จังหวัดโอะกินะวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

จังหวัดโอะกินะวะ
(沖縄県)
ตราประจำจังหวัดโอะกินะวะ
ตราประจำจังหวัด
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อภาษาไทย โอะกินะวะ
ชื่อภาษาญี่ปุ่น 沖縄県
เมืองหลวงจังหวัด นะฮะ
ภูมิภาค คิวชู
เกาะ โอะกินะวะ
กุง 5
ชิโจซง 41
ผู้ว่าราชการ ฮิโรคะซึ นากาอิมะ
ISO 3166-2 JP-47
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ดอกไม้ เดโกะ (Erythrina variegata)
ต้นไม้ ริวคิวมัตสึ
นก Okinawa woodpecker (Sapheopipo noguchii)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 2,271.30 ตร.กม. (อันดับ 44)
ร้อยละพื้นน้ำ 0.5
ประชากร 1,318,218 คน (1 ตุลาคม พ.ศ. 2543) (อันดับ 32)
ความหนาแน่น 580 คน/ตร.กม.
เว็บไซต์ จังหวัดโอะกินะวะ
แผนที่
 
แผนที่ประเทศญี่ปุ่นเน้นจังหวัดโอะกินะวะ

จังหวัดโอะกินะวะ หรือ จังหวัดโอกินาว่า (ญี่ปุ่น: 沖縄県 Okinawa-ken ?) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น ประกอบด้วยหมู่เกาะริวกิว (ญี่ปุ่น: 琉球諸島 Ryūkyū Shotō ?) นับร้อยเกาะ เรียงเป็นแนวยาวกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร เรียงตัวจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะคีวชู (ญี่ปุ่น: 九州 Kyūshū ?) (เป็นเกาะทางตะวันตกเฉียงใต้สุดและเป็นหนึ่งในสี่เกาะหลักของญี่ปุ่น) จนถึงเกาะไต้หวัน เมืองหลวงของจังกวัดโอะกินะวะคือเมืองนะฮะ (ญี่ปุ่น: 那覇市 Naha-shi ?) ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะโอะกินะวะ (ญี่ปุ่น: 沖縄島 Okinawa-jima ?) อันเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของหมู่เกาะ เกาะโอะกินะวะ นี้ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะคีวชู และเกาะไต้หวัน เกาะเซ็นคะคุ (ภาษาญี่ปุ่น:尖閣諸島, Senkaku Shotō; จีนตัวเต็ม: 釣魚台群島; จีนตัวย่อ: 钓鱼台群岛; พินอิน: Diàoyútái Qúndǎo) ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างญี่ปุ่น สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็ถูกญี่ปุ่นจัดอยู่ในจังหวัดโอะกินะวะด้วย

นอกจากนี้ จังหวัดโอะกินะวะเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือของสหรัฐฯในช่วงสงครามโลกอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ ตั้งอยู่บนเกาะโอกินาว่า เมืองนะฮะ อันเป็นเมืองหลวง ในอดีตเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรริวกิว แต่ถูกญี่ปุ่นยึดเอามาผนวกเข้ากัน ปัจจุบันเป็นเมืองพักตากอากาศ เป็นต้นกำเนิดศิลปะการต่อสู้อย่าง คาราเต้ มีหาดทรายขาวสวย น้ำทะเลสีครามและปะการังที่ยังสมบูรณ์ ทำให้โอกินาวาเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักร้อนในฝันของชาวญี่ปุ่น

โอะกินะวะกลับคืนสู่ใต้การปกครองของแผ่นดินแม่ หรือญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) หลังจากถูกปกครองด้วยกองทัพจากสหรัฐฯตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

นอกจากนั้นจังหวัดนี้ยังเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมาก ซึ่งมากกว่า 100 ปี โดยผู้ชายมีอายุเฉลี่ยยืนยาวถึง 90.1 ปี และผู้หญิงมีอายุเฉลี่ยถึง 93.2 ปี ซึ่งมากที่สุดในโลก สาเหตุที่คาดกันนั้นก็น่าจะเป็นเพราะว่าสภาพของสังคมและอาหารที่ถูกสุขลักษณะ

เนื้อหา

[แก้] ประวัติศาสตร์

หลักฐานการที่เก่าที่สุดที่แสดงถึงการมนุษย์บนหมู่เกาะริวกิว ถูกค้นพบที่เมืองนะฮะ (ญี่ปุ่น: 那覇市 Naha-shi ?) และเมืองยะเอะเสะ (ญี่ปุ่น: 八重瀬町 Yaese-chō ?)[1] มีการค้นพบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จากยุคหินเก่า แต่ก็ไม่เป็นหลักฐานที่แน่ชัด นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบเครื่องปั้นดินเผาอันเป็นร่องรอยอิทธิพลของญี่ปุ่นในยุคโจมง (ญี่ปุ่น: 縄文時代 Jōmon jidai ?) (14,000-400 ปีก่อนคริสต์ศักราช) บนหมู่เกาะซะคิชิมะ (ญี่ปุ่น: 先島諸島 Sakishima shotō ?) อันเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะริวกิว อย่างไรก็ตาม เครื่องปั้นดินเผานี้ มีลักษณะคล้ายกับเครื่องปั้นดินเผาที่พบได้ทั่วไปบนเกาะไต้หวัน

คำว่า ริวกิว ถูกกล่าวขึ้นครั้งแรกในพงศาวดารราชวงศ์สุย (จีนตัวเต็ม: 隋書; จีนตัวย่อ: 隋书; พินอิน: Suīshū) ของจีน แต่คำว่า ริวกิว ในที่นี้อาจหมายถึงเกาะไต้หวัน ไม่ใช่หมู่เกาะริวกิวในปัจจุบัน ซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ คำว่า โอะกินะวะ เป็นคำภาษาญี่ปุ่นใช้เรียกหมู่เกาะนี้ ปรากฏขึ้นครั้งแรกในบันทึกของภิกษุเจียนเจียงหรือกันจิง (鑒真 หรือ 鑑真) ภิกษุชาวจีนผู้เดินทางมาญี่ปุ่นเพื่อเผยแพร่ศาสนาพุทธ และเขียนไว้ใน ค.ศ. 779 ในศตวรรษที่ 8 เริ่มมีสังคมเกษรกรรมและเติบโตอย่างช้าๆ จนถึงศตวรรษที่ 12 เนื่องจากหมู่เกาะตั้งอยู่ใจกลางทะเลจีนตะวันออก ใกล้กับญี่ปุ่น จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาณาจักรริวกิวจึงกลายเป็นศูนย์กลางการค้าแห่งหนึ่งในภูมิภาค ในยุคนี้จะมีการสร้างกุสุคุ (ญี่ปุ่น: 御城 Gusuku ?) หรือปราสาทแบบโอะกินะวะขึ้นมากมาย และในศตวรรษที่ 15 อาณาจักรริวกิวได้กลายเป็นรัฐบรรณาการ แห่งหนึ่งของจักรวรรดิจีน

ในค.ศ. 1609 ไดเมียว (เจ้าเมือง) แคว้นซัตสึมะ (ญี่ปุ่น: 薩摩 Satsuma ?) ดินแดนซึ่งในปัจจุบันคือจังหวัดคะโงะชิมะ (ญี่ปุ่น: 鹿児島県 Kagoshima-ken ?) ได้เข้ารุกรานอาณาจักรริวกิว ส่งผลให้อาณาจักรริวกิวต้องยอมจำนนและเป็นรัฐบรรณาการของแคว้นซัตสึมะ และรัฐบาลโชกุนโทะคุงะวะ (ญี่ปุ่น: 徳川幕府 Tokugawa bakufu ?) หรือรัฐบาลเอะโดะ (ญี่ปุ่น: 江戸幕府 Edo bakufu ?) อย่างไรก็ตาม การยึดอาณาจักรริวกิวไว้อาจสร้างความบาดหมางกับจักรวรรดิจีนได้ ดังนั้น สิทธิเสรีภาพของชาวริวกิวยังไว้เหมือนเดิม แคว้นซัตสึมะได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากการค้ากับจักรวรรดิจีนในยุคเอะโดะ ที่ญี่ปุ่นปิดประเทศโดยรัฐบาลโชกุนโทะคุงะวะ และห้ามการค้าใดๆกับต่างชาติ

แม้ว่าแคว้นซัตสึมะจะมีอิทธิพลเหนือหมู่เกาะริวกิวอย่างมาก แต่อาณาจักรริวกิวก็ยังมีเสรีภาพทางการเมืองภายในอย่างไม่น้อยมาตลอดสองร้อยปี สี่ปีหลังการปฏิรูปเมจิ (ญี่ปุ่น: 明治王政復辟 Meiji Ishin ?) ในค.ศ. 1868 รัฐบาลญี่ปุ่นในสมัยนั้นได้บุกยึกอาณาจักรริวกิวอย่างถาวรโดยการหนุนหลังของกองทัพ และเปลี่ยนชื่อเป็นริวกิวฮัน (ญี่ปุ่น: 琉球藩 Ryūkyū han ?) หรือเขตปกครองโดยไดเมียวหรือเจ้าเมือง แต่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง ในขณะเดียวกัน รัฐบาลราชวงศ์ชิงของจักรวรรดิจีนก็อ้างสิทธิบนหมู่เกาะของอาณาจักรริวกิวเช่นเดียวกัน โดยอ้างว่าอาณาจักรริวกิว เคยเป็นรัฐบรรณาการของจีนมาก่อน ในค.ค.1879 ริวกิวฮันก็กลายเป็นจังหวัดโอะกินะวะของญี่ปุ่น เป็นฮันสุดท้ายหลักจากกาฮันทั้งหมดถูกยกฐานะเป็นจังหวัดในค.ศ. 1872

หลักจากยุทธการโอะกินะวะในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โอะกินะวะอยู่ภายใต้อารักขาของสหรัฐอเมริกาถึง 27 ปี ในระหว่างที่โอะกินะวะอยู่ภายใต้ภาวะทรัสตีนั้น กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ตั้งฐานทัพทหารบนมากมายบนหลายเกาะของโอะกินะวะ

ในค.ศ. 1972 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้คืนโอะกินะวะคืนให้แก่รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือและความปลอดภัยระดับทวิภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น (ภาษาอังกฤษ: Treaty of Mutual Cooperation and Security between the United States and Japan; ภาษาญี่ปุ่น: 日本国とアメリカ合衆国との間の相互協力及び安全保障条約, Nippon-koku to Amerika-gasshūkoku to no Aida no Sōgo Kyōryoku oyobi Anzen Hoshō Jōyaku) ในปัจจุบัน กองกำลังสหรัฐอเมริกาในญี่ปุ่น (ภาษาอังกฤษ: United States Forces in Japan (USFJ) ; ภาษาญี่ปุ่น: 在日米軍, Zainichi Beigun) มีขนาดใหญ่ถึง 27,000 นาย รวมถึงนาวิกโยธิน 15,000 นาย ซึ่งมีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ นอกจากนี้ยังมีสมาชิกครอบครัวอีก 22,000 คนอาศัยอยู่ในโอะกินะวะ เนื้อที่ 18% ของเกาะโอะกินะวะอันเป็นเกาะหลักเป็นพื้นที่ของฐานทัพสหรัฐฯ และ 75% ของ USFJ ของในจังหวัดโอะกินะวะ

จำนวนอุบัติเหตุและอาชญากรรมที่คนของสหรัฐฯเป็นผู้ก่อนั้น ได้ทำให้ชาวโอะกินะวะสนับสนุนการตั้งฐานทัพน้อยลงทุกทีๆ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯและญี่ปุ่นต่างเห็นพ้องกันว่าการมีฐานทัพทหารบนเกาะโอะกินะวะนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง เหตุการณ์คนของสหรัฐฯข่มขืนเด็กหญิงอายุ 12 ขวบบนเกาะโอะกินะวะในค.ศ. 1995 ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านฐานทัพสหรัฐฯเป็นอย่างมาก ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯและญี่ปุ่นต้องย้ายฐานทัพอากาศนาวิกโยธินฟุเตนมะ (Marine Corps Air Station Futenma หรือ MCAS Futenma) และฐานทัพเล็กอื่นๆออกไปห่างไกลชุมชน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน การปิดฐานทัพถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ประเด็นนี้ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกต่อต้านญี่ปุ่นและกลุ่มเรียกร้องอิสรภาพริวกิว (ญี่ปุ่น: 琉球独立運動 Ryūkyū Dokuritsu Undō ?) ขึ้นมาไม่นานมานี้เอง

[แก้] ภาษาและวัฒนธรรม

เนื่องจากในอดีต โอะกินะวะ เคยมีเอกราชของตัวเองมาก่อน ภาษาและวัฒนธรรมของโอะกินะวะจึงค่อนข้างแตกต่างจากญี่ปุ่น

[แก้] ภาษา

ยังคงมีผู้พูดภาษาริวกิวอันอยู่บ้าง ซึ่งผู้พูดภาษาญี่ปุ่นจะเข้าใจได้ยาก ภาษาริวกิวอันนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ คนรุ่นใหม่ละเลยภาษาพื้นเมืองดั้งเดิมของตัวเองมากขึ้นทุกทีๆ นักภาษาศาสตร์ที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นส่วนมากจัดให้ภาษาริวกิวอันมีความแตกต่างจากภาษาญี่ปุ่น แต่ในชาวญี่ปุ่นและชาวท้องถิ่นจัดให้เป็นภาษาท้องถิ่นหนึ่งของญี่ปุ่น โดยปัจจุบัน ภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานถูกใช้เป็นภาษาทางการ ในความเป็นจริงแล้ว ภาษาที่ชาวโอะกินะวะอายุต่ำกว่า 60 ปีใช้กันทั่วไปเป็นภาษาญี่ปุ่นสำเนียงโอกินะวะที่เรียกว่า ภาษาปากโอะกินะวัน (ญี่ปุ่น: ウチナーヤマトグチ, 沖縄大和口,  Uchinā Yamatoguchi ?) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากภาษาริวกิวอัน และภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน และมักสับสนกับภาษาโอกินะวันดั้งเดิม (ญี่ปุ่น: ウチナーグチ Uchinaaguchi ?) ที่มักใช้ในการการแสดงและการละเลนพื้นเมือง เช่น เพลงพื้นเมือง ระบำพื้นเมือง เป็นต้น นอกจากนี้ ข่าวท้องถิ่นยังใช้ภาษาโอกินะวันดั้งเดิมเช่นกัน

[แก้] ศาสนา

ชาวโอะกินะวะ มีความเชื่อของตัวเอง โดยจะบูชาบรรพบุรุษ และเคารพความสัมพันธ์ระหว่างชีวิต ความตาย เทพเจ้า และวิญญาณต่างๆที่สถิตในธรรมชาติ

[แก้] อิทธิพลทางวัฒนธรรม

วัฒนธรรมโอะกินะวันได้รับอิทธิพลจากชาติต่างๆที่เคยทำการค้าด้วยกันมาแต่ในอดีต แม้ในปัจจุบัน เราอาจพบสินค้าและวัฒนธรรมจากประเทศต่างๆ เช่น จีน ไทย และออสโตรเนเชียน (ชวา มาเลย์) ในย่านการค้าของโอะกินะวะ เราอาจพูดได้ว่าวัฒนธรรมที่โอะกินะวะส่งออกไปทั่วโลกคือ คาราเต้ (ญี่ปุ่น: 空手 Karate ?) ซึ่งเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของศิลปะการต่อสู้ของจีนนั่นคือ กังฟู (功夫, gōngfū) และศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของโอะกินะวะ ศิลปะการต่อสู้นี้พัฒนาอย่างต่อเนื่องถึงสองสมัย คือในระหว่างการสั่งห้ามใช้อาวุธหลังการยึดครองของญี่ปุ่นจนถึงรัฐบาลเมจิ

สินค้าท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของโอะกินะวะอีกอย่างคือ อะวะโมะริ (ญี่ปุ่น: 泡盛 Awamori ?) ซึ่งเป็นสุรากลั่น ทำจากข้าวเจ้านำเข้าจากประเทศไทย

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 山下町第1洞穴出土の旧石器について(ญี่ปุ่น), 南島考古22

[แก้] แผนที่อื่น


เขตการปกครอง ของ ญี่ปุ่น ธงญี่ปุ่น
ภาค จังหวัด มหานคร
(เมืองที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดว่าเป็นมหานคร)
  โตเกียว (เมืองหลวง) 23 เขตในโตเกียว
คันโต กุมมะ · คะนะงะวะ · ชิบะ · ไซตะมะ · โทะชิงิ · อิบะระกิ คะวะซะกิ · ชิบะ · ไซตะมะ · โยะโกะฮะมะ
คันไซ เคียวโตะ · ชิงะ · นะระ · มิเอะ · วะกะยะมะ · โอซะกะ · เฮียวโงะ เคียวโตะ · โคเบะ · ซะไก · โอซะกะ
คีวชู คะโงะชิมะ · คุมะโมะโตะ · ซะงะ · นะงะซะกิ · ฟุกุโอะกะ · มิยะซะกิ · โออิตะ · โอะกินะวะ คิตะกีวชู · ฟุกุโอะกะ
ชูโงะกุ ชิมะเนะ · ทตโตะริ · ยะมะงุจิ · โอะกะยะมะ · ฮิโระชิมะ ฮิโระชิมะ
จูบุ

(โฮะกุริกุโคชิงเอะสึโทไกจูเกียว)

กิฟุ · ชิซุโอะกะ · นะงะโนะ · นีงะตะ · โทะยะมะ · ฟุกุอิ · ยะมะนะชิ · อิชิกะวะ · ไอจิ ชิซุโอะกะ · นะโงะยะ · นีงะตะ · ฮะมะมะสึ
ชิโกะกุ คะงะวะ · โคชิ · โทะกุชิมะ · เอะฮิเมะ
โทโฮะกุ ฟุกุชิมะ · มิยะงิ · ยะมะงะตะ · อะโอะโมะริ · อะกิตะ · อิวะเตะ เซ็นได
ฮกไกโด ฮกไกโด ซัปโปะโระ แก้
ASpacer.gifBlankMap-World6.svg จังหวัดโอะกินะวะ เป็นบทความเกี่ยวกับ ประเทศ เมือง หรือเขตการปกครองต่าง ๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ จังหวัดโอะกินะวะ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ