งูหลาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งูหลาม
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Reptilia
อันดับ: Squamata
อันดับย่อย: Serpentes
วงศ์: Pythonidae
สกุล: Python
สปีชีส์: P. bivittatus
ชื่อทวินาม
Python bivittatus
(Kuhl, 1820)
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง
  • Python molurus bivittatus Kuhl, 1820[2]

งูหลาม หรือ งูหลามพม่า (อังกฤษ: Burmese python; ชื่อวิทยาศาสตร์: Python bivittatus) เป็นงูขนาดใหญ่ ไม่มีพิษ

ลักษณะและความยาว[แก้]

มีลักษณะคล้ายกับงูเหลือม (P. reticulatus) ซึ่งเป็นงูในสกุลเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กกว่างูเหลือม โดยความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 1-3 เมตร (พบใหญ่ที่สุด 5.18 เมตร น้ำหนัก 74 กิโลกรัม ที่อุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ สหรัฐอเมริกา[3] ทำลายสถิติตัวที่มีความยาว 5 เมตร ในประเทศพม่า)[4] มีลำตัวที่อ้วนป้อมกว่า อีกทั้งหางก็สั้นกว่า และมีขีดที่บนหัวเป็นสีขาว เรียกว่า "ศรขาว" อีกทั้งมีสีสันและลวดลายที่แตกต่างจากงูเหลือม รวมทั้งอุปนิสัยที่ไม่ดุต่างจากงูเหลือม จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานมากกว่า นิยมกันมากในตัวที่สีกลายเป็นสีเผือกและลวดลายแตกต่างไปจากปกติ ซึ่งสวนสัตว์นครราชสีมานับเป็นสถานที่แห่งแรกของโลก ที่สามารถเพาะพันธุ์งูหลามเผือกได้สำเร็จ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2553[5]

งูหลามทอง ซึ่งเป็นงูที่สีกลายไปจากปกตินิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงและจัดแสดงตามสวนสัตว์

พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ตอนเหนือของพม่า สำหรับในประเทศไทยพบได้ทุกภาคของประเทศ ยกเว้น ภาคใต้ ออกไข่ครั้งละประมาณ 40 ฟอง ระยะฟักเป็นตัวประมาณ 2 เดือน มีอายุยืนประมาณ 15 ปี มีพฤติกรรมการหากินคล้ายคลึงกับงูเหลือม แต่มักจะหากินบนพื้นดิน ไม่ชอบขึ้นต้นไม้หรือลงน้ำเหมือนงูเหลือม[6]

เคยถูกจัดให้เป็นชนิดย่อยของงูหลามอินเดีย (P. molurus) จากการศึกษาโดยละเอียดแล้ว ด้วยความแตกต่างในหลาย ๆ ส่วน ชนิดย่อย P. molurus bivittatus ที่เคยใช้ จึงถูกยกให้เป็นชนิดต่างหากและใช้ชื่อวิทยาศาสตร์อย่างในปัจจุบัน [7]

สำหรับในประเทศไทย งูหลามจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพุทธศักราช 2535

การเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในสหรัฐอเมริกา[แก้]

ปัจจุบันงูหลามได้กลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นไปแล้วในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ด้วยการมีนำเข้าไปในฐานะสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้มีหลายส่วนถูกปล่อยหรือหลุดออกจากที่เลี้ยงได้ มีรายงานว่าได้กินแอลลิเกเตอร์ไปทั้งตัวจนท้องแตกตาย ในอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ ในพื้นที่ชุ่มน้ำของรัฐฟลอริดา [8]

อ้างอิง[แก้]