งูหลาม
| งูหลาม | |
|---|---|
| งูหลามชนิดย่อย P. m. bivittatus หรือ งูหลามพม่า | |
| งูหลามชนิดย่อย P. m. molurus หรือ งูหลามอินเดีย | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| Kingdom: | Animalia |
| Phylum: | Chordata |
| Class: | Reptilia |
| Order: | Squamata |
| Suborder: | Serpentes |
| Family: | Pythonidae |
| Genus: | Python |
| Species: | P. molurus |
| Subspecies: | 2 ชนิด ดูในเนื้อหา |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | |
| Python molurus (Gray, 1825) |
|
งูหลาม (อังกฤษ: Indian python, Asiatic rock python, Burmese python, ชื่อวิทยาศาสตร์: Python molurus) เป็นงูขนาดใหญ่ ไม่มีพิษ มีลักษณะคล้ายกับงูเหลือม (P. reticulatus) ซึ่งเป็นงูในสกุลเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กกว่างูเหลือม โดยความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 1-3 เมตร (พบใหญ่ที่สุด 5 เมตร ในประเทศพม่า)[1] มีลำตัวที่อ้วนป้อมกว่า อีกทั้งหางก็สั้นกว่า และมีขีดที่บนหัวเป็นสีขาว เรียกว่า "ศรขาว" อีกทั้งมีสีสันและลวดลายที่แตกต่างจากงูเหลือม รวมทั้งอุปนิสัยที่ไม่ดุต่างจากงูเหลือม จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานมากกว่า นิยมกันมากในตัวที่สีกลายเป็นสีเผือกและลวดลายแตกต่างไปจากปกติ ซึ่งสวนสัตว์นครราชสีมานับเป็นสถานที่แห่งแรกของโลก ที่สามารถเพาะพันธุ์งูหลามเผือกได้สำเร็จ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2553[2]
พบกระจายพันธุ์ในอนุทวีปอินเดียจนถึงตอนเหนือของพม่า สำหรับในประเทศไทยพบได้ทุกภาคของประเทศ ยกเว้น ภาคใต้ ออกไข่ครั้งละประมาณ 40 ฟอง ระยะฟักเป็นตัวประมาณ 2 เดือน มีอายุยืนประมาณ 15 ปี มีพฤติกรรมการหากินคล้ายคลึงกับงูเหลือม แต่มักจะหากินบนพื้นดิน ไม่ชอบขึ้นต้นไม้หรือลงน้ำเหมือนงูเหลือม[3]
มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดย่อย คือ[4]
เนื้อหา |
[แก้] ชนิดย่อย
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | สถานที่พบ | ผู้อนุกรมวิธาน |
|---|---|---|
| P. m. bivittatus | ภูมิภาคอินโดจีน, มาเลเซีย, คาบสมุทรมลายู, ตอนใต้ของจีน, เกาะชวา, เกาะสุลาเวสี, เกาะไหหลำ | Kuhl, 1820 |
| P. m. molurus | ภูมิภาคเอเชียใต้ | (Linnaeus, 1758) |
[แก้] ในประเทศไทย
สำหรับในประเทศไทย เป็นชนิด P. m. bivittatus และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพุทธศักราช 2535
[แก้] การเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันงูหลามได้กลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นไปแล้วในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ด้วยการมีนำเข้าไปในฐานะสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้มีหลายส่วนถูกปล่อยหรือหลุดออกจากที่เลี้ยงได้ มีรายงานว่าได้กินแอลลิเกเตอร์ไปทั้งตัวจนท้องแตกตาย ในอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ ในพื้นที่ชุ่มน้ำของรัฐฟลอริด้า [6]
[แก้] อ้างอิง