พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีสุวัตถิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีสุวัตถิ์
Prince Sisawat.jpg

พระบรมนามาภิไธย พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีสุวัตถิ์
พระปรมาภิไธย พระกรุณา สมเด็จพระนโรดม สีสุวัตถิ์ พระเจ้ากรุงกัมพูชาธิบดี
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ราชวงศ์ ราชวงศ์นโรดม
ครองราชย์ 24 มีนาคม พ.ศ. 2447 - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2470
รัชกาลก่อนหน้า สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์
รัชกาลถัดไป พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 7 กันยายน พ.ศ. 2383
กรุงอุดงค์(นครหลวงเก่าของกัมพูชา) ราชอาณาจักรกัมพูชา
สวรรคต 9 สิงหาคม พ.ศ. 2470 (86 ปี)
พระราชบิดา สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี
พระราชมารดา พระปิโยพระบรมอัจฉราอับสร (นักนางเภา)

พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ หรือ นักองค์สีสุวัตถิ์ พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ เป็นพระราชโอรสของ สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี (นักองค์ด้วง) กษัตริย์แห่งกัมพูชาองค์ที่ 1 และเป็นพระอนุชาต่างพระมารดาของ สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ (นักองค์ราชาวดี) กษัตริย์แห่งกัมพูชาองค์ที่ 2

พระราชประวัติ[แก้]

เสด็จพระราชสมภพเมี่อวันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2383 ที่กรุงอุดงค์ นครหลวงเก่าของกัมพูชา [1] ทรงเป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชาองค์ที่ 3 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

  • พระชนมายุ 18 ได้รับพระสุพรรณบัฎเป็น สมเด็จพระหริราชดนัยไกรแก้วฟ้า
  • พระชนมายุ 24 อุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดบวรนิเวศ กรุงเทพมหานคร 1 พรรษา
  • พระชนมายุ 36 (พ.ศ. 2413) ได้รับแต่งตั้งเป็น สมเด็จพระมหาอุปราชบรมบพิตรกรุงกัมพูชา
  • พระชนมายุ 65 (24 มีนาคม พ.ศ. 2447) ครองราชย์เป็นกษัตริย์กัมพูชาต่อจากพระนโรดม(พระเชษฐา)

ช่วงที่พระองค์ครองราชย์ ฝรั่งเศสได้เรียกร้องเอาเมืองพระตะบอง เสียมเรียบ สตึงแตรง และเกาะกง คืนจากสยามไปรวมกับกัมพูชาเหมือนเดิม

  • พระชนมายุ 67 (พ.ศ. 2449) ได้เสด็จประพาสประเทศฝรั่งเศส

พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ ทรงขึ้นครองราชย์เมี่อ พ.ศ. 2447 สืบต่อจากพระเชษฐา สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์

สวรรคต[แก้]

เสด็จสวรรคตที่ กรงุพนมเปญ เมี่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2470 รวมพระชนมายุ 88 พรรษา ทรงครองราชย์ 24 ปี

สมเด็จกรมศาลาเร็จจณาเขมร ทรงถ่ายรูป พระราชพิธีสรงพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้ากรุงกัมพูชาธิบดี ศรีสวัสดิ์ ก่อนอัญเชิญพระบรมศพลงในพระบรมโกศ

กำหนดการพระราชพิธีพระบรมศพ[แก้]

  • พิธีกรรมวันแรก สรงน้ำพระบรมศพ แผ่นทองที่ครอบพระพักตร์นั้น เป็นแผ่นทองที่จารึกอายตนะ 6 (พระปรมาภิไธยและวันเวลาพระราชสมภพและวันเสด็จสวรรคต) มีซับพระพักตร์ตาดเงินขาวคลุมบนแผ่นทอง และมีทรงสะพักตาดเงินขาวคลุมบนพระองค์

ตอนสรงน้ำพระศพนั้น สรงบนพระแท่นสานด้วยหวาย มีถาดหรือรางสังกะสีรองอยู่ใต้พระแท่น เมื่อสรงเสร็จแล้วก็เชิญพระศพไปประดิษฐานบนพระแท่นที่สวรรคต

  • วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2470 (หลังสวรรคต 1 เดือน) พระสีสุวัตถิ มุนีวงศ์ (ไทยเรียกพระศรีสวัสดิ์ มณีวงศ์)กษัตริย์พระองค์ใหม่ ถวายพระนามให้กษัตริย์ที่สวรรคตว่า "พระกรุณาในพระบรมราชานุโกศ"
  • พิธีในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2471 (หลังสวรรคต 7 เดือน) อัญเชิญพระศพในพระบรมโกศทอง(สูง 2 เมตร 80 ซม.) เพื่อจะขึ้นรถแห่ไปยังพระเมรุ

เกร็ดความรู้[แก้]

  • สนับพระชงฆ์ผ้าขาว ๑ สนับพระชงฆ์มีเชิงงอนทอง ๑ พระภูษาเยียรบับขาว ๑ สายรัดพระองค์ทองฝังเพชร ๑ (ที่ใช้ในพระราชพิธีเหมือนราชประเพณีในจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓)
  • ในบันทึกจดหมายเหตุ ที่เก็บรักษาไว้ในเก๋งพระอาลักษณ์ กล่าวว่า เครื่องที่ถวายพระบรมศพทรงทั้งหมดนั้นราคากว่า ๑๐,๐๐๐ เหรียญ (ฝรั่งเศส) เป็นพระราชทรัพย์พระกรุณาในพระบรมราชานุโกศ และจะต้องเรียกเอาออกในเวลาที่เชิญพระบรมศพใส่ลงในพระโกศเงินกาไหล่ทอง เพื่อแห่ไปสู่พระเมรุมาศ และสิ่งของนี้จะต้องสร้างเป็นพระพุทธรูป ๑ องค์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระกรุณาในพระบรมราชานุโกศ
  • มีประเพณีเหมือนของไทยอีกอย่างหนึ่งคือแต่งเครื่องขาวไว้ทุกข์ แต่ไม่ได้โกนผม สมัยโบราณอาจโกนผมกันทั้งแผ่นดิน ทว่า พ.ศ. ๒๔๗๐ ในอาณัติฝรั่งเศส คงจะเลิกประเพณีนี้ไป เว้นเสียแต่พวกเจ้านายฝ่ายในที่อายุมาก และพวกฝ่ายใน เพราะมีบรรยายไว้ในราชกำหนดว่า

"มีนางร้องไห้ประจำยาม ๒๐ คน ล้วนแต่โกนผมนุ่งขาวไว้ทุกข์ ร้องยำยามตามบทที่กรมพระราชนิพนธ์ (คงจะพระนามทรงกรมของเจ้านายองค์ใดองค์หนึ่ง-จุลลดาฯ) ได้แต่งถวายสำหรับพระบรมศพ ในเวลาที่ร้องยำยามถวายนั้น มีกลองชนะ ๑๐ จ่าปี่ ๑ จ่ากลอง ฯลฯ"[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://freepages.genealogy.rootsweb.ancestry.com/~royalty/cambodia/i210.html#I210
  2. จดหมายเหตุ หนังสือพระราชกำหนดการ พระราชพิธีพระบรมศพ พระกรุณาฯ ศรีสวัสดิ์ - เก๋งพระอาลักษณ์ พระบรมมหาราชวังเขมรินทร์
ก่อนหน้า พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีสุวัตถิ์ ถัดไป
สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ 2leftarrow.png พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
(2447 - 2470)
2rightarrow.png พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์