โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
|
|
|
| โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา | |
|---|---|
| ผู้ผลิต: | โตโยต้า |
| ปี: | ค.ศ. 1991 - ปัจจุบัน |
| ขนาด: | รถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่ (Full-size Luxury Car) |
| ลักษณะ: | ซีดาน 4 ประตู |
| รุ่นก่อนหน้า: | ไม่มี |
| รุ่นต่อ: | ยังไม่มี |
| เครื่องยนต์: | |
| ใช้ชิ้นส่วนเดียวกับ: | |
| รุ่นที่ใกล้เคียง: | เอาดี้ เอ8 เล็กซัส แอลเอส อินฟินิที คิว45 บีเอ็มดับเบิลยู 7 ซีรีส์ ลินคอล์น คอนติเนนทัล ลินคอล์น ทาวน์ คาร์ จากัวร์ เอ็กซ์เจ มาเซราตี ควอตโตรปอร์เต เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส นิสสัน ซิมา |
โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา (Toyota Crown Majesta) เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่ (Full-size Luxury Car) และเป็นรถธง (รถรุ่นที่ได้ชื่อว่าดีที่สุด มีชื่อเสียงเกียรติยศมากที่สุด และเป็นความภาคภูมิใจของค่ายรถยนต์ต้นสังกัด) ที่สำคัญที่สุดของค่ายรถยนต์โตโยต้า
เดิมทีนั้น คราวน์ มาเจสตา เป็นส่วนหนึ่งของโตโยต้า คราวน์ โดยเป็นรถเกรดสูงที่สุดของคราวน์ คือ Toyota Crown Saloon G ต่อมา โตโยต้าจึงได้แยก Saloon G ออกมาเป็นรถรุ่นใหม่ของโตโยต้า คือ โตโยต้า คราวน์ มาเจสตา โดยใช้ชื่อที่ใกล้เคียงกับของเดิม เพื่อให้รู้ว่า "แตกหน่อ" ออกมาจากคราวน์ แต่คราวน์ มาเจสตา มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากคราวน์อย่าง(เกือบจะ)สิ้นเชิง ในการตกแต่งภายในของรถ แต่รูปลักษณ์ภายนอกของรถนั้นดูคล้ายคลึงกัน
ปัจจุบัน คราวน์ มาเจสตา ได้รับการพัฒนาความหรูหราและความล้ำยุคเข้าไปเต็มพิกัด จนสามารถเปรียบเทียบได้กับ บีเอ็มดับเบิลยู 7 ซีรีส์, เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส และรถระดับมหาเจ้าสัวอื่นๆ อีกหลายรุ่น และเป็นรุ่นที่มีราคาสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโตโยต้า รองจาก โตโยต้า เซนจูรี ซึ่งเป็นรถหรูระดับประมุขแห่งรัฐ
เนื้อหา |
รุ่นที่ 1 (S140, ค.ศ. 1991 - 1995) [แก้]
รุ่นแรก หลังจากแยกตัวออกมา คราวน์ มาเจสตา มีตัวถังที่กว้างกว่า และสูงกว่า มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ 2JZ-GE 3,000ซีซี 6สูบ 229แรงม้า กับเครื่อง 1UZ-FE 4,000ซีซี 8สูบ 260แรงม้า ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 แบบ ถึงจะเป็นเครื่องยนต์เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน กลับทำงานได้อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ
คราวน์ มาเจสตา มีอุปกรณ์ภายในที่ก้าวล้ำนำสมัยอย่างมากเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ จุดเด่นของความล้ำสมัยของคราวน์ มาเจสตารุ่นแรก คือ การติดตั้งระบบ GPS และการรายงานความเร็วเปลี่ยนจากหน้าปัทม์เป็นระบบ Head-up display (ไม่มีหน้าปัทม์ แต่ข้อมูลต่างๆ จะปรากฏบนกระจกใสที่ตั้งอยู่ระหว่างกระจกหน้ากับผู้ขับขี่ ผู้ขับขี่จึงเห็นตัวเลขข้อมูลได้พร้อมๆ กับการมองถนน ซึ่งเป็นระบบรายงานผลแบบเดียวกับที่ติดตั้งในเครื่องบินรบ)
ในสหรัฐอเมริกา คราวน์ มาเจสตาเกรดมาตรฐานมีราคาเริ่มต้นที่ 32,100 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.7 ล้านบาท ในปัจจุบัน ซึ่งถ้านำเข้าประเทศไทยก็จะต้องเพิ่มราคาจากภาษีนำเข้ารถยนต์ที่สูงมากในประเทศไทยอีกไม่ต่ำกว่า 2 เท่า) และเกรดสูงสุด(ตัวท็อป) มีราคา 51,000 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.6 ล้านบาทในปัจจุบัน)
รุ่นที่ 2 (S150, ค.ศ. 1995 - 1999) [แก้]
รุ่นที่ 2 โตโยต้าพยายามลดราคาคราวน์ มาเจสตา ลงมาบ้าง เพราะจากราคาที่แพง ทำให้ยอดขายไม่ดีนัก แต่อุปกรณ์ออปชันต่างๆ ยังอยู่ครบ ส่วนเครื่องยนต์ยังมีให้เลือก 2 รุ่นตามเดิม แต่รุ่น 1UZ-FE 4000 ซีซี มีแรงม้าเพิ่มขึ้นจาก 260 เป็น 265 แรงม้า
ค.ศ. 1997 มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในครั้งนี้ คราวน์ มาเจสตา ได้เปลี่ยนไปใช้ไฟหน้าแบบ HID (มีหลักการทำงานแบบใช้แก๊ส คล้ายหลอดฟลูออเรสเซนต์ ใช้พลังงานน้อยกว่า แต่สว่างไกลกว่า มากกว่า และไม่แยงตาผู้ที่ขับรถสวนทางมา) เปลี่ยนไปใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด (แบบที่รุ่นอื่นๆ ของโตโยต้ายังไม่มีจนถึงปัจจุบัน) ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้น และเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์หัวฉีด VVT-i (แบบเดียวกับที่ใช้ใน โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส (Altis) ในอีก 4 ปีถัดมา)
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ไฟท้ายแบบแนวตั้งและกระโปรงหลังของคราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 2 มีรูปทรงคล้ายกับ คาดิลแลค เดอวิลล์ (Cadillac DeVille) ในช่วงเดียวกันมาก
รุ่นที่ 3 (S170, ค.ศ. 1999 - 2004) [แก้]
รุ่นที่ 3 มีการออกแบบใหม่โดยคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่เด่นๆ เอาไว้ คือ ไฟท้ายที่เรียงตัวแนวตั้ง และอื่นๆ นอกจากนี้ หลายบริษัท ได้ซื้อคราวน์ มาเจสตา รุ่นที่ 3 ไปเป็นรถลีมูซีนสำหรับเช่า และหลายบริษัท ได้เลือกซื้อคราวน์ มาเจสตา ไปเป็นรถประจำตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ทำให้คราวน์รุ่นนี้ ประสบความสำเร็จมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ญี่ปุ่นในช่วงนั้น มีขายรถยีห้อระดับพรีเมียมในเครือโตโยต้าอีกรุ่นหนึ่ง คือ เล็กซัส แอลเอส (Lexus LS) ซึ่งเป็นรถเกรดใกล้เคียงกับคราวน์ มาเจสตา เมื่อมีรถเกรดใกล้เคียง ในเครือบริษัทเดียวกัน รูปทรงคล้ายกัน มาขายในตลาดเดียวกัน แอลเอสกับคราวน์ มาเจสตา ก็ขัดขากันเอง (ยอดขายรถแทนที่จะรวมกันอยู่ในรุ่นเดียว ก็ต้องแบ่งกันไปคนละครึ่ง จำนวนที่ขายได้ในแต่ละรุ่นจึงไม่ดีเท่าที่ควร)
รุ่นที่ 4 (S180, ค.ศ. 2004 - 2009) [แก้]
รุ่นที่ 4 ออบแบบใหม่ทั้งคัน แม้แต่ไฟท้ายก็เปลี่ยนเป็นแนวเฉียง และนอกจากนี้ ในค.ศ. 2006 โตโยต้าได้สั่งให้นำเล็กซัส แอลเอส ไปเน้นการทำตลาดที่อเมริกา แล้วยกเลิกการผลิตเล็กซัส แอลเอส ในญี่ปุ่นลงทั้งหมด (ทั้งๆ ที่มีเสียงคัดค้านจากหลายวงการ แต่โตโยต้าก็จำเป็นต้องทำ) จึงไม่มีการขัดขากันเองอีกต่อไป
คราวน์ มาเจสตารุ่นนี้ มีการติดตั้งกล้องส่องด้านหลังสำหรับการถอยจอด เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์แบบ 3UZ-FE 4,300ซีซี 8สูบ 345แรงม้า และเปลี่ยนไปใช้เกียร์แบบอัตโนมัติ 6 สปีด ส่วนราคาก็ประมาณ 69,400 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 70,000 - 80,000 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน)
รุ่นที่ 5 (S200, ค.ศ. 2009 - ปัจจุบัน) [แก้]
รุ่นปัจจุบันนี้ มีรูปทรงรถคล้ายกับ โตโยต้า คัมรี่ มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ 3UZ-FE 4300ซีซี 8สูบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กับเครื่อง 1UR-SFE 4600ซีซี 8สูบ ขับเคลื่อนล้อหลังหรือสองล้อ
เกียร์อัตโนมัติ 6สปีด หรืออัตโนมัติ 8 สปีดแบบใหม่ AA80E