วิทิต มันตาภรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสตราจารย์วิทิต มันตาภรณ์

ศาสตราจารย์วิทิต มันตาภรณ์ (อังกฤษ: Vitit Muntarbhorn) เป็นนักกฎหมายชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน และศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประวัติ[แก้]

ศาสตราจารย์วิทิตเกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 เป็นบุตรคนกลางในบรรดาบุตรธิดา 3 คนของคุณนิรมล โทณวณิก และศาสตราจารย์นายแพทย์สมาน มันตาภรณ์ บิดาแห่งศัลยกรรมทรวงอกของประเทศไทย เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาที่วชิราวุธวิทยาลัยจนถึงชั้นป.4 แล้วย้ายไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียน Akeley Wood และมัธยมศึกษาจาก Malvern College โดยเลือกสอบในวิชาภาษาฝรั่งเศส ละติน และประวัติศาสตร์[1]

จบการศึกษาระดับปริญญาตรี Bachelor of Civil Law (B.C.L.) และปริญญาโท(M.A.) สาขานิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด สหราชอาณาจักร ต่อมาได้รับทุนการศึกษาไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายยุโรปที่ Université Libre de Bruxelles (Free University of Brussels) ประเทศเบลเยียม[2] นอกจากนั้นยังสำเร็จการศึกษาเทียบเท่าเนติบัณฑิต (ฺBarrister-at-Law) ที่สำนักมิดเดิ้ลเทมเปิ้ล (The Middle Temple) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษอีกด้วย

การทำงาน[แก้]

ด้านการสอน ศาสตราจารย์วิทิตเคยเป็นอาจารย์และผู้บรรยายในสถาบันการศึกษาหลายแห่งทั้งในและนอกประเทศ อาทิ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเรดดิง (Reading University) สหราชอาณาจักร และ Canadian Human Rights Foundation ประเทศแคนาดา เริ่มเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่พ.ศ. 2521 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ระดับ 11 เป็นอาจารย์ผู้สอนรายวิชากฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กฎหมายผู้ลี้ภัย กฎหมายสิทธิเด็ก กฎหมายสหภาพยุโรป และสัมมนากฎหมายระหว่างประเทศ

ในด้านการทำงานภายใต้กิจกรรมขององค์การสหประชาชาติ ศาสตราจารย์วิทิตเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ดังนี้

  • ผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยการค้าเด็ก การค้าประเวณีเด็ก และสื่ออนาจารที่เกี่ยวกับเด็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations Special Rapporteur on the sale of children, child prostitution and child pornography) ระหว่างปี พ.ศ. 2533 - 2537 (ค.ศ. 1990 - 1994)
  • ผู้เสนอรายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ (United Nations Special Rapporteur on the Situation of Human Rights in Democratic People’s Republic of Korea) ระหว่างปี 2547 - 2553 (ค.ศ. 2004 - 2010)
  • ประธานคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในโกดติวัวร์ (ไอวอรีโคสต์) (Chair of the International Commission of Inquiry on the Ivory Coast) ในปี พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011)

ศาสตราจารย์วิทิตยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการหรือที่ปรึกษาประจำสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR), ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR), สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO), กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF), องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO), องค์การอนามัยโลก (WHO) และมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (United Nations University: UNU)

ปัจจุบัน ศาสตราจารย์วิทิตดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศซีเรีย (Commissioner on the Independent International Commission of inquiry on Syria) ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012)[3]; ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของมนุษย์ (Advisory Board on Human Security) ของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNOCHA)[4] และกรรมการในคณะกรรมาธิการผู้ชำนาญด้านการอนุวัติให้เป็นไปตามอนุสัญญาและคำแนะนำ (Members of the Committee of Experts on the Application of Conventions and Recommendations) ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)[5]

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์วิทิตยังได้ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (The International Commission of Jurists: ICJ)[6]; สมาชิกสภาที่ปรึกษาคณะนักกฎหมาย (Advisory Council of Jurists) ในการประชุมความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (The Asia Pacific Forum of National Human Rights Institutions: APF)[7]; และประธานร่วมคณะทำงานเพื่อกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน (Co-Chairperson of the Working Group for an ASEAN Human Rights Mechanism)[8] ทั้งนี้ ศาสตราจารย์วิทิตเคยดำรงตำแหน่งประธานร่วมในการวางกรอบหลักการยอกยาการ์ตา (Yogyakarta Principles on the Application of International Human Rights Law in relation to Sexual Orientation and Gender Identity) ซึ่งเป็นการประยุกต์กฎหมายสิทธิมนุษยชนมาใช้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศ ที่มหาวิทยาลัย Gadjah Mada เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006)

งานเขียน[แก้]

  • Unity in Connectivity?: Evolving Human Rights Mechanisms in the Asean Region (Nijhoff Law Specials) (2013), สำนักพิมพ์ Martinus Nijhoff
  • A Commentary on the United Nations Convention on the Rights of the Child, Article 34: Sexual Exploitation and Sexual Abuse of Children (2007), สำนักพิมพ์ Martinus Nijhoff
  • "Human Rights Monitoring in the AsiaPacific Region" ในหนังสือ International Human Rights Monitoring Mechanisms: Essays in Honour of Jakob Th. Möller (2001), สำนักพิมพ์ Martinus Nijhoff (กองบรรณาธิการ: Gudmundur Alfredsson, Jonas Grimheden, Bertrand G. Ramcharan)
  • Mass Media Laws and Regulations in Thailand (1998), สำนักพิมพ์ Asian Media Information and Communication Centre
  • Extraterritorial Criminal Laws Against Child Sexual Exploitation (1998), สำนักพิมพ์ UNICEF
  • Roads to Democracy: Human Rights and Democratic Development in Thailand (1994), สำนักพิมพ์ International Centre for Human Rights and Democratic Development (เขียนร่วมกับ Charles Taylor)
  • The Status of Refugees in Asia (1992), สำนักพิมพ์ Oxford University Press

รางวัลและเกียรติยศ[แก้]

  • พ.ศ. 2552 - รางวัลเกียรติยศ "ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน” ประจำปี 2552 จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ[9]
  • พ.ศ. 2551 - อาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2550 จากที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.)
  • พ.ศ. 2550 - รางวัลทูตพิทักษ์สิทธิเด็กแห่งปี สาขานักวิชาการ ประจำปี 2550 จากเครือข่ายคณะทำงานด้านเด็ก[10]
  • พ.ศ. 2547 - ได้รับรางวัลจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ด้านการศึกษาสิทธิมนุษยชน (UNESCO Prize for Human Rights Education/Bilbao Prize for the Promotion of a Culture of Human Rights) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ที่ส่งเสริมการสอนและการเผยแพร่ความรู้ทางด้านสิทธิมนุษยชน[11]
  • พ.ศ. 2544 - ได้รับเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขานิติศาสตร์[12]
  • พ.ศ. 2543 - อาจารย์ดีเด่นระดับมหาวิทยาลัย สาขาสังคมศาสตร์ ปีการเงิน 2543 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[13]
  • พ.ศ. 2539 - บุคลากรดีเด่น ประเภทความสามารถทางวิชาการ ปี 2539 จากสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[14]
  • พ.ศ. 2537 - ได้รับเชิดชูเกียรติเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขานิติศาสตร์ จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)[15]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. นิตยสาร IMAGE. คอลัมน์ Perspective "วิทิต มันตาภรณ์: Giving Voice to the Unheard." Vol. 26, No. 09, กันยายน 2556. หน้า 77.
  2. เดอะเนชันส์. "Dr. Vithit Muntarbhorn, UNESCO Prize Winner for Human Rights Education" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: The Nation 2555. สืบค้น 13 สิงหาคม 2555.
  3. Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights (OHCHR), "Biography of Vitit Muntarbhorn" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: OHCHR สืบค้น 24 มีนาคม 2556.
  4. Office for the Coordination of Humanitarian Affairs, "Advisory Board on Human Security" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: UNOCHA
  5. International Labour Organization, "Members of the Committee of Experts on the Application of Conventions and Recommendations (2012)" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: ILO 2 มีนาคม 2555.
  6. International Commission of Jurists, "Commissioners from Asia-Pacific" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: ICJ
  7. Asia Pacific Forum of National Human Rights Institutions, "ACJ Members" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: ACJ
  8. Working Group for an ASEAN Human Rights Body [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: Working Group for an ASEAN Human Rights Mechanism
  9. ส่วนส่งเสริมและพัฒนาวิจัย สำนักบริหารวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, "อาจารย์จุฬาฯ ได้รับรางวัล “ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน”" [ออนไลน์] [1]
  10. คณะทำงานด้านเด็ก
  11. UNESCO, "Vitit Muntarbhorn from Thailand wins 2004 UNESCO prize for Human Rights Education" [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: UNESCOPRESS, 2547.
  12. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนที่ 7 ข (11 เมษายน 2546) ออนไลน์
  13. กิจการวิจัย จุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย
  14. สำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  15. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]