โตโยต้า คัมรี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โตโยต้า คัมรี่ รุ่นปี 2007
โตโยต้า คัมรี่
ผู้ผลิต: โตโยต้า
ปี: พ.ศ. 2525 - ปัจจุบัน
ประเภท: รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (รุ่นที่ 1 - 4)
รถยนต์นั่งขนาดกลาง (รุ่นที่ 3 - ปัจจุบัน)
ลักษณะ: รถซีดาน 4 ประตู, 5 ประตู วาก้อน
เครื่องยนต์:
รุ่นก่อนหน้า: โตโยต้า โคโรน่า
รุ่นต่อไป: ยังไม่มี
รุ่นที่ใกล้เคียง: ฮอนด้า แอคคอร์ด
นิสสัน เซฟิโร่/เทียน่า
มิตซูบิชิ กาแลนต์
มาสด้า 6
ฮุนได โซนาต้า
โฟล์กสวาเกน พาสสาต
ซูบารุ เลกาซี
ฟอร์ด ทอรัส
คาดิแลค ซีทีเอส
เมอร์คิวรี มิลาน
วอลโว่ เอส40
เชฟโรเลต มาลีบู
ซีตรอง ซี5
เปอโยต์ 508
ซูซูกิ คิซาชิ

โตโยต้า คัมรี่ เป็นรถยนต์ตระกูลที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้นๆ ของรถโตโยต้า มีลักษณะเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ในรุ่น V และเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลาง ในรุ่น XV

ในประเทศไทย คัมรี่ เริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทยเฉพาะรุ่น XV โดยก่อนหน้านี้ รถครอบครัวรุ่นที่มีชื่อเสียงของโตโยต้า คือ โตโยต้า โคโรน่า แต่เมื่อคัมรี่ XV เข้ามา คัมรี่เริ่มแย่งความนิยมมาจากโคโรน่า จนในที่สุด ก็กลายเป็นรถครอบครัวที่ขึ้นมามีชื่อเสียงแทนโคโรน่า หลังจากนั้นไม่นาน โคโรน่าก็มีอันต้องเลิกผลิตไป

ปัจจุบัน คัมรี่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด, นิสสัน เทียน่า, ฮุนได โซนาต้า และอื่นๆ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีขนาดและระดับราคาใกล้เคียงกัน แต่ก่อนที่คัมรี่จะเข้าไทย โตโยต้า โคโรน่า ก็เคยเป็นคู่แข่งของแอคคอร์ดมาก่อน

รถตระกูลคัมรี่ กำเนิดโดยการแตกหน่อออกมาจากรถตระกูลเซลิก้า รถตระกูลเซลิก้ากำเนิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2513 ในเวลานั้น เซลิก้าเป็นรถสปอร์ตที่นั่งตอนเดียว ขับเคลื่อนล้อหลัง เปิดประทุนได้ รูปตัวถัง 3 แบบ คือ Hardtop , Liftback และ Coupe เหมาะสำหรับงานแข่งรถ โดยเฉพาะการแข่งแรลลี่ หลังจากนั้น ก็ได้แยกสายการผลิตออกไปเป็นคัมรี่ สาเหตุของการแบ่งคัมรี่ออกเป็นรุ่น V และ XV เนื่องมาจาก ที่ญี่ปุ่น กำหนดเกณฑ์แบ่งขนาดของรถยนต์โดยสารออกเป็น 3 ประเภท คือ

  • Kei Car คือรถที่มีขนาดยาวไม่เกิน 3400 มิลลิเมตร, กว้างไม่เกิน 1480 มิลลิเมตร, สูงไม่เกิน 2000 มิลลิเมตร เครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 660 ลูกบาศก์เซนติเมตร กำลังสูงสุดไม่เกิน 47 กิโลวัตต์
  • 5 Number คือรถที่มีขนาดยาวไม่เกิน 4700 มิลลิเมตร, กว้างไม่เกิน 1700 มิลลิเมตร, สูงไม่เกิน 2000 มิลลิเมตร และใช้เครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 2000 ลูกบาศก์เซนติเมตร กำลังสูงสุดไม่เกิน 147กิโลวัตต์
  • 3 Number คือรถที่มีขนาดตัวถังและเครื่องยนต์ใหญ่กว่าพิกัดของ 5 Number

จากการจำแนกขนาดของรถยนต์นี้ จะนำไปใช้คิดอัตราการจ่ายภาษีในด้านต่างๆ รถยนต์ประเภท Kei Car จะเสียภาษีต่ำที่สุด, 5 Number จะจ่ายภาษีปานกลาง และ 3 Number จะจ่ายภาษีหนักที่สุด ในรุ่นแรกๆ ของคัมรี่นั้น ใช้รหัสตัวถัง V ในยุคนี้โตโยต้าพยายามจะตรึงขนาดตัวถังและเครื่องยนต์ไว้อยู่ที่ระดับ 5 Number เพื่อให้เสียภาษีในอัตราต่ำ ทำให้คัมรี่ในยุคแรกนี้ยังจัดอยู่ในระดับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือ C-Segment (ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับที่โตโยต้า โคโรลล่า อัสติส เป็นในปัจจุบัน แต่เนื่องจากในยุคนั้น โคโรลล่าเองยังเป็นรถขนาดเล็กมาก หรือ B-Segment ห่างจากคัมรี่ 1 ขั้นเต็ม คัมรี่จึงมีที่ยืนทางการตลาด)

ต่อมา รถรุ่นใหม่ๆ เริ่มออกมามีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งค่ายโตโยต้า และค่ายอื่น โตโยต้าจึงต้องพยายามออกแบบคัมรี่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อสู้กับกระแสการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แต่คัมรี่รุ่นที่มีอยู่ (รหัส V) ใหญ่จนถึงขีดจำกัดของพิกัด 5 Number ของญี่ปุ่นแล้ว รถที่ใหญ่กว่านี้แม้เพียงเล็กน้อยจะจัดอยู่ในพิกัด 3 Number ทันที และจะทำให้ค่าภาษีของคัมรี่ในญี่ปุ่นสูงขึ้นอย่างมาก โตโยต้าจึงตัดสินใจ แยกเป็นสองคัมรี่ คัมรี่แรก คือคัมรี่ที่พัฒนาต่อจากเดิม ตรึงขนาดไว้ที่ 5 Number ขายเฉพาะในญี่ปุ่น คัมรี่สอง ออกแบบให้ใหญ่ขึ้นไปอยู่ที่ขนาดกลาง หรือ D-Degment ขายในประเทศอื่น (เนื่องจากอัตราภาษี 5 Number, 3 Number มีผลเฉพาะที่ญี่ปุ่น) โดยคัมรี่รุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ ใช้รหัสตัวถัง XV โดย XV รุ่นแรก เปิดตัวใน พ.ศ. 2534 จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป รถโคโรลล่าเองก็ได้รับการพัฒนาจนกระทั่งมีขนาดใหญ่ขึ้นใกล้เคียงคัมรี่รหัส V ในขณะที่คัมรี่ XV ก็พัฒนารุ่นใหม่ให้ขนาดใหญ่ขึ้น นั่งสบายขึ้นไปเรื่อยๆ จนคัมรี่รหัส V ไม่มีที่ยืนในตลาดอีกต่อไป ในปี พ.ศ. 2541 จึงได้ยกเลิกการใช้ชื่อคัมรี่ ไปใช้ชื่อ โตโยต้า วิสต้า และกลายเป็นรถขนาดเดียวกับโคโรลล่า และต่อมาก็ได้ยกเลิกไป โดยรหัส V รุ่นสุดท้ายที่ได้ใช้ชื่อคัมรี่คือรุ่น V40

เซลิก้า คัมรี่ กำเนิดรถตระกูลคัมรี่[แก้]

ในรุ่นปี พ.ศ. 2523 ตระกูลเซลิก้า ได้มีการผลิตรถเซลิก้ารุ่นพิเศษ เป็นรถเซลิก้า ที่นั่งสองตอน ตัวถัง Sedan ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีรถสปอร์ตเข้ากับรถเก๋งทั่วไป โดยเป็นการผสมเทคโนโลยีระหว่างรถสามตระกูล โดยรับจากตระกูลเซลิก้าเป็นส่วนใหญ่ และรับจากตระกูลโคโรน่า กับตระกูลคาริน่าอีกจำนวนหนึ่ง รถเซลิก้ารุ่นพิเศษ มีชื่อว่ารุ่น "เซลิก้า คัมรี่"

รถรุ่นเซลิก้า คัมรี่ มีความใกล้เคียงกับรถรุ่นเซลิก้าธรรมดา แต่การที่ผสมผสานเทคโนโลยีสปอร์ตเข้ากับรถเก๋งทั่วๆไป ทำให้รุ่นเซลิก้า คัมรี่ มียอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งรุ่นปี พ.ศ. 2525 รถเซลิก้า คัมรี่ มียอดขายสูงแซงรถรุ่นเซลิก้าธรรมดา และในบางประเทศ รถรุ่นเซลิก้า คัมรี่ เข้ามาครองตลาดแทนรถรุ่นเซลิก้าธรรมดา ทำให้โตโยต้า ค่อนข้างมั่นใจว่า "คัมรี่" สามารถยืนหยัดได้โดยไม่ต้องแอบอิงชื่อตระกูลเซลิก้า และ"คัมรี่" สามารถเป็นรถตระกูลใหม่ของโตโยต้าได้ ดังนั้น โตโยต้าจึงตั้งคัมรี่เป็นรถตระกูลใหม่ และให้เริ่มผลิตได้ทันที

รหัส V[แก้]

V10 (พ.ศ. 2525-2529)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ V10

โฉมนี้ เป็นโฉมแรกของรถรุ่นคัมรี่ ผู้ออกแบบรถต้องพยายามทำให้รถตระกูลใหม่นี้มีความเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล โดยรถรุ่นนี้จะยังเหลือความเป็นคาริน่า กับความเป็นโคโรน่า ยังเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ก็น้อยมาก และในขณะเดียวกันก็เริ่มตีตัวออกห่างจากความเป็นเซลิก้า เริ่มมีความเป็นเอกลักษณ์ของตน

รถคัมรี่โฉมนี้ จัดอยู่ในประเภทรถยนต์ขนาดเล็ก มีสองตอน ขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งในโฉมนี้ จะมีการผลิตตัวถัง 2 แบบ คือ Sedan 4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู

โฉมนี้ มีระบบเกียร์ 2 แบบ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด และธรรมดา 5 สปีด มีเครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ 1.8 ลิตร (74 แรงม้า) และ 2.0 ลิตร (92 แรงม้า)

V20 (พ.ศ. 2529-2533)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ V20

โฉมนี้ มีตั้งแต่แบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อนสี่ล้อ มีตัวถัง 2 แบบ คือ sedan 4 ประตู กับ station wagon 4 ประตู

มีเครื่องยนต์ 3 ขนาด คือ 1.8 ลิตร (86 แรงม้า) , 2.0 ลิตร (110 แรงม้า) และ 2.5 ลิตร (156 แรงม้า) ซึ่งเฉพาะรุ่น 2.5 ลิตร จะเข้าข่ายจ่ายภาษีแบบ 3 Number

มีระบบเกียร์ 2 แบบ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด และ ธรรมดา 5 สปีด

V30 (พ.ศ. 2533-2537)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ V30

โฉมนี้ มีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น เนื่องจากในตลาดโลกนั้นโตโยต้าได้พัฒนาคัมรี่รหัส XV10 ไปทำตลาดแทนแล้ว อย่างไรก็ตาม V30 กับ XV10 พัฒนามาด้วยกัน ในเรื่องของรูปทรงเส้นสายจึงคล้ายกัน แต่จะแตกต่างกันที่ขนาด มีตัวทั้งสองแบบคือซีดานและฮาร์ดท็อป (เปิดประทุนหลังคาแข็ง) เน้นขายเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรสี่สูบ และ 2.0 ลิตรสี่สูบเบนซินเป็นหลัก แต่มีรุ่น 1.8 ลิตรสี่สูบสำหรับลูกค้าเน้นประหยัด และสำหรับลูกค้าญี่ปุ่นที่การจ่ายภาษีไม่เป็นประเด็นจะมีรุ่น 2.2 ลิตร เบนซินสี่สูบ 2.2 ลิตร ดีเซลสี่สูบ และ 3.0 ลิตร เบนซินหกสูบเป็นตัวเลือก

V40 (พ.ศ. 2537-2541)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ V40

โฉมนี้ มีขายเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น มีเครื่องยนต์ 1.8 2.0 และ 2.2 ลิตร เบนซิน ไม่เป็นที่รู้จักมากนักในตลาดโลก เป็นรุ่นแรกของคัมรี่ที่ติดตั้งระบบเบรกป้องกันล้อล็อก และถุงลมนิรภัยคู่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น

รหัส XV[แก้]

XV10 (พ.ศ. 2534-2539)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ XV10

โฉมนี้ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์ 3 ขนาด คือ

  • 2.2 ลิตร (130 แรงม้า)
  • 3.0 ลิตร (185 แรงม้า)
  • 3.0 ลิตร (194 แรงม้า)

มีตัวถัง 2 แบบ คือ Sedan 4 ประตู , Station Wagon 4 ประตู

มี 2 ระบบเกียร์ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด และ ธรรมดา 5 สปีดดังเดิม

ในประเทศไทย โฉมนี้เป็นโฉมแรกที่โด่งดังในไทย เปิดตัวในประเทศไทย พ.ศ. 2536 แต่ยังเป็นโฉมที่ยังไม่ผลิตในไทย (รถนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย) ดังนั้น ในวงการรถไทย จึงเรียกว่า "โฉมแรกประกอบนอก" ต่อมาใน พ.ศ. 2538 มีการปรับโฉมเปลี่ยนไฟท้าย ทำให้ในรุ่นท้ายๆ ของโฉมนี้ วงการรถไทย เรียกว่า "โฉมท้ายหงส์"

XV10 ในประเทศไทย แบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 3 รุ่นดังนี้

  • 2.2GXi (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ) เป็นรุ่นต่ำสุด
  • 2.2GXi ABS (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด) มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อก เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังไม่มีถุงลมนิรภัย ในช่วงแรกๆ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นท็อปสุดในช่วงปี 2536 หรือปีแรกที่คัมรี่ออกขาย
  • 3.0 V6 เป็นรุ่นท็อปสุด ออกมาใน พ.ศ. 2537

ในช่วงปีสุดท้ายก่อนปรับโฉม มีการติดตั้งถุงลมนิรภัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน


XV20 (พ.ศ. 2539-2545)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ XV20

โฉมนี้ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ 2.2 ลิตร (129 แรงม้า) กับ 3.0 ลิตร (194 แรงม้า)

มีตัวถัง 2 แบบ คือ Sedan 4 ประตู และ Station Wagon 4 ประตู

มี 2 ระบบเกียร์ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด และ ธรรมดา 5 สปีด เช่นเดียวกับโฉมเดิม

โฉมนี้ รุ่นปีแรกๆกับรุ่นปีท้ายๆ มีความแตกต่างกันในรายละเอียดพอควร พ่อค้ารถในไทยและวงการรถไทยจึงใช้ชื่อเรียกโฉมที่ต่างกัน โดยในรุ่นแรกๆ เรียกว่า "โฉมไฟท้ายไม้บรรทัด" (ไฟยาว) ส่วนรุ่นท้ายๆ จะเรียก "โฉมท้ายย้อย" (ไฟย้อย) แต่การขายก็ล่าช้ากว่าต่างประเทศ โดยขายระหว่าง พ.ศ. 2542-2545

ในประเทศไทย โฉมนี้ ในช่วงแรกคัมรี่ยังต้องนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย แต่ใน พ.ศ. 2543 ก็ย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย

ในประเทศไทยแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 2 รุ่นดังนี้

  • 2.2GXi (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด) เป็นรุ่นต่ำสุด เบาะกำมะหยี่สีเทา ภายในสีเทา เครื่องปรับอากาศธรรมดา วิทยุเทป 4 ลำโพง เป็นรุ่นประหยัดที่เพิ่มเข้ามาใน พ.ศ. 2543 ภายหลังจากย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย
  • 2.2SE.G (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เบาะกำมะหยี่, เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เบาะกำมะหยี่ และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เบาะหนัง) เป็นเกรดบนสุด เครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ,วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี 6 แผ่นด้านหน้า 2DIN 6 ลำโพง ,ภายในสีเบจ ,ตกแต่งลายไม้ ,เบาะคนขับและผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง

ข้อแตกต่างของคัมรี่รุ่นไฟท้ายไม้บรรทัด ระหว่างรุ่นที่ผลิตในประเทศออสเตรเลีย กับรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย คือ คัมรี่ออสเตรเลียที่ขายในช่วงแรก มีเฉพาะรุ่น 2.2SE.G เท่านั้น แต่จะเป็น 2.2SE.G ที่ภายในสีเทา ไม่มีลายไม้ ล้ออัลลอยก้านตรง เบาะปรับมือ ในขณะที่ 2.2SE.G รุ่นประเทศไทย จะได้ภายในสีครีม ตกแต่งลายไม้ ล้ออัลลอยก้านเฉียง เบาะปรับไฟฟ้า

ทุกรุ่นมีระบบเบรกป้องกันล้อล็อกและถุงลมนิภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และหลังการปรับโฉมเป็นรุ่นไฟท้ายย้อย ได้เพิ่มไฟตัดหมอกในทุกรุ่น และตัดรุ่น 2.2SE.G เกียร์ธรรมดาออกจากสายการผลิต

XV30 (พ.ศ. 2544-2549)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ XV30

โฉมนี้ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์ 5 ขนาด คือ 2.0 ลิตร (144 แรงม้า) , 2.4 ลิตร (152 แรงม้า) , 3.0 ลิตร (192 แรงม้า) , 3.0 ลิตร (210 แรงม้า) และ 3.3 ลิตร (225 แรงม้า)

มีตัวถัง 1 แบบ คือ Sedan 4 ประตู

มี 3 ระบบเกียร์ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด , อัตโนมัติ 5 สปีด และธรรมดา 5 สปีด แต่ในประเทศไทย เกียร์ธรรมดาในคัมรี่ถูกยกเลิก

ในประเทศไทย คัมรี่ขายในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2545-2549 แบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 4 รุ่นดังนี้

  • 2.0E เป็นเกรดต่ำสุด สำหรับขายรถ Fleet ลดอุปกณ์บางอย่างออกไปเช่น วิทยุพร้อมเครื่องเล่นเทป 4 ลำโพง ,ไม่มีระบบกันขโมย ,พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มด้วยยูรีเธน ,เบาะนั่งหุ้มด้วยกำมะหยี่ (ปรับมือ) ,ล้ออัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว ,ไม่มีไฟตัดหมอกหน้า(รุ่นปรับโฉมปี 2004-2006 ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ,วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 1 แผ่น 4 ลำโพง)
  • 2.0G เป็นเกรดบนสุดของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร สำหรับประชาชนทั่วไป เพิ่มเข้ามาในช่วงการปรับโฉม พ.ศ. 2547 มีอุปกรณ์เพิ่มมา เช่น วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น 6 ลำโพง ,กุญแจรีโมทพร้อมสัญญาณกันขโมย ,พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มด้วยหนัง ,เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ,เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ,ไฟตัดหมอกหน้า ,ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ,ตกแต่งภายในลายไม้(โฉมนี้มีเฉพาะรุ่นปรับโฉมปี 2004-2006)
  • 2.4G เป็นเกรดล่างสุดของเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร มีอุปกรณ์เพิ่มมาจากรุ่น 2.0G เช่น หน้าปัดแบบ Optiron 3 สี ,เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า ,สัญญาณกะระยะรอบคัน (ในรุ่นแรกจะเป็นล้ออัลลอยด์ 15 นิ้ว แต่รุ่นปรับโฉมจะเป็นล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว)
  • 2.4Q เป็นเกรดบนสุด มีอุปกรณ์เพิ่มมาจากรุ่น 2.4G เช่น พวงมาลัยและหัวเกียร์ตกแต่งด้วยลายไม้ ,ไฟหน้า HID ปรับระดับอัตโนมัติ ,ครูซคอนโทรล ,ม่านบังแดดหลังไฟฟ้า (ในรุ่นแรกจะเป็นล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว แต่รุ่นปรับโฉมจะเป็นล้ออัลลอยด์ 17 นิ้ว และมีระบบเครื่องเสียงให้เลือก 3 แบบคือ วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น ,เครื่องเล่น DVD พร้อมจอ 6.5 นิ้ว ,ระบบนำทางในรถยนต์พร้อมกล้องถอยหลังและเครื่องเล่น DVD)

โฉมนี้ พ่อค้ารถในไทย และวงการรถไทย นิยมเรียกว่า "โฉมตาเหยี่ยว" เริ่มการขายในไทย พ.ศ. 2545-2549 ล่าช้ากว่าต่างประเทศเช่นเคย

XV40 (พ.ศ. 2549-2554)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ XV40

โฉมนี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2549เริ่มผลิตเมื่อรุ่นปี พ.ศ. 2550 และโตโยต้ามีแผนจะผลิตคัมรี่โฉมนี้ไป 5 รุ่นปีดังเดิม โดยมีแผนจะผลิตโฉมนี้ไปจนถึงรุ่นปี พ.ศ. 2554 โฉมนี้ จัดเป็นรถขนาดกลาง (Mid-Size Car)

โฉมนี้ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์ 3 แบบ คือ 2.0 ลิตร (147 แรงม้า) 2.4 ลิตร (167 แรงม้า) และ 3.5 ลิตร (272 แรงม้า)มาในภายหลัง

มีตัวถัง 1 แบบ คือ Sedan 4 ประตู

มี 5 ระบบเกียร์ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด (ในรุ่น 2.0 ลิตร) ,อัตโนมัติ 5 สปีด , อัตโนมัติ 6 สปีด , ธรรมดา 5 สปีด และธรรมดา 6 สปีด แต่ในประเทศไทย เกียร์ธรรมดาในคัมรี่ถูกยกเลิก

ในประเทศไทยแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 5 รุ่นดังนี้

  • 2.0E เป็นเกรดต่ำสุด สำหรับขายรถ Fleet ลดอุปกณ์บางอย่างออกไปเช่น วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 1 แผ่น ,กุญแจรีโมทพร้อมสัญญาณกันขโมย ,พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มด้วยยูรีเธน ,เบาะนั่งหุ้มด้วยกำมะหยี่ (ปรับมือ) ,ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 215/60 ,ไม่มีไฟตัดหมอกหน้า ,สวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศและเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ,มือเปิดประตูและคิ้วเปิดฝากระโปรงท้ายสีเดียวกับตัวรถ ,ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • 2.0G เป็นเกรดบนสุดของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร สำหรับประชาชนทั่วไป มีอุปกรณ์เพิ่มมา เช่น วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น ,กุญแจรีโมทพร้อมสัญญาณกันขโมย ,พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังสลับลายไม้ ,เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ,เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ,ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง ,ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 215/60 ,ตกแต่งภายในลายไม้ ,ครูซคอนโทรล ,ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ,มือเปิดประตูและคิ้วเปิดฝากระโปรงท้ายโครเมียม ,ไฟหน้าปรับระดังสูงต่ำได้ ,ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • 2.4G อุปกรณ์ในแง่ความสะดวกและความปลอดภัยในภาพรวมจะน้อยกว่ารุ่น 2.0G แต่จะได้สัญญาณเตือนกันชนท้าย ไฟหน้า HID ปรับระดับอัตโนมัติ
  • 2.4V เป็นเกรดบนสุดของเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร มีอุปกรณ์เพิ่มมาจากรุ่น 2.0G เช่น พวงมาลัยและหัวเกียร์ตกแต่งด้วยลายไม้ ,ไฟหน้า HID ปรับระดับอัตโนมัติพร้อม AFS ,ครูซคอนโทรล ,ม่านบังแดดหลังไฟฟ้า ,ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55 ,กระจกมองข้างพับอัตโนมัติ ,ระบบสมาร์ทเอนทรี ,สัญญาณกะระยะรอบคัน(รุ่น Navi ไม่มีสัญญาณถอยหลัง) ,ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวของรถ VSC ,พัดลมเป่ากันที่เบาะคู่หน้า (มีระบบเครื่องเสียงให้เลือก 3 แบบคือ วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น ,เครื่องเล่น DVD พร้อมจอ 6.5 นิ้ว ,ระบบนำทางในรถยนต์พร้อมกล้องถอยหลังและเครื่องเล่น DVD)
  • 3.5Q เป็นเกรดบนสุด มีอุปกรณ์เพิ่มมาจากรุ่น 2.4V เช่น เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Sequential Shift ,หลังคามูนรูฟ ,พวงมาลัยปรับไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง ,ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Pre Crash ,ระบบควบคุมความเร็วแบบไดนามิกเรดาร์ ,โทนสีภายในสีดำ ,เบาะหลังปรับเอนได้ด้วยไฟฟ้า ,แผงควบคุมอุปกรณ์ที่พักแขนเบาะหลัง ,เครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง ,กล้องมองหลัง ,ระบบ Hands Free แบบ Bluetooth

นอกจากนั้นยังนำรุ่น 2.0G และ 2.4V 6CD/MP3 มาผลิตเป็นกรณีพิเศษจำนวนจำกัดในรุ่น Extremo โดยตกแต่งดังนี้

  • ภายนอกรถสีขาวมุก
  • ภายในรถสีดำ
  • ชุดแต่งรอบคัน
  • ล้ออัลลอยด์ 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55

จากนั้นในปี พ.ศ. 2552 ได้มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ขึ้นโดย

  • ให้ล้ออัลลอยด์ 17 นิ้ว เฉพาะรุ่น 3.5Q
  • รุ่น 2.4V ถูกทำเป็น 2.4 Hybrid หมด และลดขนาดล้ออัลลอยด์เหลือ 16 นิ้ว พร้อมยาง 215/60 (มีระบบเครื่องเสียงให้เลือก 3 แบบคือ วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น ,เครื่องเล่น DVD พร้อมจอ 6.5 นิ้ว ,ระบบนำทางในรถยนต์พร้อมกล้องถอยหลังและเครื่องเล่น DVD)
  • เพิ่มม่านบังแดดหลังไฟฟ้า และม่านบังแดดประตูหลัง ในรุ่น 2.0G
  • ตัดถุงลมนิรภัยด้านข้างออกในรุ่น 2.0G
  • เพิ่มรุ่น 2.4G โดยให้ Option เท่ากับรุ่น 2.0G หรือมากกว่านิดหน่อยเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ไม่ต้องการ Hybrid
  • รุ่น 2.0G ,2.4G ,2.4 Hybrid ระบบเครื่องเสียง วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น เพิ่มช่องต่อ AUX

โฉมนี้เป็นโฉมแรกที่คัมรี่เจเนอเรชันใหม่ถูกนำเข้าตลาดไทยในปีเดียวกับต่างประเทศ (เริ่มขาย พ.ศ. 2549-2554)

XV50 (พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า คัมรี่ XV50

โฉมนี้ เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน โดยได้เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมในงานมอเตอร์โชว์ พ.ศ. 2555-ปัจจุบัน มีตัวถังแบบเดียวคือตัวถังแบบซีดาน 4 ประตู

  • โดยมีรุ่นให้เลือก 2.0G ให้กำลังสูงสุด 144แรงม้า 2.5G ให้กำลังสูงสุด182 แรงม้า และ 2.5 Hybridให้กำลังสูงสุด 205แรงม้า
  • โดยในรุ่น 2.0G เป็นรุ่นถูกสุดที่ตัดออปชั่นหลายอย่างมาก (ยกเลิกรุ่น 2.0E สำหรับขายรถ Fleet,Limousine และ3.5Q)และยังได้มีการเพิ่มรุ่นพิเศษ Extremo

ซึ่งตกแต่งด้วยชุดแต่งต่างๆ และภายในสีดำและสีเบจ

  • เครื่องยนต์มีให้เลือกคือ 2.0,2.5 และ 2.5 Hybrid แต่ในต่างประเทศจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกคือ 2.5,2.5 Hybrid และ 3.5
  • ด้านความปลอดภัย แคมรี่ได้ทดสอบการชนได้Good ในiihs,5 ดาวในancap อีกด้วย

คัมรี่ ในประเทศไทย[แก้]

คัมรี่รหัส V ทุกรุ่นไม่เคยมีการจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด เนื่องจากขณะนั้นในประเทศไทยมี โตโยต้า โคโรน่า ซึ่งจัดเป็นรถที่มีขนาดเครื่องยนต์และตัวถังใกล้เคียงคัมรี่รหัส V จำหน่ายอยู่แล้วอย่างยาวนาน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะนำเข้ามาจำหน่าย ดังนั้นในช่วงก่อนที่คัมรี่รหัส XV รุ่นแรกจะเปิดตัวจะเปิดตัว โคโรน่า จึงเป็นรถที่โตโยต้าวางตำแหน่งการตลาดไว้อยู่ในระดับเดียวกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด แต่สำหรับคัมรี่รหัส XV นั้นได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน โดยเปิดตัวในประเทศไทยใน พ.ศ. 2536 โดยในประเทศไทยจะมักจะเรียกว่า ACV นั่นเอง

คัมรี่ XV รุ่นแรกเปิดตัวในประเทศไทยในปีเดียวกับที่โคโรน่า ST190 (รุ่นที่ 10 หรือรุ่นท้ายโด่ง) เปิดตัว โตโยต้าประเทศไทยได้เปลี่ยนให้คัมรี่ XV มาเป็นคู่แข่งกับแอคคอร์ดและรุ่นอื่นๆ แทนที่โคโรน่าด้วยเพราะคัมรี่มีขนาดที่ใหญ่กว่า แล้วลดตำแหน่งทางตลาดของโคโรน่าลงไปอยู่ตรงกลางระหว่างโคโรลล่ากับคัมรี่ แต่ก็ได้ยกเลิกการผลิตโคโรน่าลงไปภายหลัง

ดูเพิ่ม[แก้]