นักบุญเจอโรมเขียนหนังสือ (คาราวัจโจ-วาเล็ตตา)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ นักบุญเจอโรม
งานจิตรกรรมโดยคาราวัจโจ
นักบุญเจอโรมเขียนหนังสือ
CaravaggioJeromeValletta.jpg

จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ
ค.ศ. 1607 - ค.ศ. 1608
มหาวิหารเซนต์จอห์น, วาเล็ตตา

นักบุญเจอโรมเขียนหนังสือ[1] หรือ นักบุญเจอโรมแปลพระคัมภีร์ (อังกฤษ: Saint Jerome Writing (Valletta)) เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยคาราวัจโจ[2] จิตรกรสมัยบาโรกคนสำคัญชาวอิตาลีที่ปัจจุบันตั้งอยู่ภายในโอราทอรีภายในมหาวิหารร่วมเซนต์จอห์น, วาเล็ตตาในประเทศอิตาลี

ภาพ “นักบุญเจอโรมเขียนหนังสือ” เขียนราวระหว่างปี ค.ศ. 1607 ถึงปี ค.ศ. 1608 เป็นภาพที่เปรียบเทียบได้กับภาพในหัวข้อเดียวกันที่เขียนก่อนหน้านั้น “นักบุญเจอโรมเขียนหนังสือ (หอศิลป์บอร์เกเซ, โรม)

คาราวัจโจมาถึงมอลตาเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1607 หลังจากที่ใช้เวลาอยู่ในเนเปิลส์อยู่สองสามเดือนภายใต้การคุ้มครองของตระกูลโคลลอนนาผู้มีอิทธิพลหลังจากที่ไปฆ่าคนระหว่างการมีปากมีเสียงกันที่โรมในปีก่อนหน้านั้น ขณะที่พำนักอยู่ที่เนเปิลส์คาราวัจโจก็ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ตนเองและมีอิทธิพลมากจนมีกลุ่มผู้ติดตามวิธีเขียนที่เรียกตนเองว่า “กลุ่มคาราวัจโจ” (Caravaggisti) ในบรรดาจิตรกรในเมืองนั้น กล่าวง่ายๆ คือคาราวัจโจมีผู้พิทักษ์, มีความสำเร็จในงานอาชีพ และเป็นที่นับถือในหมู่จิตรกร ฉะนั้นจึงเป็นที่น่ากังขาถึงสาเหตุที่ออกจากเนเปิลส์ไปยังเกาะที่เป็นที่ตั้งของนักบวชที่มีชื่อเสียงในทางการทหารมากกว่าจะเป็นนักบวช (ปีเตอร์ รอบบ์ เปรียบเทียบนักบวชบนเกาะมอลตาว่าเป็น “กองทหารต่างด้าวของฝรั่งเศส” (French Foreign Legion)) เหตุผลที่สรุปกับโดยนักเขียนชีวประวัติหลายคนเมื่อไม่นานมานี้รวมทั้งปีเตอร์ รอบบ์ และเฮเล็น แลงดอนกล่าวว่า ในปี ค.ศ. 1607 คาราวัจโจยังเป็นผู้นอกกฎหมายและถูกล่าตัวโดยครอบครัวผู้ที่ถูกฆ่า เนเปิลส์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรมเท่าใดนักก็ไม่น่าจะปลอดภัยจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้อุปถัมภ์และผู้พิทักษ์ - ตระกูลโคลลอนนา, จุสตินีอานิ, นายธนาคารออตตาวิโอ คอสตา- ต่างก็มีความสัมพันธ์สนิทกับลัทธิอัศวินแห่งมอลตา และนอกจากนั้นการเดินทางไปพึ่งอัศวินแห่งมอลตาก็อาจจะเป็นเพราะนอกจากจะช่วยพิทักษ์ความปลอดภัยแล้วก็ยังอาจจะมีอิทธิพลพอที่จะขออภัยโทษจากพระสันตะปาปาให้แก่คาราวัจโจได้เพื่อจะได้เดินทางกลับไปโรม และแกรนด์มาสเตอร์ของลัทธิอัศวินแห่งมอลตา อลอฟ เด วิญาคอร์ท (Alof de Wignacourt) เองผู้พยายามสร้างเสริมบารมีของลัทธิก็คงจะตื่นเต้นในโอกาสที่จะได้มีศิลปินผู้มีชื่อเสียงจากโรมและเนเปิลส์มาเป็น “จิตรกรประจำสำนัก” ฉะนั้นคาราวัจโจจึงเดินทางไปมอลตา

ตราอาร์มทางล่างขวาของภาพเขียนเป็นของอิพโพลิโต มาลัสพินา (Ippolito Malaspina) นักบวชของลัทธิอัศวินแห่งเซนต์จอห์น (ลัทธิอัศวินแห่งมอลตา) ในเนเปิลส์ มาลัสพินาเป็นญาติทางการสมรสกับออตตาวิโอ คอสตาผู้เป็นผู้อุปถัมภ์ของคาราวัจโจ มาลัสพินาเป็นเพื่อนของพี่น้องจุสตินีอานิผู้เป็นผู้อุปถัมภ์ของคาราวัจโจอีกคนหนึ่งและลูกพี่ลูกน้องของ จิโอวานนิ อันเดรีย ดอเรีย เจ้าชายแห่งเจนัวผู้สองปีก่อนหน้านั้นให้ความคุ้มครองคาราวัจโจหลังจากการต่อสู้ก่อนหน้าที่จะเกิดการฆาตกรรมในโรม อาจจะเป็นไปได้ว่าอิพโพลิโต มาลัสพินาเป็นแบบสำหรับนักบุญเจอโรมในภาพ

หัวข้อการเขียนออกจะแปลกเพราะไม่ใช่หัวข้อที่เป็นการทหารสำหรับผู้ที่ “raison d'etre” ที่จุดประสงค์ของชีวิตคือการต่อสู้กับฝ่ายตุรกี - นักบุญเจอโรมเป็นที่สักการะนับถือในฐานะผู้แปลพระคัมภีร์ไบเบิลซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่กำลังทำอยู่ในภาพ มาลัสพินาไม่แต่จะเป็นนายทหารผู้มีความสามารถแต่ยังเป็นผู้มีหน้าที่ในการดูแลผู้ยากจน, เด็กกำพร้า และแม่หม้าย ฉะนั้นภาพเขียนจึงอาจจะเป็นการเน้นความสามารถทั้งสองด้านและเป็นการส่งเสริมความศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิไปด้วยในตัว

อิพโพลิโต มาลัสพินามาถึงมอลตาในตอนปลายของการล้อมเมืองในปี ค.ศ. 1565 พอดีที่จะได้เห็นการสังหารอันโหดร้ายทารุณครั้งสุดท้ายของกองทัพออตโตมัน มาลัสพินาเป็นญาติกับเวสพาซิอานัส มาลัสพินาผู้พลีชีพในการต่อสู้กับทหารออตโตมันที่ป้อมเซนต์เอลโม ความตายของเวสพาซิอานัสเป็นภาพทางด้านขวาของหน้าต่างเหนือชาเปลที่อุทิศให้ตระกูลลังจูเอภายในมหาวิหารร่วมเซนต์จอห์นที่วาเล็ตตา ก่อนหน้าที่จะเดินทางไปมอลตาอิพโพลิโตเป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือของพระสันตะปาปา

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]