โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Toyota Crown Majesta S180.jpg
โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา
ผู้ผลิต: โตโยต้า
ปี: ค.ศ. 1991 - ปัจจุบัน
ประเภท: รถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่ (Full-size Luxury Car)
ลักษณะ: ซีดาน 4 ประตู
เครื่องยนต์: 3.0-6.7 ลิตร I6, V8, V12
รุ่นก่อนหน้า: -
รุ่นต่อไป: ยังไม่มี
รุ่นที่ใกล้เคียง: เอาดี้ เอ8
เล็กซัส แอลเอส
อินฟินิที คิว45
บีเอ็มดับเบิลยู 7 ซีรีส์
ลินคอล์น คอนติเนนทัล
ลินคอล์น ทาวน์ คาร์
จากัวร์ เอ็กซ์เจ
มาเซราตี ควอตโตรปอร์เต
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส
นิสสัน ซิมา

โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา (Toyota Crown Majesta) เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่ (Full-size Luxury Car) และเป็นรถธง (รถรุ่นที่ได้ชื่อว่าดีที่สุด มีชื่อเสียงเกียรติยศมากที่สุด) ของโตโยต้า

เดิมทีนั้น คราวน์ มาเจสตา เป็นส่วนหนึ่งของโตโยต้า คราวน์ โดยเป็นรถเกรดสูงที่สุดของคราวน์ คือ Toyota Crown Saloon G ต่อมา โตโยต้าจึงได้แยก Saloon G ออกมาเป็นรถรุ่นใหม่ของโตโยต้า คือ โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา โดยใช้ชื่อที่ใกล้เคียงกับของเดิม เพื่อให้รู้ว่า "แตกหน่อ" ออกมาจากคราวน์ แต่คราวน์ มาเจสตา มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากคราวน์อย่าง(เกือบจะ)สิ้นเชิง ในการตกแต่งภายในของรถ แต่รูปลักษณ์ภายนอกของรถนั้นดูคล้ายคลึงกัน

ปัจจุบัน คราวน์ มาเจสตา ได้รับการพัฒนาความหรูหราและความล้ำยุคเข้าไปเต็มพิกัด จนสามารถเปรียบเทียบได้กับ บีเอ็มดับเบิลยู 7 ซีรีส์, เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส และรถระดับมหาเจ้าสัวอื่นๆ อีกหลายรุ่น และเป็นรุ่นที่มีราคาสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโตโยต้า รองจาก โตโยต้า เซนจูรี ซึ่งเป็นรถหรูระดับประมุขแห่งรัฐ

รุ่นที่ 1 (S140, ค.ศ. 1991 - 1995)[แก้]

โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 1
ลักษณะการแสดงผลแบบ HUD

รุ่นแรก หลังจากแยกตัวออกมา คราวน์ มาเจสตา มีตัวถังที่กว้างกว่า และสูงกว่า มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ 2JZ-GE 3,000ซีซี 6สูบ 229แรงม้า กับเครื่อง 1UZ-FE 4,000ซีซี 8สูบ 260แรงม้า ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 แบบ ถึงจะเป็นเครื่องยนต์เมื่อ 24 ปีก่อน (ในปี พ.ศ.2558) กลับทำงานได้อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ

คราวน์ มาเจสตา มีอุปกรณ์ภายในที่ก้าวล้ำนำสมัยอย่างมากเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ จุดเด่นของความล้ำสมัยของคราวน์ มาเจสตารุ่นแรก คือ การติดตั้งระบบ GPS และการรายงานความเร็วเปลี่ยนจากหน้าปัทม์เป็นระบบ Head-up display (ไม่มีหน้าปัทม์ แต่ข้อมูลต่างๆ จะปรากฏบนกระจกใสที่ตั้งอยู่ระหว่างกระจกหน้ากับผู้ขับขี่ ผู้ขับขี่จึงเห็นตัวเลขข้อมูลได้พร้อมๆ กับการมองถนน ซึ่งเป็นระบบรายงานผลแบบเดียวกับที่ติดตั้งในเครื่องบินรบ)

ในสหรัฐอเมริกา คราวน์ มาเจสตาเกรดมาตรฐานมีราคาเริ่มต้นที่ 32,100 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.7 ล้านบาท ในปัจจุบัน ซึ่งถ้านำเข้าประเทศไทยก็จะต้องเพิ่มราคาจากภาษีนำเข้ารถยนต์ที่สูงมากในประเทศไทยอีก 300% ของราคารถคันนั้น) และเกรดสูงสุด(ตัวท็อป) มีราคา 51,000 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.6 ล้านบาทในปัจจุบัน)

รุ่นที่ 2 (S150, ค.ศ. 1995 - 1999)[แก้]

โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 2

รุ่นที่ 2 โตโยต้าพยายามลดราคาคราวน์ มาเจสตา ลงมาบ้าง เพราะจากราคาที่แพง ทำให้ยอดขายไม่ดีนัก แต่อุปกรณ์ออปชันต่างๆ ยังอยู่ครบ ส่วนเครื่องยนต์ยังมีให้เลือก 2 รุ่นตามเดิม แต่รุ่น 1UZ-FE 4000 ซีซี มีแรงม้าเพิ่มขึ้นจาก 260 เป็น 265 แรงม้า

ค.ศ. 1997 มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในครั้งนี้ คราวน์ มาเจสตา ได้เปลี่ยนไปใช้ไฟหน้าแบบ HID (มีหลักการทำงานแบบใช้แก๊ส คล้ายหลอดฟลูออเรสเซนต์ ใช้พลังงานน้อยกว่า แต่สว่างไกลกว่า มากกว่า และไม่แยงตาผู้ที่ขับรถสวนทางมา) เปลี่ยนไปใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด (แบบที่รุ่นอื่นๆ ของโตโยต้ายังไม่มีจนถึงปัจจุบัน) ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้น และเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์หัวฉีด VVT-i (แบบเดียวกับที่ใช้ใน โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส (Altis) ในอีก 4 ปีถัดมา)

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ไฟท้ายแบบแนวตั้งและกระโปรงหลังของคราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 2 มีรูปทรงคล้ายกับ คาดิลแลค เดอวิลล์ (Cadillac DeVille) ในช่วงเดียวกันมาก

รุ่นที่ 3 (S170, ค.ศ. 1999 - 2004)[แก้]

โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 3

รุ่นที่ 3 มีการออกแบบใหม่โดยคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่เด่นๆ เอาไว้ คือ ไฟท้ายที่เรียงตัวแนวตั้ง และอื่นๆ นอกจากนี้ หลายบริษัท ได้ซื้อคราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 3 ไปเป็นรถลีมูซีนสำหรับเช่า และหลายบริษัท ได้เลือกซื้อคราวน์ มาเจสตา ไปเป็นรถประจำตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ทำให้คราวน์รุ่นนี้ ประสบความสำเร็จมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ที่ญี่ปุ่นในช่วงนั้น มีขายรถยีห้อระดับพรีเมียมในเครือโตโยต้าอีกรุ่นหนึ่ง คือ เล็กซัส แอลเอส (Lexus LS) ซึ่งเป็นรถเกรดใกล้เคียงกับคราวน์ มาเจสตา เมื่อมีรถเกรดใกล้เคียง ในเครือบริษัทเดียวกัน รูปทรงคล้ายกัน มาขายในตลาดเดียวกัน แอลเอสกับคราวน์ มาเจสตา ก็ขัดขากันเอง (ยอดขายรถแทนที่จะรวมกันอยู่ในรุ่นเดียว ก็ต้องแบ่งกันไปคนละครึ่ง จำนวนที่ขายได้ในแต่ละรุ่นจึงไม่ดีเท่าที่ควร)

รุ่นที่ 4 (S180, ค.ศ. 2004 - 2009)[แก้]

โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 4

รุ่นที่ 4 ออบแบบใหม่ทั้งคัน แม้แต่ไฟท้ายก็เปลี่ยนเป็นแนวเฉียง และนอกจากนี้ ในค.ศ. 2006 โตโยต้าได้สั่งให้นำเล็กซัส แอลเอส ไปเน้นการทำตลาดที่อเมริกา แล้วยกเลิกการผลิตเล็กซัส แอลเอส ในญี่ปุ่นลงทั้งหมด (ทั้งๆ ที่มีเสียงคัดค้านจากหลายวงการ แต่โตโยต้าก็จำเป็นต้องทำ) จึงไม่มีการขัดขากันเองอีกต่อไป

คราวน์ มาเจสตารุ่นนี้ มีการติดตั้งกล้องส่องด้านหลังสำหรับการถอยจอด เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์แบบ 3UZ-FE 4,300ซีซี 8สูบ 345แรงม้า และเปลี่ยนไปใช้เกียร์แบบอัตโนมัติ 6 สปีด ส่วนราคาก็ประมาณ 69,400 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 70,000 - 80,000 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน)

รุ่นที่ 5 (S200, ค.ศ. 2009 - 2014)[แก้]

โตโยต้า คราวน์ รุ่นที่ 5

รุ่นนี้ มีรูปทรงรถคล้ายกับ โตโยต้า คัมรี่ มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ 3UZ-FE 4300ซีซี 8สูบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กับเครื่อง 1UR-SFE 4600ซีซี 8สูบ ขับเคลื่อนล้อหลังหรือสี่ล้อ

เกียร์อัตโนมัติ 6สปีด หรืออัตโนมัติ 8 สปีดแบบใหม่ AA80E

รุ่นที่ 6 (ค.ศ. 2014 - ปัจจุบัน)[แก้]

เข้าไปดูรูปภาพที่http://www.3mautofilmclub.com/img_cms/image/2014%20Toyota%20Crown%20Majesta%20(2).jpg

โฉมนี้ ระบบส่งกำลังจะเป็นแบบ Hybrid ที่จับคู่เครื่องยนต์สันดาปภายใน 2GR-FXE Atkinson-cycle 3,456 ซีซี ฉีดเชื้อเพลิงตรง D4-S 292 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 36.1 กิโลกรัมเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 1KM ให้กำลัง 200 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 28.0 กิโลกรัมเมตร รวมกันแล้วได้ 343 แรงม้า เก็บพลังงานไฟฟ้าผ่านแบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮดรายด์ มีอัตราสิ้นเปลืองในโหมด JC08 ถึง 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยค่าไอเสียคาร์บอนไดออกไซต์เพียงแค่ 128 กรัมต่อกิโลเมตร