อีซูซุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ จำกัด
ประเภท Public TYO: 7202
ก่อตั้งเมื่อ 1916
สำนักงานใหญ่ Tokyo, Japan
ผลิตภัณฑ์ รถยนต์
เว็บไซต์ Isuzu Worldwide site

บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ จำกัด (いすゞ自動車株式会社:Isuzu Jidōsha Kabushiki-gaisha?; Isuzu Motors Ltd.) เป็นผู้ผลิตยานพาหนะส่วนบุคคล ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ และ รถบรรทุกของหนัก มีสำนักงานใหญ่ในโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2548 อีซูซุ คือ ผู้ผลิตรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มากที่สุดในโลก โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองฟูจิซะวะ และยังมีที่ จังหวัดโทะจิงิ และ จังหวัดฮกไกโด อีกด้วย


ประวัติและการดำเนินการของอีซูซุในประเทศไทย[แก้]

ในประเทศไทย ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุในประเทศไทยคือ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุตามภูมิภาค ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และ มีโรงงานประกอบในประเทศไทย คือ อีซูซุ มอเตอร์ ( ประเทศไทย ) จำกัด โดยที่ตั้งของโรงงานจะอยู่ ที่ จังหวัดสมุทรปราการ และ จังหวัดฉะเชิงเทราโดยเป็นผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายรถอีซูซุ ชิ้นส่วนอะไหล่อีซูซุ และซ่อมบำรุงรถอีซูซุ รวมทั้งวางแผนงาน ธุรกิจในประเทศไทย ผลิต ภัณฑ์อีซูซุ ประกอบด้วย รถหัวลาก รถบรรทุก รถโดยสาร รถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4ล้อ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ โดยมี เครือข่ายการจำหน่าย ศูนย์บริการ และอะไหล่เกือบ 300 แห่งทั่วประเทศ ก่อตั้ง : 22 พฤศจิกายน 2517 จำนวนพนักงาน : 500 คน

โดยอีซูซุในประเทศไทยเริ่มมีการดำเนินการตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2500 เริ่มจำหน่ายรถบรรทุกอีซูซุคันแรก ในประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 ได้จัดตั้งสำนักงานขาย ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ เชิงสะพานหัวช้าง กรุงเทพมหานคร ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2506 บริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มต้นการประกอบรถยนต์อีซูซุ ภายในประเทศ ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2509 จึงก่อตั้ง บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นเพื่อประกอบรถยนต์อีซูซุ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2517 สำนักงานขายและศูนย์บริการได้รับการบริหารใหม่เป็นบริษัทอิสระ ภายใต้ชื่อ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยการร่วมทุนของ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น และบริษัท อีซูซุมอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น มีนาคม 2528 บริษัท ไทยออโต้เซลส์ จำกัด ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านสินเชื่อรถยนต์กรกฎาคม 2530 บริษัท อีซูซุเอ็นยิ่นแมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับใบอนุญาตจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้ผลิตเครื่องยนต์จำหน่าย ในปีพ.ศ. 2532ได้เปิดตัวอีซูซุ ฟาสเตอร์ แซด นิวสองพันห้าดีไอ (Isuzu Faster Z New 2500 Di) หรือในตระกูล อีซูซุ ทีเอฟอาร์ (isuzu tfr)ในปีพ.ศ. 2535ได้เปิดตัวรถเอนกประสงค์ที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะอีซูซุ คาเมโอ (Isuzu Cameo) ในช่วง พ.ศ. 2534-2540 อีซูซุได้ประกอบรถกระบะให้กับค่ายรถยนต์อื่น คือ ฮอนด้า (ตามโครงการแลกเปลี่ยนผลิตภัณท์)และ โอเปิล(ซึ่งจีเอมออกแบบและพัฒนาร่วมกันก่อนแล้วแต่สมัยนั้นรถของจีเอ็มในประเทศไทย ยังเป็น โอเปิล ไม่ใช่ เชฟโรเลต) เนื่องจากฮอนด้า และ จีเอ็ม(สมัยนั้นยังเป็นโอเปิล) ยังไม่มีรถกระบะเป็นแบรนด์ของตัวเอง แต่อยากจะมีส่วนร่วมในรถกระบะบ้าง จึงให้อีซูซุประกอบให้ โดยฮอนด้าใช้ชื่อว่า ฮอนด้า ทัวร์มาสเตอร์ ส่วนโอเปิล(จีเอ็ม)ใช้ชื่อว่า โอเปิล แคมโป้ แต่ยอดขายย่ำแย่มาก ในช่วง พ.ศ. 2539-2546 อีซูซุไม่มีรถเก๋งเป็นแบรนด์ของตัวเอง จึงให้ฮอนด้าประกอบให้ โดยให้ชื่อว่า อีซูซุ เวอร์เท็กซ์ ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่เป็นรถซีดาน หรือรถเก๋งรุ่นสุดท้ายของอีซูซุประเทศไทย และใช้พรีเซนเตอร์ชื่อดังอย่าง ริชาร์ด เกียร์ แต่กลับทำยอดขายได้ย่ำแย่แต่ก็ขายได้ดีกว่ากระบะของฮอนด้าและโอเปิล โดยเลิกผลิตในปี พ.ศ. 2545 ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2540 ด้วยความเชื่อถือและสนับสนุนจากประชาชนชาวไทย รถอีซูซุทุกรุ่นสามารถ บรรลุยอดจำหน่ายรวมถึง 1 ล้านคัน ในวันที่16 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2545 ทางอีซูซุจึงได้เปิดตัวรถกระบะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของอีซูซุเท่าที่เคยมีมา คือ อีซูซุ ดีแมคซ์ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย และอีก 2 ปีถัดมา ได้มีการเปิดตัว อีซูซุ มิว-เซเว่น ซึ่งเป็นรถเอนกประสงค์ที่ดัดแปลงจากรถกระบะ(พีพีวี)ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีทอง การดำเนินกิจการอีซูซุในประเทศไทย และฉลองยอดผลิต และยอดจำหน่ายอีซูซุทุกรุ่นครบ 2,000,000 คันในเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2554 ได้มีการเปิดตัว อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด พร้อมกับ เปิดโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรม เกต์เวย์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นการรองรับการผลิตและความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555ได้เฉลิมฉลองยอดผลิตรถในไทยที่3,000,000คันพร้อมเปิดตัวอีซูซุ ดีแมคซ์ เอ็กซีรีส์รุ่นพิเศษแต่งสปอร์ต และในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2556ได้เปิดตัวรถเอนกประสงค์อีซูซุ มิวเอกซ์รุ่นใหม่มาแทนมิวเซเวน

รุ่นที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันในประเทศไทย[แก้]

รุ่นที่เลิกผลิตไปแล้วในประเทศไทย[แก้]

การครองความเป็นเจ้าแห่งรถกระบะในประเทศไทย[แก้]

อีซูซุ ครองความเป็นเจ้าตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 19 ปี สาเหตุที่สำคัญเป็นเพราะอีซูซุ เข้าใจตลาดรถกระบะเมืองไทย และทำตลาดได้ตรงตามความต้องการของคนไทยมากที่สุด จุดที่ทำให้ รถกระบะอีซูซุ ครองความเป็นผู้นำในตลาดนี้มายาวนาน เป็นเพราะ

  1. เน้นเครื่องยนต์ที่ทนทาน ในขณะที่ยี่ห้ออื่นไปเน้นด้านพลัง จนถึงระยะเวลาหนึ่ง อีซูซุจึงได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องยนต์ของกระบะอีซูซุทนทานมาก ทำให้ประหยัดเงินในการซ่อมบำรุงต่างกับยี่ห้ออื่นมาก
  2. เน้นเรื่องความประหยัดน้ำมันมาโดยตลอด แม้ในขณะที่เปิดตัวรุ่นแรก ราคาน้ำมันไม่ได้แพงมากเหมือนสมัยปัจจุบัน แต่อีซูซุ กลับเน้นการประหยัดน้ำมัน ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ ไปเน้นเรื่องความเร็วและความแรง
  3. มักเป็นผู้ริเริ่มในด้านตลาดรถยนต์กลุ่มนี้
  4. เป็นกระบะเจ้าแรกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หัวฉีด ไดเร็คอินเจ็คชั่น หรือ Di
  5. เป็นกระบะเจ้าแรกที่ทำสเปชแคป (ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2529
  6. เป็นกระบะเจ้าแรกที่เอาเกียร์อัตโนมัติมาใช้ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่
  7. เป็นกระบะเจ้าแรกที่เอาเทอร์โบมาใช้
  8. ศูนย์บริการที่มีมากกว่าเจ้าอื่นๆ
  9. ราคาอะไหล่ไม่แพง และใช้ได้ทนทาน นาน

จนมาถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เป็นสาหตุสำคัญที่ทำให้ กระบะอีซูซุ ไม่ได้ครองเจ้าตลาดอีกในเวลาต่อมาคือ

  1. การร่วมมือกับ GM ออกกระบะรุ่นดีแมกซ์ออกมา ทำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งของอีซูซุ ที่ไม่ชอบหน้าตาดีแมกซ์ แต่ยังชื่นชอบระบบเครื่องยนต์และช่วงล่างของอีซูซุ หันไปซื้อกระบะของ GM แทน
  2. การเริ่มถูกคู่แข่งลงทุนไม่อั้น โดยเป็นผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ แทน เช่นการใช้เครื่องยนต์คอมมอนเรล การติดตั้งก๊าซซีเอ็นจีจากโรงงาน ที่อีซูซุ ไม่ตัดสินใจทำก่อน
  3. ดีแมคซ์คอมมอนเรล มีปัญหามากมาย เช่นคลัทช์ดัง น้ำมันเครื่องหาย ปัญหา SCV วาล์ว
  4. การใช้คัทซี 3 ท่อน ทำให้ลูกค้าที่ไม่เข้าใจ ลังเล เพราะไม่มั่นใจ
  5. โทนสีภายในของอีซูซุ ดูไม่ทันสมัย ในขณะที่เจ้าอื่น ไปใช้โทนสีครีม สีเบจ แต่อีซูซุยังใช้โทนสีเทา หรือสีดำ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]