กลุ่มรัฐกะเรนนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กลุ่มรัฐกะเรนนี

ประมาณพุทธศควรรษที่ 22–พ.ศ. 2502
แผนที่ของกลุ่มรัฐกะเรนนีเมื่อ พ.ศ. 2460
เมืองหลวง ไม่ระบุ
ภาษา ภาษากะยา
รัฐบาล ราชวงศ์
ประวัติศาสตร์
 -  รัฐแบบจารีตที่เป็นเอกราชของชาวกะเรนนี ประมาณพุทธศควรรษที่ 22
 -  การสละตำแหน่งของเจ้าฟ้า พ.ศ. 2502
พื้นที่
 -  1901 8,106 ตร.กม. (3,130 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  1901 ประมาณการ 45,795 
     ความหนาแน่น 5.6 คน/ตร.กม.  (14.6 คน/ตารางไมล์)
เจ้าฟ้ากะเรนนีที่เดลฮี ดูร์บาร์ เมื่อ พ.ศ. 2446 เจ้าฟ้าของบ่อลาแก กันตรวดี และเจโบจียืนอยู่แถวหลัง
เขตการปกครองในกลุ่มรัฐฉานและกลุ่มรัฐกะเรนนีที่ถูกผนวกเข้ากับประเทศไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกว่า สหรัฐไทยเดิม

กลุ่มรัฐกะเรนนี (Karenni States) เป็นชื่อเรียกกลุ่มรัฐของชาวกะเรนนี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของรัฐกะยา ประเทศพม่า ดินแดนนี้อยู่ทางใต้ของสหพันธรัฐฉานและทางตะวันออกของพม่าของอังกฤษ รัฐบาลของบริติชอินเดียและพระเจ้ามินดงแห่งราชวงศ์อลองพญา ได้ลงนามในสนธิสัญญารับรองเอกราชของกลุ่มรัฐกะเรนนีใน พ.ศ. 2418 ดินแดนนี้ไม่เคยถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของพม่าของอังกฤษ เมื่อพม่าได้รับเอกราช กลุ่มรัฐกะเรนนีกลายเป็นรัฐกะยา[1]แต่ตั้งแต่ 29 เมษายน พ.ศ. 2502 ทั้งรัฐฉานและรัฐกะยาถูกปกครองโดยรัฐบาลพม่าโดยตรง[2]

ประวัติศาสตร์[แก้]

ไม่มีข้อมูลทางประวะติศาสตร์ที่ชัดเจนของกลุ่มรัฐกะเรนนีก่อนพุทธศตวรรษที่ 24 จากหลักฐานยุคต้นของกลุ่มรัฐเหล่านี้ปรากฏเพียงว่ากลุ่มรัฐเหล่านี้ปกครองโดยเจ้าฟ้าและอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าฟ้าไทใหญ่

การปกครองของอังกฤษในพม่า[แก้]

ใน พ.ศ. 2407 เจ้าฟ้ากะเรนนีได้ร้องขอให้อังกฤษเข้ามาอารักขา แต่อังกฤษไม่ได้แสดงความสนใจ หลังจากเจ้าฟ้าพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2412 โอรสทั้งสององค์หวั่นเกรงการรุกรานของพม่าจึงร้องขอการคุ้มครองจากอังกฤษ แต่อังกฤษปฏิเสธ เมื่อพม่าต้องการรวมเขตของกะเรนนีเข้ามาในการปกครอง อังกฤษได้รับรองความเป็นเอกราชของรัฐทั้งสี่ ซึ่งต่อมา รัฐกะเรนนี 4 รัฐคือบ่อลาแก นามเมกอน นองปาเล และเจโบจี ถือเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษตั้งแต่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2418 ส่วนกันตรวดีถือว่าเป็นเอกราชแต่ไม่อยู่ภายใต้การอารักขาของอังกฤษ[3]

กลุ่มรัฐกะเรนนีมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของพม่าของอังกฤษใน พ.ศ. 2435 เมื่อผู้ปกครองของกลุ่มรัฐเหล่านี้ยอมรับข้าหลวงจากรัฐบาลอังกฤษ ต่อมา ในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2465 กลุ่มรัฐกะเรนนีและรัฐฉานได้รวมกันเป็นสหพันธรัฐฉาน[4]ภายใต้การดูแลข้าหลวงอังกฤษซึ่งดูแลกลุ่มรัฐว้าด้วย

ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐเชียงตุงถูกรุกรานโดยกองทัพพายัพของไทย[5] ต่อมา สนธิสัญญาระหว่างจักรวรรดิญี่ปุ่นกับจอมพล ป. พิบูลสงครามของไทยในเดือนธันวาคม ปีเดียวกันนั้น ได้ยกดินแดนเชียงตุงและเมืองพานรวมทั้งกะเรนนีตะวันออก การผนวกเกิดขึ้นเมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2486[6] ไทยได้คืนดินแดนที่ผนวกนี้ใน พ.ศ. 2488 และยกเลิกการอ้างสิทธิเหนือเชียงตุงอย่างเด็ดขาดในพ.ศ. 2489 เพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ และถอนตัวจากการต้องเป็นผู้แพ้สงครามเพราะเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ[7]

หลังจากพม่าได้รับเอกราช[แก้]

รัฐธรรมนูญของสหภาพพม่า พ.ศ. 2490 ได้ให้กลุ่มรัฐกะเรนนีรวมเข้ากับสหภาพพม่าในฐานะรัฐเดียวคือรัฐกะเรนนีและสามารถแยกตัวออกมาได้หลังจากรวมกันแล้ว 10 ปี ใน พ.ศ. 2495 ดินแดนเมืองไปที่เคยอยู่ในรัฐฉานได้ถูกนำมารวมกับรัฐกะเรนนีและเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐกะยา

รัฐ[แก้]

รัฐในกลุ่มรัฐกะเรนนีมี 5 รัฐ โดยแบ่งเป็นสองบริเวณคือ

  • กะเรนนีตะวันตก อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน ประกอบด้วย 4 รัฐคือ บ่อลาแก นามเมกอน นองปาเล และเจโบจี
  • กันตรวดี อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน บางครั้งเรียกกะเรนนีตะวันออก เคยถูกผนวกรวมกับสหรัฐไทยเดิมของไทยระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

อ้างอิง[แก้]

  1. Map of Shan States c.1910
  2. Shan and Karenni States of Burma
  3. Imperial Gazetteer of India, v. 15, p. 36.
  4. "Myanmar Divisions". Statoids. สืบค้นเมื่อ 2009-04-10. 
  5. Thailand and the Second World War ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (archived ตุลาคม 27, 2009).
  6. Shan and Karenni States of Burma
  7. David Porter Chandler & David Joel Steinberg eds. In Search of Southeast Asia: A Modern History. p. 388

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 18°30′N 98°00′E / 18.500°N 98.000°E / 18.500; 98.000