พิมพ์ใจ ใจเย็น
ศาสตราจารย์ ดร. พิมพ์ใจ ใจเย็น (25 ธันวาคม 2513 - ) เจ้าของรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ สาขาชีวเคมี ประจำปี พ.ศ. 2548 และรางวัล L'OREAL-UNESCO Fellowhship for Women in Science ประจำปี พ.ศ. 2546 จากผลงานการวิจัยศึกษากลไกการทำงานของเอ็นไซม์ เพื่อกำจัดสารพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อม
ประวัติ [แก้]
เกิดเมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2513 ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นบุตรสาวคนโตของนายอดุลย์ และนางซุ่ยลู้ ใจเย็น มีน้องสาว 1 คน คือ พญ. นัยเนตร ใจเย็น
สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต และโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย โดยได้รับทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงปริญญาเอก จบปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) สาขาเคมี จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2535 และปริญญาเอก สาขาชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน แอนน์อาร์เบอร์ (University of Michigan, Ann Arbor) ตลอดเวลาที่เรียน ได้รับรางวัลผลการเรียนดีเด่นต่างๆ อยู่เสมอ อาทิ รางวัลพระราชทานนักเรียนเรียนดีในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รางวัลจากมูลนิธิ ดร. แถบ นีละนิธิ ในระดับปริญญาตรี รางวัล Chrisman Award สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกที่มีผลการเรียนผลงานวิจัยดี และรางวัล Murphy Award สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลงานตีพิมพ์ดีเยี่ยม จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
การทำงาน [แก้]
ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี[1] คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิจัยประจำหน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศโครงสร้างและการทำงานของโปรตีน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการบริหารชมรมวิจัยโปรตีนแห่งประเทศไทย
งานวิจัย [แก้]
ศ.ดร. พิมพ์ใจ สนใจศึกษาความรู้พื้นฐานในด้านกลไกการเกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์ โดยเฉพาะเอนไซม์ในกลุ่มที่มีสารประกอบประเภทวิตามินบีสอง (Flavin) เป็นตัวช่วยในการเร่งปฏิกิริยา นอกจากใช้วิธีการทดลองทางด้านชีวเคมีทั่วไปในการศึกษาแล้ว มีการใช้ข้อมูลทางจลนศาสตร์และอุณหพลศาสตร์ ซึ่งได้มาจากการทำการทดลองกับเครื่องมือ stopped-flow spectrometer ควบคู่ไปกับการวัดสมบัติทางด้านสเปคโตรสโกปีชนิดต่างๆ เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ถึงกลไกการเกิดปฏิกิริยาด้วย รวมทั้งการศึกษาโครงสร้างทางสามมิติของเอนไซม์ต่างๆ เอนไซม์หลักที่ศึกษา มี 4 กลุ่ม ได้แก่
1. เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสารประกอบอะโรมาติก ซึ่งทำให้จุลินทรีย์สามารถบำบัดของเสียในสิ่งแวดล้อมด้วยกระบวนการทางชีวภาพได้
2. เอนไซม์ลูซิเฟอเรส (luciferase) ที่สามารถเร่งปฏิกิริยาการเรืองแสงจากสิ่งมีชีวิต โดยได้ทำการแยกเอนไซม์ชนิดนี้จากแบคทีเรียเรืองแสงในทะเล
3. เอนไซม์ไพราโนสออกซิเดส (pyranose oxidase) ในการสังเคราะห์สารให้ความหวาน โดยศึกษาถึงข้อมูลเชิงลึกในการเกิดปฏิกิริยา เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้งานเอนไซม์ตัวนี้ในภาคอุตสาหกรรมได้ดีขึ้น
4. เอนไซม์เซอรีนไฮดรอกซีเมททิลทรานสเฟอเรส (serine hydroxymethyl transferase, SHMT) เพื่อการนำไปสู่การพัฒนายาต้านมาลาเรียตัวใหม่ต่อไป
ผลงานวิจัยของ ศ.ดร. พิมพ์ใจ เป็นที่ยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์ระดับโลก และสามารถตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการชั้นนำได้ เช่น วารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America (PNAS) , Journal of Biological Chemistry เป็นต้น
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
