งูหลาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งูหลาม
งูหลามชนิดย่อย P. m. bivittatus หรือ งูหลามพม่า
งูหลามชนิดย่อย P. m. molurus หรือ งูหลามอินเดีย
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Reptilia
อันดับ: Squamata
อันดับย่อย: Serpentes
วงศ์: Pythonidae
สกุล: Python
ชนิด: P. molurus
ชื่อทวินาม
Python molurus
(Gray, 1825)
ชนิดย่อย
2 ชนิด ดูในเนื้อหา
ชื่อพ้อง[1]

งูหลาม (อังกฤษ: Indian python, Asiatic rock python, Burmese python, ชื่อวิทยาศาสตร์: Python molurus) เป็นงูขนาดใหญ่ ไม่มีพิษ

เนื้อหา

ลักษณะและความยาว [แก้]

มีลักษณะคล้ายกับงูเหลือม (P. reticulatus) ซึ่งเป็นงูในสกุลเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กกว่างูเหลือม โดยความยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 1-3 เมตร (พบใหญ่ที่สุด 5.18 เมตร น้ำหนัก 74 กิโลกรัม ที่อุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ สหรัฐอเมริกา[2] ทำลายสถิติตัวที่มีความยาว 5 เมตร ในประเทศพม่า)[3] มีลำตัวที่อ้วนป้อมกว่า อีกทั้งหางก็สั้นกว่า และมีขีดที่บนหัวเป็นสีขาว เรียกว่า "ศรขาว" อีกทั้งมีสีสันและลวดลายที่แตกต่างจากงูเหลือม รวมทั้งอุปนิสัยที่ไม่ดุต่างจากงูเหลือม จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานมากกว่า นิยมกันมากในตัวที่สีกลายเป็นสีเผือกและลวดลายแตกต่างไปจากปกติ ซึ่งสวนสัตว์นครราชสีมานับเป็นสถานที่แห่งแรกของโลก ที่สามารถเพาะพันธุ์งูหลามเผือกได้สำเร็จ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2553[4]

พบกระจายพันธุ์ในอนุทวีปอินเดียจนถึงตอนเหนือของพม่า สำหรับในประเทศไทยพบได้ทุกภาคของประเทศ ยกเว้น ภาคใต้ ออกไข่ครั้งละประมาณ 40 ฟอง ระยะฟักเป็นตัวประมาณ 2 เดือน มีอายุยืนประมาณ 15 ปี มีพฤติกรรมการหากินคล้ายคลึงกับงูเหลือม แต่มักจะหากินบนพื้นดิน ไม่ชอบขึ้นต้นไม้หรือลงน้ำเหมือนงูเหลือม[5]

มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดย่อย คือ[6]

ชนิดย่อย [แก้]

ชื่อวิทยาศาสตร์ สถานที่พบ ผู้อนุกรมวิธาน
P. m. bivittatus ภูมิภาคอินโดจีน, มาเลเซีย, คาบสมุทรมลายู, ตอนใต้ของจีน, เกาะชวา, เกาะสุลาเวสี, เกาะไหหลำ Kuhl, 1820
P. m. molurus ภูมิภาคเอเชียใต้ (Linnaeus, 1758)

[6]

ในประเทศไทย [แก้]

สำหรับในประเทศไทย เป็นชนิด P. m. bivittatus และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพุทธศักราช 2535

การเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในสหรัฐอเมริกา [แก้]

ปัจจุบันงูหลามได้กลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นไปแล้วในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ด้วยการมีนำเข้าไปในฐานะสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้มีหลายส่วนถูกปล่อยหรือหลุดออกจากที่เลี้ยงได้ มีรายงานว่าได้กินแอลลิเกเตอร์ไปทั้งตัวจนท้องแตกตาย ในอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ ในพื้นที่ชุ่มน้ำของรัฐฟลอริดา [7]

อ้างอิง [แก้]