โตโยต้า คราวน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โตโยต้า คราวน์ หรือ Toyota Crown เป็นรถรุ่นหนึ่งของโตโยต้า ซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ (Full-size car) ซึ่งมีคู่แข่งที่สำคัญคือ ฮอนด้า เลเจนด์ , นิสสัน กลอเรีย , นิสสัน เซดริค , นิสสัน ซิมา และนิสสัน ฟูกา

โตโยต้า คราวน์ เริ่มผลิตครั้งแรกเป็นรถซีดานใน ค.ศ. 1955 และผลิตเรื่อยมาจนปัจจุบัน รวมวิวัฒนาการรถได้ 13 เจเนอเรชัน ซึ่งทุกเจเนอเรชัน คราวน์จะมีตัวถังแบบซีดาน (รถเก๋ง) แต่ตัวถังแบบอื่นก็มีบ้าง แต่เป็นที่รู้จักค่อนข้างน้อย จนในปัจจุบัน ตัวถังแบบอื่นของคราวน์ที่ไม่ใช่แบบซีดานถูกระงับการผลิตไปทั้งหมดแล้ว

เนื้อหา

[แก้] Generation ที่ 1 (ค.ศ. 1955-1962)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 1

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า โมเดล RS กับโมเดล S30 เริ่มการผลิตครั้งแรกใน ค.ศ. 1955 โดยในช่วงแรก เครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1.5 ลิตร แต่ต่อมาก็มีเครื่องยนต์รุ่นพิเศษ ขนาด 1.9 ลิตร แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังใช้เครื่องขนาด 1.5 ลิตร เป็นมาตรฐานไปจนจนยุคของโฉมใน ค.ศ. 1962

[แก้] Generation ที่ 2 (ค.ศ. 1962-1967)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 2

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า โมเดล S40 เริ่มผลิตครั้งแรกใน ค.ศ. 1962 โดยในช่วงแรกจะเป็นเครื่องยนต์มาตรฐาน 4 สูบ แต่ตั้งแต่ ค.ศ. 1965 ก็เริ่มมีการผลิตเครื่องยนต์คราวน์รุ่น M ซึ่งมี 6 สูบ แต่ในโฉมนี้ คราวน์เริ่มมีการผลิตรถแบบ Wagon ซึ่งก็จะผลิตคู่กับคราวน์แบบซีดานต่อไป

โฉมนี้ คราวน์มีความกว้าง ยาว และความดึงดูดใจลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะใน ค.ศ. 1964 ก็เริ่มมีการผลิตรุ่น Crown Eight ใช้พลังจากเครื่องยนต์ V8 2.6 ลิตร

[แก้] Generation ที่ 3 (ค.ศ. 1967-1971)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 3

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า S50 โดยโฉมนี้เป็นโฉมที่คราวน์เริ่มมีการผลิตตัวถังแบบ Pick-up (ซึ่งมีใช้กับโฉมที่ 3 เพียงโฉมเดียว) กับ Hardtop Coupe 2 ประตู ซึ่งเป็นโฉมที่คราวน์เปลี่ยนไปไม่มากนักจากโฉมก่อน แต่เพิ่มรายละเอียดเข้าไปในรถบ้าง ซึ่งรถที่คราวน์ผลิตส่งออก จะใช้รถรุ่น 2M ขนาด 2.3 ลิตร

[แก้] Generation ที่ 4 (ค.ศ. 1971-1974)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 4

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า S60 กับ S70 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1971 เริ่มมีการผลิตรถทริมแบบ Super Saloon ซึ่งเป็นโฉมสุดท้ายของคราวน์ ที่มีขายในสหรัฐอเมริกา แต่ก็เป็นโฉมแรกที่คราวน์ ผลิตในยี่ห้อรถชื่อ "โตโยต้า" เพราะก่อนหน้านี้ โตโยต้าไม่ได้ใช้ชื่อนี้ แต่ใช้ชื่อยี่ห้อผลิตภัณฑ์รถว่า "โตโยเพ็ท" (Toyopet) (กล่าวอีกอย่างว่า โฉม 1-3 มีชื่อว่า โตโยเพ็ท คราวน์ พอถึงโฉมที่ 4 เป็นต้นมา จึงจะมีชื่อว่า โตโยต้า คราวน์) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ไฟหน้าจะเป็นวงกลม 2 ดวงต่อข้าง ยกเว้นรถ Hardtop ที่ขายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น จะมีไฟหน้าเป็นสี่เหลี่ยม

[แก้] Generation ที่ 5 (ค.ศ. 1974-1979)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 5

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า S80 กับ S100 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1974 และเริ่มส่งออกต่างประเทศใน ค.ศ. 1975 โฉมนี้ เริ่มมีการผลิตรถตัวถังแบบ Hardtop 4 ประตู มีการผลิตรถรุ่นทริมแบบ Royal Saloon ขึ้น โฉมนี้มีทริม 4 ระดับ คือ Standard , Deluxe , Super Saloon และ Royal Saloon

เครื่องยนต์ มีแบบเบนซิน 2.0 กับ 2.6 ลิตร และดีเซล 2.2 ลิตร

[แก้] Generation ที่ 6 (ค.ศ. 1979-1983)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 6

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า S110 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1979 เป็นโฉมสุดท้ายของคราวน์ที่มีการผลิตตัวถังแบบ Hardtop Coupe 2 ประตู , โฉมนี้มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 ขนาด คือ 2.0 , 2.6 และ 2.8 ลิตร และเป็นโฉมแรกที่มีรถรุ่น "Crown Turbo" แต่ในโฉมนี้ คราวน์ เทอร์โบ มีขายเฉพาะในญี่ปุ่น

โฉมนี้ รถแบบ Royal Saloon ที่ขายในประเทศญี่ปุ่น กับรถรุ่นแรกๆ ของโฉม จะมีไฟหน้าเป็นสี่เหลี่ยม ส่วนรุ่นอื่นๆ จะมีไฟหน้าเป็นดวงกลม

[แก้] Generation ที่ 7 (ค.ศ. 1983-1987)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 7

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า S120 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1983 มีเครื่องยนต์ที่หลากหลาย เครื่องเบนซินก็จะมี 1G-E 2.0 ลิตร , M-E 2.0 ลิตร SOHC (SOHC = Single Overhead Cam) , M-TE 2.0 ลิตร SOHC , 1G-GE 2.0 ลิตร DOHC (DOHC = Double Overhead Cam) ไปจนถึง 5M-GE 2.8 ลิตร DOHC ส่วนเครื่องดีเซล ก็มี 2L 2.4 ลิตร SOHC กับ 2L-TE 2.4 ลิตร SOHC และในโฉมนี้ ยังมีการเปิดตัวทริมใหม่ คือ Royal Saloon G มาเป็นรุ่นท็อป แทนทริม Royal Saloon

[แก้] Generation ที่ 8 (ค.ศ. 1987-1991)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 8

โฉมนี้ ใช้รหัสโมเดลว่า S130 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1987 ในรถยนต์รุ่นท็อป (Royal Saloon G) จะใช้เครื่อง 1UZ-FE 4.0 ลิตร (เครื่องแบบเดียวกับรถรุ่น Lexus LS400 ส่วนรองๆ ลงมาก็จะมีเครื่องแบบ 7M-GE 3.0 ลิตร DOHC , 1G-GZE 2.0 ลิตร DOHC , 1G-E 2.0 ลิตร DOHC และเครื่องดีเซล อีกคือ 2L-THE 2.4 ลิตร SOHC Turbo Diesel Hi Power , 2L-TE 2.4 ลิตร SOHC Turbo Diesel และ 2L 2.4 ลิตร SOHC

[แก้] Generation ที่ 9 (ค.ศ. 1991-1995)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 9

โฉมนี้ ใช้รหัส S130 Facelift กับ S140 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1991 และในโฉมนี้ คราวน์เริ่มมีการผลิตรถรุ่น Majesta คล้ายคลึงควบคู่กับทริมแบบ Royal Saloon G

เครื่องยนต์เบนซินมี 3 ขนาด คือ 2.0 , 2.5 และ 3.0 ลิตร ส่วนดีเซล จะมี 2.4 ลิตร

ส่วนรุ่นท็อป Royal Saloon G จะเป็นเครื่องขนาด 4.0 ลิตร

[แก้] Generation ที่ 10 (ค.ศ. 1995-1999)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 10

โฉมนี้ ใช้รหัส S150 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1995 เป็นโฉมสุดท้ายที่มีการผลิตแบบ Hardtop 4 ประตู และนอกจากนี้ ยังมีการเริ่มผลิตรถคราวน์ในสไตล์สปอร์ตในชื่อทริม Royal Touring และ Royal Extra ซึ่ง Royal Saloon กับ Royal Extra จะมีเครื่องแบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้เป็นตัวเลือกคู่กับแบบขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไป

เครื่องยนต์มี 4 ขนาด คือ 2.0 , 2.5 และ 3.0 ลิตร ในแบบ 6-Cylinder กับเครื่อง 4.0 ลิตร แบบ V8 เป็นการเริ่มยุคแรกของระบบ VVT-i

[แก้] Generation ที่ 11 (ค.ศ. 1999-2003)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 11

โฉมนี้ ใช้รหัส S170 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 1999 โฉมนี้ สเกิร์ตหน้าจะหดสั้นลง และพื้นที่ในห้องโดยสารและสเกริ์ตหลังที่ใช้บรรจุของจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้น และมีการเปิดตัวทริมใหม่ คือ Athlete ซึ่ง Athlete จะเป็นรถสไตล์ Wagon

ขนาดเครื่องยนต์ มีดังเดิม คือ 2.0 , 2.5 , 3.0 และ 4.0 ลิตร

[แก้] Generation ที่ 12 (ค.ศ. 2003-2008)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 12

โฉมนี้ ใช้รหัส S180 เริ่มผลิตใน ค.ศ. 2003 มีคอนเซปต์การผลิตว่า Zero Crown มีเครื่อง 4 ขนาด คือ 2.5 , 3.0 , 3.5 และ 4.3 ลิตร และเป็นโฉมสุดท้ายที่คราวน์ผลิตรถแบบ Wagon

[แก้] Generation ที่ 13 (ค.ศ. 2008-ปัจจุบัน)

โตโยต้า คราวน์ โฉมที่ 13

โฉมนี้ ใช้รหัส S200 เริ่มผลิตเมื่อไม่นานมานี้ใน ค.ศ. 2008 และถูกนำมาจัดแสดงในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ ซึ่งคราวน์โฉมนี้ มีตัวถังแบบเดียวคือแบบซีดาน

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น