ข้ามไปเนื้อหา

แสงเรืองรอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ตะวันยอแสง)
แสงเรืองรองที่ประกอบด้วยส่วนสว่างและแสงสีม่วงด้านบน แทรกด้วยแถบแสงรูปพัด

ในอุตุนิยมวิทยา แสงเรืองรอง หรือ ตะวันยอแสง (อังกฤษ: Afterglow) เป็นปรากฏการณ์ทางแสง (optical phenomenon) โดยทั่วไปหมายถึงส่วนโค้งกว้างของแสงอาทิตย์สีขาวนวลหรือชมพูนวลในท้องฟ้าสนธยาหลังดวงอาทิตย์ตก ซึ่งประกอบด้วย แสงสีม่วง และส่วนสว่าง โดยเป็นผลรวมของปรากฏการณ์ทางแสงในชั้นบรรยากาศหลายอย่าง[1][2] แสงสีม่วงส่วนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ต่ำกว่าขอบฟ้า 2–6° ระหว่างช่วงรัฐสนธยา (ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ตกถึงปลายรัฐสนธยา) ขณะที่ส่วนสว่างคงอยู่จนสิ้นสุดนาวิกสนธยา[3][4] ในทำนองเดียวกัน แสงก่อนอาทิตย์ขึ้น (อังกฤษ: Foreglow) คือส่วนโค้งกว้างของแสงอาทิตย์สีขาวนวลหรือชมพูนวลในท้องฟ้าสนธยาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ซึ่งประกอบด้วย แสงสีม่วง และส่วนสว่าง เช่นเดียวกัน

ตะวันยอแสงมักพบเห็นได้หลังการปะทุของภูเขาไฟ[5] ซึ่งอาจเรียกแสงสีม่วงนี้ว่า แสงม่วงภูเขาไฟ[6] โดยเฉพาะกรณีการปะทุ เกิดการกระเจิงของแสงโดยละอองธุลีละเอียด เช่น ฝุ่นที่แขวนลอยอยู่ในบรรยากาศโลก[6] ตะวันยอแสงอาจหมายถึงแสงสีทองแดงสว่างของดวงอาทิตย์ตกหรือดวงอาทิตย์ขึ้นที่สะท้อนบนท้องฟ้าในแสงสีเหนือยอดเขา (คล้ายกับปรากฏการณ์เข็มขัดของวีนัส)[7] โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายซึ่งการสะท้อนแสงม่วงปรากฏ[2][1]

ระหว่างช่วงแสงสีทอง (ก่อนดวงอาทิตย์ตกหรือหลังดวงอาทิตย์ขึ้น) แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกอย่างเข้มข้นในพลังงานต่ำและสเปกตรัมสีแดงความถี่ต่ำ และในช่วงรัฐสนธยา (หลังดวงอาทิตย์ตกหรือก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น) แสงสีแดงสามารถมองเห็นได้จากการกระเจิงผ่านอนุภาคในอากาศ การกระเจิงกลับที่อาจเกิดขึ้นหลังการสะท้อนกับเมฆหรือทุ่งหิมะสูงบนบริเวณภูเขา นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดแสงสีอมแดงหรืออมชมพูได้ อีกทั้งการกระเจิงออกในแนวกว้างของสเปกตรัมของแสงที่มีพลังงานสูงและความถี่สูงในย่านสีน้ำเงิน ทำให้เกิดแสงสีน้ำเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงนาวิกสนธยา ก่อนหรือหลังแสงสีแดงของรัฐสนธยา โดยเมื่อนำมารวมกันกับแสงสีแดงจะทำให้เกิดแสงสีม่วง[5] ช่วงเวลาที่แสงสีน้ำเงินเด่นชัดนี้เรียกว่าช่วงแสงสีน้ำเงิน และเช่นเดียวกับช่วงแสงสีทอง มักเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ช่างภาพและจิตรกร

ประวัติ

[แก้]

หลังจากการปะทุของภูเขาไฟกรากะตัว พ.ศ. 2426 ได้เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตกสีแดงที่น่าทึ่งขึ้นทั่วโลก เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กจำนวนมหาศาลถูกพ่นขึ้นไปในชั้นบรรยากาศระดับสูงจากการระเบิดของภูเขาไฟ และกระจายไปทั่วโลกด้วยกระแสลมชั้นบรรยากาศระดับสูง ผลงานจิตรกรรม เดอะสครีม ของเอ็ดวัด มุงค์ อาจสะท้อนภาพแสงหลังอาทิตย์ตก ในช่วงเวลานี้

แกลเลอรี่

[แก้]

ดูเพิ่มเติม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "afterglow". AMS Glossary. American Meteorological Society. 2015-10-05. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-10-05. สืบค้นเมื่อ 2022-08-14.
  2. 1 2 "Full text of 'Weather Glossary'". Internet Archive. The Formula. 2022-01-14. สืบค้นเมื่อ 2022-08-14.
  3. "purple light". AMS Glossary. American Meteorological Society. สืบค้นเมื่อ 2022-08-14.
  4. "bright segment". AMS Glossary. American Meteorological Society. สืบค้นเมื่อ 2022-08-14.
  5. 1 2 Corfidi, Stephen F. "The Colors of Twilight and Sunset". NOAA/NWS Storm Prediction Center. สืบค้นเมื่อ 2022-08-14.
  6. 1 2 Lee, Raymond L.; Hernández-Andrés, Javier (2003-01-20). "Measuring and modeling twilight's purple light". Applied Optics. The Optical Society. 42 (3): 445–457. Bibcode:2003ApOpt..42..445L. doi:10.1364/ao.42.000445. ISSN 0003-6935. PMID 12570266.
  7. Powell, Jonathan (2018). "Atmospheric Factors and Features". The Patrick Moore Practical Astronomy Series. Cham: Springer International Publishing. pp. 105–130. doi:10.1007/978-3-319-97701-0_8. ISBN 978-3319977003. ISSN 1431-9756.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]