กันตรวดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กันตรวดี
(กะเรนนีตะวันออก)

ประมาณพุทธศตวรรษที่ 22–พ.ศ. 2502
แผนที่ของกลุ่มรัฐกะเรนนี พ.ศ. 2460
เมืองหลวง ไม่ระบุ
ภาษา ภาษากะยา
รัฐบาล ราชวงศ์
ประวัติศาสตร์
 -  เอกราช ประมาณพุทธศตวรรษที่ 22
 -  การสละตำแหน่งของเจ้าฟ้า พ.ศ. 2502
พื้นที่
 -  1931 6,475 ตร.กม. (2,500 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  1931 ประมาณการ 30,677 
     ความหนาแน่น 4.7 คน/ตร.กม.  (12.3 คน/ตารางไมล์)
เจ้าฟ้ากะเรนนีที่เดลฮี ดูร์บาร์ เมื่อ พ.ศ. 2446 เจ้าฟ้าของบ่อลาแก กันตรวดี และเจโบจียืนอยู่แถวหลัง
เขตการปกครองในกลุ่มรัฐฉานและกลุ่มรัฐกะเรนนีที่ถูกผนวกเข้ากับประเทศไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกว่า สหรัฐไทยเดิม

กันตรวดี (Kantarawadi หรือ Gantarawadi[1]) เป็นรัฐหนึ่งในกลุ่มรัฐกะเรนนี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในรัฐกะยา ประเทศพม่า บางครั้งเรียกว่ากะเรนนีตะวันออกเพราะตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน[2]

ประวัติศาสตร์[แก้]

กลุ่รัฐกะเรนนีในอดีตเป็นดินแดนอิสระที่ปกครองด้วยเจ้าฟ้า และถูกควบคุมโดยเจ้าฟ้าไทใหญ่ ในราวพุทธศตวรรษที่ 24 มีรัฐที่เป็นเอกราชโดยสมบูรณ์ 5 รัฐ ต่อมา ใน พ.ศ. 2407 เจ้าฟ้ากะเรนนีได้ร้องขอให้อังกฤษเข้ามาอารักขา แต่อังกฤษไม่ได้แสดงความสนใจ หลังจากเจ้าฟ้าพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2412 โอรสทั้งสององค์หวั่นเกรงการรุกรานของพม่าจึงร้องขอการคุ้มครองจากอังกฤษ แต่อังกฤษปฏิเสธ เมื่อพม่าต้องการรวมเขตของกะเรนนีเข้ามาในการปกครอง อังกฤษได้รับรองความเป็นเอกราชของรัฐทั้งสี่ ซึ่งต่อมา รัฐกะเรนนี 4 รัฐคือบ่อลาแก นามเมกอน นองปาเล และเจโบจี ถือเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษตั้งแต่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2418 ส่วนกันตรวดีถือว่าเป็นเอกราชแต่ไม่อยู่ภายใต้การอารักขาของอังกฤษ กันตรวดีเริ่มส่งบรรณาการให้อังกฤษในสมัยเจ้าฟ้าลอปอเมื่อ พ.ศ. 2431 ต่อมาเจ้าฟ้าลาวีที่ครองเมืองต่อมาได้ยอมจ่ายบรรณาการ 5,000 รูปีให้แก่อังกฤษเพื่อประกันตำแหน่งเจ้าฟ้าของตน[1]

ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐเชียงตุงถูกรุกรานโดยกองทัพพายัพของไทย[3] ต่อมา สนธิสัญญาระหว่างจักรวรรดิญี่ปุ่นกับจอมพล ป. พิบูลสงครามของไทยในเดือนธันวาคม ปีเดียวกันนั้น ได้ยกดินแดนรัฐกันตรวดีซึ่งอยู่ระหว่างชายแดนไทยกับแม่น้ำสาละวินให้เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐไทยเดิม ซึ่งมีดินแดนเชียงตุงและเมืองพาน การผนวกเกิดขึ้นเมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2486[4] ไทยได้คืนดินแดนที่ผนวกนี้ใน พ.ศ. 2488 และยกเลิกการอ้างสิทธิเหนือดินแดนนี้ในพ.ศ. 2489 เพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ และถอนตัวจากการต้องเป็นผู้แพ้สงครามเพราะเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Imperial Gazetteer of India, v. 15, p. 36.
  2. Khu Oo Reh (October 2006). "Highlights in Karenni History to 1948". สืบค้นเมื่อ 19 December 2010.
  3. Thailand and the Second World War ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (archived ตุลาคม 27, 2009).
  4. Shan and Karenni States of Burma
  5. David Porter Chandler & David Joel Steinberg eds. In Search of Southeast Asia: A Modern History. p. 388