งูพิษ
|
|
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้เพื่อความสะดวกในการศึกษาเพิ่มเติมของผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความ เนื่องจากคำดังกล่าวยังไม่มีบทความในภาษาไทย ป้ายนี้จะถูกนำออกเมื่อมีเนื้อหาพอสมควรแล้ว |
งูพิษ (อังกฤษ: Venomous snake, Viper) คือ งูที่มีพิษใช้สำหรับป้องกันตัวจากการถูกคุกคามหรือใช้ล่าเหยื่อ ซึ่งมีฤทธิ์ร้ายแรงแตกต่างออกไปตามชนิด, วงศ์ และสกุล ซึ่งร้ายแรงที่สุดสามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่าให้ตายได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
พิษของงูจะอยู่ที่บริเวณต่อมน้ำพิษ ในบริเวณฟันเขี้ยว ซึ่งใช้ผลิตน้ำพิษ ซึ่งลักษณะของต่อมน้ำพิษและโครงสร้างจะเกี่ยวข้องในการอนุกรมวิธานจำแนกชนิดของงู น้ำพิษของงูนั้นเป็นสารประกอบเชิงซ้อนของโปรตีนและสารเคมีประเภทอื่น น้ำพิษในแต่ละชนิดเป็นสารประกอบต่างกันและมีน้ำหนักโมเลกุลต่างกันมาก และเป็นกรณีที่ไม่สามารถอธิบายวิวัฒนาการของน้ำพิษได้ชัดเจน รวมทั้งยากต่อการวินิจฉัยประเภทน้ำพิษและการรักษาเมื่อถูกกัด
น้ำพิษของงูนั้นแตกต่างกันตั้งแต่เป็นสารประกอบโมเลกุลเล็กของเพปไทด์ที่มีกรดอะมิโนไม่กี่ชนิดไปจนถึงสารประกอบประเภทเอนไซม์ที่เป็นโมเลกุลเชิงซ้อน หรือเป็นสารประเภทโปรตีนที่ไม่ใช่เอนไซม์และมีน้ำหนักโมเลกุลมาก น้ำพิษของูจำแนกตามลักษณะโครงสร้างของเคมีและผลทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้น เช่น Hemolysin และHemorrhagin ทำลายเนื้อเยื่อบุผนังของหลอดเลือดและเซลล์เม็ดเลือดแดง Myotoxin ทำลายกล้ามเนื้อกระดูก Neurotoxin มีผลต่อจุดประสานของเซลล์ประสาทหรือตรงรอยต่อระหว่างกล้ามเนื้อกับแขนงประสาท เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วน้ำพิษของงูในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae) มีผลต่อประบบประสาทและน้ำพิษของงูในวงศ์งูหางกระดิ่ง (Viperidae) มีผลต่อระบบไหลเวียนและเซลล์เม็ดเลือดแดง อย่างไรก็ตามน้ำพิษของงูทั้ง 2 วงศ์นี้อาจส่งผลต่อทั้ง 2 ระบบก็ได้[1]
เนื้อหา |
วงศ์งูพิษ [แก้]
ในปัจจุบันงูเป็นสัตว์ที่มีการจำแนกออกเป็นวงศ์หรือตระกูลได้ 18 วงศ์ แต่ที่เป็นงูที่มีพิษนั้นมีทั้งหมด 4 วงศ์ แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของฟันเขี้ยว คือ
- วงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae) มีฟันเขี้ยวขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นร่องหรือท่อกลวง จำนวน 1 ซี่อยู่ทางด้านกระดูกแมคซิลลาขนาดใหญ่และยาว และอาจมีฟันซี่เล็ก ๆ อีก 2-3 ซี่ต่อไปทางด้านท้าย โดยปกติแล้ว งูในวงศ์นี้ จัดว่าเป็นงูที่มีพิษร้ายแรง เช่น งูเห่า (Naja spp.), งูแมมบา (Dendroaspis spp.), งูไทปัน (Oxyuranus spp.), งูทะเล (Hydrophiidae)
- วงศ์งูพิษเขี้ยวหลัง (Colubridae) ฟันเขี้ยวจะอยู่ทางด้านท้ายของกระดูกแมคซิลลา โดยมีช่องว่างตรงกลางระหว่างฟันซี่ใหญ่ทางด้านท้ายของกระดูกแมคซิลลากับฟันซี่เล็กทางด้านหน้าของกระดูกแมคซิลลา โดยปกติแล้ว งูในวงศ์นี้จัดว่ามีพิษอ่อนอ่อนที่สุดในบรรดางูพิษทั้งหมด
- วงศ์งูหางกระดิ่ง (Viperidae) มีฟันเขี้ยวขนาดใหญ่เพียงซี่เดียวและเป็นท่อกลวงที่กระดูกแมคซิลลาเล็กซึ่งมีขนาดเล็กและสั้น ตัวฟันเขี้ยวถูกยกตั้งตรงได้จากการหมุนกระดูกแมคซิลลาตรงตำแหน่งของกระดูกฟรีฟอนทัล
- วงศ์งูโพรงแอฟริกัน (Atractaspididae) มีฟันเขี้ยวขนาดใหญ่ กระดูกแมคซิลลาเรียงตัวตามยาว ขากรรไกรล่างไม่มีกระดูกโคโรนอยด์ เป็นงูที่พิษร้ายแรง พบแพร่กระจายพันธุ์อยู่เฉพาะทวีปแอฟริกาเท่านั้น[2]
งูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก [แก้]
ได้มีการจัดอันดับงูพิษที่มีพิษร้ายแรงสุดในโลก 10 อันดับ ดังนี้[3]
- งูไทปันโพ้นทะเล (Oxyuranus microlepidotus) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)
- งูคิงสีน้ำตาล (Pseudechis australis) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)
- งูไทปันธรรมดา (Oxyuranus scutellatus) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)
- งูเสือโพ้นทะเล (Notechis scutatus) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)
- งูสมิงทะเลปากเหลือง (Laticauda colubrina) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae) หรือวงศ์งูทะเล (Hydrophiidae)
- งูเสือดำไนเจอร์ (Notechis ater niger) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae) (เป็นชนิดย่อยของงูเสือดำ)
- งูเสือดำ (Notechis ater) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)
- งูพิษเกล็ดเลื่อย (Echis carinatus) อยู่ในวงศ์งูหางกระดิ่ง (Viperidae)
- งูแอดเดอร์มรณะ (Acanthophis antarcticus) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)
- งูสีน้ำตาลตะวันตก หรือ งูการ์เตอร์ (Pseudonaja nuchalis) อยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Elapidae)
ดูเพิ่ม [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ^ วีรยุทธ์ เลาหะจินดา, วิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หน้า 399-400 (พ.ศ. 2552) ISBN 978-616-556-016-0
- ^ วีรยุทธ์ เลาหะจินดา, วิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หน้า 411 (พ.ศ. 2552) ISBN 978-616-556-016-0
- ^ 10 อันดับ งูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก (ไทย)