ฉากแท่นบูชาเก้นท์
ฉากแท่นบูชาเก้นท์ หรือ บานพับภาพเก้นท์ (ภาษาอังกฤษ: Ghent Altarpiece หรือ Adoration of the Mystic Lamb; ภาษาดัทช์: Het Lam Gods (ลูกแกะของพระเจ้า)) เป็นบานพับภาพเขียนเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1432 ที่เขียนแบบตระกูลการเขียนภาพแบบเนเธอร์แลนด์ตอนต้นซึ่งเคยตั้งอยู่ที่ชาเปล Joost Vijdt ในมหาวิหารเซนต์บาโวที่เก้นท์ในประเทศเบลเยียม แต่ต่อมาย้ายไปอยู่อีกส่วนหนึ่งของมหาวิหารเพื่อความปลอดภัย
เนื้อหา |
ประวัติ[แก้]
บานพับภาพเก้นท์จ้างให้ทำโดย Joost Vijdt ผู้เป็นพ่อค้าผู้มีฐานะดี งานเขียนเริ่มโดยอูแบร์ต ฟาน เอค (Hubert van Eyck) ผู้เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 1426 ขณะที่ยังเขียนภาพนี้อยู่ งานนี้จึงมาเสร็จโดยยาน ฟาน เอคผู้เป็นน้องชาย บานพับภาพนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเขียนภาพแบบใหม่ซึ่งเป็นการเขียนที่นิยมความเป็นธรรมชาติแทนที่จะเป็นเขียนแบบจินตนาการนิยมศิลปะคลาสสิก[1]
ตัวบานพับภาพประกอบด้วยฉากทั้งหมด 24 ฉากซึ่งมองได้เป็นสองชุด ชุดเมื่อเปิดบานภาพและชุดเมื่อปิดบานภาพ แถวบนของบานเปิดตรงกลางเป็นภาพพระเยซูผู้เป็นกษัตริย์ สองข้างเป็น พระแม่มารีและ นักบุญจอห์นแบ็พทิสต์ ปีกถัดไปจากพระแม่มารีและนักบุญจอห์นแบ็พทิสต์เป็นภาพเทวดาร้องเพลงสรรเสริญและเล่นดนตรี ด้านนอกสุดจากเทวดาเป็นอาดัมและ อีฟ แถวที่สองตรงกลางเป็นภาพการชื่นชมของ “ลูกแกะของพระเจ้า” ซึ่งมีผู้ร่วมชื่นชมหลั่งไหลกันมามากมายภายใต้นกพิลาปที่เป็นสัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในวันทำงานบานพับภาพจะปิดให้เห็นภาพด้านนอก “การประกาศของเทพ” และ Joost Vijdt ผู้อุทิศเงินสร้างและ Lysbette Borluut ผู้ภรรยา
บนกรอบเคยมีตัวอักษรบ่งว่าอูแบร์ต ฟาน เอคผู้ “เหนือกว่าผู้ใด” (maior quo nemo repertus) เป็นผู้เริ่มเขียนภาพ และยาน ฟาน เอคเรืยกตนเองว่า “ช่างเขียนมือรอง” (arte secundus) เป็นผู้เขียนเสร็จในปี ค.ศ. 1432 แต่กรอบที่แกะสลักอย่างสวยงามรอบบานพับอย่าถูกทำลายระหว่างการปฏิรูปทางคริสต์ศาสนา สันนิษฐานกันว่าส่วนที่สูญหายไปอาจจะรวมทั้งกลไกที่ใช้ปิดเปิดบานพับซึ่งอาจจะรวมทั้งดนตรีประกอบด้วย[2]
กรอบล่างทางด้านซ้ายที่รู้จักกันในนาม “The Just Judges” ถูกโขมยไปเมื่อปี ค.ศ. 1934 กรอบที่เห็นเป็นภาพลอกโดย Jef Vanderveken เขียนเมื่อปี ค.ศ. 1945 ภาพที่ถูกขโมยเป็นส่วนสำคัญของนวนิยายเรื่อง “La chute” โดย อัลแบร์ กามู
แผงบนตอนหน้า[แก้]
ภาพสำคัญกลางสามภาพ[แก้]
ภาพของบุคคลสำคัญสามคนด้านหน้าก็ได้แก่พระแม่มารีทางด้านซ้ายและจอห์นแบ็พทิสต์ทางด้านขวา แต่ใครคือบุคคลตรงกลางยังไม่ทราบเป็นที่แน่นอนและยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ บางทฤษฏีกล่าวว่าเป็นภาพพระเยซูผู้มีชัย (Christ in trumph) ทรงเครื่องอย่างนักบวช[3], หรืออาจจะเป็นพระเจ้าผู้เป็นพ่อ, หรืออาจจะเป็นพระตรีเอกานุภาพที่รวมอยู่ในภาพเดียวกันซึ่งจะเห็นได้จากมงกุฏที่สวมที่เป็นมงกุฏสามชั้นซึ่งอาจจะเป็นการสนับสนุนทฤษฏีหลังนี้
เทวดาร้องเพลงสรรเสริญ[แก้]
รอบบุคคลทั้งสามเป็นเทวดาเล่นดนตรีและร้องเพลงสรรเสริญ รายละเอียดของเครื่องดนตรีและเสื้อผ้าวาดอย่างละเอียด บทสอนเพลงสรรเสริญในสมัยนั้นจะบ่งได้ว่าใบหน้าเทวดาองค์ใดร้องตัวโน้ตใด เมื่อนักประวัติศาสตร์ศึกษารายละเอียดของใบหน้าก็สามารถบอกได้เช่นเดียวกัน และแม้แต่ออร์แกนที่นักบุญซิซิเลียนั่งเล่นก็มีรายละเอียดสมบูรณ์พอที่จะให้นักศึกษาการดนตรีสามารถสร้างออร์แกนจำลองจากภาพได้
อาดัม และ อีฟ, เคน และ เอเบล[แก้]
ด้านบนของบานพับทางปีกข้างซ้ายขวาเป็นภาพของอาดัมและอีฟที่มองมาทางกลางบานพับ ร่างคลุมด้วยใบไม้ อีฟถือผลไม้แต่ไม่ใช่แอปเปิลตามปกติแต่เป็นส้มผลเล็กที่รู้จักกันว่า “แอปเปิลของอาดัมแห่งสวนอีเด็น” (Adam's Apple Garden of Eden) ตัวอาดัมแสดงท่าราวกับก้าวออกมาจากภาพได้ซึ่งทำให้ผู้ดูมีความรู้สึกว่าเป็นภาพสามมิติ
เหนืออาดัม และ อีฟเป็นภาพเอกรงค์ (grisaille) ของเอเบลสังเวยแกะตัวแรกในฝูงแก่พระเจ้า และเคนถวายสิ่งที่เก็บเกี่ยว จากนั้นก็เป็นภาพเคนสังหารเอเบลด้วยกระดูกกรามของลาตามคัมภีร์ไบเบิลที่ว่าเคนอิจฉาที่พระเจ้ารับเครื่องสังเวยจากเอเบลก่อน ยาน เอ็ควาดแบบรูปปั้นซึ่งทำให้ภาพมีรู้สึกว่าลึก
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 รูปเปลือยของอาดัม และ อีฟไม่เป็นที่ยอมรับภายในวัด ฉะนั้นแผงจึงถูกเขียนแทนด้วยภาพอาดัมและอีฟที่มีเครื่องปิดบังที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ในมหาวิหารนอกชาเปล Vijdt
แผงล่างด้านหน้า[แก้]
แผงกลางตอนล่าง[แก้]
ตอนล่างของแผงเป็นภาพการชื่นชมของลูกแกะของพระเจ้า โดยมีผู้คนมากมายจากทุกมุมมาสักการะ เหนือลูกแกะเป็นนกพิลาปซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระจิตทึ่ส่องแสงสว่างไปทั่วภาพ รอบแกะเป็นเทวดาสิบสี่องค์ ด้านหน้าเป็นน้ำพุแห่งชีวิต (fountain of life) ที่ไหลลงมาเป็นลำธารที่พื้นที่เต็มไปด้วยอัญมณี
ด้านหน้าทางซ้ายด้านล่างเป็นกลุ่มประกาศกชาวยิวคุกเข่าถือคัมภีร์ไบเบิลหรือหนังสือที่เกี่ยวกับพันธสัญญา ด้านหลังเป็นนักปรัชญาเพกัน และนักเขียนที่มาจากทั่วโลกซึ่งจะเห็นได้จากใบหน้าบางคนที่ออกไปทางตะวันออก และหมวกและเครื่องสวมหัวที่ต่างๆ กัน ผู้ที่แต่งเสื้อขาวอาจจะเป็นเวอร์จิล (Virgil) ผู้ที่เห็นกันว่าเป็น “Christian avant-la-lettre” ทางด้านขวาเป็นอัครสาวกสิบสององค์ ด้านหลังของอัครสาวกเป็นนักบุญชายและพระสันตะปาปาและนักบวชอยู่ด้านหน้า ในบรรดานักบุญก็มีนักบุญสตีเฟนที่ถือก้อนหินที่ถูกขว้าง
ด้านหลังของภาพจะเห็นผู้พลีชีพ, นักบวชทางซ้ายและผู้หญิงทางขวาต่างก็ถือใบปาล์ม ผู้หญิงบางคนก็ทราบได้ว่าเป็นใครจากสิ่งที่ถือ
บานข้างตอนล่าง[แก้]
จากแผงกลางจะเห็นเป็นผู้คนหลายกลุ่ม แผงสองแผงทางซ้ายเป็นภาพ “Just Judges” และ “อัศวินของพระเยซู” (Knights of Christ) ทางด้านขวาเป็นฤๅษี, ผู้แสวงบุญรวมทั้งนักบุญคริสโตเฟอร์ผู้เป็นนักบุญผู้พิทักษ์ผู้เดินทาง
แผงล่างทางซ้ายสุด “Just Judges” ถูกขโมยเมื่องปี ค.ศ. 1934 แต่แม้ว่าจะมีคนอ้างว่าทราบที่ซ่อนแต่ก็ยังไม่พบและเชื่อกันว่าถูกทำลายไปแล้ว ภาพที่หายถูกแทนด้วยงานลอกโดย Jef Vanderveken ในปี ค.ศ. 1945.
รายละเอียด[แก้]
ยาน ฟาน เอคตั้งใจเขียนรายละเอียดต่างๆ อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องตกแต่ง, น้ำพุ, และธรรมชาติรอบๆ หรือ วัดและภูมิทัศน์ที่เป็นฉากหลังโดยเฉพาะภูมิทัศน์ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยพฤกษานาๆ พันธุ์ซึ่งรวมทั้งพืชพันธุ์นอกยุโรป
บานเมื่อปิด[แก้]
การประกาศของเทพ[แก้]
บานหลักเมื่อปิดเป็นภาพการประกาศของเทพตลอดทั้งสี่แผงที่เขียนในลักษณะที่เรียกว่าจิตรกรรมเอกรงค์ ทางด้านซ้ายเป็นคำประกาศของเทวดาเกเบรียล ทางด้านขวาเป็นคำตอบของพระแม่มารีที่เหมือนกับงานการประกาศของเทพอีกชิ้นหนึ่งของยาน ฟาน เอคที่เขียนคว่ำเพื่อให้พระเจ้าอ่านได้ คาดกันว่าทิวทัศน์จากหน้าต่างอาจจะเป็นทิวทัศน์จากที่ที่ฟาน เอคทำงานที่เก้นท์
Jodocus Vijd และ Lysbette Borluut[แก้]
Jodocus Vijd ผู้จ้างเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่งแต่ไม่มีบุตรธิดา
บานอื่นๆ[แก้]
ระหว่างผู้อุทิศเป็นนักบุญจอห์นแบ็พทิสต์และนักบุญจอห์นอีแวนเจลลิสเป็นรูปปั้นบนแท่นวาดแบบเอกรงค์ ด้านบนเป็นประกาศกแซ็คคาริอาห์และมิคาห์มองลงมาดูว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำนายไว้เป็นจริง ซึ่งเขียนบนแถบลอยอยู่เหนือศีรษะของทั้งสองคน ระหว่างศาสดาทั้งสองก็เป็นประกาศกีผู้ทำนายการมาของพระเยซู
อ้างอิง[แก้]
- ↑ Gombrich, E.H., The Story of Art, pages 236-9. Phaidon, 1995. ISBN 0-7148-3355-X
- ↑ Website with scanned reconstructions of the frame from Lotte Brand Philip's book, The Ghent Altarpiece (Princeton,1971), which originated some of these ideas.
- ↑ Lane, Barbara G,The Altar and the Altarpiece, Sacramental Themes in Early Netherlandish Painting, Harper & Row, 1984, ISBN 0-06-430133-8 - pp 109 ff
ดูเพิ่ม[แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ ฉากแท่นบูชาเก้นท์- รายละเอียดรูปสัญลักษณ์-วิทยาลัยมาริสต์
- พิพิธภัณฑ์เมโทรโปลิตัน
- พิพิธภัณฑ์เว็ป, ปารีส: ฉากแท่นบูชาเก้นท์
- อูแบร์ต และยาน ฟาน เอค: ฉากแท่นบูชาเก้นท์ - มหาวิหารเซนต์บาวอนแห่งเก้นท์
- การขโมย Just Judges
- การตีความหมายฉากแท่นบูชาเก้นท์
|
||||||||||||||||||||