งูเห่าอินเดีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งูเห่าอินเดีย
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Reptilia
อันดับ: Squamata
อันดับย่อย: Serpentes
วงศ์: Elapidae
สกุล: Naja
สปีชีส์: N. naja
ชื่อทวินาม
Naja naja
(Linnaeus, 1758)[1]
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง[1][2]

งูเห่าอินเดีย หรือ งูเห่าเอเชีย หรือ งูเห่าแว่น (อังกฤษ: Indian cobra, Asian cobra, Spectacled cobra; ชื่อวิทยาศาสตร์: Naja naja) เป็นงูพิษชนิดหนึ่ง จำพวกงูเห่า ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)

งูเห่าอินเดีย ถือว่าเป็นงูเห่าที่มีสายพันธุกรรมใกล้ชิดกับงูเห่าไทย (N. kaouthia) และงูเห่าพ่นพิษสยาม (N. siamensis) ซึ่งเดิม (หรือในบางข้อมูลจัดเป็นชนิดย่อยของกันและกัน) เคยเป็นชนิดเดียวกันมาก่อน [3]

งูเห่าอินเดีย พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในอนุทวีปอินเดียเช่น อินเดีย, ศรีลังกา, บังกลาเทศ, ปากีสถาน และเนปาล มักอาศัยอยู่ตามพื้นที่ราบ, ป่าโปร่ง หรือท้องทุ่ง, ทุ่งนา กินอาหารจำพวกสัตว์ที่มีขนาดเล็ก ได้แก่ หนู, คางคก, กบ, นก เป็นต้น งูเห่าอินเดียจะออกไข่ในช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม โดยงูตัวเมียมักจะวางไข่ในรูหนู, จอมปลวก หรือเนินดิน เป็นจำนวน 10 ถึง 30 ฟอง มีระยะเวลาฟักไข่ 48 ถึง 69 วัน ปกติงูเห่าอินเดียมีความยาวประมาณ 1.9 เมตร แต่บางตัวก็ยาวมากถึง 2.4 เมตร แต่ค่อนข้างหายาก นอกจากนี้แล้วยังสามารถพบได้ในพื้นที่ ๆ สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร (ประมาณ 6,600 ฟุต)[4][5]

ลายหลังแม่เบี้ยที่ดูเหมือนแว่นตาของงูเห่าอินเดีย ที่ตามความเชื่อของศาสนาฮินดูว่าเป็นรอยเท้าของพระกฤษณะ
หมองูเป่าปี่เรียกงูออกจากตะกร้า

ลักษณะพิเศษของงูเห่าอินเดีย คือ บริเวณด้านหลังของแม่เบี้ยมีรูปวงกลมสองวงที่เชื่อมต่อกันด้วยเส้นโค้งคล้ายรูปแว่นตา ชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นรูปรอยเท้าของพระกฤษณะที่ทรงฟ้อนรำอยู่บนหัวของงูตามปกรณัมการปราบนาคกาลิยะ[6]

งูเห่าอินเดีย แม้จะไม่ใช่งูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก แต่พิษของงูเห่าอินเดียก็อาจทำให้เป็นอัมพาต หรืออาจนำไปสู่ทางเดินหายใจล้มเหลวหรือหัวใจวายได้ และจากการศึกษาพบว่า ในแต่ละปีมีประชากรโลกราว 2,000,000 คน ถูกพิษร้ายจากงูเห่าอินเดีย และในจำนวนนี้ประมาณ 50,000 คน ที่ต้องเสียชีวิตจากพิษของงูเห่าอินเดีย จนถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสี่งูพิษที่ร้ายแรงที่สุดที่พบได้ในประเทศอินเดีย และถือเป็นอันดับหนึ่งของงูที่กัดมนุษย์มากที่สุดในอินเดียด้วย[5]

แม้ว่าจะมีอันตราย แต่ทว่าในวัฒนธรรมอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก งูเห่าอินเดียได้รับการนับถือและมีความเชื่อต่าง ๆ มากมาย นอกจากรูปรอยบนแม่เบี้ย ที่เชื่อว่าเป็นรอยประทับของพระกฤษณะแล้ว ยังเชื่อว่าเป็นงูที่พันรอบพระศอของพระศิวะ หนึ่งในเทพเจ้าสูงสุด หรือตรีมูรติอีกด้วย จนมีงานเทศกาลบูชางู ที่เรียกว่า "นาคาปัญจามี" (เทวนาครี: नाग पंचमी) เป็นเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงวันขึ้นห้าค่ำ ในเดือนศราวัน หรือราวเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมตามปฏิทินฮินดู โดยรัฐที่มีเทศกาลนี้ขึ้นชื่อ ได้แก่ รัฐเบงกอล, รัฐมหาราษฏระ ทางภาคใต้และภาคตะวันตกของอินเดีย[7][8]

นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นงูเห่าที่มีการละเล่นโดยหมองู โดยจะเป่าปี่หลอกล่องูให้เลื้อยออกมาจากตะกร้าหรือภาชนะที่ใส่อีกด้วย หรือจัดการต่อสู้กับพังพอน[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Naja naja". Encyclopedia of Life. สืบค้นเมื่อ 2014-03-22. 
  2. Uetz, P. "Naja naja". The Reptile Database. สืบค้นเมื่อ 28 March 2014. 
  3. Wallach, V.; Wüster, W.; Broadley DG. (2009). "In praise of subgenera: taxonomic status of cobras of the genus Naja Laurenti (Serpentes: Elapidae)". Zootaxa 2236: 26–36. สืบค้นเมื่อ 29 March 2014. 
  4. Asiatic Naja. Biology.bangor.ac.uk (2001-10-09). Retrieved on 2013-01-03.
  5. 5.0 5.1 Whitaker, Romulus; Captain, Ashok (2004). Snakes of India: The Field Guide. Chennai, India: Draco Books. ISBN 81-901873-0-9.
  6. Reptiles of Pakistan. Wildlifeofpakistan.com. Retrieved on 2013-01-03.
  7. Sharma, Usha (1 January 2008). Festivals In Indian Society (2 Vols. Set). Mittal Publications. ISBN 978-81-8324-113-7. 
  8. Jagannathan, Maithily (1 January 2005). South Indian Hindu Festivals and Traditions. Abhinav Publications. ISBN 978-81-7017-415-8. 
  9. Prevention of Cruelty to Animals Act 1960. indialawinfo.com

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]