พาราเซตามอล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พาราเซตามอล
ชื่อสารเคมีในระบบ IUPAC
N-(4-hydroxyphenyl)acetamide
การจัดระบบ/ฐานข้อมูล
เลขทะเบียน CAS 103-90-2
รหัส ATC N02BE01
PubChem 1983
DrugBank APRD00252
ChemSpider 1906
ข้อมูลทางเคมี
สูตรเคมี C8H9NO2 
น้ำหนักโมเลกุล 151.169 g/mol
SMILES eMolecules & PubChem
ข้อมูลทางกายภาพ
ความหนาแน่น 1.263 กรัม/ซม.³
จุดหลอมเหลว 169 °C
สภาพละลายในน้ำ 14 mg/mL @ 25C mg/mL (20 °C)
ข้อมูลทางเภสัชจลนศาสตร์
ชีวปริมาณออกฤทธิ์ almost 100%
เมแทบอลิซึม 90 to 95% Hepatic
ครึ่งชีวิตของการกำจัด 1–4 hours
การขับถ่าย Renal
ข้อคำนึงในการรักษา
Licence data

US

ลำดับขั้นของยาต่อการตั้งครรภ์

A (AU) B (US) safe

สถานะตามกฎหมาย

Unscheduled (AU) GSL (UK) OTC (US)

ช่องทางการรับยา Oral, rectal, intravenous

พาราเซตามอล (อังกฤษ: Paracetamol) หรือ ชื่อทั่วไปที่ใช้ในสหรัฐอเมริกาคือ อะซีตามิโนเฟน หรือ แอสเซตามิโนเฟน (อังกฤษ: acetaminophen) เป็นยาบรรเทาอาการปวด (analgesics) ที่ไม่มีฤทธิ์ระงับอาการอักเสบเหมือนอย่างแอสไพรินและไอบูโปรเฟน (ibuprofen) และไม่ใช่ยาแก้อักเสบประเภทสเตอรอยด์ (steroid) และมันก็ไม่ได้เป็นสมาชิกในกลุ่ม เอ็นเซด (non-steroidal anti-inflammatory drugs - NSAIDs)

ในปริมาณการใช้ปกติ พาราเซตามอลจะไม่มีผลทำให้เกิดการระคายเคืองผนังกระเพาะ หรือมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือเป็นอันตรายต่อไต

[แก้] ประวัติ

ในสมัยโบราณจะใช้เปลือกต้นหลิว (willow) เป็นยาแก้ไข้ (antipyretic) ในขณะนั้นรู้กันว่าสารเคมีในเปลือกหลิว คือ ซาลิซิน (salicins) ซึ่งสามารถจะเปลี่ยนเป็นแอสไพรินได้ และทราบด้วยว่าสารเคมีที่อยู่ในเปลือก ซิงโคน่า (cinchona) ใช้เป็นยารักษามาลาเรียได้ คือ ควินนิน (quinine) และมีฤทธิ์เป็นยาแก้ไข้ได้ด้วย

ในปี ค.ศ. 1880sเกิดการขาดแคลนต้น ซิงโคน่า จึงได้มีการหาทางเลือกสำหรับยาลดไข้และได้ค้นพบยาลดไข้ตัวใหม่ ดังนี้

ในขณะที่ ฮาร์มอน นอร์ทรอป มอร์ส (Harmon Northrop Morse) สามารถสังเคราะห์ พาราเซตามอลได้ในปี ค.ศ. 1873 โดยปฏิกิริยารีดักชั่น พารา-ไนโตรฟีนอล (p-nitrophenol) กับ ดีบุกในกรดน้ำส้ม (acetic acid) พาราเซตามอลไม่ได้ถูกใช้เป็นยาเกือบยี่สิบปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1893ได้มีการตรวจพบพาราเซตามอล ในปัสสาวะของผู้ที่ใช้ยาฟีนาซิตินและในปีค.ศ. 1899 พบว่าพาราเซตามอลเป็นเมตาโบไลต์ ของ อะซิตานิไลด์

ในปี ค.ศ. 1948 เบอร์นาร์ด บรอดี้ และ จูเลียส อะเซลรอด ได้ทดลองใช้ อะซิตานิไลด์ ในโรค เมตทีโมโกบินีเมีย (methemoglobinemia) เขาพบว่าฤทธิ์บรรเทาอาการปวดของอะซิตานิไลด์ เกิดจากพาราเซตามอลซึ่งเป็นเมตาโบไลต์ ของ อะซิตานิไลด์ และพาราเซตามอลมีผลข้างเคียงน้อยกว่าอะซิตานิไลด์ มาก ตั้งแต่นั้นมาพาราเซตามอลก็ถูกใช้เป็นยาแก้ไขแก้ปวดกันอย่างแพร่หลาย

พาราเซตามอล เป็นบทความเกี่ยวกับ เภสัชกรรมและยา ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ พาราเซตามอล ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ

เครื่องมือส่วนตัว