากที่จะถูกยกตัวขึ้นมาให้นักบรรพชีวินวิทยาให้สามารถค้นพบเพื่อทำการศึกษาได้ ทำให้พวกที่เป็นปลาน้ำลึกไม่พบบันทึกเป็นฟอสซิลให้เห็น สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ภายใต้การสำรวจและศึกษาต่อไปโดยนักวิทยาศาสตร์

อนุกรมวิธาน[แก้]

ตัวอย่างปลาซีลาแคนท์ที่ถูกเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงลอนดอน
ในสัตว์มีกระดูกสันหลังสายพันธุ์ใหม่ในช่วงตอนปลายของยุคดิโวเนียน ลูกหลานของปลายที่มีครีบเป็นพลูอย่าง Eusthenopteron แสดงถึงการปรับตัวเป็นลำดับ:
  • Panderichthys เหมาะกับโคลนตื้นๆ;
  • Tiktaalik มีระยางค์คล้ายครีบที่สามารถนำมันขึ้นมาบนบกได้;
  • Early tetrapods อยู่ในหนองน้ำที่เต็มไปด้วยวัชพืช อย่างเช่น:
ผู้สืบทอดยังรวมถึงพวกปลาที่มีครีบเป็นพลูด้วยอย่างเช่นพวกปลาซีลาแคนท์

บางทีชั้นย่อย Coelacanthimorpha (Actinistia) ก็ถูกจัดให้เป็นกลุ่มของปลา Sarcopterygian ด้วยที่รวมถึง Coelacanthiformes ด้านล่างนี้เป็นการจำแนกวงศ์และสกุลของปลาซีลาแคนท์[5]

ชั้น Sarcopterygii
ชั้นย่อย Coelacanthimorpha

ปลาซีลาแคนท์ในวัฒนธรรมของความนิยมชมชอบ[แก้]

ตัวอย่างปลา ลาติเมอเรีย ชาลัมนี จากพิพิธภัณฑ์สัตวศาสตร์ โคเปนเฮเก้น

การตีพิมพ์เผยแพร่อย่างกว้างขวางของปลาซีลาแคนท์ในฐานะ “ฟอสซิลมีชีวิต” พบได้ในดนตรี วิดีโอเกมส์ นิยาย และโทรทัศน์

  • ในนิยายเรื่องออร์ริกซ์ และเครกของมาร์กาเร็ต แอตวูด ปลาซีลาแคนท์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สำหรับสมาคมวิทยาศาสตร์ใต้ดิน ใน Dirk Gently's Holistic Detective Agency ศาสตราจารย์โครโนติส ยอมรับว่าเป็นสาเหตุให้นกโดโดสูญพันธุ์เนื่องจากความพยายามที่จะรักษาปลาซีลาแคนท์เอาไว้ ใน Father Muerte and the Rain ของลี แบตเตอร์บี ปลาซีลาแคนท์ตกลงมาจากท้องฟ้าเมื่อผีเสื้อดึกดำบรรพ์ถูกขโมยไปจากบ้านของมัน การอ้างอิงถึงปลาซีลาแคนท์ ลาติเมอเรีย ชาลัมนี ก็ถูกอ้างถึงอีกในนิยายของแอนน์ แลนด์แมน
  • ในนิยายเรื่อง “69” ของริอุ มูรากามิ วงดนตรีของเคนถูกตั้งชื่อว่า “ซีลาแคนท์”
  • ในซาโยนาระ คุณครูผู้สิ้นหวัง โนโซมุรำพึงรำพันว่าทำไมหนอทุกสิ่งทุกอย่างช่างไม่เหมือนกับสิ่งดั้งเดิมเลยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คะฟุกะอธิบายว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็ย่อมมีการวิวัฒนาการเสมอ แต่ทันใดนั้นอะบิรุได้โต้แย้งเธอด้วยการกล่าวว่าเมื่อปลาซีลาแคนท์ถูกค้นพบครั้งแล้วครั้งเล่ามันก็ยังคงมีรูปแบบเหมือน ๆ เดิมและก็ไม่ต้องไปหาชนิดใหม่ ๆ ที่ไหนหรอกซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามันไม่มีการวิวัฒนาการอีกเลยหลังจากที่เข้าใจกันว่ามันได้สูญพันธุ์ไปแล้ว
  • คำว่าซีลาแคนท์ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในวัตถุต่างๆและใช้ตั้งชื่อเล่น อย่างชื่อ "Les Coelecantes" (หมายถึง Coelacanths) เป็นชื่อที่ใช้เรียกกันเล่นๆของทีมฟุตบอลประจำชาติคอโมโรส และซีลาแคนท์ยังถูกตีพิมพ์บนดวงตราไปรษณียากรณ์[10] บนเหรียญ[11] บนบัตรโทรศัพท์[12] และบนขวดเบียร์ bottles.[13]
  • ในหนังสือภาพเรื่อง “ช่างตัดเสื้อน้อยผู้กล้าหาญ” โดยแอนเดรจ ดูกิ้น และโอลก้า ดูกิน่า มีรูปแสดงภาพของปลาซีลาแคนท์ในเกราะหุ้ม[14]
  • ในฉากหนึ่งของหนังสือเรื่อง “ตินตินสหายรักของแคลคูลัส ตินตินและกัปตันแฮดดอกค์ได้หยุดรถที่เขาเชื่อว่าเพื่อนของเขา “ศาสตราจารย์แคลคูลัส” อยู่ในรถคันนั้นด้วย ผู้โดยสารรถคนหนึ่งได้เปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาเพื่อแสดงว่าแคลคูลัสไม่ได้อยู่ในนั้น แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วไหนล่ะ ซีลาแคนท์ของคุณ” ซึ่งเป็นการออกเสียงชื่อแคลคูลัสที่ผิดเพี้ยน

อ้างอิง[แก้]

  1. Reference for divergence dated on mitochondrial genome
  2. Erdmann, Mark V. (April 1999). "An Account of the First Living Coelacanth known to Scientists from Indonesian Waters". Environmental Biology of Fishes (Springer Netherlands). Volume 54 (#4): 439–443. doi:10.1023/A:1007584227315. 0378-1909 (Print) 1573-5133 (Online). สืบค้นเมื่อ 2007-05-18. 
  3. Piper, Ross (2007), Extraordinary Animals: An Encyclopedia of Curious and Unusual Animals, Greenwood Press.
  4. ฟอสซิลกรามปลาซีลาแคนท์พบในชั้นหินอายุ 410 ล้านปีมาแล้ว ถูกค้นพบใกล้ ๆ กับบูจันในวิกตอเรียกิปป์แลนด์ทางตะวันออกของออสเตรเลีย ซึ่งจนถึงปัจจุบันถือว่าเป็นปลาซีลาแคนท์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด ได้รับการตั้งชื่อว่า Eoactinistia foreyi ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2006 [1]
  5. Nelson, Joseph S. (2006). Fishes of the World. John Wiley & Sons, Inc. ISBN 0-471-25031-7
  6. "Nintendocanth"
  7. "Relicanth". Retrieved on 2007-1-13.
  8. Cyber Coelacanth. Retrieved on 2007-1-13].
  9. Haller, Jacob, Interröbang Cartel MP3s, สืบค้นเมื่อ 2008-09-10 
  10. from LoveCollecting.com Webstore Entry.Retrieved on 2009-April 26.
  11. "Coincanth". Retrieved on 2007-1-13.
  12. "Phonecanth". 2007-1-13.
  13. "Beercanth". Retrieved on 2007-1-13.
  14. Illustrators-Online.net - Olga Dugina | Andrej Dugin