โตโยต้า วีออส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Toyota Vios (S) (second generation) (front), Kuala Lumpur.jpg
โตโยต้า วีออส
ผู้ผลิต: โตโยต้า
ปี: พ.ศ. 2545 - ปัจจุบัน
ประเภท: รถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก
ลักษณะ: รถซีดาน 4 ประตู
เครื่องยนต์:
รุ่นก่อนหน้า: โซลูน่า (Soluna)
รุ่นต่อไป: ยังไม่มี
รุ่นที่ใกล้เคียง: ฮอนด้า ซิตี้
เชฟโรเลต อาวิโอ

โตโยต้า วีออส (อังกฤษ: Toyota Vios) เป็นรถรุ่นตระกูลที่โตโยต้า ออกแบบมาเพื่อมาแทนที่รถรุ่นโซลูน่า (Soluna) เริ่มผลิตรุ่นแรกใน พ.ศ. 2545 โดยจัดเป็นรถขนาดเล็กมาก (Subcompact Car) โดยทั่วไปจะนิยมนำรถวีออสไปใช้งานเป็นรถยนต์ส่วนตัว แต่มีการนำไปใช้เป็นรถแท็กซี่ในบางประเทศ เช่นในอินโดนีเซีย จะมีรถวีออสสำหรับทำเป็นแท็กซี่จำหน่ายในชื่อ "โตโยต้า ลิโม" (ต่างจากในประเทศไทย ที่รถโตโยต้า ลิโม คือรุ่นโคโรลล่าที่มีการตัด Option ต่างๆ ออก เพื่อให้รถมีราคาถูก เหมาะกับการซื้อไปเป็นแท็กซี่เช่า) และมีการนำไปปรับแต่งและใช้เป็นรถแข่ง

วีออส เป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับรถยนต์หลายรุ่น ที่สำคัญๆ คือ ฮอนด้า ซิตี้, เชฟโรเลต อาวีโอ ด้วยความที่ถูกออกแบบมาให้เป็นรถส่วนบุคคลขนาดเล็กราคาถูกเหมือนกัน

Generation ที่ 1 (พ.ศ. 2545-2550)[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมที่ 1

โตโยต้า วีออส โฉมแรกนี้ ผลิตในประเทศไทยที่ โรงงานโตโยต้าเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงงานในประเทศฟิลิปปินส์ และในประเทศจีน โดยส่งออกไปขายยัง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, บรูไน, สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยรถวีออสโฉมที่ 1 ในประเทศเหล่านี้จะใช้เครื่องยนต์ 1NZ-FE ความจุ 1.5 ลิตร สำหรับรถวีออสโฉมนี้ในประเทศฟิลิปปินส์จะใช้เครื่องยนต์ 2NZ-FE ความจุ 1.3 ลิตร ส่วนรถวีออสโฉมนี้ในประเทศจีนจะใช้เครื่องยนต์แบบ 8A-FE

มีตัวถังแบบเดียว คือ แบบซีดาน 4 ประตู โดยในระยะแรกในประเทศไทยจะจำหน่ายในชื่อ โตโยต้า โซลูน่า วีออส (Toyota Soluna Vios) เพื่อแสดงว่าเป็นโฉมใหม่ของโตโยต้า โซลูน่า ต่อมาจึงได้ยกเลิกชื่อโซลูน่า เพื่อทำการตลาดในชื่อรุ่นชื่อใหม่ คือ "วีออส"

วีออส เทอร์โบ[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมแรกนี้ เคยมีการผลิตและจำหน่ายรุ่นพิเศษ คือโตโยต้า วีออส เทอร์โบ (อังกฤษ: Toyota Vios Turbo) โดยมีการจัดทำรถรุ่นนี้ขึ้นในจำนวน 600 คัน และจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย โดยรุ่นพิเศษนี้ ยังคงเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบเดิม แต่มีการติดตั้งเทอร์โบ และระบบอินเตอร์คูลเลอร์โดยสำนักแต่งรถ TRD หรือ Toyota Racing Development ซึ่งเป็นสำนักแต่งรถที่ขึ้นกับโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ทำให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 143 แรงม้า นอกจากนี้ยังได้เพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งตัวรถ ทำให้ดูแตกต่างไปจากรุ่นปกติ

รายละเอียดทางเทคนิค[แก้]

ขนาด & น้ำหนัก
ความยาว (มิลลิเมตร) 4285
ความกว้าง (มิลลิเมตร) 1695
ความสูง (มิลลิเมตร) 1435
ความยาวช่วงล้อ (มิลลิเมตร) 2500
ความกว้างช่วงล้อ (มิลลิเมตร) หน้า x หลัง 1455 x 1430
ระดับต่ำสุดจากพื้น (มิลลิเมตร) 143
น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) 960 - 1050
ความจุกระโปรงท้ายรถ VDA (ลิตร) 400
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) 4.9
เครื่องยนต์ 1NZ-FE
แบบเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16V พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มิลลิเมตร) 75.0 x 84.7
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 1,497
อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1
แรงม้าสูงสุด (กิโลวัตต์ (แรงม้า) / รอบต่อนาที) 80 (109) / 6000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร (kg-m) / รอบต่อนาที) 142 (14.5) / 4200
ระบบจ่ายน้ำมัน EFI (Electronic Fuel Injection)
ความจุถังน้ำมัน 45
ระบบขับเคลื่อน & ระบบกันสะเทือน
ระบบช่วงล่าง - หน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบช่วงล่าง - หลัง คานบิดแบบ ETA-Beam
ระบบเบรก - หน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบเบรก - หลัง ดิสก์เบรก ( ดรัมเบรกในรุ่น J )
ขนาดยาง 175 / 65 R14 ( รุ่น J,E ), 185 / 55 R15 ( รุ่น S )

Generation ที่ 2 (พ.ศ. 2550-2555)[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมที่ 2

โฉมที่สองของวีออสเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในปี 2549 โดยใช้ชื่อว่า "โตโยต้า เบลต้า" และเปิดตัวในตลาดอเมริกาเหนือ/ ตะวันออกกลาง / อเมริกาใต้ / ลาตินอเมริกา / ออสเตรเลีย ช่วงต้นปี 2550 โดยใช้ชื่อ "โตโยต้า ยาริส ซีดาน" ส่วนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ชื่อว่า "โตโยต้า วีออส" เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกวันที่ 8 และ 9 มีนาคม พ.ศ. 2550 ที่สยามพารากอน

นอกเหนือจากการใช้เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลแล้ว ยังมีการนำไปปรับแต่งและใช้เป็นรถแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขัน โตโยต้า วีออส วันเมคเรซ ซึ่งเป็นการแข่งรถในประเทศไทยที่ทางโตโยต้าจัดขึ้น

การแข่งรถมี 2 รุ่นได้แก่

Toyota Vios One Make Race Class C

Toyota Vios One Make Race Lady Cup

นักแข่งดาราในนามของ Toyota Team Star. (2010 - 2012)

รุ่น Vios One Make Race Class C อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม , วริษฐ์ ทิพโกมุท , ศิริศิลป์ โชติวิจิตร (กวาง เอบีนอร์มอล) ,

รุ่น Vios One Make Race Lady Cup ชัชฎาภรณ์ ธนันทา , สุคนธวา เกิดนิมิตร , หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ , ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ , นาตาลี เดวิส , แอริณ ยุกตะทัต , อารยา เอ ฮาร์เก็ต

ในปี 2550 - 2551 ในเมืองไทยมีการแบ่งการผลิตวีออสออกเป็น 3 รุ่นมาตรฐาน ได้แก่

  • รุ่น J เป็นรุ่นล่างสุด มาพร้อมระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA / กระทะล้อขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ ไฟตัดหมอกหลัง (ระบบป้องกันการโจรกรรม TVSS พร้อมรีโมทเป็นอุปกรณ์เสริม) กระเป๋าเก็บเอกสารหลังผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
  • รุ่น E เป็นเกรดกลาง เพิ่มอุปกรณ์จากรุ่น J มากขึ้นคือ ระบบป้องกันการโจรกรรม TDS พร้อมรีโมทที่ด้ามกุญแจ ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้ว ไฟตัดหมอกหลัง และภายในห้องโดยสารสามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีเทาดำ (Dark Grey) และไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง
  • รุ่น E Safety เป็นเกรดรองสูงสุด เพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้า และและเข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เหมือนรุ่น E
  • รุ่น G เป็นเกรดสูงสุด เพิ่มอุปกรณ์ภายใน เช่น เครื่องเสียงแบบ 6 ลำโพง หน้าปัดแบบออปติตรอนพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีฟ้า ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ภายในห้องโดยสารสามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey)

และเพิ่ม 3 รุ่นพิเศษ ได้แก่

  • รุ่น S-Limited เพิ่มอุปกรณ์ชุดแต่งจากโรงงานรอบคัน หน้าปัดแบบออปติตรอนพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีส้ม ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ปรับระดับสูง - ต่ำ อัตโนมัติตามน้ำหนักรถ เปลื่ยนระบบเบรกหลังจากดรัมเป็นดิสก์เบรก และวัสดุภายในแบบสปอร์ตสีเทาควันบุหรี่ พร้อมปรับแต่งโช้คอัพ และสปริงให้มีความแข็งมากกว่ารุ่นอื่น
  • รุ่น G-Limited เพิ่มอุปกรณ์จากรุ่น G เช่น Smart Entry และระบบป้องกันการโจรกรรมกุญแจเลียนแบบหรือ Immobilizer พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องแบบสัมผัส หรือ Push Start
  • รุ่น GT Street โดยการนำรุ่น J มาตกแต่งในรูปแบบพิเศษ สเกิร์ตรอบคันทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง สปอยเลอร์และสติกเกอร์ GT Street ที่ฝากระโปรงหลัง ท่อไอเสียพร้อมฝาครอบ สแตนเลส และสติกเกอร์ด้านข้างดีไซน์สปอร์ต ส่วนภายในใช้โทนสีแดงดำ ทั้งผ้าเบาะ สีแดงกับสีดำ รวมถึงพวงมาลัยหุ้มหนัง หัวเกียร์หุ้มหนังเดินด้ายสีแดง และคอนโซลหน้าสุดสปอร์ตสีดำ-แดง โดยจะทำการผลิตเพียง 1,000 คัน


กลางปี 2551 - ต้นปี 2553 มีการเพิ่มรุ่น J มาตรฐาน และเปลื่ยนแปลงและลดอุปกรณ์บางอย่างในรุ่นปกติ เช่น


  • รุ่น J มาตรฐาน (ไม่มี ABS) เป็นเกรดล่างสุด ลดอุปกรณ์มาตรฐานบางอย่างออกไป เช่น วิทยุ CD/MP3/WMA ชนิด 2 ลำโพงมาตรฐาน วัสดุภายในสีดำ (Dark Grey) ล้อกระทะขนาด 14 นิ้วพร้อมยางขนาด 175/65 ยี่ห้อ Dunlop รุ่น SP10
  • รุ่น J ปกติ (มี ABS) ยกเลิกไฟตัดหมอกหลัง / ไม่มีกระเป๋าเก็บเอกสารหลังผู้ขับขี่ / เปลื่ยนยางเป็น Dunlop SP Sport 2030 ขนาดเดิม
  • รุ่น E ยกเลิกไฟเลี้ยวกระจกมองข้างโดยติดตั้งที่บริเวณบังโคลน เปลื่ยนวัสดุภายในเป็นสีดำให้เหมือนรุ่น J แต่ยังคงเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey)ไม่มีกระเป๋าเก็บเอกสารหลังผู้ขับขี่ เปลื่ยนยางเป็นยี่ห้อ Dunlop รุ่น Sp Sport 2030 ขนาดเดิม
  • รุ่น E Safety ลดสเปคเหมือนรุ่น E

ส่วนรุ่น G / G Limited / S Limited ยังคงสเปคเดิมทุกประการเหมือนปี 2007


ในปี 2553 ในเมืองไทยมีการปรับโฉม 3 รุ่นมาตรฐาน โดยองค์ประกอบภายนอกทุกรุ่นได้เปลื่ยนแปลงกระจังหน้าและชุดไฟท้าย รวมถึงออกแบบมือจับฝากระโปรงท้ายใหม่ ส่วนภายในห้องโดยสารการเปลื่ยนแปลงคือ


  • รุ่น J มาตรฐาน (ไม่มี ABS) เป็นเกรดล่างสุด เปลื่ยนอุปกรณ์มาตรฐานบางอย่างเช่น มือจับประตูและฝากระโปรงท้ายจากสีเดียวกับตัวรถเป็นเป็นวัสดุสีดำ เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะใหม่
  • รุ่น J ปกติ (ABS) เสริมระบบป้องกันการโจรกรรมแบบกุญแจ Immobilizer เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะใหม่
  • รุ่น E เปลื่ยนพวงมาลัยลายใหม่ ระบบป้องกันการโจรกรรม TDS พร้อมรีโมทที่ด้ามกุญแจ และระบบ Immobilizer ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ ไฟตัดหมอกหลัง วัสดุคอนโซลแบบสีเมทัลลิค (เฉพาะกรอบด้านข้าง แต่แผงควบคุมเครื่องเสียงและเครื่องปรับอากาศยังเป็นสีดำ) ภายในห้องโดยสารสามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey) และเพิ่มจุดเชื่อมต่อวิทยุ (Aux) เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะ และมือจับฝากระโปรงท้ายออกแบบใหม่ พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ
  • รุ่น E Safety เพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้าและเข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ เปลื่ยนพวงมาลัยลายใหม่ และดิสก์เบรก 4 ล้อ ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะ
  • รุ่น G เปลื่ยนสีแผงควบคุมคอนโซลกลางเป็นแบบเปียโน แบล็ค (Piano Black) เปลื่ยนพวงมาลัยลายใหม่พร้อมชุดควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มจุดเชื่อมต่อวิทยุ (Aux) ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ มือจับฝากระโปรงท้ายออกแบบใหม่ ฝาครอบไฟตัดหมอกหน้าลักษณะสีเมทัลลิค
  • รุ่น G Limited ยังคงสเปคเดิมเหมือนรุ่นปี 2007 แต่เปลื่ยนสีแผงควบคุมคอนโซลกลางเป็นแบบเปียโน แบล็ค (Piano Black)เปลื่ยนพวงมาลัยลายใหม่พร้อมชุดควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มจุดเชื่อมต่อวิทยุ (Aux)ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ มือจับฝากระโปรงท้ายออกแบบใหม่ ฝาครอบไฟตัดหมอกหน้าลักษณะสีเมทัลลิค
  • ในรุ่น G และรุ่น G Limited เป็นเบาะหนังสีเบจ หรือสีดำ
  • ยกเลิกการจำหน่ายรุ่น S Limited

ต่อมาในช่วงปลายปี 2012 ได้มีการปรับอุปกรณ์อีกครั้ง โดยให้มีแอร์แบคคู่หน้าในทุกรุ่นย่อย ไฟหน้ารมดำในทุกรุ่นย่อย กลับมาใช้พวงมาลัยทรงเดียวกับปี 2007 (แต่รุ่น G และ G Ltd. ยังคงสเปคเดิมคือพวงมาลัยทรงสปอร์ต) และสำหรับรุ่นที่มีล้อแม็กซ์ จะเป็นแม็กซ์รมดำให้ความสปอร์ตมากขึ้น

Generation ที่ 3 (พ.ศ. 2556-ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมที่ 3

โฉมที่ 3 ของวีออสเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556 โดยมีสโลว์แกนว่า Have It All โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจากรุ่นที่ 2 แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 1 NZ-FE 1.5 ลิตร 109 แรงม้า และแรงบิด 14.4 กก.ม เหมือนรุ่นเดิม พร้อมทั้งมีพรีเซนเตอร์คนใหม่ จิรายุ ตั้งศรีสุข มีให้เลือกทั้งหมด 7 สีซึ่งได้แก่ 1.สีขาว 2.สีเบจ 3.สีเงิน 4.สีดำ 5.สีน้ำตาล 6.สีเทา 7.สีแดง โดยมีให้เลือก 4 รุ่นดังนี้


  • รุ่น J ไม่มี ABS ล้อกระทะขนาด 15 นิ้วลายใหม่
  • รุ่น E กระจกปรับไฟฟ้า ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ กระจังหน้าและคิ้วฝากระโปรงท้ายสีเดียวกับตัวรถ
  • รุ่น G เบาะพับไม่ได้และไม่มีไฟตัดหมอก ล้อแม็กซ์อัลลอยเหมือนรุ่น E ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ กระจังหน้าและคิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม
  • รุ่น S ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 16 นิ้วรมดำ ภายในห้องโดยสารสีดำ (Dark Grey) ไฟตัดหมอกหน้า มือเปิดประตูด้านนอกโครเมียม
  • ทุกรุ่นเป็นเบาะผ้า
  • ไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด (eco) มีเฉพาะในรุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น


ทุกแบบใช้เครื่องยนต์ 1 NZ-FE 1.5 ลิตร 109 แรงม้า และแรงบิด 14.4 กก.ม เหมือนรุ่นเดิม โดยเปลื่ยนระบบคันเร่งจากเดิมที่ควบคุมด้วยสายเคเบิลมาเป็นระบบไฟฟ้า DBW หรือ Drive - By -Wire เรียกว่า ETCS-i โดยทำงานร่วมกับระบบ Canbus และระบบตรวจสอบข้อบกพร่อง OBD-II

ระบบจ่ายเชี้อเพลิงควบคุมโดยกล่อง ECU ขนาด 32 Bit ติดตั้งอยู่บริเวณห้องเครื่อง พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS แรงดันมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังขับ 42 โวลต์ สามารถปรับความหนัก - เบา ตามความเร็วรถยนต์ และเปลื่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติแบบร่องหยัก ซึ่งเป็นลูกเดียวกับ Corolla ALTIS ตัวถัง 1.8 ทั้งเก่าและใหม่ (รหัสเกียร์ U340E)โดยใช้ชื่อว่า SuperECT มีระบบ Hill Sensing Control สำหรับการปีนป่ายขึ้นที่สูงและลงทางลาดชันได้อย่างไร้กังวล ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อหามุมองศาของการปีนป่ายที่สูงและลงทางชัน ระบบคอมพิวเตอร์จะป้องกันไม่ให้เปลี่ยนไปที่เกียร์สูงสุดโดยไม่จำเป็น หรือไม่ลดลงไปเกียร์ต่ำสุดเพื่อป้องกันการลื่นไถลของล้อกรณีปีนป่ายที่สูงและไม่ลาดชันจนเกินไป และในขาลง ก็จะคงที่ไว้ที่เกียร์สามเพื่อการขับขี่ที่มั่นคง และเบรกอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเรียนรู้การขับขี่ในแต่ละสภาพถนน เพื่อปรับเปลื่ยนจังหวะเกียร์ให้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อีกทั้งยังติดตั้งระบบ Auto-Start โดยผู้ขับขี่สามารถติดเครื่องยนต์โดยการบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง Start แล้วปล่อยมือได้ทันที (หรือ กดปุ่ม Start แล้วปล่อยมือทันที ในรุ่น G-Limited) ระบบจะทำการติดเครื่องด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องบิดกุญแจค้างไว้ หรือกดปุ่มค้างจนเครื่องยนต์ติด

ระบบเครื่องเสียงในวีออสใหม่ทุกรุ่น มาพร้อมกับระบบ ASL หรือ Auto Sound-Speed Levelizer ปรับระดับเสียงขึ้น-ลง โดยอัตโนมัติตามความเร็วรถ และสามารถปรับได้สามระดับคือ Low Mid และ High

ความปลอดภัย[แก้]

ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System)แบบ 4 channel 4 Sensor ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน หรือเบรกบนถนนลื่น

ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-Force Distribution)จะช่วยกระจายแรงดันน้ำมันเบรกโดยการแปรผันตามน้ำหนักที่กดลงในแต่ละล้อและควบคุมแรงเบรกขณะเข้าโค้งอย่างอิสระ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเบรกให้มีความสมดุล ป้องกันการไถลของล้อขณะเข้าโค้งและเหยียบเบรกกะทันหัน

ในกรณีบรรทุกเต็มพิกัด ระบบ EBD จะเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกที่ล้อคู่หลังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการหยุดให้สูงที่สุด ช่วยลดภาระของชุดเบรกหน้า

ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)ในกรณีเบรกแบบกะทันหัน ระบบ BA จะช่วยเพิ่มแรงเบรกในระบบ โดยคอมพิวเตอร์จะอ่านค่าจากการเหยียบของผู้ขับว่ามีแรงกระทำมากและนานเท่าไร ช่วยเสริมการหยุดรถได้ในระยะที่สั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดิสก์เบรกล้อหน้าแบบมีช่องระบายความร้อนหยุดรถอย่างมั่นใจมากขึ้น ช่วยป้องกันความร้อนสะสมขณะใช้เบรกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

(รุ่น J มาตรฐาน ไม่มีระบบเบรก ABS/EBD/BA)

ระบบปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA พัฒนาการล่าสุดของโครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ที่ให้ความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกด้วยโครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกจากการชน ให้ถ่ายเทไปสู่ส่วนต่างๆของตัวถัง เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อห้องโดยสารน้อยที่สุด โดยระบบดูดซับแรงกระแทกที่สามารถดูดซับแรงกระแทกลดความรุนแรงจากการชนด้วยการกระจายแรงสู่ตัวถัง พร้อมคานนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างเพิ่มความแข็งแกร่ง และความปลอดภัยให้กับห้องโดยสารเมื่อเกิดการชน

ระบบลดแรงกระแทกศีรษะด้านข้าง ออกแบบเพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่ศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ช่วยลดการบาดเจ็บของศีรษะและหน้าอก จากแรงปะทะซึ่งเกิดจากการชนด้านหน้า (มีให้เลือกในรุ่น E แต่เป็นมาตรฐานในรุ่น G, G-Limited และ S-Limited)

เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าพร้อมระบบกลไกดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ (Pretensioner & Force Limiter) ช่วยรั้งร่างกายผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้แนบกับเบาะเมื่อเกิดการชน ป้องกันการบาดเจ็บจากแรงกระแทก (เฉพาะรุ่นที่มีถุงลมนิรภัย)

เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL Concept ป้องกันการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง

NHTSA หน่วยงานด้านความปลอดภัยยานยนต์ทางบกของสหรัฐอเมริกา ให้คะแนนผลทดสอบการชน Toyota Vios ดังนี้[1]

  • การชนด้านหน้าฝั่งผู้ขับขี่: 5/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar full.svg
  • การชนด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร: 5/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar full.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้ขับขี่ (ไม่มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 3/5 starsStar full.svgStar full.svgStar empty.svgStar empty.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้โดยสาร (ไม่มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 3/5 starsStar full.svgStar full.svgStar empty.svgStar empty.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้ขับขี่ (มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้โดยสาร (มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg
  • ทดสอบการพลิกคว่ำ: 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg

ผลทดสอบ

รายละเอียดทางเทคนิค[แก้]

ขนาด & น้ำหนัก
ความยาว (มิลลิเมตร) 4410
ความกว้าง (มิลลิเมตร) 1700
ความสูง (มิลลิเมตร) 1475
ความยาวช่วงล้อ (มิลลิเมตร) 2550
ความกว้างช่วงล้อ (มิลลิเมตร) หน้า x หลัง 1470 x 1460
ระดับต่ำสุดจากพื้น (มิลลิเมตร) 150
น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) 1020 - 1065 (แล้วแต่รุ่น)
ความจุกระโปรงท้ายรถ VDA (ลิตร) 400 (475 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง)
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) 4.9
เครื่องยนต์ 1NZ-FE
แบบเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16V พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มิลลิเมตร) 75.0 x 84.7
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 1,497
อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1
แรงม้าสูงสุด (กิโลวัตต์ (แรงม้า) / รอบต่อนาที) 80 (109) / 6000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร (kg-m) / รอบต่อนาที) 141 (14.4) / 4200
ระบบจ่ายน้ำมัน EFI (Electronic Fuel Injection)
ความจุถังน้ำมัน 42
ระบบขับเคลื่อน & ระบบกันสะเทือน
ระบบช่วงล่าง - หน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบช่วงล่าง - หลัง ทอร์ชั่น บีม
ระบบเบรก - หน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบเบรก - หลัง ดรัมเบรก (ดิสก์เบรกในรุ่น S-Limited) / ปี 2010 (ดิสก์เบรกในรุ่น E Safety / G / G-Limited)
ขนาดยาง 175/65R14 ในรุ่น J มาตรฐาน และ 185/60R15 สำหรับทุกรุ่น

อ้างอิง[แก้]

  1. "Safercar.gov". Safercar.gov. สืบค้นเมื่อ 2010-04-27. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]